มารู้จักกับ มิโสะ และ ‘Hatcho Miso’ กันก่อน

miso Cr: marukawamiso.com

miso Cr: seriouseats.com

มิโสะ หรือเต้าเจี้ยวญี่ปุ่น นั้นเป็นอีกหนึ่งอาหารประจำชาติญี่ปุ่นที่อยู่คู่กันมากว่า 1,300 ปี ประมาณว่าชาวญี่ปุ่นต้องมีมิโสะติดบ้านกันทุกหลัง หลายคนน่าจะเคยได้ชิมเจ้าอาหารชนิดนี้ผ่านการทำซุปหรือที่เรียกกันว่า ‘ซุปมิโสะ (Miso soup)’ กินคู่กับอาหารญี่ปุ่นชนิดอื่น ๆ ช่วยให้คล่องคอ และมิโสะเองยังเป็นเครื่องปรุงหรือส่วนผสมในการเพิ่มรสชาติความอร่อยของอาหารญี่ปุ่นหลากหลายชนิด เรียกได้ว่าเป็นสุดยอดเครื่องปรุงที่ขาดไม่ได้เลยสำหรับอาหารญี่ปุ่น

miso Cr: moritakk.com

โดยมิโสะนั้นเป็นอาหารหมักพื้นเมืองของชาวญี่ปุ่นที่เกิดจากการหมักถั่วเหลือง หรือข้าวบาเล่ย์และเกลือจนมีรสชาติกลมกล่อม เนื้อของมิโสะจะมีลักษณะนิ่ม มีรสเค็ม กลิ่นคล้ายเนื้อ มีโปรตีนสูง มีสีเหลืองอ่อนไปจนถึงสีน้ำตาลเข้ม และสีที่แตกต่างกันของมิโสะนี่เองที่แยกชนิดของมิโสะ และมิโสะที่เราจะพูดถึงกันก็คือมิโสะสีน้ำตาลเข้มแห่งเมืองโอกาซากิที่มีชื่อว่า Hatcho Miso

miso Cr: item.rakuten.co.jp

Hatcho Miso (八丁味噌, ฮัทโจ มิโสะ) คือมิโสะสูตรดั้งเดิม มีชื่อเสียงในจังหวัดไอจิมาหลายร้อยปี มีรสชาติกลมกล่อมเป็นเอกลักษณ์ สีของมิโสะชนิดนี้จะเป็นสีน้ำตาลเข้มออกไปทางแดงหน่อย ๆ ตามสูตรดั้งเดิมจะหมักจากถั่วเหลือง เกลือและน้ำในถังไม้ซีดาร์ขนาดใหญ่

จุดเด่นอีกอย่างของ ฮัทโจ มิโสะ ก็คือมีโปรตีนและไฟเบอร์สูง แต่ปริมาณโซเดียม แคลอรี่และไขมันจะน้อยกว่ามิโสะชนิดอื่น ซึ่งถือว่าดีต่อสุขภาพมาก ๆ ซึ่งมิโสะชนิดนี้ถือเป็นส่วนประกอบสำคัญในอาหารท้องถิ่นประจำเมืองโอกาซากิและนาโกย่า

และแต่เดิมมิโสะชนิดนี้ก็ถือกำเนิดขึ้นมาตั้งแต่สมัยเอโดะในเมืองโอกาซากิ ที่ในอดีตมีชื่อว่าเมือง Hatcho อันเป็นชื่อเดียวกับมิโสะนั่นเอง ในปัจจุบันการทำ Hatcho Miso ตามวิธีการดั้งเดิมนั้นยังคงมีให้เราเห็นได้ที่โรงงานผลิตมิโสะ Kaku Kyu ที่เมืองโอกาซากินั่นเอง

Kaku kyu : โรงงานมิโซะสูตรลับแห่งโอกาซากิ

miso Cr: kakukyu.jp

Kaku kyu คือโรงงานที่ผลิต ฮัทโจ มิโสะ ในตำนานมายาวนานกว่า 370 ปี และยังคงสืบทอดขั้นตอนในการทำมิโสะแบบดั้งเดิมมาตลอด

miso Cr: kakukyu.jp

miso Cr: kakukyu.jp

ซึ่งขั้นตอนในการทำมิโสะชนืดนี้ใช้แรงคนมากที่สุด เรียกได้ว่าทุกขั้นตอนคือการลงมือทำอย่างประณีตและเอาใจใส่ตามแบบฉบับของชาวญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ และที่โรงงานผลิตมิโสะแห่งนี้จะมีส่วนของพิพิธภัณฑ์ที่จัดแสดงอุปกรณ์และขั้นตอนในการทำมิโสะให้เราดูกันด้วย แถมยังเข้าไปชมกันได้โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายเลยสักเยน โดยจะใช้เวลาในการเดินทัวร์ประมาณ 30-50 นาที

miso Cr: kakukyu.jp

อย่างที่รู้กันไปแล้วว่า Hatcho Miso นั้นคือมิโสะสูตรเข้มข้นที่จะมีสีเข้มกว่ามิโสะชนิดอื่นในประเทศญี่ปุ่น และแน่นอนว่ารสชาตินั้นก็จะออกไปทางเข้มข้น แต่ก็กลมกล่อมอร่อยครบรสด้วยเช่นกัน และกระบวนการผลิตตามแบบฉบับดั้งเดิมนั้นทำให้มิโสะของที่นี่คงรสชาติอันเป็นต้นตำรับเอาไว้ได้มาจนปัจจุบัน

และนอกจากในส่วนของโรงงานและพิพิธภัณฑ์ที่นี่ยังมีโซนร้านอาหารและร้านค้าให้เราได้ลองชิมหรือซื้อผลิตภัณฑ์ที่ทำจาก Hatcho Miso ของที่นี่ได้ด้วย ถ้าอยากกินและดื่มด่ำ Hatcho Miso ของแท้ละก็ต้องมาลองกินที่นี่เลย

Kaku kyu

ที่อยู่〒444-0923 69, Oukan-dori, Aza, Hatcho-cho, Okazaki-shi, Aichi, Japan
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Aichi Loop Line จากนั้นลงที่สถานี Nakaokazaki แล้วเดินต่อประมาณ 4 นาที
เวลาทำการ9.00-17.00 น. หยุดวันปีใหม่
ราคาไม่เสียค่าเข้า
โทรศัพท์05-6421-0151
WebsiteKaku kyu

ดูแผนที่ Kaku kyu

1Misonikomi Udon(味噌煮込みうどん) : อร่อยเด็ดมิโสะอุด้ง

miso Cr: tabelog.com

ในเมื่อเรารู้จัก ฮัทโจ มิโสะ และสถานที่ผลิตกันแล้ว คราวนี้ก็ถึงตาไปรู้จักเมนูเด็ดที่ทำมาจากมิโสะชนิดนี้กันบ้าง เมนูแรกที่จะพาเราอร่อยไปกับมิโสะชนิดนี้ก็คือ Misonikomi Udon หรือมิโสะอุด้ง อาหารขึ้นชื่อประจำจังหวัดไอจิที่ฮอตฮิตและต้องมาลองชิมที่เมืองโอกาซากิด้วยเช่นกัน

miso Cr: tabelog.com

โดยอุด้งจากนี้มีความพิเศษกว่าอุด้งทั่วไปตรงที่น้ำซุปทำจากมิโสะสูตรเข้มข้น ทำให้สีของน้ำซุปเป็นสีน้ำตาล ส่วนเส้นอุด้งนั้นทำจากแป้งนวดด้วยน้ำไม่ใส่เกลือทำให้มีความเหนียวนุ่มอร่อยเข้ากับน้ำซุป เสิร์ฟมาในหม้อดินขณะกำลังเดือดปุด ๆ ส่งกลิ่นหอมน่ากิน พร้อมด้วยเครื่องเคียงอย่างเห็ดหอม เนื้อไก่และเต้าหู้

สำหรับร้านที่จัดว่าทำเมนูได้เด็ดดวงที่สุดก็คือร้าน Nikomiudonnihashi ที่ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟ Otogawa ใครอยากลองกินแวะไปที่ร้านนี้ได้เลย ชามละ 1,050 เยนเท่านั้นเอง

Nikomiudonnihashi

ที่อยู่ 1 Oyamada, Kakemachi, Okazaki 444-0011,Aichi Prefecture
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Meitetsu Line ลงที่สถานี Otogawa จากนั้นเดินต่อประมาณ 16 นาที
เวลาทำการ11.00-15.00 น.
ราคาชามละ 1,050 เยน
โทรศัพท์05-6447-8114
WebsiteNikomiudonnihashi

ดูแผนที่ Nikomiudonnihashi

2Okazaki Mazemen (岡崎まぜめん) : ราเมงแห้งผสานรสชาติแห่งมิโสะ

miso Cr: blogs.yahoo.co.jp

เมนูที่สองที่มีส่วนผสมของมิโสะนั้นคือ Okazaki Mazemen หรือราเมงแบบแห้งนั่นเอง แต่ถ้าเป็นราเมงแห้งเฉย ๆ เราไม่แนะนำแน่นอน

เพราะราเมงแห้งของร้านนี้ต้องกินคู่กับ Hatcho Miso ที่เราต้องใส่เพิ่มลงไปในจานแล้วคลุกเคล้าก่อนกิน ซึ่งความอร่อยของราเมงแห้งจานนี้ก็คือรสชาติของมิโสะที่เข้ากันดีกับเส้นและเครื่องเคียงต่าง ๆ ในจานนั่นเอง เห็นจัดเต็มขนาดนี้ราคาไม่แพงแค่ 850 เยนเท่านั้น

miso Cr: tabelog.com

miso Cr: tabelog.com

โดยเรามากินราเมงแห้งที่เต็มไปด้วยรสชาติเข้มข้นจากมิโสะได้ที่ ร้าน Tsukemenshaikki และนอกจากเมนูนี้ยังมีเมนูเส้น ๆ ที่มีส่วนผสมของมิโสะอีกหลากหลายแบบให้ได้ลองกินในร้านนี้ด้วยนะ และพ่อครัวที่ร้านนี้จะทำอาหารจานอร่อยเสิร์ฟให้เรากันแบบสดใหม่ทุกจานเลย

Tsukemenshaikki

ที่อยู่Arako-54-2 Hosshōjichō, Okazaki-shi, Aichi-ken 444-0206, Japan
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Tokaido Line ลงที่สถานี Okazaki จากนั้นเดินประมาณ 22 นาที
เวลาทำการอังคารถึงศุกร์ ช่วงกลางวัน 11.30-14.00 น. และช่วงเย็น 18.00-22.30 น. เสาร์อาทิตย์และวันหยุด ช่วงกลางวัน 11.30-15.00 น. ช่วงเย็น 18.00-22.30 น. ปิดวันจันทร์
ราคาชามละ 850 เยน
โทรศัพท์05-6455-0112
WebsiteTsukemenshaikki

ดูแผนที่ Tsukemenshaikki

3Miso Dengaku (味噌田楽) : บุกย่างราดมิโสะ

miso Cr: yachiyohonten.jp

Miso Dengaku คือการนำวัตถุดิบต่าง ๆ อย่างบุก เต้าหู้หรือมันฝรั่งไปย่างไฟ แล้วนำไปราดมิโสะสูตรเข้มข้น ที่เต็มไปด้วยรสชาติแสนอร่อย พร้อมปรุงรสด้วยน้ำตาลหรือเหล้ามิรินลงไปนิดหน่อยเพื่อความกลมกล่อม เมนูนี้เป็นอาหารโบราณของชาวเมืองโอกาซากิที่หากินไม่ได้ง่าย ๆ และเมื่อกินแล้วจะได้รสชาติของ Hatcho Miso อย่างเข้มข้น

miso Cr: tabelog.com

และเนื่องจากเป็นเมนูอาหารญี่ปุ่นดั้งเดิม จึงมีขายอยู่ในร้านอาหารญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมด้วยเช่นกันนั่นก็คือ ร้าน Yachiyo ที่มีบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นอยู่ย่างเต็มเปี่ยม ทำให้เราเข้าไปกินอาหารในร้านนี้แล้วสัมผัสที่รสชาติของอาหารญี่ปุ่นและบรรยากาศของความเป็นญี่ปุ่นได้อย่างเต็มที่

สำหรับเมนู Miso Dengaku นั้นทางร้านจำหน่ายเป็นเซ็ตในราคา 1,500 เยน ซึ่งในเซ็ตจะมีทั้ง Miso Dengaku ข้าวสวยญี่ปุ่นหนึ่งถ้วย โซเม็งหนึ่งถ้วย และเครื่องเคียงอย่างผักดองจานเล็ก ๆ สั่งมากินแล้วได้อร่อยครบรสเลยทีเดียว

Yachiyo

ที่อยู่〒444-0052 561-1 Yasuo-machi, Okazaki-shi, Aichi-ken It is in Okazaki Park.
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Meitetsu Line จากนั้นลงที่สถานี Okazakikoen-Mae แล้วเดินต่อประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ12.00-20.00 น. ปิดวันอังคาร
ราคาเซ็ตละ 1,500 เยน
โทรศัพท์05-6422-0267
WebsiteYachiyo

ดูแผนที่ Yachiyo

P

4Miso Ice cream (味噌アイス) : ไอศกรีมมิโสะ

miso Cr: tabelog.com

อาหารที่ทำจาก Hatcho Miso นั้นไม่ได้มีแค่ของคาวเท่านั้น เพราะชาวญี่ปุ่นเขายังดัดแปลงให้เป็นของหวานหรือของว่างสำหรับกินเล่นอย่าง ‘ไอศกรีมมิโสะ’ เมนูสุดท้ายที่เราจะแนะนำ ซึ่งไอศกรีมแบบนี้นั้นมีขายอยู่ในโรงงานผลิตมิโสะดั้งเดิม Kaku Kyu ที่เราแนะนำให้รู้จักกันไปก่อนหน้านี้นั่นเอง

miso Cr: tabelog.com

ตัวไอศกรีมจะเป็นส่วนที่ผสมมิโสะเอาไว้ แต่บอกเลยว่ารสชาติไม่ประหลาดเหมือนอย่างที่คิดไว้ เพราะเขาเพียงผสมมิโสะลงไปให้พอมีกลิ่นและเข้ากันกับเนื้อไอศกรีม รสชาติของมิโสะจึงไม่โดดออกมาหรือแปลกไปอย่างที่เราคิด

โดยไอศกรีมมิโสะจากนี้จะมาพร้อมขนมปัง Monoka ซึ่งมีรสสัมผัสคล้ายวาฟเฟิล ราดด้วยน้ำเชื่อมสีน้ำตาล ถั่วแดง และผงมิโสะเล็กน้อย

miso Cr: tabelog.com

หากอยากรู้ว่ารสชาติจะเป็นยังไง จะกลมกล่อมอร่อยถูกใจจริงหรือเปล่า ก็อย่าลืมแวะไปลองกินดูเมื่อแวะมาชมโรงงาน Kaku Kyu กันล่ะ

Kyuuemon

ที่อยู่Japan, 〒444-0923 Aichi-ken, Okazaki-shi, Hatchōchō, Ōkandōri, Hachijo-machi character return trip 69
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Aichi Loop Line จากนั้นลงที่สถานี Nakaokazaki แล้วเดินต่อประมาณ 4 นาที
เวลาทำการ11.00-15.00 น.
ราคาจานละ 380 เยน
โทรศัพท์05-6421-1355
FacebookKyuuemon

ดูแผนที่ Kyuuemon

ข้อสรุป

Hatcho Miso คือมิโสะสูตรพิเศษที่นำไปเป็นส่วนผสมของอร่อยชนิดใดก็อร่อยเหาะ จนเรียกได้ว่าเป็นเครื่องปรุงในตำนานอันเลื่องชื่อของเมืองโอกาซากิที่นักท่องเที่ยวอย่างเราต้องไปลิ้มลองความอร่อยดั้งเดิมนี้ที่มีมานานกว่า 370 ปี

ติดตามเรื่องราวเกี่ยวกับเมืองโอกาซากิอื่น ๆ ได้ที่บทความด้านล่างนี้เลยจ้า

floating-restaurant-1

วันเดียวเที่ยวได้ที่ Okasaki City เปิดประสบการณ์ใหม่ กิจกรรมสุดประทับใจ

ขอพาทุกคนไป เที่ยว Okasaki City เมืองบรรยากาศชิลล์ ๆ ที่มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมาย พร้อมกิจกรรมให้ทำได้ตลอดทั้งวันเที่ยวได้วันเดียวจบ จะมีที่ไหนให้เที่ยวบ้างมีอะไรให้ทำตามมาดูกันเลย