Contents Index

Cr: Pookday

สวัสดีค่า เพิ่งกลับจากไปเที่ยวโตเกียว ไปคนเดียวครั้งแรกกับทริปต่างประเทศ เราจะมาเล่าเรื่องราวการเดินทางทริปเล็กๆ ของเราให้ฟังกันนะ

เราเดินทางไปด้วยเป้ใบเดียวกับกระเป๋าสะพายข้าง 1 ใบ ทริปนี้ไม่เน้นช้อปเท่าไหร่ เนื่องจากเราไม่ได้โหลดกระเป๋าใต้เครื่อง เลยต้องพยายามทำเป้ให้เบาเข้าไว้ เอากางเกงไป 2 ตัว เสื้อ 3-4 ตัว ตอนแรกกะไว้ใส่เปลี่ยนถ่ายรูป แต่สุดท้ายก็ใส่เสื้อกันหนาวทับอยู่ดี ไม่ต้องเอาไปเยอะหรอก เหงื่อไม่ออก แถมหนัก 555 ใส่ 2 ตัววนไป

Cr: Pookday

แนะนำว่าของส่วนตัวอะไรที่จำเป็นต้องมีติดตัว ให้เตรียมไปจากบ้านเราดีกว่า หยูกยา เตรียมให้เรียบร้อย อะไรที่เป็นพวกโลชั่น โฟมล้างหน้าให้แบ่งใส่ขวดแบ่ง หรือหาที่เป็นไซส์มินิไปจะช่วยให้เราเบายิ่งขึ้น รองเท้าผ้าใบคู่เดียวตลอดงาน อย่าลืมปริ้นข้อมูลที่พัก ข้อมูลการจองเครื่องบินไปด้วยนะ

เริ่มต้นด้วยการหาตั๋วโปรโมชั่นจนได้วันที่สามารถลางานได้พอดี กับราคาที่โอเคสำหรับเรา (รวมภาษีราวๆ แปดพันบาท) เอาจริงๆ ก็ลังเลใจมาสักพักใหญ่ๆ ว่าจะไปที่ไหนดี ไปคนเดียวจะนั่งรถไฟได้มั้ย กังวลไปต่างๆนานา ตามประสาคนออกต่างประเทศไกลๆครั้งแรก สุดท้ายก็มานั่งคิดแพลน 3 วันสุดท้ายก่อนเดินทาง (ไฟลนตูดเลยจ้า)

ตั๋วและพาสที่ใช้ในการเดินทาง

  • NEX (Narita Express) นั่งจากนาริตะไปสถานีชินจุก
  • Pass Keisei Skyliner (ใช้นั่งขากลับจากสถานี Ueno ไป Narita + Tokyo Subway 48 hour ใช้ 2 วันสุดท้ายก่อนกลับ)
  • IC Card อย่าง Suica ใช้ได้จิปาถะ ทั้งรถไฟ ตู้กดน้ำ ตู้ฝากกระเป๋า ซื้อของตามมินิมาร์ท สะดวกนะ เงินหมดก็เติมตามตู้ที่มีอยู่ทุกสถานี สะดวกมาก
  • เริ่มออกเดินทาง Day 1 : Kawaguchiko Yamanashi,Tokyo

    Cr: Pookday

    เราออกเดินทางด้วยสายการบิน Nokscoot รอบราวๆ ตี 1 หลับกันยาวๆ จนประมาณ 6 โมงเช้าถึงสนามบินนาริตะพอดีตามเวลาท้องถิ่น เวลาของญี่ปุ่นจะเร็วกว่าไทย 2 ชั่วโมง เดินออกจากเครื่อง สัมผัสได้กับอากาศ 18 องศา เย็นกำลังดีเลย

    เรามีโอกาสได้ทำความรู้จักกับพี่คนไทยเบาะข้างๆตั้งแต่นั่งบนเครื่อง คุยกันไปกันมา พี่เขาทำงานอยู่ที่โตเกียว แล้วบังเอิญไปเส้นทางที่จะไปต้องลงสถานีเดียวกันพอดี เลยถือโอกาสให้พี่แกช่วยแนะนำการขึ้นรถไฟ แล้วติดสอยห้อยตามพี่แกไปด้วย ซาบายหน่อยย

    Narita International Airport

    ที่อยู่1-1 Furugome, Narita, Chiba Prefecture 282-0004, Japan
    ราคาจากสนามบินนาริตะไปยังสถานีชินจุกุ เที่ยวเดียว ที่นั่ง Ordinary Cars 3,190 เยน ที่นั่ง Green Cars (first class) 4,730 เยน
    WebsiteNarita International Airport

    ดูแผนที่ Narita International Airport



    เราจองตั๋ว NEX (Narita Express) เพื่อเดินทางไปสถานีชินจุกุ โดยไม่ต้องเปลี่ยนรถไฟ อีกอย่างคือ..ยังนั่งรถไฟไม่เป็น 555 เลยต้องขอแบบสะดวกๆ หน่อยก่อนละกัน สำหรับใครที่มีสัมภาระ กระเป๋าเดินทางขนาดใหญ่สามารถเก็บที่ตู้ที่เรานั่งได้เลย

    ตั๋วรถไฟราคา 3 พันเยนนิดๆ NEX จะมีตู้สำหรับคนที่จองที่นั่งและไม่ได้จองที่นั่ง แต่ทางที่ดีควรจองที่นั่งตั้งแต่แรกเลย เพื่อที่จะได้ไม่ต้องลุกให้กับคนอื่น (คนที่ไม่ได้จอง สามารถนั่งที่นั่งไหนก็ได้ แต่ถ้ามีคนที่เป็นจองมาตรงที่กับเบาะที่เรานั่ง เราต้องสละเบาะให้เขานะฮะ ใช้เวลาประมาณชั่วโมงเศษๆ ก็ถึงสถานี

    Cr: Pookday

    ถ้าใช้ NEX เราสามารถเดินขึ้นบันไดเลื่อนไปชั้น 4 ได้เลย เพื่อไปจองรถบัสไปยัง Kawaguchiko ใครที่ยังไม่ได้จองมาก่อน สามารถไปติดต่อที่เคาเตอร์ หรือในกรณีที่จองในเว็บมาก่อนสำหรับเรา เพียงแค่นำใบจองที่เราปริ้นมายื่นให้เจ้าหน้าที่ดูที่เคาเตอร์ เขาจะออกบัตรให้เลย

    เราจองไปตั๋วไปและกลับ ราคาอยู่ที่ 1,750/รอบ เมื่อได้ตั๋วมาแล้วก็ไปหาอะไรรองท้องกันก่อน เริ่มมื้อแรกด้วย family mart เราต้องมารอก่อนเวลารถออก 10 นาทีนะ รถบัสมาตรงเวลามาก และบนรถสามารถนำอาหารขึ้นไปกินได้ ตอนแรกเราไม่แน่ใจว่าเอาขึ้นไปกินบนรถได้ไหม เพราะเกรงใจคนนั่งข้างๆ แหะๆ เลยต้องลงไปถามโชเฟอร์ย้ำให้แน่ใจอีกรอบ สรุปกินได้จ้า จัดมือแรกบนรถด้วยความหิวโหย

    Cr: Pookday

    ระหว่างทางราวๆ 2 ชั่วโมง บรรยากาศข้างทางเหมือนในฝันเลย ต้นไม้เขียวชอุ่ม ช่างสบายตาอะไรขนาดนี้ ดูแค่วิว 2 ข้างทางก็ปริ่มแล้วละ

    จนกระทั่งรถมาจอดหน้าสถานี Kawaguchiko แอพในมือถือแจ้งเตือนรายงานว่าตอนนี้ 15 องศานะหล่อน หนาวสำหรับเรานะ555 ดันเอาแค่เสื้อกันหนาวบางๆมาตัวเดียวไง สมน้ำหน้าตัวเองไป เดินไปหาที่พักกันค่ะ ด้วยความที่พักอยู่ตรงข้ามสถานี หน้าถนนพอดิบพอดี ค่อนข้างสะดวกมากเลยทีเดียว

    Kawaguchiko Station

    ที่อยู่Japan, 〒401-0301 Yamanashi-ken, Minamitsuru-gun, Fujikawaguchiko-machi, Funatsu, 364
    WebsiteKawaguchiko Station

    ดูแผนที่ Kawaguchiko Station



    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    ที่พักคืนแรกของเราชื่อว่า Kawaguchiko stationinn ราคา 916 บาทไทย เรานอนที่พักแบบรวมหญิงชาย แต่ในห้องที่เราพักมีแต่ผู้ชาย อร๊ายย ฟินกันไปสิ

    เราออกเที่ยวโดยการเช่าจักรยานแถวๆตรงข้ามหน้าสถานี 1 ช.ม 500 เยน ปั่นไปแถว kawaguchiko lake ปั่นแปบๆ ก็ครบชั่วโมงก็ต้องเอาไปคืนซะแล้ว ไม่คุ้มเลย สุดท้ายจบด้วยการเดินไปทะเลสาบกันอีกรอบ ระยะทางก็ไม่ได้ไกลเท่าไรนะ เลยมีโอกาสเดินถ่ายรูปไปด้วยเลย

    Cr: Pookday

    เราเดินหามื้อเย็นกินแถวที่พัก เป็นร้านอาหารญี่ปุ่นเล็กๆ จำชื่อร้านไม่ได้แล้วแหละ ฮ่าๆ หลังจากที่เดินวนหาร้านกันหลายรอบ เริ่มค่ำๆ หน่อย เราก็เดินกลับที่พัก

    ประสบการณ์ออนเซ็นครั้งแรก

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    ห้องอาบน้ำสาธารณะที่โฮสเทลนี้จะปิดเวลา 5 ทุ่ม ไอ้เราก็คอยจังหวะย่องที่น่าจะไม่มีคน ไปตอน 3 ทุ่มกว่าๆ กะว่าไม่น่าจะมีคนแล้วนะ ปรากฏว่าไม่มีคนจริงๆ แหะ ฟิน กลายเป็นชะนีขี้อายเปลื้องผ้าลั่นลาอยู่ในอ่างแต่เพียงผู้เดียว

    แช่น้ำเล่นไปสักพัก มีแม่ลูกญี่ปุ่นเดินเข้ามากำลังจะเปลี่ยนเสื้อผ้ากัน ในใจคิด มีคนเข้ามาหว่ะ เขินวุ้ย เลยย่องออกไปนุ่งผ้าขนหนู ยืนลีลาเพื่อที่จะรอใส่เสื้อผ้า จังหวะนั้นแม่ลูกยุ่นก็เปลื้องชุดต่อหน้าฉันอย่างสบายใจ โอวว สาหร่ายวากาเมะ เขินแทนเลยแหม่

    สิ่งอำนวยความสะดวก
  • FREE WIFI
  • ที่จอดรถ
  • ห้องอาหาร
  • ฝากกระเป๋าก่อนเช็ตอินได้
  • ตู้ล็อกเกอร์หยอดเหรียญ
  • เซ็นโต (ห้องอาบน้ำรวมญี่ปุ่น) ให้บริการ 6.00-9.00 น. และ 14.00-23.00 น.


  • Kawaguchiko stationinn

    ที่อยู่3639-2 Funatsu Kawaguchiko-machi Yamanashi Prefecture Japan 401-0301
    วิธีเดินทางเดินจากสถานี Kawaguchigo เพียง 1 นาที
    เวลาทำการเช็คอิน 14.00-23.00 น. เช็คเอ้าท์ 10.00 น.
    ราคาเริ่มตั้งแต่ 3,550-4,200 เยน รองรับแขกตั้งแต่ 1-4 คน
    โทรศัพท์+81 555-72-0015
    WebsiteKawaguchiko stationinn

    ดูแผนที่ Kawaguchiko stationinn

    Day 2 Kawaguchiko-Shinjuku

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    เช้านี้เราลงมากินข้าวกันที่ห้องอาหารชั้นล่างของโฮสเทล เป็นเซ็ทอาหารญี่ปุ่นที่ทางโฮสเทลจัดไวให้ มีให้เลือกในราคา 750 เยน สามารถเติมข้าว เติมชาได้ตลอด เจ้าของที่พักบริการดีมาก เข้ามาสอนการกินสาหร่ายคู่กับข้าวให้ด้วยละ ถ้ามองจากหน้าที่พักจะสามารถมองเห็นวิวฟูจิได้ แต่วันนี้ฟูจิค่อนข้างจะเก็บตัวไปหน่อยนึง

    Cr: Pookday

    จุดหมายต่อไปของเราคือเจดีย์แดง (Chureito Pagoda) เรานั่งรถไฟสาย Fujikyu railway ไปลงสถานี Shimoyoshida ไปกลับราคา 600 เยน

    Cr: Pookday

    ตั๋วขาไป 300 เยน

    Cr: Pookday

    ถึงสถานี Shimoyoshida แล้ว มีภาษาไทยด้วยละ

    Shimoyoshida station

    ที่อยู่ Japan, 〒403-0011 Yamanashi Prefecture, Fujiyoshida, Arakura, 840
    วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Fujikyuko Line 4 ป้ายแล้วลงที่สถานี Shinmoyoshida MAP

    ดูแผนที่ Shimoyoshida station



    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    ระหว่างทางเดินไปเจดีย์แดง

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    แค่ระหว่างทางก็ฟินแล้วใช่ไหมละ

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    ถึงแล้วววว ตอนแรกเดินหลงด้วยละ เดินขึ้นเขาไปนู้น บ้าบอมาก ฮ่าๆ ทั้งๆที่อยู่ใกล้นิดเดียว ฟูจิเขาขี้อายมากเลย ออกมายิ้มทักทาย สักพักก็หลบหายไปเหมือนเดิม

    Chureito Pagoda

    ที่อยู่Japan, 〒403-0011 Yamanashi Prefecture, Fujiyoshida, Arakura, 3360−1
    วิธีเดินทางเดินจากสถานี Shimoyoshida ประมาณ 22 นาที

    ดูแผนที่ Chureito Pagoda

    Cr: Pookday

    แวะกินไอติม Sakuramochi กันสักหน่อยก่อนกลับ งื้มม ฟินนน

    Cr: Pookday

    กลับมาถึงสถานี kawaguchiko เนื่องจากจองบัสกลับชินจุกุตอน 13.40 เลยนังมีเวลาเที่ยวต่อ เราเดินกันไปที่ ropeway เพื่อขึ้นกระเช้าดูวิวทะเลสาบ

    Cr: Pookday

    ราคาไปกลับ 800 เยน ก็จะดูวิวฟูจิกันแล้ว ^^

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    ลงมาถึงด้านล่างจะมีจุดขายของที่ระลึก มีเจ้านี้ ย่างไฟร้อนๆแล้วราดด้วยซอส นุ่มหนึบหนับดีจัง

    MT.KACHI KACHI ROPEWAY

    ที่อยู่Japan, 〒 401-0303 Yamanashi-ken, Minamitsuru-gun, Fujikawaguchiko-machi, Fujikawaguchikocho Azagawa, 1163-1
    วิธีเดินทาง เดินมาบริเวณขึ้นกระเช้าประมาณ 12 นาที
    เวลาทำการ9.00-17.20 น. (ช่วงเดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์จะเปิด 9.30-16.40 น.)
    ราคาผู้ใหญ่เที่ยวเดียว 450 เยน ไปกลับ 800 เยน เด็กเที่ยวเดียว 230 เยนไปกลับ 400 เยน
    โทรศัพท์075-204-5543 (+81-75-204-5543)
    WebsiteMT.KACHI KACHI ROPEWAY

    ดูแผนที่ MT.KACHI KACHI ROPEWAY



    เราเดินกลับไปที่สถานี Kawaguchiko กันอีกรอบเพื่อรอขึ้นรถบัสกลับชินจุกุ Platform ที่จอดรถจะอยู่หน้าสถานีเลยค่ะ เมื่อมาถึงสถานีชินจุกุเราก็มุ่งหน้าที่ที่พักกันเลยค่ะ แต่เนื่องจากที่พักเราอยู่ไกล

    จากสถานี เดินวนอยู่ในสถานี หาทางออกเกือบครึ่ง ช.ม เดินตามแผนที่วนไปๆวนมา เห้ย ทำไมตรูมาอยู่ที่เดิมอีกแล้ว จนถาม information พร้อมยื่น Map ในมือถือให้เขาดู หาทางออกได้แล้ว ก็ไปงมที่พักกันต่อ สุดท้ายก็เจอจนได้

    Cr: Pookday

    ที่พักวันที่ 2 วันนี้ชื่อว่า Imano Tokyo Hostel ราคาพันนิดๆ ห้องที่เราอยู่มี 4 เตียง อุปกรณ์ทุกอย่างมีเตรียมไว้ให้ ยกเว้นผ้าเช็ดตัวที่ต้องเช่าราคา 200 เยน มีพื้นที่ตรงระเบียงห้องไว้สำหรับแฮ้งเอ้าท์ สำหรับพบปะพูดคุย แต่ห้องเราเงียบค่ะ ทุกคนต่างพากันนอนหมดเลย

    สิ่งอำนวยความสะดวก
  • FREE WIFI
  • ฝากกระเป๋าก่อนเช็คอิน
  • อุปกรณ์อาบน้ำ
  • ไดร์เป่าผม
  • ห้องอาบน้ำ
  • ปลั๊กสำหรับชาร์ตอุปกรณ์ไฟฟ้า


  • Imano Tokyo Hostel

    ที่อยู่Japan, 〒160-0022 Tokyo, Shinjuku, 5 Chome−12−2
    วิธีเดินทางเดินจากสถานี Shinjuku-sanchome ประมาณ 4 นาที
    เวลาทำการเช็คอินก่อน 23.00 น. เช็คเอ้าท์ 11.00 น.
    ราคา3,500-10,000 เยน มีทั้งแบบห้องพักส่วนตัวและส่วนรวม รองรับตั้งแต่ 1-4 คน
    โทรศัพท์+81 3-5362-7161
    WebsiteImano Tokyo Hostel

    ดูแผนที่ Imano Tokyo Hostel


    Cr: Pookday

    หลังจากขึ้นมาอาบน้ำ พักผ่อน สักผ่อนเราก็ออกเดินทางกันต่อ คืนนี้เรามีเป้าหมายคือ Shibuya เดินทางที่พักเพื่อไปที่สถานีชินจุกุ ไปไม่ถูกก็ใช้อิ๊งขั้นเบสิกถามทางกันไปเรื่อยๆ ตอนแรกหา subway ไม่เจอ เลยต้องใช้ suica card จ่ายเพื่อนั่ง JR เสียตังเลยย ไปชิบุยะกันฮะ ออกทางออก Hachiko exit หายากนิดหน่อย ถามทางอย่างเดียวค่า มีเจ้าเหมียวนั่งอยู่กับฮาจิโกะด้วยละ น่าร้ากก

    Hachiko Memorial Statue

    ที่อยู่apan, 〒150-0043 Tōkyō-to, Shibuya-ku, 渋谷区Dōgenzaka, 2 Chome−2−1
    วิธีเดินทางาลงรถไฟที่สถานี Shibuya ทางออก Hachiko Exit

    ดูแผนที่ Hachiko Memorial Statue



    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    กลับมาที่ย่านชินจุกุกันต่อเพราะต้องเข้าที่พักก่อน 5 ทุ่ม นั่งกลับมา 1 สถานี มาเดินย่าน Kabugicho แหล่งศูนย์รวมความบันเทิง เต็มไปด้วยร้านรวงเยอะมาก

    Kabukicho

    วิธีเดินทางนั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Fukutoshin Line จากสถานี Shibuya ไปลง Shinjuku sanchome

    ดูแผนที่ Kabukicho

    Day 3 Harajuku – Asakusa

    Cr: Pookday

    ตื่นเช้ามากินข้าวที่ชั้นล่างของโฮสเทล

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    วันนี้เราจะไปกันที่ Meji jingu (ศาลเจ้าเมจิ) นั่งจาก Shinjuku-sanchome ไปยังสถานี Meji-jingumae ‘Harajuku’ ห่างเพียง 2 สถานีเท่านั้น เมื่อเดินออกจากสถานีจะเจอสถานีของ Jr พอดี ให้เดินไปทางขวามือเลยฮะ

    Meji jingu

    ที่อยู่Japan, 〒151-8557 Tokyo, Shibuya, Yoyogikamizonocho, 1−1
    วิธีเดินทางนั่งรถไฟจากสถานี Shinjuku-sanchome ขึ้นรถไฟสาย Fukutoshin Line จากนั้นลงที่สถานี Meji-jingumae แล้วเดินต่อไปยังศาลเจ้า
    เวลาทำการเปิดทุกวัน
    ราคาDinner¥2,000~¥2,999, Lunch:¥1,000~¥1,999
    โทรศัพท์075-204-5543 (+81-75-204-5543)
    Websiteawomb

    ดูแผนที่ Meji jingu

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    มาต่อกันที่ Takeshita Street ถนนสายนี้เต็มไปด้วยร้านย่านวันรุ่น เสื้อผ้า บลาๆ อยู่เยื้องๆกับ Harajuku Station

    Cr: Pookday

    มาที่นี่ต้องกินเครปฮะ หวานๆ ละมุนๆ

    Takeshita Street

    ที่อยู่Japan, 〒150-0001 Tōkyō-to, Shibuya-ku, Jingūmae, 1 Chome−19
    วิธีเดินทางเดินจาก Harajuku station ประมาณ 2 นาที
    WebsiteTakeshita Street

    ดูแผนที่ Takeshita Street



    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    ไปต่อกันที่ย่าน Asakusa นั่งเปลี่ยนสถานีที่ Ometa-sando ออกมาก็เจอเจอวัดเซ็นโซจิเลย

    Cr: Pookday

    ถนนสายของกิน อยู่ทางเข้าวัด เดินซอยนี้อาจหมดตัวกับของกินได้ ฮ่าๆ

    Sensoji temple

    ที่อยู่Japan, 〒111-0032 Tōkyō-to, Taitō-ku, Asakusa, 2 Chome−3−1
    วิธีเดินทางเดินประมาณ 6 นาทีจากสถานี Asakusa
    เวลาทำการ6.00-17.00 น. (ตุลาคมถึงมีนาคม 6.00-16.30 น.)
    WebsiteSensoji temple

    ดูแผนที่ Sensoji temple



    Cr: Pookday

    วันนี้เราพักกันที่ย่านนี้แหละฮะ ที่พักเป็นโฮสเทลอีกเช่นเคย Enaka Asakusa Hostel ที่พักอยู่ใกล้วัดเซ็นโซจิมากกก มากจริงๆ แถมราคายังสบายกระเป๋าด้วย ราคา 600 กว่าบาทเท่านั้น

    “ยินดีต้อนรับสู่ อาซากุสะ” สาวน้อยขายราเมงหน้าที่พัก มีโอกาสได้พูดคุยกับเธอเรื่องการท่องเที่ยว เธอน่ารักจนน่าจีบ ฮ่าๆ ขอบคุณนะ

    สิ่งอำนวยความสะดวก
  • FREE WIFI
  • อุปกรณ์อาบน้ำ
  • พื้นที่พักผ่อนส่วนรวม
  • ไดร์เป่าผม
  • ล็อกเกอร์
  • ปลั๊กเสียบอุปกรณ์ไฟฟ้า
  • ห้องพักแบบรวมแคปซูล


  • Enaka Asakusa Hostel

    ที่อยู่Japan, 〒 111-0032 Tōkyō-to, Taitō-ku, Taito-ku Asakusa, 1 Chome-29-9
    วิธีเดินทางเดินจากสถานี Asakusa ประมาณ 4 นาที
    WebisteEnaka Asakusa Hostel

    ดูแผนที่ Enaka Asakusa Hostel

    Day 4 Tsukiji fish market – Imperial Palace – Roppongi – Tokyo Metropolitan Government Building – Ueno

    Cr: Pookday

    ไม่ต้องแปลกใจว่าทำไมวันนี้ไปอะไรหลายที่ขนาดนี้ วันสุดท้าย และเก็บตกทุกที่ด้วยรถไฟใต้ดิน บอกเลยว่าใช้คุ้มมาก

    Tsukiji fish market : ตลาดปลาโตเกียว

    เราออกจากย่าน Asakusa เปลี่ยนรถที่ Daimon เพื่อไปสถานี Tsukijishijo ใช้เวลา 27 นาทีในการเดินทาง

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    แนะนำให้มาช่วงเช้าดีกว่า ตลาดกำลังคึกคักเลยละ จุดมุ่งหมายของที่นี่เรามาเพื่อออ กินแซลมอน ทูน่า ของสดด หิวเลย

    Cr: Pookday

    เดินออกจากสถานีแล้วเลี้ยวขวาออกไปเรื่อยๆตามเขาไป ก็จะเจอ เลี้ยวเข้าตลาดกันเลยค่ะ

    Tsukiji fish market

    ที่อยู่Japan, 〒104-0045 Tokyo, Chuo, Tsukiji, 5 Chome−2−1
    วิธีเดินทางลงรถไฟที่สถานี Tsukiji จากนั้นเดินต่อประมาณ 4 นาที
    ราคา5.00-14.00 น.
    WebsiteTsukiji fish market

    ดูแผนที่ Tsukiji fish market



    Imperial Palace : พระราชวังอิมพีเรียล 

    Cr: Pookday

    Cr: Pookday

    สำหรับคนที่มาเที่ยวโตเกียวที่นี้ถือเป็นสถานที่อันดับแรกๆ ที่ผู้คนต้องมาเที่ยวชม ไหนๆ วันนี้เราก็มีเวลากันทั้งวันละ ก็เลยต้องมากันซะหน่อย โดยไฮไลท์ของที่นี่ก็ต้องมาถ่ายรูปกันที่ สะพานแว่นตา (Nijubashi Bridge)

    การเดินทางนั้นเรานั่งต่อมาจาก ตลาดปลา tsukiji ต้องนั่ง 3 ต่อ เพื่อมาลงที่สถานี Tokyo เมื่อมาถึงสถานี Tokyo อาจจะค่อนข้างสับสนนะคะ เพราะเป็นสถานีใหญ่มาก ออกทางออก 4a 4b เดินตามป้ายไปเรื่อยๆ เลี้ยวเข้าไปจะเหมือนเดินเข้าห้างสรรพสินค้า เมื่อเดินเข้ามา จะมีป้ายบอกว่าพระราชวังอิมพีเรียล (Imperial Palace) ให้ตรงออกประตูข้างหน้าเลย อากาศวันที่เรามาค่อนข้างฟ้ามัวๆ เย็นๆ เหงาๆ เย้ยย เดินขาลากเลยค่ะ ฮ่าๆ

    Imperial Palace

    ที่อยู่Japan, 〒100-8111 Tōkyō-to, Chiyoda-ku, Chiyoda, 1−1
    วิธีเดินทางเดินจากสถานี Takebashi ประมาณ 10 นาที
    เวลาทำการเดือนมีนาคมถึงตุลาคม 9.00-16.30 น. เดือนพฤศจิกายนถึงกุมภาพันธ์ 9.00-16.00 น.)
    WebsiteImperial Palace

    ดูแผนที่ Imperial Palace



    Ropponji Hill : ย่านแสงสี

    Cr: Pookday

    ที่จริงแล้ว จากพระราชวังอิมพีเรียลเรากะว่าจะไปต่อที่ Tokyo Metropolitan Government Building แต่เห็นว่าต้องผ่านสถานีนี้ก่อนพอดี และแวะก่อนสักหน่อย ย่านรปปงงิของโตเกียวถือว่าเป็นย่านแสงสีที่มีความคึกคักมากโดยเฉพาะกับชาวต่างชาติ ที่ๆเต็มไปด้วยอาคาร สำนักงาน ร้านค้า ร้านอาหาร แต่เราแวะขึ้นไปไม่นาน แล้วก็ไปต่อ

    Ropponji Hill

    ที่อยู่Japan, 〒106-6108 Tōkyō-to, Minato-ku, Roppongi, 6 Chome−11−1
    วิธีเดินทางลงที่สถานี Roppongi จากนั้นเดินต่อประมาณ 7 นาที
    เวลาทำการ10.00-21.00 น.

    ดูแผนที่ Ropponji Hill

    Tokyo Metropolitan Government Building : ตึกศาลาว่าการกรุงโตเกียว

    Cr: Pookday

    ที่นี่ได้รับความนิยมจากนักท่องเที่ยวเป็นจำนวนมากเพราะว่าทางตึกได้เปิดพื้นที่บางส่วนให้ สามารถขึ้นไปชมวิวมุมสูงของเมืองโตเกียวได้ฟรี ที่ชั้น 45 โดยทางขึ้นมีสองฝั่ง คือฝั่งเหนือ (The North Observatory) และฝั่งใต้ (The South Observatory)

    Tokyo Metropolitan Government Building

    ที่อยู่Japan, 〒163-8001 Tokyo, Shinjuku, Nishishinjuku, 2 Chome−8−1
    วิธีเดินทางนั่งรถไฟมาลง Tochomae จากนั้นเดินต่อประมาณ 3 นาที
    เวลาทำการหอชมวิวทิศใต้เปิดตั้งแต่ 9.30-17.30 (ทิศเหนือเปิดถึง 23.00)
    ราคาDinner¥2,000~¥2,999, Lunch:¥1,000~¥1,999
    โทรศัพท์075-204-5543 (+81-75-204-5543)
    Websiteawomb

    ดูแผนที่ Tokyo Metropolitan Government Building



    Ameyoko (Ueno) : แหล่งช้อปคึกคัก

    Cr: Pookday

    เราไปๆ กลับๆ ระหว่าง Ueno กับ Asakusa บ่อยมาก เพราะอยู่ห่างแค่สถานีเดียว ที่นี่จะมี Ameyoko Market เป็นตลาดที่มีความคึกคักเกือบตลอดเวลา ที่นี่มีสินค้าหลากหลายชนิด ทั้งของใช้ต่างๆ ของกิน กระเป๋า ขาช็อปรองเท้าถ้าได้มาต้องติดใจแน่นอน นี่แหละคือเหตุผลว่าทำไมต้องทำให้เป้เบาตอนขามา อิอิ แต่เราก็ซื้อของกลับได้ไม่เยอะ เพราะมีกระเป๋ามาใบเดียว ไม่งั้นหลังหักแน่นวล

    Ameyoko (Ueno)

    ที่อยู่4 Chome Ueno, Taito-ku Tokyo 110-0005, Japan/td>
    วิธีเดินทางเดินจากสถานี Ueno ประมาณ 2 นาที
    เวลาทำการ10.00-20.00 น.
    WebsiteAmeyoko (Ueno)

    ดูแผนที่ Ameyoko (Ueno)



    Cr: Pookday

    ช่วงเย็นเรามีแพลนไปนอนที่สนามบินนาริตะ เพราะบินรอบเช้าของวันพรุ่งนี้ โดยนั่ง Keisei Skyliner จาก Ueno ประมาณ 40 นาที ก็ถึง

    เราลง Terminal 2 สำหรับใครที่ต้องบินไฟลท์เช้าที่ต้องการนอนค้างคืน จะมีห้องสำหรับคนที่ต้องการค่ะ เมื่อเข้ามาที่เทอมินอล 2 ชั้น 1 ฝั่งด้านขวามือของเรา เดินไปจะเห็นป้าย North waiting area เดินตรงไปทางนั้นเรื่อยๆ เรื่อยๆเลยค่ะ

    เดินเข้ามาจะเจอห้องที่มีเก้าอี้โซฟาเรียงรายมากมาย คนน้อยด้วย มีปลั๊กให้ใช้บริการ มุมอ่านหนังสือ ตู้กดน้ำ ห้องน้ำพร้อม จะมีเจ้าหน้าที่คอยเดินดูความเรียบร้อยให้ตลอด ดีงามมาก

    Cr: Pookday

    ส่วนเรื่องอาบน้ำ คงต้องใช้บริการ 9 hour อยู่ที่ชั้น 2 เดินหาป้าย แล้วเดินตามป้ายไปเรื่อยๆเลย (พอดีไม่ได้ถ่ายรูปมา) จะมีห้องพักแคปซูล ห้องสำหรับงีบกี่ชั่วโมงแล้วแต่เรา ถ้าห้องสำหรับอาบน้ำราคาหนึ่งพันเยน มีเวลาอาบน้ำได้ถึง 1 ช.ม วันนี้เราใช้บริการอาบน้ำค่ะ ฟินน

    9 hour

    ที่อยู่Narita International Airport Terminal 2, 1-1 Furugome, Narita-City, Chiba 282-0004 Japan
    เวลาทำการ24 ชั่วโมง
    ราคาอาบน้ำ 1,000 เยน
    Website9 hour

    ดูแผนที่ 9 hour

    เล่ามาซะยืดยาวเลย ส่วนที่เหลือก็ให้ได้พบเจอเองละกันเนอะ ถือว่าเป็นประสบการณ์ที่ต่างคนต่างจะได้รับไม่เหมือนกัน

    ค่าใช้จ่ายไม่รวมค่าเครื่อง ราวๆ 14000 ค่าเดินทางเอาจริงๆ มีอีกหลายเส้นทางที่สามารถเซฟได้มากกว่านี้ แต่เวลาในการเดินทางพอๆ กัน

    ข้อสรุป

    สิ่งที่เราได้กลับมาหลังจากไปคือ
  • เรื่องยืนชิดขวาเวลาขึ้นบันไดเลื่อน
  • ติดเดินเร็ว555 เวลาเดินในสถานีรถไฟ เขารีบ เราก็ต้องรีบ ไม่งั้นโดนเดินชน
  • คำขอบคุณ ทุกครั้งที่ได้รับอะไรหรือมีใครทำอะไรให้
  • อยากเอาอากาศกลับมา โตเกียว 15 พี่ไทยเรา 35 C น๋องละลายย

  • ขอให้มีความสุขกับการเดินทางนะฮะ คงได้กลับไปอีกแน่นอน