คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
15%
5%

วัดเมเงทสุอินก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1160 (พ.ศ. 1703) โดยชื่อเดิมคือ “Meigetsu-an” (明月庵) ซึ่งแปลว่า “กระท่อมพระจันทร์สว่าง” สร้างขึ้นโดย Yamanouchi Tsunetoshi เพื่อรำลึกถึงบิดาของเขาชื่อ Toshimichi ผู้เสียชีวิตในการจลาจล Heiji Rebellion ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางอำนาจระหว่างตระกูล Taira และ Minamoto ในช่วงปลายยุค Heian
ต่อมาในปี ค.ศ. 1256 Hojo Tokiyori ผู้สำเร็จราชการคนที่ 5 ของคามาคุระโชกุเนต ได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่ออายุ 30 ปีและบวชเป็นพระภิกษุนิกายเซ็น โดยเลือกบริเวณใกล้ Meigetsu-an เป็นที่สร้างวัดเล็กๆ ชื่อ Saimyoji แต่วัดนี้ถูกยกเลิกไปหลังจากที่ Tokiyori เสียชีวิต 7 ปีต่อมา ปัจจุบันยังสามารถพบสุสานของ Tokiyori ภายในบริเวณวัดได้
ลูกชายของ Tokiyori คือ Hojo Tokimune ได้สร้างวัดใหม่ชื่อ Zenkoji ขึ้นมาใกล้ๆ กับที่เดิม โดย Meigetsu-an กลายเป็นวัดย่อยของ Zenkoji ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ก่อนที่ในปีค.ศ. 1380 Uesugi Norikata ได้ปรับปรุงวัด Zenkoji สร้างอาคารและวัดย่อยขึ้นมาเพิ่มเติม และวัด เมเงทสุอิน ( Meigetsuin ) ก็เป็น 1 ในวัดสาขาของวัด Zenkoji
จน Ashikaga Yoshimitsu ได้จัดอันดับให้วัด Zenkoji เป็นหนึ่งใน Kantō Jissetsu (10 วัดสำคัญของนิกายริไซเซ็นในภูมิภาคคันโต) รองจากกลุ่มวัดระดับสูงสุดที่เรียกว่า Kamakura Gozan
อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงยุค Meiji Restoration ในปี ค.ศ. 1868 รัฐบาลได้มีนโยบายแยกศาสนาพุทธและชินโตออกจากกัน ส่งผลให้มีการรื้อถอนวัดจำนวนมาก แต่โชคดีที่ Meigetsu-in รอดพ้นมาได้และยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันในฐานะวัดอิสระสังกัดสำนัก Kenchō-ji ของนิกายริไซเซ็น

ดอกไฮเดรนเยีย Meigetsuin Blue ที่มีประมาณ 2,500 – 3,000 ต้น
อย่างที่ได้เกริ่นไว้ที่ข้างต้นว่า วัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple)
นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่ดอกไฮเดรนเยีย ดังนั้นแล้วไฮไลท์อันดับ 1 ของวัดนี้ก็คือดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าสดใสมากกว่า 2,500 ต้นที่บานสะพรั่งไปทั่วบริเวณวัดในช่วงเดือนมิถุนายน โดยประมาณ 95% เป็นพันธุ์ “Hime Ajisai” (ไฮเดรนเยียเจ้าหญิง) ที่มีดอกสีฟ้าอ่อน สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้รับการขนานนามว่า “Meigetsuin Blue” ซึ่งสวยงามและโดดเด่นจนทำให้วัดแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “Ajisaidera” หรือ “วัดดอกไฮเดรนเยีย”
ช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งที่สุดคือกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงฤดูฝนของญี่ปุ่น หยาดฝนที่โปรยปรายยิ่งเพิ่มความสดชื่นและเปียกชุ่มให้กับดอกไฮเดรนเยีย ทำให้สีฟ้าดูสดใสและงดงามยิ่งขึ้น จุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สุดคือบันไดหินทางเข้าวัดที่มีดอกไฮเดรนเยียทอดยาวเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทาง ภาพบันไดที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสีฟ้าของดอกไฮเดรนเยียนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัดเมเงทสุอินที่เย้ายวนนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ซักครั้งในชีวิต
นอกจากดอกไฮเดรนเยียแล้ว ในสวนด้านหลังของวัดยังมีดอกไอริสสีขาวและสีม่วงที่บานในช่วงเดียวกัน ซึ่งสวนด้านหลังนี้จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงที่ดอกไอริสบาน โดยต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่มอีก 500 เยน แต่รับรองว่าคุ้มค่าเพราะจะได้เห็นความงดงามที่หลายคนไม่ได้มีโอกาส

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ทำให้วัดเมเงทสุอินโด่งดังคือหน้าต่างวงกลมในอาคารหลัก (Hondo) ที่เรียกว่า “Satori no Mado” (悟りの窓) หรือ “Window of Enlightenment” ซึ่งแปลว่า “หน้าต่างแห่งความตรัสรู้”
หน้าต่างวงกลมนี้เป็นสัญลักษณ์ตามแนวคิดของนิกายเซ็นที่แสดงถึงความสมบูรณ์แบบและความหมดจด รูปทรงวงกลมหรือ “Enso” ในภาษาญี่ปุ่นแสดงถึงจักรวาล ความว่างเปล่า และความตรัสรู้ตามปรัชญาพุทธเซ็น
สิ่งที่ทำให้หน้าต่างนี้พิเศษคือมันทำหน้าที่เหมือนกรอบภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ในเดือนมิถุนายน จะเห็นดอกไอริสสีม่วงและสีขาวในสวนด้านหลังที่กำลังบานสะพรั่ง
ในช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม จะเห็นใบเมเปิลสีแดงและใบแปะก๊วยสีทอง
การนั่งมองผ่านหน้าต่างวงกลมนี้ให้ความรู้สึกสงบและเงียบสงอบอย่างแท้จริง เป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกถึงความสมดุลและความกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และปรัชญาเซ็น และเปรียบเสมือนได้เห็นมองภาพวาดที่มีชีวิต
หมายเหตุสำคัญ: เนื่องจากหน้าต่างนี้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมมาก ในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาก (โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ในเดือนมิถุนายน) อาจต้องเข้าคิวรอนานเพื่อถ่ายภาพ แนะนำให้มาเช้าตรูหลังวัดเปิดเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน

ภายในวัดเมเงทสุอินมีสวนหินแบบญี่ปุ่นแบบ “Karesansui” (枯山水) หรือสวนภูเขาแห้ง ซึ่งเป็นศิลปะการจัดสวนแบบเซ็นที่ใช้หิน ทราย และพืชพรรณเพื่อสร้างภาพจำลองของภูเขาในตำนานทางพุทธศาสนา สวนหินนี้อยู่หน้าอาคารหลักและแสดงถึงภูเขาพระสุเมรุ Shumisen (須弥山) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อทางพุทธศาสนา
ทรายที่ถูกโกรกเป็นรูปคลื่นแทนน้ำ และหินที่วางอยู่แทนเกาะหรือภูเขา การออกแบบที่ดูเรียบง่ายนี้จริงๆ แล้วมีความหมายลึกซึ้งและสะท้อนปรัชญาเซ็นที่เน้นความเรียบง่าย ความว่างเปล่า และการมองเห็นความงามในสิ่งที่เรียบง่าย
ส่วนสวนด้านหลัง (Inner Garden) เป็นพื้นที่พิเศษที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงเวลาสองช่วงต่อปี:
1. ช่วงเดือนมิถุนายน: เพื่อชมดอกไอริสที่บานสะพรั่ง ดอกไอริสสีขาวและสีม่วงจะสร้างภาพที่สวยงามเมื่อมองผ่านหน้าต่างวงกลม
2. ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม: เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ใบเมเปิลสีแดงและใบแปะก๊วยสีทองทำให้สวนเต็มไปด้วยสีสันอบอุ่น
การเข้าชมสวนด้านหลังต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่มอีก 500 เยน แต่ถ้าคุณมาในช่วงที่เปิด แนะนำให้จ่ายเพิ่มเพราะจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างและพิเศษกว่าการชมจากหน้าต่างวงกลมเพียงอย่างเดียว

ในบริเวณวัดเมเงทสุอินยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคืออุโมงค์ “Yagura” (やぐら) ซึ่งเป็นอุโมงค์สุสานที่ขุดเข้าไปในเนินเขาตามแบบฉบับของยุคคามาคุระ อุโมงค์ Yagura ของวัดเมเงทสุอินมีขนาดใหญ่ที่สุดในคามาคุระ กว้างประมาณ 7 เมตร ลึก 6 เมตร และสูง 3 เมตร
ภายในอุโมงค์มีรูปแกะสลักของพระพุทธรูปและเทพต่างๆ รวมถึง Shaka-nyorai (พระพุทธเจ้าศากยมุนี) แกะสลักลงบนผนังหิน บรรยากาศภายในอุโมงค์เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ ทำให้รู้สึกถึงความเคารพและความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา
ในช่วงยุคคามาคุระ อุโมงค์ Yagura ถูกใช้เป็นสุสานสำหรับซามูไรและพระภิกษุชั้นสูง การขุดอุโมงค์เข้าไปในเนินเขาแทนการสร้างสุสานบนพื้นดินนั้นเป็นลักษณะเฉพาะของคามาคุระ เนื่องจากพื้นที่ราบมีจำกัด ในอุโมงค์ Yagura ของวัดเมเงทสุอินยังมี Hokyointo (宝篋印塔) ซึ่งเป็นเจดีย์ญี่ปุ่นที่เชื่อว่าเป็นอนุสาวรีย์รำลึกถึง Uesugi Norikata ผู้มีบทบาทสำคัญในการขยายวัด Zenkoji
การเยี่ยมชมอุโมงค์ Yagura ทำให้ได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์อันยาวนานและได้เห็นศิลปะการแกะสลักหินที่งดงามจากหลายศตวรรษก่อน
สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในวัดเมเงทสุอินคือธีมกระต่ายที่ปรากฏอยู่ทั่วบริเวณวัด ชื่อ “Meigetsu” (明月) แปลว่า “พระจันทร์สว่าง” หรือ “พระจันทร์เพ็ญ” และในนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น กระต่ายมักถูกเชื่อมโยงกับพระจันทร์ โดยมีตำนานที่ว่ากระต่ายอาศัยอยู่บนดวงจันทร์และทำหน้าที่ตำข้าวเหนียวทำโมจิ (mochi)
ดังนั้นแล้ววัดเมเงทสุอินจึงมีลวดลายและรูปปั้นกระต่ายกระจายอยู่ทั่วบริเวณวัด ทั้งบนโคมไฟ ตัวอาคาร และของตกแต่งต่างๆ นอกจากนี้ภายในวัดยังเลี้ยงกระต่ายจริงๆ ไว้ในกรงให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชม กระต่ายเหล่านี้มีบุคลิกสงบเงียบเหมาะกับบรรยากาศของวัดเซ็น
การมองหากระต่ายในวัดกลายเป็นกิจกรรมสนุกๆ สำหรับผู้มาเยือน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่จะตื่นเต้นเมื่อพบลวดลายกระต่ายที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของวัด ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้วัดเมเงทสุอินแตกต่างจากวัดอื่นๆ
เกล็ดข้อมูลเล็กน้อยกรงกระต่ายบางครั้งจะถูกเรียกว่าสถานีอวกาศเพราะที่กรงกระต่ายจะมีป้ายเขียนไว้ว่า Space Station (宇宙ステーション)

เดือนมิถุนายนเป็นช่วงเวลายอดนิยมที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอิน โดยช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งที่สุดคือกลางเดือนมิถุนายน ดอกไฮเดรนเยีย Meigetsuin Blue กว่า 2,500 ต้นจะสร้างทะเลสีฟ้าที่สวยงามไปทั่วบริเวณวัด
ข้อดีของการมาในช่วงนี้:
– เห็นดอกไฮเดรนเยียบานเต็มที่
– สวนด้านหลังเปิดให้ชมดอกไอริส
– บรรยากาศในช่วงฤดูฝนมีเสน่ห์เฉพาะตัว
– ทางวัดขยายเวลาเปิดปิด เป็น 08.30 น. – 17.00 น.
ข้อควรระวัง:
– นักท่องเที่ยวเยอะมาก โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
– อาจต้องเข้าคิวยาวเพื่อถ่ายภาพหน้าต่างวงกลม
– อากาศอาจมีฝนตก ควรเตรียมร่ม
– ควรมาก่อน 09:00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน
เคล็ดลับ: ถ้าต้องการความสงบและมีเวลาถ่ายภาพได้สบาย แนะนำให้มาในวันธรรมดาและมาก่อนเวลาเปิด 08:30 น. เพื่อเป็นคนแรกๆ ที่เข้าไป
ซึ่งถ้ามีช่วงนี้นั้นค่าเข้าชม 500 เยน แล้วหากนักท่องเที่ยวจะเข้าไปชมสวนด้านหลังที่มีดอกไอริสจะมีค่าเข้าชมอีก 500 เยน รวมเป็น 1,000 เยน แต่แนะนำให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนด้านหลังด้วย

ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่วัดเมเงทสุอินสวยงามไม่แพ้กัน ใบเมเปิล (momiji) และใบแปะก๊วย (ichou) จะเปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม และสีทองทำให้ทั้งวัดเต็มไปด้วยสีสันอบอุ่น
ข้อดีของการมาในช่วงนี้:
– สวนด้านหลังเปิดพิเศษให้เข้าชม
– ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีผ่านหน้าต่างวงกลมสวยงามมาก
– นักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงมิถุนายนพอสมควร
– อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินชมวัด
– แสงยามบ่ายสีทองสวยงามเป็นพิเศษ
ช่วงเวลาที่ใบไม้สวยที่สุด:
ปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม
เคล็ดลับ: มาชมในช่วงบ่าย (14:00-15:00 น.) เพราะแสงแดดยามบ่ายจะทำให้สีของใบไม้เปลี่ยนสีดูสวยงามและอบอุ่นยิ่งขึ้น อย่าลืมจ่ายค่าเข้าสวนด้านหลังเพิ่มเพราะทิวทัศน์ภายในสวนด้านหลังสวยงามมาก
ฤดูกาลอื่นๆ ที่น่าสนใจ
แม้ว่าเดือนมิถุนายนและพฤศจิกายน-ธันวาคมจะเป็นช่วงยอดนิยม แต่วัดเมเงทสุอินก็สวยงามตลอดทั้งปีด้วยดอกไม้และพืชพรรณที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล:
ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม):
– ดอกพีช (momo) บานเป็นสีชมพูอ่อน
– ดอกแมกโนเลีย (mokuren) สีขาวและสีม่วง
– ใบไม้อ่อนสีเขียวสดใส
– บรรยากาศสดชื่นและมีชีวิตชีวา
– นักท่องเที่ยวน้อย เหมาะกับคนที่ต้องการความสงบ
ฤดูหนาว (มกราคม-กุมภาพันธ์):
– ดอกนาร์ซิสซัส (suisen) สีขาวและสีเหลือง
– ดอก wintersweet (robai) สีเหลืองมีกลิ่นหอม
– บรรยากาศเงียบสงบที่สุดในรอบปี
– เหมาะกับการมาทำสมาธิหรือชื่นชมความงามอย่างเงียบๆ
ฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม):
– แม้ดอกไฮเดรนเยียจะเริ่มโรยราแล้ว แต่ยังมีใบไม้เขียวชอุ่ม
– บรรยากาศร่มรื่นและเย็นสบายกว่านอกวัด
– นักท่องเที่ยวน้อยมาก
การเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอินในช่วงนอกฤดูกาลจะทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของวัดได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องแย่งกับนักท่องเที่ยวคนอื่น

เวลาเปิด-ปิด
เวลาเปิด-ปิด:
– ปกติ (มกราคม-พฤษภาคม, กรกฎาคม-ธันวาคม): 09:00 – 16:00 น.
– เดือนมิถุนายน: 08:30 – 17:00 น.
– เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด
หมายเหตุ:
– เวลาในเดือนมิถุนายนอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพดอกไฮเดรนเยีย
– แนะนำให้มาก่อนเวลาเปิดในช่วงฤดูกาลยอดนิยม
– ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-1.5 ชั่วโมงสำหรับการเยี่ยมชมวัดอย่างสบายๆ
ค่าเข้าชมค่าเข้าชมวัด:
– ค่าเข้าวัดทั่วไป: 500 เยน
– สวนด้านหลัง (Inner Garden): เพิ่มอีก 500 เยน
สวนด้านหลังเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงพิเศษเท่านั้น:
1. ช่วงมิถุนายน: เพื่อชมดอกไอริส (ประมาณกลางเดือนมิถุนายน)
2. ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม: เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี (ประมาณปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม)
หมายเหตุสำคัญ:
– ควรเตรียมเงินสดเนื่องจากอาจไม่รับบัตรเครดิต
– ค่าเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
– แนะนำให้จ่ายค่าเข้าสวนด้านหลังเพิ่มในช่วงที่เปิด เพราะทิวทัศน์สวยงามมากและหาชมได้ยาก
บริการเพิ่มเติม:
– ที่นี่มีร้านน้ำชาชื่อว่า Gesshoken ด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มชาเขียวและขนม ราคาอยู่ที่เซ็ทละ 700 นอกจากนั้นแล้วที่ร้านยังมีกาแฟ น้ำผลไม้ ไว้บริการลูกค้าด้วย (เปิด 10:00-15:00 น.) ร้านรับเฉพาะเงินสด
สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากโตเกียว สามารถเดินทางไปยังสถานี Kita-Kamakura ได้หลายเส้นทาง:
จากสถานี Tokyo (東京駅) นั่งรถไฟสาย Yokosuka มาลงสถานี Kita-Kamakura (北鎌倉) จากนั้นเดินอีก 10 นาที
จากสถานี Shinjuku (新宿駅) นั่งรถไฟสาย Shonan – Shinjuku มาลงสถานี Kita-Kamakura (北鎌倉) แล้วเดินอีก 10 นาที
จากสถานี Kamakura (鎌倉駅) นั่งรถไฟ สาย Yokosuka Line ไป 1 สถานี ลงสถานี Kita-Kamakura (北鎌倉) จากนั้นเดินอีก 10 นาที
หรือนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าประมาณ 30 นาที (2.5 กิโลเมตร)
เคล็ดลับ:
– JR Pass ใช้ได้กับทุกเส้นทาง คุ้มค่ามากถ้าวางแผนเที่ยวคามาคุระทั้งวัน
– แอปพลิเคชัน Google Maps สามารถช่วยวางแผนเส้นทางและเช็คเวลารถไฟได้แม่นยำ
– ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และช่วงมิถุนายน รถไฟอาจแน่น ควรมาถึงสถานีก่อนเวลาประมาณ 10-15 นาที

1. เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม:
– มาก่อน 09:00 น. (หรือ 08:30 น. ในเดือนมิถุนายน) เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและได้ภาพที่สวยงาม
– วันธรรมดาจะมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มาก
– ช่วงบ่ายในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีให้แสงสวยงาม
2. การแต่งกาย:
– ใส่รองเท้าสบายเพื่อเดินบนพื้นหินและบันได
– ในเดือนมิถุนายนควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝน
– ในฤดูหนาวควรแต่งกายให้อบอุ่น
3. การถ่ายภาพ:
– จุดถ่ายภาพยอดนิยม: บันไดดอกไฮเดรนเยีย และหน้าต่างวงกลม
– อาจต้องรอคิวในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาก
– รักษามารยาทและไม่ปิดทางผู้อื่น
– การใช้ขาตั้งกล้องไม่แนะนำให้ใช้ในช่วงที่เป็นจุดพีคของวัด โดยเพราะช่วงมิถุนายนคนจะเยอะมากซึ่งจะขวางทางคนอื่นได้
– ไม่ควรใช้เวลาถ่ายรูปนานเกินไป เพราะมีคนอื่นต่อคิวอยู่
4. เงินและการชำระเงิน:
– เตรียมเงินสดเพราะอาจไม่รับบัตรเครดิต
– ควรแลกเหรียญย่อยสำหรับค่าเข้าชม
– มีตู้ Offering (เงินทำบุญ) ภายในวัด
5. สิ่งที่ควรจ่ายเพิ่ม:
– สวนด้านหลัง (500 เยน) – คุ้มค่ามากในช่วงที่เปิด
– ชา Matcha และขนมที่ร้าน Gesshoken (700 เยน) – บรรยากาศดี เหมาะพักผ่อน
6. การรวมเที่ยววัดอื่นๆ:
วัดที่อยู่ใกล้ๆ และเดินทางสะดวก:
– Engaku-ji (円覚寺): เดินจากสถานี Kita-Kamakura 2 นาที
– Kencho-ji (建長寺): เดิน 15 นาที
– Tokeiji (東慶寺): เดิน 5 นาที
– Jochi-ji (浄智寺): เดิน 10 นาที
7. สิ่งที่ควรรู้:
– ภายในวัดไม่มีร้านขายของหรือเครื่องดื่ม ควรเตรียมน้ำมาด้วย
– ห้องน้ำมีแต่อาจแคบและเป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม นักท่องเที่ยวอาจจะเข้าห้องน้ำที่สถานี Kita – Kamakura ก่อนเดินทางมายังวัดนี้
– รักษาความสะอาดและความเงียบเพื่อเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
– ห้ามสูบบุหรี่ทุกบริเวณ
8. ของที่ระลึก:
– วัดมีของที่ระลึกขายไม่มาก ส่วนใหญ่เป็น Omamori (เครื่องรางนำโชค) และ Goshuin (ตราประทับวัด)
– ถ้าต้องการซื้อของที่ระลึกมากกว่านี้ ควรไปบริเวณสถานี Kamakura
การเตรียมตัวตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้การเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอินเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

วัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple) คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความงามของธรรมชาติและศิลปะแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นทะเลสีฟ้าของดอกไฮเดรนเยียกว่า 2,500 ต้นในเดือนมิถุนายน หรือสีสันอบอุ่นของใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ละฤดูกาลก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป
หน้าต่างวงกลมสัญลักษณ์ความตรัสรู้ที่กรอบภาพธรรมชาติอันเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล สวนหินแบบเซ็นที่แสดงถึงปรัชญาญี่ปุ่นอันลึกซึ้ง อุโมงค์ Yagura ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์หลายศตวรรษ และธีมกระต่ายที่น่ารักซ่อนอยู่ทั่วบริเวณวัด ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้วัดแห่งนี้พิเศษและน่าจดจำ
แม้ว่าในช่วงฤดูกาลยอดนิยมวัดจะมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แต่เมื่อได้เห็นความงามที่แท้จริงของ Meigetsuin Blue หรือใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนผ่านหน้าต่างวงกลม รับรองว่าทุกอย่างคุ้มค่าแน่นอน!!!
สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนจะไปคามาคุระ ขอแนะนำให้เพิ่มวัดเมเงทสุอินเข้าไปในลิสต์สถานที่ต้องไปอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าเดินทางในเดือนมิถุนายนหรือพฤศจิกายน-ธันวาคม อย่าลืมมาช่วงเช้าๆก่อน 09.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบของวัดเซ็นอย่างแท้จริง
ระยะเวลาการเดินทางไม่ไกลจากโตเกียว การเดินทางสะดวก และยังสามารถรวมเที่ยววัดอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้อีกมากมาย ทำให้การเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple) เป็นทริปเดย์ทริปจากโตเกียวที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น

Blogger : Kitslaughter666
ผมชื่อ กิด เป็นคนที่สนใจประเทศญี่ปุ่นเป็นพิเศษโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และชอบทานราเมง กับ ปลาปักเป้า เป็นชีวิตจิตใจ รักการถ่ายเซลฟี่กับกวางที่เกาะมิยาจิม่า ชอบภูมิภาคชูโกกุ ชอบเที่ยวสถานที่Unseenของญี่ปุ่น
113 Posts

One day trip พาสสุดคุ้ม เที่ยวไซตามะ 1 วัน Check-in “Moominvalley Park” ช็อปฟินๆที่ Outlet
จังหวัดไซตามะ (Saitama) ไซตามะห่างจากโตเกียวเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้นเอง ...

รีวิว ตึกม่วง ทาเคยะ ปิดกี่โมง มีกี่สาขา ซื้ออะไรดี คำตอบครบจบในที่เดียว
Takeya ร้านค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่ใจกลางเมือง มาพร้อมเอกลักษณ์อย่างอาคารสีม่วงสะดุ...

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...

ไป โตเกียวพักย่านไหนดี แนะนำ 15 ย่าน เลือกพักตามสไตล์ที่ใช่
ตอบคำถามให้หายสงสัย ไปโตเกียว พักย่านไหนดี ! แนะนำ 15 ย่านในโตเกียวที่คู่ควรแก...

Tokyo DisneySea Fantasy Springs แนะนำทุกอย่างเกี่ยวกับวิธีการเข้าสู่โซนใหม่ ประเภทตั๋ว ฯลฯ พร้อมรีวิวสถานที่จริง
Fantasy Springs คืออะไร? แฟนตาซีสปริง คือพื้นที่สร้างใหม่รวม 140,000 ตารางเมตร...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515