เที่ยวสนุกและได้เรียนรู้เรื่องบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่ CUPNOODLES MUSEUM OSAKA

24/11/2023
เชื่อว่าเพื่อนๆ แทบทุกคนต้องเคยทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันมาบ้าง ยิ่งปลายเดือนด้วยแล้วเหมือนนัดกันเลยก็ว่าได้กับเจ้าเส้นสีเหลืองที่เพียงแค่เติมน้ำร้อนรออีกครู่ ก็ได้อิ่มอร่อยกันแล้ว สำหรับประเทศที่ถือได้ว่าเป็นต้นตำรับของอาหารประเภทนี้อย่างญี่ปุ่นเองก็เรียกได้ว่าเป็นของที่ต้องมีไว้ติดบ้าน โดยสถิติบอกว่า ใน 1 เดือน คนญี่ปุ่นทานบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กันคนละ 3-4 ครั้งเลยล่ะ วันนี้เราเลยอยากจะพาคุณไปทำความรู้จัก บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปกันให้มากขึ้นที่ CUPNOODLES MUSEUM OSAKA ที่ที่คุณจะได้ชิมบะหมี่ที่มีเพียงชามเดียวในโลก!
SOMPO

ทำความรู้จัก CUPNOODLES MUSEUM OSAKA

CUPNOODLES MUSEUM OSAKA (พิพิธภัณฑ์อนุสรณ์การค้นพบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป) คือที่ที่เราจะพาคุณมารู้จักกับเรื่องราวของบะหมี่ถ้วยแรก โดยที่นี่ถือว่าเป็นสถานที่ท่องเที่ยวยอดนิยมของ Ikeda โอซาก้า และยังถือว่าเป็นที่ให้กำเนิด “บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป” และ “ราเมนไก่” ถ้วยแรกในปี 1958 กับความอร่อยที่สะดวกและรวดเร็ว จนได้รับความนิยมมาจนถึงปัจจุบัน

CUPNOODLES MUSEUM OSAKA สร้างขึ้นในปี 1999 เพื่อเป็นพิพิธภัณฑ์อนุสรณ์การค้นพบบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปในกระท่อมเล็กๆ ของ Ando Momofuku ซึ่งก็คือผู้ก่อตั้ง Nissin Foods ที่เรารู้จักกัน โดยไกทำการเก็บรวมรวมข้อมูล และอุปกรณ์ที่เคยใช้ในการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ซึ่งนอกจากการกำเนิดและประวัติศาสตร์การพัฒนาบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปแล้ว ยังมีนิทรรศการและส่วนต่างๆ ให้ได้เที่ยวชม รวมถึงได้ทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถ้วยเดียวในโลกที่คุณลงมือทำเองอีกด้วย

แต่ละส่วนของ CUPNOODLES MUSEUM OSAKA

1. The Birth of Chicken Ramen

จุดแรกที่จะทำให้เราเข้าใจและเข้าถึงต้นกำเนิดของ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปก็คือ The Birth of Chicken Ramen กระท่อม(จำลอง) ที่คุณ Ando Momofuku ใช้ในการคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป โดยต้องอดหลับอดนอนเป็นปีเลยทีเดียวกว่าจะได้สูตรที่ลงตัว ด้านหน้าคือจักรยานที่เขาใช้ในการขนแป้ง และหุ่นจำลองไก่ที่จูกนำไปใช้เป็นน้ำซุป ภายในมีอุปกรณ์ต่างๆ อาทิ หม้อตุ๋น, เครื่องชั่ง, ตะแกรง, ทัพพี ซึ่งเป็นอุปกรณ์แบบดั้งเดิมที่ใช้มาตั้งแต่แรก

เป้าหมายของคุณ Ando Momofuku ก็คือการทำบะหมี่ที่ กินง่าย เพียงแค่เติมน้ำร้อน สามารถพกพาไปไหนก็ได้ เก็บได้นาน และมีรสชาติที่อร่อย ซึ่งเขาสามารถทำมันได้สำเร็จในปี 1958 เรียกได้ว่า  “ราเมนไก่” รุ่นบุกเบิก คำถามคือแล้วทำไมต้องเป็นราเมนไก่ เรื่องนี้เกิดจากไก่ตัวหนึ่งในบ้านอาละวาดจนลูกชายเขากลัวและไม่กล้ากินไก่ แต่ถ้าเป็นน้ำต้มซุปไก่ก็กินได้ปกติ อีกอย่างไก่เป็นอาหารที่คนทั่วโลกกินได้นั่นเอง

2. Momofuku Ando and the Story of Instant Noodles

ส่วนต่อมาก็คือ Momofuku Ando and the Story of Instant Noodles นิทรรศการแบบอินเทอร์แอคทีฟ ที่แสดงเป็นกราฟิกเรียงตามลำดับเหตุการณ์ ของ Momofuku Ando ชายผู้อุทิศชีวิตเพื่อสร้างวัฒนธรรมอาหารแบบใหม่ ที่ชาวโลกรู้จักกันดีในปัจจุบันอย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป

ซึ่งในส่วนนี้เรียกได้ว่าเป็นเทคโนโลยีที่เข้าถึงได้ง่าย แม้แต่เด็กๆ ก็สามารถใช้งานได้แถมยังให้ความรู้ผสมกับความสนุกเพลิดเพลินอีกด้วย

หลังจากเกิดบะหมี่ถ้วยแรกคุณ Ando ก็เลยมีแนวคิดที่จะเผยแพร่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปให้คนทั่วโลกได้รู้จัก และมีครั้งหนึ่งที่เขานำราเมนไก่ไปที่อเมริกา แล้วปรากฏว่าที่นั่นไม่มีชามและตะเกียบ จึงประยุกต์ใช้ถ้วยกระดาษกับช้อนส้อมแทน วินาทีนั้นเองที่คุณ Ando คงคิดในใจว่า “ยูเรก้า” ฉันพบแล้ว และในปี 1971 ก็เกิดเป็นปะหมี่กึ่งสำเร็จรูปที่มาในถ้วยแบบที่เราเห็นกันจนทุกวันนี้

ตำนานของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปยังไม่จบแค่ในโลก เพราะ ในวันที่ 23 กรกฎาคม ปี 2005 อาหารชนิดนี้ก็ได้ทะยานสู่อวกาศกับกระสวยอวกาศ Discovery พร้อมกับ Noguchi Soichi นักบินอวกาศชาวญี่ปุ่น พร้อมซุปกระดูกหมู, มิโสะ, แกงกะหรี่ โชยุ โดยสั่งพิเศษเป็น “Space Ram” ที่สามารถกลับสู่สภาพเดิมที่ความร้อน 70 องศาเซลเซียส ในสภาพไร้แรงโน้มถ่วง ซึ่งปรากฏว่ารสชาตินั้นยังเหมือนเดิม เรียกว่าอร่อยทะลุอวกาศเลยก็ว่าได้

3. Magical Table

มาถึงส่วนที่ 3 ของ CUPNOODLES MUSEUM OSAKA ก็คือ Magical Table หรือ โต๊ะมหัศจรรย์ ซึ่งในพื้นที่นี้คุณจะได้เข้าใจลึกซึ้งเกี่ยวกับเรื่องราวของบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป รวมถึงสนุกและเพลิดเพลินไปกับแบบทดสอบต่างๆ ว่าคุณมีความเข้าใจแค่ไหน เรียกว่าเป็บแบบทดสอบหลังเรียนรู้ก็ได้

โดยคำถามจะเป็นลักษณะของการเติมคำในช่องว่าง การตอบว่าจริงหรือเท็จ และอื่นๆ หมวดละ 5 คำถาม ซึ่งจะได้รับรางวัลก็ต่อเมื่อตอบถูก 4 ข้อขึ้นไป

4. CUPNOODLES Drama Theater

มาต่อกันเลยกับ CUPNOODLES Drama Theater  ที่ออกแบบมาให้เหมือนกับรูปทรงของถ้วยบะหมี่ ที่นี่คุณจะได้เพลิดเพลินและได้ความรู้กับภาพที่ฉายบนจอขนาดใหญ่  โดยใช้เวลาประมาณ 13 นาที

สำหรับรูปแบบการนำเสนอนั้นจะเป็น แอนิเมชั่น เกี่ยวกับการคิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป กระบวนการผลิตต่างๆ รวมถึงการเก็บรักษาในถ้วย ซึ่งกราฟฟิกที่ทำออกมานั้นราวกับว่าเรามีส่วนเข้าไปอยู่ในสายการผลิตจริงๆ เลยทีเดียว

5. Exhibition of Instant Noodles

ไฮไลท์ต่อมาก็คือการจัดแสดงนิทรรศการบะหมี่กึ่งสําเร็จรูป (Exhibition of Instant Noodles) ที่แสดงให้ผู้เข้าชมเห็นว่าในแต่ละปีนั้นมีผู้บริโภคบะหมี่กึ่งสําเร็จรูปมากมายมหาศาลแค่ไหน โดยปัจจุบัน CUPNOODLES มีจำหน่ายใน 80 ประเทศทั่วโลก แบ่งออกเป็นหลายภูมิภาคด้วยกัน

นอกจากนี้ที่ Exhibition of Instant Noodles คุณยังจะได้ชมแพ็คเกจ CUPNOODLES จากหลายประเทศทั่วโลก นับตั้งแต่คิดค้นโดย Momofuku Ando ในปี 1971 จนถึงปัจจุบัน ใครไปแล้วเจอของไทยเราส่งรูปมาอวดกันหน่อยนะ

6. Chicken Ramen Factory

ถือว่าเป็นไฮไลท์ของการมาเที่ยวที่ CUPNOODLES MUSEUM เลยก็ว่าได้ สำหรับ Chicken Ramen Factory เพราะที่นี่คุณจะได้เห็นกระบวนการผลิตและลงมือทำราเมนไก่ด้วยตัวเองตั้งแต่การนวดแป้ง การทำเส้น การนึ่ง การออกแบบถ้วยบะหมี่ จนถึงการได้ก้อนบะหมี่ที่ทำมันด้วยมือของตัวคุณเอง

ผู้เข้าร่วมทุกคนจะได้รับผ้าพันคอที่ระลึกฮิโยโกะจัง (มาสคอตราเมนไก่) โดยในส่วนนี้ต้องทำการจองล่วงหน้า มีการจำกัดอายุ และมีค่าใช้จ่ายดังนี้

รายการรายละเอียด
ค่าธรรมเนียมการเข้าชมเด็กประถม 600 เยน / นักเรียนมัธยมต้นขึ้นไป 1,000 เยน (รวมภาษี) กรณีเป็นกิจกรรมทางการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าชมฟรี
ข้อจํากัดเด็กก่อนวัยรียนไม่สามารถเข้าร่วมกิจกรรมการทำราเมนไก่
จำนวนผู้เข้าชมสูงสุด 48 คนต่อ/รอบ
เวลาเปิดบริการ9:30-16:30 น.
ระยะเวลาการเข้าชม90 นาที
ตารางเวลาแต่ละรอบ9:30 / 11:00 / 13:15 / 14:45 น.

สำหรับการจองนั้นสามารถจองได้ที่ CUPNOODLES MUSEUM OSAKA ผ่านทางเว็บไซต์ กดจองได้ที่นี่

7. My CUPNOODLES Factory

ที่ My CUPNOODLES Factory คุณจะได้ลงมือทำแพ็คเกจ CUPNOODLES รสต้นตำรับของคุณเองที่มีถ้วยเดียวในโลก โดยมีน้ำซุปให้เลือก 4 แบบ คือ CUPNOODLES, CUPNOODLES CURRY,  SEAFOOD NOODLES และ Chili TOMATO CUPNOODLES พร้อมท็อปปิ้งอีก 12 ชนิด อาทิ เค้กปลาฮิโยโกะจัง, Nazo Niku (หมูสับ), กิมจิ, กุ้ง และไข่ เป็นต้น รวมๆแล้วจะมีทั้งหมดถึง 5,460 รสชาติเลยล่ะ

ภาพแสดงขั้นตอนการทำบะหมี่ถ้วยฝีมือคุณเอง

ในส่วนของ My CUPNOODLES Factory นั้นไม่จำเป็นต้องมีการจองล่วงหน้า แต่ต้องไปก่อนถ้วยจะหมดหากเป็นช่วงเวลาที่นักท่องเที่ยวเข้ามาเที่ยวกันเยอะ  โดยรายละเอียดการเข้าชมและค่าใช้จ่ายมีดังนี้

รายการรายละเอียด
เวลาทําการ9.30-16.30 น. รอบสุดท้ายเข้าได้ 15.30 น.
ค่าใช้จ่ายถ้วยละ 500 เยน (รวมภาษี)
กรณีเป็นกิจกรรมทางการเรียนการสอนระดับประถมศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น หรือมัธยมศึกษาตอนปลาย เข้าชมฟรี 
ระยะเวลา45 นาที สำหรับการทำ CUPNOODLES จนเสร็จ

8. Museum Shop

หลังจากเพลิดเพลินและได้ความรู้ รวมถึงได้ทำบะหมี่กึ่งสำร็จรูปของตัวเองกันแล้ว ที่ CUPNOODLES MUSEUM OSAKA ก็ถึงเวลากลับ แต่เดี๋ยวก่อน!!! ลืมอะไรไปหรือเปล่า? เพราะต้องไปพลาดชมและช้อปที่ Museum Shop บอกเลยว่ากระเป๋าตังค์สั่นแน่นอน เพราะมีของให้ซื้อเยอะมาก อาทิ พวงกุญแจฮิโยโกะจัง, ขนมปังไก่ราเมน, ปากกาลูกลื่น ปากกาฮิโยโกะจัง และอื่นๆ อีกเพียบ

ตุ๊กตาไก่น้อย น่ารักมากๆ

ยังมีขนมน้องไก่

น้องคนนี้ก็มาจากไก่

มีของฝากจากน้องไก่เต็มไปหมดเลย หากมาที่นี่ก็ลองซื้อกลับไปเป็นของฝากได้นะ ถูกใจผู้รับแน่นอน

พิกัด CUPNOODLES MUSEUM OSAKA

ที่อยู่8-25 Masumi-cho, Ikeda-shi, Osaka 563-0041
วิธีเดินทางขึ้นรถไฟสาย Hankyu-Takarazuka Line แล้วลงที่สถานี Ikeda ทางออก Masumi-cho Homen จากนั้นเดินต่ออีกราว 5-7 นาที
เวลาทำการ9.30-16.30 น. รอบสุดท้ายเข้าได้ 15.30 น.
ราคาชั่วโมงละ 300 เยน (กรณีต้องการทำบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปมีค่าใช้จ่าย)         
Website https://www.cupnoodles-museum.jp/en/

ดูแผนที่ CUPNOODLES MUSEUM OSAKA

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง CUPNOODLES MUSEUM OSAKA

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง CUPNOODLES MUSEUM OSAKA ที่หากเที่ยวเสร็จแล้วยังมีเวลาเหลือก็ไปเที่ยวต่อได้เลย

1. Asahi Beer Museum

เครดิตภาพ https://www.asahibeer.co.jp/brewery/suita/

สำหรับคอเบียร์แล้วบอกเลยว่าต้องไปเยือน Asahi Beer Museum ให้ได้ โดยเฉพาะคนรัก Asahi เบียร์ที่ถือว่าดื่มลื่นคอยี่ห้อหนึ่งก็ว่าได้ โดยที่นี่สร้างขึ้นมาด้วยแนวคิดการเป็น พิพิธภัณฑ์ที่คุณจะได้ดื่มด่ำกับเครื่องดื่มที่ดีที่สุดและน่าจดจำ การลิ้มลองเครื่องดื่มที่เหมาะสมกับตัวคุณเอง

เครดิตภาพ https://www.asahibeer.co.jp/brewery/suita/

นอกจากนี้ยังจะได้เห็นวิวัฒนาการของ Asahi ว่ามีที่มาที่ไปอย่างไร มีบรรจุภัณฑ์และรสชาติแบบไหนบ้างที่ถูกผลิตขึ้น ทั้งแบบขวด แบบกระป๋องและเบียร์แบบ Super Dry ที่คุณจะหลงรัก

เครดิตภาพ https://www.asahibeer.co.jp/brewery/suita/

และด้วยความเป็นบริษัทในญี่ปุ่นคุณจึงจะได้เห็นพัฒนาการต่างๆ ผ่านการนำเสนอที่ทันสมัย ผ่านทางเทคโนโลยีเสมือนจริง(VR) และห้องฉายภาพ ที่นอกจากอดีตแล้วยังรวมถึงอนาคตของบริษัทด้วย

เครดิตภาพ https://www.asahibeer.co.jp/brewery/suita/

พิกัด Asahi Beer Museum

ที่อยู่1-45 Nishinoshocho, Suita, Osaka 564-0071
วิธีเดินทางมันจะใช้เวลา 10 นาทีเพื่อเดินจากสถานีเกียวโต
เวลาทำการ10.00-15.00 น.
ราคาอายุ 20 ปีขึ้นไป คนละ 1,000 เยน, นักเรียนประถมขึ้นไป 300 เยน แสดงบัตรผู้พิการมีส่วนลด
Website   https://www.asahibeer.co.jp/brewery/suita/

ดูแผนที่ Asahi Beer Museum

2. Tower of the Sun

มาต่อกันที่ Tower of the Sun “หอคอยแห่งดวงอาทิตย์” ที่ต้องบอกว่ามีที่ให้ถ่ายรูปเยอะมาก แถมยังดูอาร์ตสุดๆ ที่นี่เป็นหนึ่งในแลนด์มาร์กสำคัญของสวน Osaka Expo ’70 Park และยังได้ชื่อว่าเป็นสถานที่ชมดอกซากุระที่สวยที่สุด 1 ใน 100 จุดของประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย จุดเด่นก็คือการเป็นงานศิลปะ แนว Abstract ที่มีรูปร่างแปลกตา ออกแบบโดย Taro Okamoto ด้านในนั้นมีทั้งพื้นที่จัดแสดงงานงานศิลปะ และพิพิธภัณฑ์  ถือเป็นจุดเช็คอินแห่งหนึ่งของเมืองเลยล่ะ

สำหรับแนวคิดการออกแบบ Tower of the Sun นั้นซ่อนความหมายเกี่ยวกับการพัฒนาที่ไม่สิ้นสุดของมนุษยชาติ นำเสนอผ่านใบหน้า 4 ส่วน คือ ใบหน้าทองคำสื่อถึงอนาคต, ใบหน้าส่วนกลางสื่อถึงปัจจุบัน, ใบหน้าพระอาทิตย์สีดำสื่อถึงอดีต และใบหน้าดวงอาทิตย์ใต้ดินที่ปัจจุบันไม่มีอยู่แล้ว นอกจากนี้ยังมีร้านขายของที่ระลึกเอาไว้ให้ซื้อกลับบ้านเป็นของฝากอีกด้วย

ยังมีร้านของฝากให้มาเลือกซื้อได้ที่นี่อีกด้วย

พิกัด Tower of the Sun

ที่อยู่10-1 Senribanpakukoen, Suita, Osaka
วิธีเดินทางใช้รถไฟสาย Osaka Monorail แล้วลงที่สถานี Banpaku-Kinen-Koen จากนั้นเดินต่อราว 7 นาที
เวลาทำการเปิดทุกวัน 9.30-17.00 น. หยุดวันพุธ  (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30 น.)
ราคาผู้ใหญ่ 700 เยน, เด็ก 300 เยน, นักเรียน นักศึกษา 200 เยน
Websitehttps://taiyounotou-expo70.jp/en/

ดูแผนที่ Tower of the Sun

3. Nifrel Aquazoo

เครดิตภาพ https://www.facebook.com/nifrel.jp

ปิดท้ายกันที่ Nifrel Aquazoo พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำรูปแบบใหม่ที่ต้องบอกว่าทั้งสวยและน่าพาเด็กๆ ไปเที่ยวมาก เพราะเต็มไปด้วยสัตว์นานาชนิด แถมขึ้นชื่อว่าเป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ใหญที่สุดในโลกอีกด้วย โดยที่นี่คุณจะได้พบกับสัตว์น้ำหลายสายพันธุ์แบบใกล้ชิด ซึ่งนอกจากเรื่องของความใหญ่โตและสัตว์ต่างๆ แล้ว การออกแบบของที่นี่ก็ยังอลังการงานสร้าง

เครดิตภาพ https://www.facebook.com/nifrel.jp

โดย Nifrel Aquazoo แบ่งออกเป็นทั้งหมด 8 โซนด้วยกัน อาทิ โซน Biodiversity ที่คุณสามารถนั่งเล่นแบบชิลๆ พร้อมชมภาพแบบ 3 มิติแบบไดนามิก, โซน Abilities ที่แสดงความสามารถของสัตว์ต่างๆ เช่นการเปลี่ยนสีไปตามที่อยู่ การพ่นน้ำ, โซน Colors ที่มีสีสันสวยงาม หรือ โซน Waterside ที่มีสัตว์หายากเอ ไว้ให้นักท่องเที่ยวได้ชมกัน เป็นต้น

พิกัด Nifrel Aquazoo

ที่อยู่2-1 Senribanpakukoen, Suita, Osaka
วิธีเดินทาง ใช้รถไฟสาย Osaka Monorail แล้วลงที่สถานี Bampuku-Kinen-Koen จากนั้นเดินเพลินๆ ไม่ถึง 5 นาที
เวลาทำการ10.00-20.00 น.
ราคาเด็กก่อนวัยเรียน 600 เยน, นักเรียนประถมและมัธยมต้น 1,000 เยน , ผู้ใหญ่และนักเรียนมัธยมปลาย 1,900 เยน
Website https://www.nifrel.jp/

ดูแผนที่ Nifrel Aquazoo

สรุป

CUPNOODLES MUSEUM OSAKA ถือว่าเป็นสถานที่สำคัญทางประวัติศาสตร์แห่งหนึ่งก็ว่าได้เนื่องจากให้ความรู้และความเพลิดเพลินไปกับการคิดค้นและพัฒนาการของอาหารที่คนทั่วโลกรู้จักหรือมีติดบ้านเอาไว้อย่างบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป สำหรับใครที่กำลังวางแผนไปเที่ยวญี่ปุ่นอย่าลืมแวะไปเช็คอินแล้วก็ถ่ายรูปมาอวดกันด้วยนะครับ

เที่ยวชมแดนเทพนิยาย ต้นกำเนิดของญี่ปุ่นอิซูโมะ
Tonnam

Blogger : Tonnam

นักเขียนบ้าพลังกับตัวอักษรพูดได้ของเขา

9 Posts

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515