คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
17%
10%
5%

การเลือกกันแดดต้องพิจารณาทั้งสภาพผิวและการใช้งาน เพราะถ้าเลือกไม่เหมาะกับผิวอาจทำให้ใช้แล้วไม่สบายใจหรือเกิดปัญหาผิวตามมาได้ด้วยเช่นกัน
ผิวแห้งนั้นมักจะต้องการความชุ่มชื้นเป็นพิเศษ ดังนั้นแนะนำให้เลือกกันแดดสูตรที่มี Hyaluronic Acid ซึ่งมีจุดเด่นคือสามารถอุ้มน้ำได้ดี ทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น ทาแล้วผิวไม่แห้งตึง
คนผิวมันควรเลือกกันแดดเนื้อเจลหรือเอสเซนส์ที่บางเบา ซึมไว ไม่เพิ่มความมัน เป็นสูตร Oil-free หรือ Non-comedogenic ไม่อุดตันรูขุมขน หรือพิจารณาเลือกกันแดดที่มีส่วนผสมของสารที่สามารถควบคุมความมันได้เช่น สาร Silica, VP/Hexadecene Copolymer, Octocrylene
สำหรับผู้ที่ผิวแพ้ง่ายนั้น จะต้องหากันแดดสูตรที่มีส่วนผสมอ่อนโยน ไม่มีน้ำหอม แอลกอฮอล์ พาราเบน และควรเป็น Physical Sunscreen ที่ใช้ Zinc Oxide หรือ Titanium Dioxide เพราะอ่อนโยนต่อผิว แต่ต้องระวังว่ากันแดดสำหรับผิวแพ้ง่ายนั้น มักมีค่า SPF ต่ำกว่า (SPF 30 PA++) เหมาะกับใช้ในร่มหรือชีวิตปกติ หากต้องเผชิญแสงแดดจัดควรเลือกรุ่นที่มีค่า SPF/PA สูงกว่า และควรทดสอบบริเวณข้อพับแขนก่อนใช้จริงเสมอ
สำหรับใช้ประจำวันควรเป็นกันแดดที่มีเนื้อบางเบา ถ้ามีความคล้ายกับแป้งยิ่งดี ทำให้ไม่เหนอะผิว และทำให้ผิวมีความชุ่มชื้น
กิจกรรมกลางแจ้ง เล่นกีฬา เที่ยวทะเล ต้องการกันแดดทนทาน และที่ขาดไม่ได้คือต้อง กันน้ำ กันเหงือ ติดแน่น ควรเลือกสูตร Water-resistant หรือ Very Water-resistant เช่น Anessa Perfect UV Skincare Milk หรือ Allie Extra UV Gel ที่มีเทคโนโลยีกันน้ำกันเหงื่อระดับสูง
SPF และ PA คือระบบป้องกันคนละส่วนที่ทำงานร่วมกันเพื่อให้ผิวปลอดภัยจากรังสี UV
รังสีชนิดนี้ทำให้ผิว “ไหม้แดด” แสบ แดง และลอก รวมถึงเป็นตัวการหลักของโรคมะเร็งผิวหนัง
รังสีชนิดนี้ทะลุผ่านกระจกและก้อนเมฆได้ลึกถึงชั้นผิวหนังแท้ ทำให้เกิด “ริ้วรอย” หน้าแก่ก่อนวัย ผิวเหี่ยว และจุดด่างดำ (UVA มีอยู่ทุกที่แม้ในวันที่ไม่มีแดด) ยิ่งมีเครื่องหมายบวกเยอะ ยิ่งกันได้นานและดีขึ้น
ครีมกันแดดญี่ปุ่นขึ้นชื่อเรื่องเนื้อสัมผัสที่บางเบาและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามากค่ะ ซึ่งส่วนใหญ่ร้านค้าที่ญี่ปุ่นจะแบ่งประเภทตาม “เนื้อสัมผัส (Texture)” และ “วัตถุประสงค์การใช้งาน” ดังนี้
Essence / Gel: เป็นเนื้อสัมผัสยอดฮิตที่สุด เนื้อจะแตกตัวเป็นน้ำ ซึมไวมาก ไม่ทิ้งคราบขาว เหมาะกับคนผิวมันหรือผิวผสม Milk (โลชั่นเนื้อน้ำนม): มักจะมาในขวดที่ต้องเขย่าก่อนใช้ เนื้อจะเหลวและเซตตัวเป็นแป้งเบาๆ คุมมันได้ดีกว่าแบบเจล และมักจะกันน้ำกันเหงื่อได้ดีเยี่ยม
Cream: เนื้อเข้มข้น มีส่วนผสมของมอยส์เจอไรเซอร์สูง เหมาะสำหรับคนผิวแห้ง หรือใช้ทาเวลาไปในที่ที่อากาศหนาว/แห้ง
Spray: เน้นความสะดวก ใช้ฉีดทับเมคอัพระหว่างวัน หรือฉีดตามตัวและเส้นผมStick (แบบแท่ง): กำลังมาแรงมาก เพราะพกพาง่าย ไม่เลอะมือ เหมาะสำหรับการเติมระหว่างวัน

กันแดดตัวดังยอดฮิตในหมู่นักท่องเที่ยวต่างชาติ หรือแม้แต่คนญี่ปุ่นเองก็ยังนิยมเลือกใช้ เพราะหาซื้อง่ายและคุ้มค่าค่ะ Biore สูตรนี้ใช้นวัตกรรมขั้นสูงที่ช่วยให้เนื้อกันแดดครอบคลุมผิวได้ละเอียดถึงระดับไมโคร ช่วยปิดช่องว่างระหว่างร่องผิวและรูขุมขนได้อย่างสม่ำเสมอ เป็นเนื้อ Essence ที่บางเบามาก เมื่อทาแล้วจะแตกตัวเป็นน้ำ ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบขาว มีสารบำรุงที่ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้ผิวอีกด้วย นอกจากนี้ ยังใช้เป็นเมคอัพเบส เพื่อช่วยให้เครื่องสำอางติดทน กันน้ำและเหงื่อได้ด้วยค่ะ
ปริมาณ 70 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ราคา 800 – 900 เยน

ตัวนี้เหมาะมากสำหรับคนผิวผสมถึงผิวมัน หรือคนที่อยากได้กันแดดที่ช่วยให้ผิวดูเงาสวยและช่วยให้แต่งหน้าสวยขึ้น เพราะเป็นกันแดดญี่ปุ่นตัวดังที่สายแต่งหน้าหลายคนชอบมากค่ะ เป็นสูตรเนื้อเจลที่มีความพิเศษคือ เมื่อเกลี่ยลงบนผิวแล้วจะแตกตัวเป็นน้ำ ไม่เหนียวเหนอะหนะ และซึมไวมาก สามารถใช้เป็นสกินแคร์และกันแดดได้ในตัวเดียว ทำหน้าที่เป็นเมคอัพเบสที่ดีเยี่ยม ช่วยให้รองพื้นติดทนขึ้น และให้ฟินิชผิวที่ดูฉ่ำน้ำ สุขภาพดีแบบสาวญี่ปุ่นเลยค่ะ ทั้งยังมีส่วนผสมของสารบำรุงผิวที่ช่วยให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวได้ยาวนานด้วย รุ่นนี้มี 3 สูตรคือ
ปริมาณ 40 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ราคา 770 เยน

รุ่นนี้ถือเป็นหนึ่งในกันแดด “Tone Up” ที่ได้รับความนิยมสูงสุดในญี่ปุ่นและไทยเลยค่ะ และเพิ่งมีการปรับโฉมใหม่ไปเมื่อปี 2024 ที่ผ่านมานี่เอง เป็นเนื้อ Essence ที่ค่อนข้างเหลว เกลี่ยง่าย ซึมไว เน้นการช่วย “ปรับสีผิว” ให้สว่างขึ้นทันที (Tone up) มีอนุภาคไข่มุกขนาดเล็กมากที่ช่วยสะท้อนแสง ทำให้ผิวดูมีมิติ มีความเงา เหมือนทาไฮไลท์อ่อนๆ ผสม Hyaluronic Acid และ Vitamin C Derivative ช่วยเติมความชุ่มชื้นและบำรุงผิวไปในตัว พร้อมทั้งกันน้ำและเหงื่อได้ดีเยี่ยม แต่สามารถล้างออกได้ง่ายด้วยสบู่ทั่วไปค่ะ รุ่นนี้มีหลายสีให้เลือกตามปัญหาผิว
Lavender (สีม่วง): สำหรับผิวที่ต้องการความกระจ่างใส ลดความเหลือง
Mint Green (สีเขียว): สำหรับผิวที่มีรอยแดงจากสิว
Happiness Aura (สีชมพู/กุหลาบ): สำหรับผิวที่ดูซีดเซียว ต้องการให้ดูมีเลือดฝาด
Latte Beige (สีเบจ): สำหรับคนที่อยากได้สีผิวที่เป็นธรรมชาติ เรียบเนียนสม่ำเสมอ
ถ้าคุณต้องการกันแดดที่ทาแล้วช่วยให้หน้าดูสว่างขึ้นทันทีโดยไม่ต้องลงรองพื้น ตัวนี้ตอบโจทย์มากๆค่ะ
ปริมาณ 80 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ราคา 800 – 1,100 เยน

อีกหนึ่งแบรนด์ยอดนิยมของคนไทยที่เพิ่งมีการปรับโฉมครั้งใหญ่เช่นเดียวกัน สูตรนี้เป็นเนื้อเจลที่มีความเข้มข้นคล้ายเนื้อครีมบางเบา เมื่อเกลี่ยแล้วจะรู้สึกเย็นสดชื่นและกลายเป็นฟิล์มบางๆ เคลือบผิว ช่วยให้ผิวดูฉ่ำน้ำ เน้นความ “โกลว์” มากขึ้น เนื้อเจลสีชมพูลาเวนเดอร์ถูกปรับปรุงให้ช่วยกระจายแสงได้ละมุนกว่าเดิม ทาแล้วหน้าจะดูมีออร่า รุ่นใหม่นี้จะใช้เทคโนโลยีเฉพาะของ Anessa ที่ช่วยให้เกราะป้องกัน UV แข็งแกร่งขึ้นเมื่อผิวสัมผัสกับความชื้น เหงื่อ หรือน้ำ ผสมสาร m-Tranexamic Acid ซึ่งเป็นสารไวท์เทนนิ่ง ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน ลดโอกาสการเกิดฝ้า กระ และจุดด่างดำจากแสงแดด ถ้าคุณเน้นทั้งการ “กันแดด” และ “บำรุงเพื่อลดจุดด่างดำ” โฉมใหม่ตัวนี้ถือว่าทำออกมาได้เบาสบายผิวและมีประสิทธิภาพมากขึ้นค่ะ
ปริมาณ 90 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ราคา 2,400 – 2,500 เยน

ตัวนี้เป็นหนึ่งในกันแดด “สายถึก” ที่ได้รับความนิยมสูงมากในกลุ่ม Drugstore ญี่ปุ่น มีความเข้มข้นปานกลาง แต่จุดเด่นคือเมื่อทาแล้วจะให้ความรู้สึกแห้งไวและสบายผิว เนื้อกันแดดจะยืดหยุ่นไปตามการขยับของผิว ทำให้เกราะป้องกันไม่หลุดลอกง่ายแม้มีการเสียดสี อย่างการสะพายกระเป๋าหรือสวมหน้ากาก ช่วยปกป้องผิวจากปัจจัยภายนอก เช่น ฝุ่นละออง เกสรดอกไม้ และ PM2.5 ไม่ให้เกาะติดผิว ทั้งยังกันน้ำ กันเหงื่อ และกันความชื้นได้ดีเยี่ยม เหมาะมากสำหรับกิจกรรมกลางแจ้งหรือการเล่นกีฬา นอกจากนี้ สูตรใหม่ยังถูกออกแบบมาให้เป็นมิตรต่อท้องทะเลตามมาตรฐานสากลด้วยค่ะ
ปริมาณ 80 กรัม / 120 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย ราคา 800 – 900 เยน

สินค้าที่ขายดีที่สุดของแบรนด์ Anessa ที่คนไทยเรียกติดปากว่า “Anessa ขวดทอง” เนื้อสัมผัสจะเหลวเหมือนน้ำนม เกลี่ยง่ายมาก เมื่อทาแล้วจะเซตตัวเป็นฟิล์มบางๆ ที่ให้ความรู้สึกเรียบลื่นผิว ค่อนข้างเหมาะกับคนผิวมันมาก เพราะคนผิวแห้งจัดอาจจะรู้สึกว่าเนื้อแมตต์ไปนิดนึงค่ะ รุ่นนี้เพิ่งปรับโฉมใหม่เช่นกัน และอัดแน่นด้วยเทคโนโลยีที่ล้ำที่สุดของ Shiseido ช่วยให้เกราะกันแดด “สมานตัวอัตโนมัติ” เมื่อฟิล์มกันแดดเกิดรอยย่นหรือขาดออกจากกันจากการขยับใบหน้า ยิ่งผิวสัมผัสกับความร้อน เหงื่อ น้ำ และความชื้นในอากาศ เกราะป้องกัน UV จะยิ่งแข็งแกร่งและเรียงตัวแน่นขึ้น ใส่สารบำรุง เช่น สารสกัดจากชาเขียว และเปลือกเข็มเหลือง ช่วยต้านอนุมูลอิสระและปลอบประโลมผิว ถือเป็นกันแดดญี่ปุ่นที่มีประสิทธิภาพสูงสุด ทนแดดเมืองไทยได้ดีที่สุดเลยล่ะค่ะ
ปริมาณ 12 ml / 60 ml
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
ราคา 2,500 – 3,000 เยน

ตัวนี้เหมาะสำหรับ “คนผิวมัน” หรือคนที่ไม่ชอบความเหนียวเหนอะหนะของครีมกันแดด เพราะทาแล้วผิวจะลื่นและแห้งสนิททันที เนื้อสัมผัสเหลว เกลี่ยง่ายและซึมไวมาก จุดเด่นที่สุดคือให้ฟินิชที่แห้งสนิท และเนียนลื่นเหมือนทาแป้ง เพราะมีส่วนผสมของแป้งสูตรพิเศษที่ช่วยให้ผิวรู้สึกเรียบลื่นและคุมมันได้ดีเยี่ยม สามารถกันน้ำและเหงื่อได้ดีมาก เหมาะสำหรับใช้ในวันที่มีกิจกรรมกลางแจ้งหรืออากาศร้อนจัด สามารถใช้เป็นเบสก่อนแต่งหน้าเพื่อช่วยคุมมันและทำให้เครื่องสำอางติดทนขึ้นได้ค่ะ แม้จะเป็นเนื้อน้ำนมสีขาว แต่เมื่อทาแล้วจะกลืนไปกับผิว ไม่ทำให้หน้าลอยหรือขาววอกแน่นอนค่ะ
ปริมาณ 40 ml
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
ราคา 600 – 800 เยน

Curel รุ่นนี้ เป็นกันแดดญี่ปุ่นในกลุ่ม “เวชสำอาง (Dermo-cosmetic)” ที่ออกแบบมาเพื่อคนที่มี “ผิวแพ้ง่ายและผิวแห้งกร้าน” โดยเฉพาะ มีส่วนผสมที่ช่วยกระตุ้นและรักษาระดับเซราไมด์ในชั้นผิว ซึ่งเป็นเกราะป้องกันผิวตามธรรมชาติ ช่วยให้ผิวแข็งแรงขึ้น ไม่แพ้ง่าย ทั้งยังเป็นสูตร Physical 100% ไม่มีสารกันแดดแบบเคมี จึงอ่อนโยนมาก ลดโอกาสการระคายเคือง มีส่วนผสมของสารสกัดจากพืช ที่ช่วยลดการอักเสบและปลอบประโลมผิวจากการถูกแดดเผา เนื้อสัมผัสจะนุ่มละมุนและมีความชุ่มชื้นสูงกว่าเนื้อน้ำนมของแบรนด์อื่นๆ เมื่อทาแล้วจะรู้สึกเหมือนมีฟิล์มความชุ่มชื้นบางๆ เคลือบผิวไว้ แต่ไม่มันเยิ้มค่ะ
ปริมาณ 30 ml
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า ราคา 1,600 – 1,800 เยน

“กันแดดบำรุงผิว” ที่ได้รับความนิยมสูงมากในญี่ปุ่น โดยเฉพาะในกลุ่มคนวัยทำงานที่ต้องการการบำรุงขั้นสูงควบคู่ไปกับการกันแดด หลอดสีทอง (Daily UV Protector) จะเป็น “รุ่นมาตรฐาน” ที่เน้นความชุ่มชื้นและงานผิวโกลว์แบบธรรมชาติ เนื้อจะโปร่งแสงเมื่อเกลี่ยลงบนผิว เน้นการบำรุงให้ผิวอิ่มน้ำ มีความเงาแบบผิวดูสุขภาพดี เหมาะสำหรับคนที่ชอบงานผิวธรรมชาติ ไม่ต้องการปรับสีผิวให้ขาวขึ้น หลอดสีชมพู (Tone Up) คือ “รุ่นปรับสีผิว” เนื้อสัมผัสเป็นน้ำนมสีชมพูอ่อน นอกจากบำรุงแล้ว ยังช่วยแก้ปัญหาหน้าหมองคล้ำและรอยเงาดำบนใบหน้า สีชมพูจะช่วยให้หน้าดูอมชมพู สดใสขึ้นทันที เหมาะกับคนที่กังวลเรื่องหน้าหมอง หรืออยากได้ลุคที่ดูสดใสขึ้นโดยไม่ต้องแต่งหน้าเยอะค่ะ
ปริมาณ 35 ml
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า ราคา 3,080 เยน

Biore สูตรนี้เป็นกันแดดที่ออกแบบมาเพื่อ “เด็กและผู้ที่มีผิวบอบบางแพ้ง่ายเป็นพิเศษ” โดยเฉพาะเลยค่ะ เป็นสูตร Non-Chemical 100% คือไม่มีสารกันแดดแบบเคมีที่อาจระคายเคืองผิวเด็ก โดยใช้หลักการสะท้อนรังสี UV แทน ปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม และสี ใช้เทคโนโลยีที่สร้างเกราะป้องกันผิวจากแร่ธาตุ ช่วยปกป้องผิวที่ชั้นนอกสุดอย่างอ่อนโยน มีคุณสมบัติช่วยให้ “ทรายไม่เกาะผิว” เหมาะมากสำหรับเด็กๆ ที่ไปเล่นทรายที่สนามเด็กเล่นหรือชายหาด ที่สำคัญยังกันน้ำและเหงื่อได้ดี ไม่แพ้กันแดดทั่วไป ถ้าคุณเป็นคนแพ้แอลกอฮอล์ในกันแดดหรือมีเด็กๆ ในบ้าน สูตรนี้คือตัวเลือกอันดับต้นๆ เลยค่ะ
ปริมาณ 70 ml
ระดับการปกป้อง SPF 50 / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
ราคา 800 – 900 เยน

กันแดดเนื้อน้ำนมสำหรับคนผิวแพ้ง่ายอีกตัว ปราศจากน้ำหอม แอลกอฮอล์ (เอทานอล) และพาราเบน ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญด้านผิวหนัง มีส่วนผสมของ Tranexamic Acid ช่วยป้องกันการเกิดจุดด่างดำ และช่วยลดอาการระคายเคือง ผิวอักเสบ ปกป้องผิวจาก 6 ปัจจัย (UV, แสงสีฟ้า, มลภาวะ/ฝุ่น PM2.5, ละอองเกสรดอกไม้, ความแห้งกร้าน และความมันส่วนเกิน) เนื้อสัมผัสจะมีความนุ่มชุ่มชื้นจาก High Purified Vaseline แต่เมื่อเกลี่ยลงบนผิวแล้วจะเปลี่ยนเป็นความรู้สึกเบาสบายแห้งเนียน ช่วยปรับสีผิวให้ดูสว่างขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติ พลางรอยแดง รูขุมขน และความหมองคล้ำได้ดี ออกแบบมาสำหรับผิวหน้าโดยเฉพาะ และใช้เป็นเมคอัพเบสได้ดีมากค่ะ
ปริมาณ 30 ml
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า
ราคา 1,980 เยน

Curel โฉมใหม่จากรุ่น UV Protection Face Cream รุ่นนี้คือการรวมร่างระหว่าง ครีมบำรุง + กันแดด + เมคอัพเบส ไว้ในหลอดเดียว เนื้อครีมยังคงความเข้มข้นและเน้นความชุ่มชื้นเหมือนเดิม แต่โฉมใหม่นี้มีการใช้เทคโนโลยี Day Barrier ที่ช่วยป้องกันฝุ่นละอองและเกสรดอกไม้ไม่ให้เกาะติดผิวด้วยค่ะ ใช้หลักการกระจายแสงช่วยให้ผิวดูสว่างขึ้นและเรียบเนียนอย่างเป็นธรรมชาติ ผสมสารลดการอักเสบ ช่วยป้องกันผิวจากความหยาบกร้านและการระคายเคือง ช่วยเติมเต็มเซราไมด์ ให้ผิวแข็งแรงขึ้น ทั้งยังปราศจากแอลกอฮอล์ น้ำหอม สี และสารกันแดดแบบเคมี คนที่ผิวหน้าแพ้ง่ายหายห่วงได้เลยค่ะ
ปริมาณ 30 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 30 / PA+++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า
ราคา 1,090 – 1,650 เยน

นี่คือ Cheek UV จากแบรนด์ ALLIE (Kanebo) ตัวนี้ไม่ใช่กันแดดธรรมดา แต่เป็น “บลัชออนกันแดด” ที่ออกแบบมาเพื่อปกป้องบริเวณโหนกแก้มซึ่งเป็นจุดที่รับแสงแดดมากที่สุดและเกิดฝ้ากระได้ง่ายนั่นเอง เนื้อครีมบางเบาและเนียนไปกับผิว ผ่านการทดสอบแล้วว่าสีติดทนนานถึง 8 ชั่วโมง ทนต่อเหงื่อ ความมัน และการเสียดสี เช่น การสวมหน้ากาก เป็นต้น เนื้อครีมให้สีสันที่ดูเป็นธรรมชาติ กลืนไปกับผิวเดิม ช่วยให้ใบหน้าดูสดใสและมีมิติ มีส่วนผสมบำรุงผิวอย่าง Sodium Hyaluronate ช่วยรักษาความชุ่มชื้นยาวนานค่ะ
เฉดสีที่มีให้เลือก
01 Lucent Pink: สีชมพูใสๆ ให้ลุคดูอ่อนหวาน สุขภาพดี
02 Warm Orange: สีส้มอบอุ่น ให้ลุคสดใส ดูบ่มแดด
Translucent (Luster): เป็นไฮไลท์เนื้อวาว (ไม่มีสี) สำหรับเพิ่มความโกลว์ให้โหนกแก้ม
ปริมาณ 15 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า (โหนกแก้ม)
ราคา 1,760 – 2,000 เยน

Minon เป็นแบรนด์เวชสำอางที่เน้นเรื่อง “กรดอะมิโน” เพื่อผิวบอบบางแพ้ง่ายโดยเฉพาะ จุดเด่นของกันแดดสูตรนี้คือ มีส่วนผสมของกรดอะมิโน 9 ชนิดที่ช่วยเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว และกรดอะมิโนอีก 2 ชนิดที่ช่วยเรื่องความกระจ่างใสและยืดหยุ่น เป็นเนื้อครีมสีเบจอ่อนๆ ที่มีความนุ่มและละมุนมาก ช่วยปกปิดความหมองคล้ำและรอยแดงได้เล็กน้อย ให้ลุคที่เป็นธรรมชาติ มี Moisturizing กักเก็บความชุ่มชื้นได้ดีมาก เหมาะสำหรับคนที่มีปัญหาผิวแห้งกร้านระหว่างวัน ที่สำคัญคือ ไม่ใช้สารกันแดดแบบเคมี จึงอ่อนโยนมาก ช่วยลดโอกาสการระคายเคืองและแสบตาได้ค่ะ
ปริมาณ 25 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 47 / PA+++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า
ราคา 1,760 เยน
Hada Labo Koi-Gokujyun UV White Gel

ถ้าคุณเป็นคนเร่งรีบในตอนเช้าหรือชอบสกินแคร์แบบขั้นตอนเดียวจบ ตัวนี้ตอบโจทย์มากค่ะ เพราะช่วยทั้งบำรุงและกันแดดได้ในเวลาเดียวกันเลย เนื้อจะกึ่งๆ ครีมเจลที่มีความเข้มข้นแต่ให้ความรู้สึกสดชื่น แตกตัวเป็นน้ำได้ดี เกลี่ยง่ายและซึมเข้าสู่ผิวได้รวดเร็วโดยไม่ทิ้งความเหนียวเหนอะหนะ อ่อนโยนต่อผิว ปราศจากน้ำหอม สี และน้ำมันแร่ มีค่า pH ใกล้เคียงกับผิวตามธรรมชาติ ตัวนี้ตัวเดียวทำหน้าที่ได้ถึง 7 อย่างคือ เป็นทั้งน้ำตบ (Lotion), เอสเซนส์, นมบำรุงผิว, ครีม, มาส์กหน้า, กันแดด และเมคอัพเบส ทาตัวเดียวจบหลังล้างหน้าตอนเช้าได้เลยค่ะ
ปริมาณ 90 กรัม (แบบกระปุก) และมีแบบ Refill 80 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า
ราคา 1,400 – 1,600 เยน

กันแดดตัวท็อปที่เรียกว่าเป็น “งานผิวเบ็ดเสร็จ” คือทาตัวเดียวแล้วเหมือนทารองพื้นบางๆ พร้อมมีสารบำรุงที่เน้นแก้เรื่องฝ้ากระโดยตรง เป็นเนื้อ CC Cream ที่มีความเข้มข้นแบบเนื้อครีม แต่ให้สัมผัสที่บางเบา เนื้อจะมีสีเบจอ่อนๆ ที่เน้นการปกปิดและปรับสีผิวให้ดูสม่ำเสมอทันทีที่ทา จุดเด่นคือเป็นทั้งสารไวท์เทนนิ่งบำรุงผิว, น้ำนมบำรุง, กันแดด, เมคอัพเบส, คอนซีลเลอร์ปรับสีผิวและช่วยพรางรูขุมขน มีส่วนผสมของสารไวท์เทนนิ่งที่ช่วยยับยั้งการผลิตเม็ดสีเมลานิน ป้องกันการเกิดฝ้าและจุดด่างดำขณะที่คุณออกแดด ให้ลุคผิวที่ดูเรียบเนียนเป็นธรรมชาติ ไม่หนาเตอะ และทนต่อเหงื่อได้ดี ไม่เยิ้มระหว่างวันค่ะ
รุ่นนี้มีให้เลือก 2 เฉดสี คือ
Pink Beige: สำหรับคนอยากได้ลุคผิวอมชมพู ดูสุขภาพดี
Multibeige: สำหรับคนอยากได้ลุคเนียนกริบ ปกปิดรอยแดงรอยดำ
ปริมาณ 30 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ผิวหน้า
ราคา 2,860 เยน

กันแดดรูปแบบแท่ง (Stick) ที่กำลังเป็นที่นิยมมากจนบางครั้งสินค้าขาดตลาด เพราะสะดวกและใช้งานง่ายมาก เนื้อสัมผัสเป็นเนื้อบาล์มใส ทาลงบนผิวแล้วจะโปร่งแสง ไม่ทิ้งคราบขาวบนผิวเลยแม้แต่น้อย ใช้ทาซ้ำทับเมคอัพได้โดยที่เมคอัพไม่ลอย มีความชุ่มชื้นนิดๆ และให้ความรู้สึกเบาสบายผิวเหมือนไม่ได้ทาอะไรเลย รุ่นนี้ใช้เทคโนโลยีของ Shiseido ที่เมื่อเนื้อกันแดดสัมผัสกับเหงื่อ น้ำ หรือความร้อนจากแสงแดดจะยิ่งสร้างเกราะป้องกัน UV ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น สามารถหาซื้อได้ตามเคาน์เตอร์ Shiseido ทางช่องทางออนไลน์ออฟฟิเชียลของ Shiseido หรือ Duty Free ในสนามบินนานาชาติหลักๆ ของญี่ปุ่นค่ะ
ปริมาณ 20 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกายราคา 3,800 – 4,180 เยน

รุ่นนี้เป็นกันแดดรูปแบบแท่งที่เป็นเนื้อบาล์มสีลาเวนเดอร์ ออกแบบมาเพื่อ “ปรับสีผิว (Tone Up)” ให้ดูสว่างใสและมีความอมชมพูขึ้น เมื่อทาลงบนผิวแล้ว เนื้อบาล์มจะช่วยปรับสีผิวที่หมองคล้ำให้ดูสว่างขึ้นและเพิ่มความอมชมพู ทำให้ผิวดูสดใสและมีออร่าทันที ทาแล้วผิวจะรู้สึกเนียนลื่นและมีความแห้งสนิท เหมาะสำหรับเติมระหว่างวัน เหมาะสำหรับคนผิวมันหรือผสม มีส่วนผสมของสารบำรุงผิวที่ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นและแข็งแรงขึ้น มีฟังก์ชันป้องกันฝุ่น PM2.5, ละอองเกสรดอกไม้ และฝุ่นละอองไม่ให้เกาะติดผิว และยังขนาดกะทัดรัดพกพาสะดวกมากค่ะ
ปริมาณ 20 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
ราคา 1,300 – 1,500 เยน

ถ้าคุณมองหากันแดดแบบแท่งที่ราคาจับต้องได้ และต้องการปรับสีผิวให้ดูสว่างกระจ่างใสไปในตัว ตัวนี้คือคู่แข่งโดยตรงของ Suncut เลยค่ะ เพราะใช้งานง่ายมาก แค่หมุนแล้วทาลงบนผิวได้เลยโดยไม่ต้องใช้มือสัมผัส เหมาะสำหรับเติมระหว่างวัน มีส่วนผสมของสารบำรุงผิวช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้ผิวไม่แห้งตึง เนื้อ บาล์มสีฟ้าลาเวนเดอร์ สัมผัสนุ่ม ลื่น เกลี่ยง่าย มีความฉ่ำน้ำ เหมาะมากสำหรับคนที่ผิวเหลืองจัดๆ หรืออยากได้ลุคที่ดูสว่างชัดเจน เพราะรุ่นนี้จะเน้นปรับผิวเหลืองให้ขาวอมชมพู สามารถกันน้ำกันเหงื่อได้ดีเยี่ยม ทนต่อการเสียดสีเล้กน้อย คนที่มีผิวแห้งหรือผิวผสมสามารถใช้ได้ค่ะ
ปริมาณ 15 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้าและผิวกาย
ราคา 1,000 – 1,200 เยน

“ไอเทมระดับตำนาน” ของญี่ปุ่นที่มียอดขายอันดับ 1 ติดต่อกันหลายปี ตัวสเปรย์ถูกออกแบบมาให้ฉีดกลับหัวได้ ทำให้ฉีดบริเวณที่เอื้อมถึงยากอย่าง “แผ่นหลัง” หรือ “น่องขา” ได้สะดวกมาก เป็นกันแดดไม่กี่รุ่นที่ระบุชัดเจนว่า ฉีดเส้นผมและหนังศีรษะได้ เพื่อป้องกันผมแห้งกร้านหรือสีผมซีดจางจากแดด แห้งไวทันทีที่ฉีด ไม่ต้องรอเซตตัวนาน สามารถสวมเสื้อผ้าทับได้เลย ช่วยป้องกันผิวจากมลภาวะ ฝุ่นละออง และเกสรดอกไม้ ถือเป็นเป็นสเปรย์ที่ใช้งานง่ายและเอนกประสงค์ที่สุดแล้วล่ะค่ะ
ปริมาณ 60 กรัม / 90 กรัม / 150 กรัม / 180 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม
ราคา 600 – 900 เยน

สเปรย์กันแดดตัวท็อปจากแบรนด์ Anessa สูตรใหม่ล่าสุด ซึ่งใช้เทคโนโลยีการยึดเกาะผิวและการบำรุง เหมาะมากสำหรับคนที่ต้องออกแดดจัด เล่นกีฬากลางแจ้ง หรือต้องการความมั่นใจว่ากันแดดจะไม่หลุดระหว่างวัน เกราะป้องกันจะยิ่งแข็งแกร่งขึ้นเมื่อสัมผัสกับความร้อน เหงื่อ น้ำ และความชื้นในอากาศ ซึ่งเหมาะกับอากาศร้อนชื้นแบบไทยมาก มีสารบำรุงผิวถึง 50% เช่น สารสกัดจากชาเขียว รากชะเอมเทศ และคอลลาเจน ช่วยปกป้องผิวจากความแห้งกร้านและริ้วรอยจากแสงแดด แถมละอองสเปรย์ยังละเอียดมาก ให้สัมผัสที่เบาสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และไม่ทิ้งคราบขาวบนผิว สามารถฉีดทับเมคอัพหรือร่างกายได้เลยค่ะ
ปริมาณ 60 กรัม
ระดับการปกป้อง SPF 50+ / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใช้ได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม
ราคา 1,958 เยน

ความพิเศษและแตกต่างจากของสเปรย์กันแดดตัวนี้คือ “ไม่ใช่ก๊าซอัด” (เหมือนขวดสเปรย์ฉีดน้ำทั่วไป) ทำให้ไม่มีเสียงฟู่ตอนฉีด พกพาติดกระเป่าง่าย ไม่ต้องกังวลเรื่องแรงดันแก๊สเวลาขึ้นเครื่องบิน เนื้อสัมผัสเหมือนน้ำ กระจายตัวเป็นละอองฝอยละเอียดมาก เมื่อฉีดลงบนผิวจะเปลี่ยนเป็น “ฟิล์มบางๆ (UV Film)” ที่เคลือบผิวไว้อย่างสม่ำเสมอ แถมยังแห้งไวมาก ไม่ต้องเกลี่ย ฉีดทิ้งไว้สักพักจะเซตตัวเป็นเนื้อแมตต์นิดๆ และโปร่งใส 100% ไม่ทิ้งคราบขาว สามารถฉีดทับเมคอัพได้โดยไม่ทำให้เครื่องสำอางเยิ้มค่ะ มีส่วนผสมของ Squalane ช่วยให้ผิวชุ่มชื้นขณะออกแดด พร้อมความรู้สึกสดชื่นอีกด้วย
ปริมาณ 60 ml
ระดับการปกป้อง SPF 50 / PA++++
บริเวณที่ใช้ได้ ใใช้ได้ทั้งผิวหน้า ผิวกาย และเส้นผม
ราคา 960 – 1,100 เยน
แนะนำให้ใช้วิธี Double Cleansing โดยเฉพาะกันแดดสูตรกันน้ำ ต้องล้างด้วยคลีนซิ่งออยล์หรือบาล์มก่อน จากนั้นจึงล้างด้วยโฟมล้างหน้าอีกครั้ง ซึ่งการล้างด้วยน้ำและสบู่อย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอ เพราะอาจทำให้รูขุมขนอุดตัน เกิดสิว หรือผิวหมองคล้ำตามมาได้ค่ะ
ที่สำคัญคือ ควรศึกษาวิธีใช้และส่วนผสมของกันแดดญี่ปุ่นที่เลือกใช้ด้วย บางสูตรล้างออกง่ายด้วยเจลล้างหน้าทั่วไป ไม่จำเป็นต้อง Double Cleansing ก็ได้ โดยเฉพาะครีมกันแดดที่ใช้กับเด็ก ควรอ่านคำแนะนำบนฉลากให้ละเอียดนะคะ

จะไปช้อปที่ไหนอย่าลืมนำคูปองส่วนลดพิเศษจาก ChillChillJapan ไปใช้ลดราคากันด้วยนะคะ

ส่วนลดสุดพิเศษ ช้อปกระจายที่ญี่ปุ่น
รวมคูปองส่วนลดมาให้คุณแล้ว!
การเลือกซื้อกันแดดในญี่ปุ่นมีรายละเอียดมากกว่าแค่การดูค่า SPF เพราะนวัตกรรมกันแดดของที่นี่พัฒนาไปไกลมาก เพื่อให้ตอบโจทย์สภาพอากาศและไลฟ์สไตล์ที่หลากหลาย เช่น การเลือกตามสภาพผิว เลือกตามรูปแบบการใช้งาน เนื้อสัมผัส นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่ใช้ เพื่อให้กันแดดได้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพสูงสุดกับผิวสวยๆ ของคุณและไม่เกิดปัญหาผิวตามมา เพราะผิวของเราต้องเผชิญกับแสงแดดและมลภาวะในทุกๆ วัน การเลือกใช้กันแดดที่เหมาะสมจึงไม่ใช่แค่เรื่องของความสวยงามชั่วคราว แต่เป็นการลงทุนเพื่อปกป้องสุขภาพผิวในระยะยาวอย่างแท้จริงค่ะ

Blogger : Ordinary Karin
กลางวันเป็นแม่บ้าน เดินซูเปอร์และเลี้ยงหมา ตกค่ำก็แปลงร่างเป็นคนเขียนบทความ เอาเรื่องจุกจิกในญี่ปุ่นมาเล่าเล่นๆ
5 Posts

รีวิว “Eslead Hotel Osaka Shinsaibashi” ที่พักสไตล์เหมือนพักที่บ้านใกล้แหล่งท่องเที่ยวใจกลางโอซาก้า
สิ่งสำคัญอีกหนึ่งอย่างสำหรับคนที่วางแผนจะมาเที่ยวญี่ปุ่นก็คือที่พัก ครั้งนี้เร...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515