วัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple) แห่งคามาคุระ ฉายา วัดดอกไฮเดรนเยีย “Meigetsuin Blue” ที่ต้องไปชมให้ได้ซักครั้งในชีวิต!!!

04/03/2026
วัดเมเงทสุอิน (明月院) คามาคุระ ความงดงามของดอกไฮเดรนเยียสีฟ้า Meigetsuin Blue
เมื่อถึงเดือนมิถุนายนของทุกปี นักท่องเที่ยวที่มุ่งหน้าไปยังเมืองคามาคุระจะได้พบกับความงดงามอันน่าหลงใหลของดอกไฮเดรนเยียที่บานสะพรั่งไปทั่วเมือง และหนึ่งในสถานที่ที่ไม่ควรพลาดเด็ดขาดก็คือ "วัดเมเงทสุอิน" (明月院 - Meigetsuin Temple) หรือที่รู้จักกันในนาม "Ajisaidera" แปลว่า "วัดดอกไฮเดรนเยีย"

วัดแห่งนี้โดดเด่นด้วยดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าสดใสของสายพันธุ์ Hime Ajisai มากกว่า 2,500 - 3,000 ต้น ที่ทอดยาวไปตลอดทางเดินภายในวัด สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้รับการขนานนามว่า "Meigetsuin Blue" เป็นสีที่สวยงามจนทำให้ผู้คนจากทั่วญี่ปุ่นและต่างประเทศต่างมาเยือนเพื่อชื่นชมความงามของดอกไม้ที่นี่

แต่ความพิเศษของวัดเมเงทสุอินไม่ได้จำกัดเพียงดอกไฮเดรนเยียเท่านั้น วัดแห่งนี้ยังมีหน้าต่างวงกลมอันโด่งดัง "Window of Enlightenment" ที่กรอบภาพสวนด้านหลังอันสวยงาม รวมถึงสวนหินแบบญี่ปุ่น อุโมงค์สุสานโบราณที่ใหญ่ที่สุดในคามาคุระ และประวัติศาสตร์อันยาวนานตั้งแต่ยุคคามาคุระโชกุเนต ทำให้วัดแห่งนี้กลายเป็นหนึ่งในวัดที่สวยที่สุดและน่าเที่ยวชมที่สุดในคามาคุระ
****สวนด้านหลังนั้นจะเปิดให้ชมเพียงปีละ 2 ช่วงเท่านั้นคือ ช่วงดอกไฮเดรนเยียบานคือเดือน มิถุนายน และอีกช่วงคือช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ประมาณปลายเดือนพฤศจิกายน - ต้นธันวาคม

เรื่องราวและประวัติศาสตร์ของวัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple)

ที่มา https://www.trip-kamakura.com/facility/detail.php?id=70

วัดเมเงทสุอินก่อตั้งขึ้นในปี ค.ศ. 1160 (พ.ศ. 1703) โดยชื่อเดิมคือ “Meigetsu-an” (明月庵) ซึ่งแปลว่า “กระท่อมพระจันทร์สว่าง” สร้างขึ้นโดย Yamanouchi Tsunetoshi เพื่อรำลึกถึงบิดาของเขาชื่อ Toshimichi ผู้เสียชีวิตในการจลาจล Heiji Rebellion ซึ่งเป็นความขัดแย้งทางอำนาจระหว่างตระกูล Taira และ Minamoto ในช่วงปลายยุค Heian

ต่อมาในปี ค.ศ. 1256 Hojo Tokiyori ผู้สำเร็จราชการคนที่ 5 ของคามาคุระโชกุเนต ได้ลาออกจากตำแหน่งเมื่ออายุ 30 ปีและบวชเป็นพระภิกษุนิกายเซ็น โดยเลือกบริเวณใกล้ Meigetsu-an เป็นที่สร้างวัดเล็กๆ ชื่อ Saimyoji แต่วัดนี้ถูกยกเลิกไปหลังจากที่ Tokiyori เสียชีวิต 7 ปีต่อมา ปัจจุบันยังสามารถพบสุสานของ Tokiyori ภายในบริเวณวัดได้

ลูกชายของ Tokiyori คือ Hojo Tokimune ได้สร้างวัดใหม่ชื่อ Zenkoji ขึ้นมาใกล้ๆ กับที่เดิม โดย Meigetsu-an กลายเป็นวัดย่อยของ Zenkoji ซึ่งเป็นวัดที่มีชื่อเสียงมากในยุคนั้น ก่อนที่ในปีค.ศ. 1380 Uesugi Norikata ได้ปรับปรุงวัด Zenkoji สร้างอาคารและวัดย่อยขึ้นมาเพิ่มเติม และวัด เมเงทสุอิน ( Meigetsuin ) ก็เป็น 1 ในวัดสาขาของวัด Zenkoji 

จน Ashikaga Yoshimitsu ได้จัดอันดับให้วัด Zenkoji เป็นหนึ่งใน Kantō Jissetsu (10 วัดสำคัญของนิกายริไซเซ็นในภูมิภาคคันโต) รองจากกลุ่มวัดระดับสูงสุดที่เรียกว่า Kamakura Gozan

อย่างไรก็ตาม เมื่อถึงยุค Meiji Restoration ในปี ค.ศ. 1868 รัฐบาลได้มีนโยบายแยกศาสนาพุทธและชินโตออกจากกัน ส่งผลให้มีการรื้อถอนวัดจำนวนมาก แต่โชคดีที่ Meigetsu-in รอดพ้นมาได้และยังคงดำรงอยู่จนถึงปัจจุบันในฐานะวัดอิสระสังกัดสำนัก Kenchō-ji ของนิกายริไซเซ็น

ไฮไลท์และจุดเด่นของวัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple)

ที่มา https://visit.trip-kamakura.com/things-to-do/meigetsuin-temple/

ดอกไฮเดรนเยีย Meigetsuin Blue ที่มีประมาณ 2,500 – 3,000 ต้น

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ที่ข้างต้นว่า วัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple)

นั้นมีจุดเด่นอยู่ที่ดอกไฮเดรนเยีย ดังนั้นแล้วไฮไลท์อันดับ 1 ของวัดนี้ก็คือดอกไฮเดรนเยียสีฟ้าสดใสมากกว่า 2,500 ต้นที่บานสะพรั่งไปทั่วบริเวณวัดในช่วงเดือนมิถุนายน โดยประมาณ 95% เป็นพันธุ์ “Hime Ajisai” (ไฮเดรนเยียเจ้าหญิง) ที่มีดอกสีฟ้าอ่อน สีฟ้าอันเป็นเอกลักษณ์นี้ได้รับการขนานนามว่า “Meigetsuin Blue” ซึ่งสวยงามและโดดเด่นจนทำให้วัดแห่งนี้ได้รับฉายาว่า “Ajisaidera” หรือ “วัดดอกไฮเดรนเยีย”

ช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งที่สุดคือกลางเดือนมิถุนายน ซึ่งตรงกับช่วงฤดูฝนของญี่ปุ่น หยาดฝนที่โปรยปรายยิ่งเพิ่มความสดชื่นและเปียกชุ่มให้กับดอกไฮเดรนเยีย ทำให้สีฟ้าดูสดใสและงดงามยิ่งขึ้น จุดถ่ายภาพยอดนิยมที่สุดคือบันไดหินทางเข้าวัดที่มีดอกไฮเดรนเยียทอดยาวเรียงรายอยู่ทั้งสองข้างทาง ภาพบันไดที่ถูกล้อมรอบด้วยทะเลสีฟ้าของดอกไฮเดรนเยียนี้กลายเป็นสัญลักษณ์ของวัดเมเงทสุอินที่เย้ายวนนักท่องเที่ยวให้มาที่นี่ซักครั้งในชีวิต

นอกจากดอกไฮเดรนเยียแล้ว ในสวนด้านหลังของวัดยังมีดอกไอริสสีขาวและสีม่วงที่บานในช่วงเดียวกัน ซึ่งสวนด้านหลังนี้จะเปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงที่ดอกไอริสบาน โดยต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่มอีก 500 เยน แต่รับรองว่าคุ้มค่าเพราะจะได้เห็นความงดงามที่หลายคนไม่ได้มีโอกาส

หน้าต่างวงกลม (Window of Enlightenment) สัญลักษณ์ความตรัสรู้

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญที่ทำให้วัดเมเงทสุอินโด่งดังคือหน้าต่างวงกลมในอาคารหลัก (Hondo) ที่เรียกว่า “Satori no Mado” (悟りの窓) หรือ “Window of Enlightenment” ซึ่งแปลว่า “หน้าต่างแห่งความตรัสรู้”

หน้าต่างวงกลมนี้เป็นสัญลักษณ์ตามแนวคิดของนิกายเซ็นที่แสดงถึงความสมบูรณ์แบบและความหมดจด รูปทรงวงกลมหรือ “Enso” ในภาษาญี่ปุ่นแสดงถึงจักรวาล ความว่างเปล่า และความตรัสรู้ตามปรัชญาพุทธเซ็น

สิ่งที่ทำให้หน้าต่างนี้พิเศษคือมันทำหน้าที่เหมือนกรอบภาพธรรมชาติที่เปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล ในเดือนมิถุนายน จะเห็นดอกไอริสสีม่วงและสีขาวในสวนด้านหลังที่กำลังบานสะพรั่ง

ในช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม จะเห็นใบเมเปิลสีแดงและใบแปะก๊วยสีทอง

การนั่งมองผ่านหน้าต่างวงกลมนี้ให้ความรู้สึกสงบและเงียบสงอบอย่างแท้จริง เป็นประสบการณ์ที่ทำให้รู้สึกถึงความสมดุลและความกลมกลืนระหว่างสถาปัตยกรรม ธรรมชาติ และปรัชญาเซ็น และเปรียบเสมือนได้เห็นมองภาพวาดที่มีชีวิต

หมายเหตุสำคัญ: เนื่องจากหน้าต่างนี้เป็นจุดถ่ายภาพยอดนิยมมาก ในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาก (โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ในเดือนมิถุนายน) อาจต้องเข้าคิวรอนานเพื่อถ่ายภาพ แนะนำให้มาเช้าตรูหลังวัดเปิดเพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน

สวนหิน Karesansui และสวนด้านหลัง

ที่มา https://enokama.jp/feature/4419/

ภายในวัดเมเงทสุอินมีสวนหินแบบญี่ปุ่นแบบ “Karesansui” (枯山水) หรือสวนภูเขาแห้ง ซึ่งเป็นศิลปะการจัดสวนแบบเซ็นที่ใช้หิน ทราย และพืชพรรณเพื่อสร้างภาพจำลองของภูเขาในตำนานทางพุทธศาสนา สวนหินนี้อยู่หน้าอาคารหลักและแสดงถึงภูเขาพระสุเมรุ Shumisen (須弥山) ภูเขาศักดิ์สิทธิ์ในความเชื่อทางพุทธศาสนา

ทรายที่ถูกโกรกเป็นรูปคลื่นแทนน้ำ และหินที่วางอยู่แทนเกาะหรือภูเขา การออกแบบที่ดูเรียบง่ายนี้จริงๆ แล้วมีความหมายลึกซึ้งและสะท้อนปรัชญาเซ็นที่เน้นความเรียบง่าย ความว่างเปล่า และการมองเห็นความงามในสิ่งที่เรียบง่าย

ส่วนสวนด้านหลัง (Inner Garden) เป็นพื้นที่พิเศษที่เปิดให้เข้าชมเฉพาะในช่วงเวลาสองช่วงต่อปี:

1. ช่วงเดือนมิถุนายน: เพื่อชมดอกไอริสที่บานสะพรั่ง ดอกไอริสสีขาวและสีม่วงจะสร้างภาพที่สวยงามเมื่อมองผ่านหน้าต่างวงกลม

2. ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคม: เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี ใบเมเปิลสีแดงและใบแปะก๊วยสีทองทำให้สวนเต็มไปด้วยสีสันอบอุ่น

การเข้าชมสวนด้านหลังต้องจ่ายค่าเข้าชมเพิ่มอีก 500 เยน แต่ถ้าคุณมาในช่วงที่เปิด แนะนำให้จ่ายเพิ่มเพราะจะได้เห็นมุมมองที่แตกต่างและพิเศษกว่าการชมจากหน้าต่างวงกลมเพียงอย่างเดียว

อุโมงค์ Yagura ที่ใหญ่ที่สุดในคามาคุระ

ที่มา https://enokama.jp/spot/932/

ในบริเวณวัดเมเงทสุอินยังมีสิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งคืออุโมงค์ “Yagura” (やぐら) ซึ่งเป็นอุโมงค์สุสานที่ขุดเข้าไปในเนินเขาตามแบบฉบับของยุคคามาคุระ อุโมงค์ Yagura ของวัดเมเงทสุอินมีขนาดใหญ่ที่สุดในคามาคุระ กว้างประมาณ 7 เมตร ลึก 6 เมตร และสูง 3 เมตร

ภายในอุโมงค์มีรูปแกะสลักของพระพุทธรูปและเทพต่างๆ รวมถึง Shaka-nyorai (พระพุทธเจ้าศากยมุนี) แกะสลักลงบนผนังหิน บรรยากาศภายในอุโมงค์เงียบสงบและศักดิ์สิทธิ์ ทำให้รู้สึกถึงความเคารพและความยิ่งใหญ่ของประวัติศาสตร์ที่ผ่านมา

ในช่วงยุคคามาคุระ อุโมงค์ Yagura ถูกใช้เป็นสุสานสำหรับซามูไรและพระภิกษุชั้นสูง การขุดอุโมงค์เข้าไปในเนินเขาแทนการสร้างสุสานบนพื้นดินนั้นเป็นลักษณะเฉพาะของคามาคุระ เนื่องจากพื้นที่ราบมีจำกัด ในอุโมงค์ Yagura ของวัดเมเงทสุอินยังมี Hokyointo (宝篋印塔) ซึ่งเป็นเจดีย์ญี่ปุ่นที่เชื่อว่าเป็นอนุสาวรีย์รำลึกถึง Uesugi Norikata ผู้มีบทบาทสำคัญในการขยายวัด Zenkoji

การเยี่ยมชมอุโมงค์ Yagura ทำให้ได้สัมผัสกับประวัติศาสตร์อันยาวนานและได้เห็นศิลปะการแกะสลักหินที่งดงามจากหลายศตวรรษก่อน

 ธีมกระต่ายที่น่ารัก

สิ่งที่น่าสนใจอีกอย่างหนึ่งในวัดเมเงทสุอินคือธีมกระต่ายที่ปรากฏอยู่ทั่วบริเวณวัด ชื่อ “Meigetsu” (明月) แปลว่า “พระจันทร์สว่าง” หรือ “พระจันทร์เพ็ญ” และในนิทานพื้นบ้านญี่ปุ่น กระต่ายมักถูกเชื่อมโยงกับพระจันทร์ โดยมีตำนานที่ว่ากระต่ายอาศัยอยู่บนดวงจันทร์และทำหน้าที่ตำข้าวเหนียวทำโมจิ (mochi)

ดังนั้นแล้ววัดเมเงทสุอินจึงมีลวดลายและรูปปั้นกระต่ายกระจายอยู่ทั่วบริเวณวัด ทั้งบนโคมไฟ ตัวอาคาร และของตกแต่งต่างๆ นอกจากนี้ภายในวัดยังเลี้ยงกระต่ายจริงๆ ไว้ในกรงให้ผู้มาเยือนได้ชื่นชม กระต่ายเหล่านี้มีบุคลิกสงบเงียบเหมาะกับบรรยากาศของวัดเซ็น

การมองหากระต่ายในวัดกลายเป็นกิจกรรมสนุกๆ สำหรับผู้มาเยือน โดยเฉพาะเด็กๆ ที่จะตื่นเต้นเมื่อพบลวดลายกระต่ายที่ซ่อนอยู่ตามมุมต่างๆ ของวัด ถือเป็นอีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้วัดเมเงทสุอินแตกต่างจากวัดอื่นๆ

เกล็ดข้อมูลเล็กน้อยกรงกระต่ายบางครั้งจะถูกเรียกว่าสถานีอวกาศเพราะที่กรงกระต่ายจะมีป้ายเขียนไว้ว่า Space Station (宇宙ステーション)

ฤดูกาลที่แนะนำให้เที่ยววัดเมเงทสุอิน

ฤดูดอกไฮเดรนเยีย (เดือนมิถุนายน)

https://enokama.jp/feature/4419/

เดือนมิถุนายนเป็นช่วงเวลายอดนิยมที่สุดสำหรับการเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอิน โดยช่วงที่ดอกไฮเดรนเยียบานสะพรั่งที่สุดคือกลางเดือนมิถุนายน ดอกไฮเดรนเยีย Meigetsuin Blue กว่า 2,500 ต้นจะสร้างทะเลสีฟ้าที่สวยงามไปทั่วบริเวณวัด

ข้อดีของการมาในช่วงนี้:
– เห็นดอกไฮเดรนเยียบานเต็มที่
– สวนด้านหลังเปิดให้ชมดอกไอริส
– บรรยากาศในช่วงฤดูฝนมีเสน่ห์เฉพาะตัว
– ทางวัดขยายเวลาเปิดปิด เป็น 08.30 น. – 17.00 น.


ข้อควรระวัง:
– นักท่องเที่ยวเยอะมาก โดยเฉพาะวันหยุดเสาร์-อาทิตย์
– อาจต้องเข้าคิวยาวเพื่อถ่ายภาพหน้าต่างวงกลม
– อากาศอาจมีฝนตก ควรเตรียมร่ม
– ควรมาก่อน 09:00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชน

เคล็ดลับ: ถ้าต้องการความสงบและมีเวลาถ่ายภาพได้สบาย แนะนำให้มาในวันธรรมดาและมาก่อนเวลาเปิด 08:30 น. เพื่อเป็นคนแรกๆ ที่เข้าไป

ซึ่งถ้ามีช่วงนี้นั้นค่าเข้าชม 500 เยน แล้วหากนักท่องเที่ยวจะเข้าไปชมสวนด้านหลังที่มีดอกไอริสจะมีค่าเข้าชมอีก 500 เยน รวมเป็น 1,000 เยน แต่แนะนำให้นักท่องเที่ยวเข้าชมสวนด้านหลังด้วย

ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี (พฤศจิกายน-ธันวาคม)

ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนถึงต้นเดือนธันวาคมเป็นอีกหนึ่งช่วงเวลาที่วัดเมเงทสุอินสวยงามไม่แพ้กัน ใบเมเปิล (momiji) และใบแปะก๊วย (ichou) จะเปลี่ยนเป็นสีแดง สีส้ม และสีทองทำให้ทั้งวัดเต็มไปด้วยสีสันอบอุ่น

ข้อดีของการมาในช่วงนี้:
– สวนด้านหลังเปิดพิเศษให้เข้าชม
– ทิวทัศน์ใบไม้เปลี่ยนสีผ่านหน้าต่างวงกลมสวยงามมาก
– นักท่องเที่ยวน้อยกว่าช่วงมิถุนายนพอสมควร
– อากาศเย็นสบาย เหมาะกับการเดินชมวัด
– แสงยามบ่ายสีทองสวยงามเป็นพิเศษ

ช่วงเวลาที่ใบไม้สวยที่สุด:
ปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม


เคล็ดลับ: มาชมในช่วงบ่าย (14:00-15:00 น.) เพราะแสงแดดยามบ่ายจะทำให้สีของใบไม้เปลี่ยนสีดูสวยงามและอบอุ่นยิ่งขึ้น อย่าลืมจ่ายค่าเข้าสวนด้านหลังเพิ่มเพราะทิวทัศน์ภายในสวนด้านหลังสวยงามมาก

ฤดูกาลอื่นๆ ที่น่าสนใจ

แม้ว่าเดือนมิถุนายนและพฤศจิกายน-ธันวาคมจะเป็นช่วงยอดนิยม แต่วัดเมเงทสุอินก็สวยงามตลอดทั้งปีด้วยดอกไม้และพืชพรรณที่แตกต่างกันในแต่ละฤดูกาล:

ฤดูใบไม้ผลิ (มีนาคม-พฤษภาคม):
– ดอกพีช (momo) บานเป็นสีชมพูอ่อน
– ดอกแมกโนเลีย (mokuren) สีขาวและสีม่วง
– ใบไม้อ่อนสีเขียวสดใส
– บรรยากาศสดชื่นและมีชีวิตชีวา
– นักท่องเที่ยวน้อย เหมาะกับคนที่ต้องการความสงบ

ฤดูหนาว (มกราคม-กุมภาพันธ์):
– ดอกนาร์ซิสซัส (suisen) สีขาวและสีเหลือง
– ดอก wintersweet (robai) สีเหลืองมีกลิ่นหอม
– บรรยากาศเงียบสงบที่สุดในรอบปี
– เหมาะกับการมาทำสมาธิหรือชื่นชมความงามอย่างเงียบๆ

ฤดูร้อน (กรกฎาคม-สิงหาคม):
– แม้ดอกไฮเดรนเยียจะเริ่มโรยราแล้ว แต่ยังมีใบไม้เขียวชอุ่ม
– บรรยากาศร่มรื่นและเย็นสบายกว่านอกวัด
– นักท่องเที่ยวน้อยมาก

การเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอินในช่วงนอกฤดูกาลจะทำให้ได้สัมผัสบรรยากาศที่เงียบสงบและสามารถชื่นชมสถาปัตยกรรมและประวัติศาสตร์ของวัดได้อย่างเต็มที่โดยไม่ต้องแย่งกับนักท่องเที่ยวคนอื่น

ข้อมูลการเข้าชมและค่าใช้จ่าย

เวลาเปิด-ปิด

เวลาเปิด-ปิด:
– ปกติ (มกราคม-พฤษภาคม, กรกฎาคม-ธันวาคม): 09:00 – 16:00 น.
– เดือนมิถุนายน: 08:30 – 17:00 น.
– เปิดทุกวัน ไม่มีวันหยุด
หมายเหตุ:
– เวลาในเดือนมิถุนายนอาจเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับสภาพดอกไฮเดรนเยีย
– แนะนำให้มาก่อนเวลาเปิดในช่วงฤดูกาลยอดนิยม
– ควรเผื่อเวลาอย่างน้อย 1-1.5 ชั่วโมงสำหรับการเยี่ยมชมวัดอย่างสบายๆ

ค่าเข้าชมค่าเข้าชมวัด:
– ค่าเข้าวัดทั่วไป: 500 เยน
– สวนด้านหลัง (Inner Garden): เพิ่มอีก 500 เยน

สวนด้านหลังเปิดให้เข้าชมเฉพาะช่วงพิเศษเท่านั้น:
1. ช่วงมิถุนายน: เพื่อชมดอกไอริส (ประมาณกลางเดือนมิถุนายน)
2. ช่วงพฤศจิกายน-ธันวาคม: เพื่อชมใบไม้เปลี่ยนสี (ประมาณปลายพฤศจิกายน – ต้นธันวาคม)

หมายเหตุสำคัญ:
– ควรเตรียมเงินสดเนื่องจากอาจไม่รับบัตรเครดิต
– ค่าเข้าชมอาจเปลี่ยนแปลง ควรตรวจสอบข้อมูลล่าสุดก่อนเดินทาง
– แนะนำให้จ่ายค่าเข้าสวนด้านหลังเพิ่มในช่วงที่เปิด เพราะทิวทัศน์สวยงามมากและหาชมได้ยาก

บริการเพิ่มเติม:
– ที่นี่มีร้านน้ำชาชื่อว่า Gesshoken ด้วย สำหรับนักท่องเที่ยวที่ต้องการดื่มชาเขียวและขนม ราคาอยู่ที่เซ็ทละ 700 นอกจากนั้นแล้วที่ร้านยังมีกาแฟ น้ำผลไม้ ไว้บริการลูกค้าด้วย (เปิด 10:00-15:00 น.) ร้านรับเฉพาะเงินสด

วิธีการเดินทางไปวัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple)

จากโตเกียว (Tokyo) 

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางจากโตเกียว สามารถเดินทางไปยังสถานี Kita-Kamakura ได้หลายเส้นทาง:

จากสถานี Tokyo (東京駅) นั่งรถไฟสาย Yokosuka มาลงสถานี Kita-Kamakura (北鎌倉) จากนั้นเดินอีก 10 นาที


จากสถานี Shinjuku (新宿駅) นั่งรถไฟสาย Shonan – Shinjuku มาลงสถานี Kita-Kamakura (北鎌倉) แล้วเดินอีก 10 นาที 

จากคามาคุระ (Kamakura)

จากสถานี Kamakura (鎌倉駅) นั่งรถไฟ สาย Yokosuka Line ไป 1 สถานี ลงสถานี Kita-Kamakura (北鎌倉) จากนั้นเดินอีก 10 นาที
หรือนักท่องเที่ยวสามารถเดินเท้าประมาณ 30 นาที (2.5 กิโลเมตร)

เคล็ดลับ:
– JR Pass ใช้ได้กับทุกเส้นทาง คุ้มค่ามากถ้าวางแผนเที่ยวคามาคุระทั้งวัน
– แอปพลิเคชัน Google Maps สามารถช่วยวางแผนเส้นทางและเช็คเวลารถไฟได้แม่นยำ
– ในวันหยุดเสาร์-อาทิตย์และช่วงมิถุนายน รถไฟอาจแน่น ควรมาถึงสถานีก่อนเวลาประมาณ 10-15 นาที

เคล็ดลับและคำแนะนำสำหรับการเที่ยววัด

1. เวลาที่ดีที่สุดในการเยี่ยมชม:
    – มาก่อน 09:00 น. (หรือ 08:30 น. ในเดือนมิถุนายน) เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและได้ภาพที่สวยงาม
    – วันธรรมดาจะมีนักท่องเที่ยวน้อยกว่าวันหยุดเสาร์-อาทิตย์มาก
    – ช่วงบ่ายในฤดูใบไม้เปลี่ยนสีให้แสงสวยงาม

2. การแต่งกาย:
    – ใส่รองเท้าสบายเพื่อเดินบนพื้นหินและบันได
    – ในเดือนมิถุนายนควรเตรียมร่มหรือเสื้อกันฝน
    – ในฤดูหนาวควรแต่งกายให้อบอุ่น

3. การถ่ายภาพ:
    – จุดถ่ายภาพยอดนิยม: บันไดดอกไฮเดรนเยีย และหน้าต่างวงกลม
    – อาจต้องรอคิวในช่วงที่มีนักท่องเที่ยวมาก
    – รักษามารยาทและไม่ปิดทางผู้อื่น
    – การใช้ขาตั้งกล้องไม่แนะนำให้ใช้ในช่วงที่เป็นจุดพีคของวัด โดยเพราะช่วงมิถุนายนคนจะเยอะมากซึ่งจะขวางทางคนอื่นได้
    – ไม่ควรใช้เวลาถ่ายรูปนานเกินไป เพราะมีคนอื่นต่อคิวอยู่

4. เงินและการชำระเงิน:
    – เตรียมเงินสดเพราะอาจไม่รับบัตรเครดิต
    – ควรแลกเหรียญย่อยสำหรับค่าเข้าชม
    – มีตู้ Offering (เงินทำบุญ) ภายในวัด

5. สิ่งที่ควรจ่ายเพิ่ม:
    – สวนด้านหลัง (500 เยน) – คุ้มค่ามากในช่วงที่เปิด
    – ชา Matcha และขนมที่ร้าน Gesshoken (700 เยน) – บรรยากาศดี เหมาะพักผ่อน

6. การรวมเที่ยววัดอื่นๆ:
    วัดที่อยู่ใกล้ๆ และเดินทางสะดวก:
    – Engaku-ji (円覚寺): เดินจากสถานี Kita-Kamakura 2 นาที
    – Kencho-ji (建長寺): เดิน 15 นาที
    – Tokeiji (東慶寺): เดิน 5 นาที
    – Jochi-ji (浄智寺): เดิน 10 นาที

7. สิ่งที่ควรรู้:
    – ภายในวัดไม่มีร้านขายของหรือเครื่องดื่ม ควรเตรียมน้ำมาด้วย
    – ห้องน้ำมีแต่อาจแคบและเป็นแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม นักท่องเที่ยวอาจจะเข้าห้องน้ำที่สถานี Kita – Kamakura ก่อนเดินทางมายังวัดนี้
    – รักษาความสะอาดและความเงียบเพื่อเคารพสถานที่ศักดิ์สิทธิ์
    – ห้ามสูบบุหรี่ทุกบริเวณ

8. ของที่ระลึก:
    – วัดมีของที่ระลึกขายไม่มาก ส่วนใหญ่เป็น Omamori (เครื่องรางนำโชค) และ Goshuin (ตราประทับวัด)
    – ถ้าต้องการซื้อของที่ระลึกมากกว่านี้ ควรไปบริเวณสถานี Kamakura

การเตรียมตัวตามเคล็ดลับเหล่านี้จะช่วยให้การเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอินเป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นและน่าประทับใจยิ่งขึ้น

สรุป

ที่มา https://enokama.jp/feature/4419/

วัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple) คือหนึ่งในจุดหมายปลายทางที่ไม่ควรพลาดสำหรับผู้ที่ต้องการสัมผัสความงามของธรรมชาติและศิลปะแบบญี่ปุ่นแท้ๆ ไม่ว่าจะเป็นทะเลสีฟ้าของดอกไฮเดรนเยียกว่า 2,500 ต้นในเดือนมิถุนายน หรือสีสันอบอุ่นของใบไม้เปลี่ยนสีในช่วงฤดูใบไม้ร่วง แต่ละฤดูกาลก็มีเสน่ห์ที่แตกต่างกันออกไป

หน้าต่างวงกลมสัญลักษณ์ความตรัสรู้ที่กรอบภาพธรรมชาติอันเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล สวนหินแบบเซ็นที่แสดงถึงปรัชญาญี่ปุ่นอันลึกซึ้ง อุโมงค์ Yagura ที่เล่าเรื่องราวประวัติศาสตร์หลายศตวรรษ และธีมกระต่ายที่น่ารักซ่อนอยู่ทั่วบริเวณวัด ล้วนเป็นเสน่ห์ที่ทำให้วัดแห่งนี้พิเศษและน่าจดจำ

แม้ว่าในช่วงฤดูกาลยอดนิยมวัดจะมีนักท่องเที่ยวค่อนข้างมาก แต่เมื่อได้เห็นความงามที่แท้จริงของ Meigetsuin Blue หรือใบไม้เปลี่ยนสีที่สะท้อนผ่านหน้าต่างวงกลม รับรองว่าทุกอย่างคุ้มค่าแน่นอน!!!

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทยที่วางแผนจะไปคามาคุระ ขอแนะนำให้เพิ่มวัดเมเงทสุอินเข้าไปในลิสต์สถานที่ต้องไปอย่างยิ่ง โดยเฉพาะถ้าเดินทางในเดือนมิถุนายนหรือพฤศจิกายน-ธันวาคม อย่าลืมมาช่วงเช้าๆก่อน 09.00 น. เพื่อหลีกเลี่ยงฝูงชนและได้สัมผัสบรรยากาศอันเงียบสงบของวัดเซ็นอย่างแท้จริง

ระยะเวลาการเดินทางไม่ไกลจากโตเกียว การเดินทางสะดวก และยังสามารถรวมเที่ยววัดอื่นๆ ในบริเวณใกล้เคียงได้อีกมากมาย ทำให้การเยี่ยมชมวัดเมเงทสุอิน (Meigetsuin Temple) เป็นทริปเดย์ทริปจากโตเกียวที่สมบูรณ์แบบสำหรับผู้ที่รักธรรมชาติ ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรมญี่ปุ่น

Kitslaughter666

Blogger : Kitslaughter666

ผมชื่อ กิด เป็นคนที่สนใจประเทศญี่ปุ่นเป็นพิเศษโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และชอบทานราเมง กับ ปลาปักเป้า เป็นชีวิตจิตใจ รักการถ่ายเซลฟี่กับกวางที่เกาะมิยาจิม่า ชอบภูมิภาคชูโกกุ ชอบเที่ยวสถานที่Unseenของญี่ปุ่น

113 Posts

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อไหร่

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515