สามารถติดตามข่าวไต้ฝุ่นได้จากช่องทางไหนบ้าง ?

ด้วยความที่ประเทศญี่ปุ่นนั้นมีมาตรการการแจ้งเตือนภัยพิบัติล่วงหน้าที่ดีเยี่ยม และมีความแม่นยำสูง ดังนั้นก่อนที่ไต้ฝุ่นจะเดินทางมาถึงญี่ปุ่น จะมีการแจ้งเตือนล่วงหน้าจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไปทางสื่อต่างๆ ทำให้เราสามารถติดตามข่าวได้ทั้งจากโทรทัศน์ หรือสื่อโซเชียล เช่น เพจต่างๆที่เกี่ยวข้องกับญี่ปุ่น รวมถึงเพจของสถานฑูตไทยในประเทศญี่ปุ่นด้วย โดยเราสามารถทราบได้ว่า ไต้ฝุ่นลูกนี้มีชื่อว่าอะไร จะถึงญี่ปุ่นช่วงวันและเวลาไหน และพื้นที่ไหนจะโดนผลกระทบบ้าง หรือหากใครใช้สัญญาณโทรศัพท์ญี่ปุ่นอยู่ ก็จะมีการแจ้งเตือนเป็นข้อความทางโทรศัพท์เป็นระยะๆ (แต่เป็นภาษาญี่ปุ่น) การติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง จะทำให้คุณสามารถเตรียมตัวรับมือได้

เว็บไซต์กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่น >>> คลิกที่นี่

ไต้ฝุ่นเพิ่งผ่านไป จะมีอะไรตามมาอีกมั้ย ?

มีโอกาสเกิดอาฟเตอร์ช็อก เช่น น้ำท่วม รวมถึงแผ่นดินไหวตามมา โดยมีโอกาสเกิดในช่วงประมาณ 1 สัปดาห์หลังจากพายุไต้ฝุ่นผ่านไปแล้ว ทั้งนี้ก็ต้องติดตามข่าวสารประกาศแจ้งจากหน่วยงานต่างๆ ที่เชื่อถือได้ นอกจากนี้ควรระวังความเสียหายจากสิ่งก่อสร้าง เศษอาคารบ้านเรือนที่อาจร่วงหล่นลงมาซึ่งอาจจะทำให้ได้รับบาดเจ็บได้

ไต้ฝุ่นผ่านไปแล้วใช้เวลานานมั้ยกว่าจะซ่อมแซมสถานที่เสร็จ ?

โดยปกติหลังจากเกิดไต้ฝุ่น ทางเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทุกหน่วยงานจะร่วมมือกันเข้าช่วยเหลือ ซ่อมแซมพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายกันอย่างเต็มที่ อาจจะใช้ระยะเวลาตั้งแต่ 1 เดือนเป็นต้นไป (หรืออาจจะน้อยกว่านั้น) แล้วแต่ระดับความเสียหาย ซึ่งบางพื้นที่อาจจะมีการแจ้งปิดให้บริการ โดยมีการคาดการณ์กำหนดเปิดให้บริการทางเว็บไซต์ หรือติดป้ายบริเวณสถานที่นั้นๆ นอกจากนี้ก็ยังสามารถโทรสอบถามได้เช่นกัน แต่หากเป็นการเดินทางโดยรถไฟ สามารถติดต่อสถานีรถไฟที่ให้บริการ หรือตรวจสอบจากเว็บไซต์ดู

จะไปเที่ยวเมือง XXX หลังจากผ่านไต้ฝุ่นแล้ว (1 เดือนขึ้นไป) สามารถไปได้มั้ย ?

ที่ญี่ปุ่นมีการฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับความเสียหายจากภัยพิบัติค่อนข้างเร็ว และมีประสิทธิภาพ เพราะเค้าไม่ต้องการให้ผู้คนได้รับความเดือนร้อนเป็นเวลานาน ดังนั้นโดยปกติแล้วช่วงเวลาตั้งแต่ 1 เดือนหลังจากไต้ฝุ่นผ่านไปก็จะสามารถเดินทางท่องเที่ยวได้ตามปกติ นอกจากพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักๆ เช่น แผ่นดินไหวครั้งใหญ่ หรือน้ำท่วมเป็นบริเวณกว้าง แต่ก็อยากให้ติดตามข่าวสารให้ดีก่อนจะเดินทาง จะได้ไม่เสียเที่ยวนะ

ที่ญี่ปุ่นมีไต้ฝุ่นกี่ครั้ง ?

ต้องบอกว่าเป็นเพราะตำแหน่งที่ตั้งของประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง และเนื่องจากญี่ปุ่นนั้นเป็นประเทศที่มีเกาะน้อยเกาะใหญ่ ทำให้ไม่มีพื้นที่ใดๆ มาช่วยกั้น อาจกล่าวได้ว่าใน 1 ปี อาจจะมีไต้ฝุ่นพัดผ่านประเทศญี่ปุ่นได้มากกว่า 10 ลูกขึ้นไป แต่ความรุนแรงมากน้อยของแต่ละลูกก็ไม่เท่ากัน ไต้ฝุ่นบางลูกมีขนาดใหญ่และรุนแรง แต่กว่าจะพัดมาถึงญี่ปุ่นลมก็อาจจะอ่อนตัวลง พัดผ่านมาเป็นแค่พายุฝนก็มีเหมือนกันนะ แต่กรมอุตุนิยมวิทยาญี่ปุ่นเค้าก็ทำงานกันอย่างเต็มที่ เมื่อไหร่ที่มีไต้ฝุ่นที่อาจจะต้องเฝ้าระวังเค้าก็จะแจ้งเตือนภัยให้ประชาชนทราบ และเตรียมรับมือทันที

การเตรียมตัวรับมือก่อนเกิดไต้ฝุ่น ?

หากตอนนั้นอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่นแล้ว ควรกักตุนอาหารแห้ง น้ำดื่ม จากซุปเปอร์มาร์เก็ตและร้านค้าเอาไว้ในปริมาณที่พอเหมาะ ชาร์จแบตโทรศัพท์ให้เต็ม เตรียมไฟฉาย แต่งกายให้มิดชิดและอบอุ่น ถอดปลั๊กเครื่องใช้ไฟฟ้า ย้ายข้าวของที่สามารถตกแตกไปเก็บเอาไว้ ตกลงนัดแนะสถานที่นัดพบกับเพื่อนหรือครอบครัวเมื่อเกิดสถานการณ์ฉุกเฉิน รู้จักสังเกตสภาพรอบตัว พร้อมกับติดตามข่าวสารอย่างต่อเนื่อง รอฟังประกาศจากบริเวณรอบๆที่อยู่อาศัย ที่สำคัญคือมีสติอยู่เสมอ ไม่แตกตื่น หากไม่สามารถรับมือได้จริงๆให้ขอความช่วยเหลือจากผู้คนรอบข้าง

เมื่อไต้ฝุ่นกำลังมา จะรู้ได้อย่างไรว่าต้องอพยพไปที่ไหน ?

ถ้าเป็นนักท่องเที่ยว ให้อยู่ในโรงแรมที่พัก หรือติดต่อเจ้าหน้าที่ของโรงแรมเพื่อสอบถามสถานการณ์หรือขอความช่วยเหลือ แต่ถ้าหากไม่สามารถเข้าไปถึงที่พักได้ ลองหาตึกใหญ่ๆ สูงๆ ห้างสรรพสินค้า หรือร้านค้าที่ดูแข็งแรงแล้วเข้าไปหลบก่อน เพราะระหว่างที่ไต้ฝุ่นเข้าอาจจะมีเศษซากจากอาคารที่อยู่อาศัยหรือต้นไม้ปลิวมาตามลมได้ ในแต่ละเขตของญี่ปุ่นจะมีพื้นที่หลบภัยแจ้งไว้อยู่แล้ว แต่นักท่องเที่ยวอาจจะไม่ทราบเพราะไม่ใช่คนในพื้นที่นั้น ถ้าไม่สามารถหาที่หลบภัยได้ ให้ขอความช่วยเหลือจากคนญี่ปุ่น หรือเจ้าหน้าที่ทันที

ระดับการเตือนภัยของญี่ปุ่นมีอะไรบ้าง ?

กรมอุตุนิยมวิทยาของญี่ปุ่น ได้ออกประกาศเตือนภัยพิบัติแบบใหม่ (J-ALERT) เพื่อให้ประชาชนเข้าใจง่าย ซึ่งมีทั้งหมด 5 ระดับ ใช้สำหรับเหตุภัยพิบัติทั้งน้ำท่วมและดินถล่ม (ซึ่งเป็นผลกระทบจากการเกิดไต้ฝุ่น)

  • ระดับ 1 คือข้อมูลการเตือนภัยล่วงหน้า เป็นการแจ้งเตือนเมื่อมีการ Update สภาพอากาศ
  • ระดับ 2 แจ้งเตือนฝนตกหนัก น้ำท่วม หรือพายุ โดยสามารถตรวจสอบเส้นทางการอพยพและจุดนัดพบได้
  • ระดับ 3 เตือนภัยให้อพยพโดยรัฐบาลท้องถิ่น โดยผู้สูงอายุและผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือจะต้องเริ่มอพยพทันที
  • ระดับ 4 แจ้งเตือนอพยพผู้พักอาศัยทุกคนไปยังพื้นที่ปลอดภัยให้เร็วที่สุด
  • ระดับ 5 รุนแรงที่สุด เป็นภัยพิบัติที่ส่งผลกระทบอย่างหนัก และมีความเสี่ยงต่อชีวิตสูงมาก ทุกคนต้องอพยพและช่วยเหลือตัวเองจากพื้นที่เสียงทันที
  • ซึ่งระบบ J-ALERT จะมีการแจ้งเตือนผ่านโทรทัศน์ ลำโพงกระจายเสียงตามท้องถิ่น วิทยุ อีเมล รวมไปถึงระบบเตือนผ่านโทรศัพท์มือถือด้วย

    ทำไมเที่ยวบินต้องยกเลิกเพราะไต้ฝุ่น ?

    อย่างที่บอกไปว่า เราสามารถทราบข่าวพายุการเกิดไต้ฝุ่นล่วงหน้าได้ ซึ่งหมายความว่าทางสายการบินเองก็ต้องทราบเกี่ยวกับระดับความรุนแรงรวมถึงความเสี่ยงล่วงหน้าได้เช่นกัน ทางสายการบินจะประเมินความเสี่ยงและผลกระทบที่มีแนวโน้มว่าจะเกิดขึ้นหากขึ้นบิน ดังนั้นหากเป็นสถานการณ์ที่ไม่ควรเสี่ยง หรือไม่พร้อม เพราะอาจเกิดผลกระทบอย่างรุนแรงได้ สายการบินจะแจ้งยกเลิกเที่ยวบินทันที ทั้งนี้ก็เพื่อลดความเสี่ยงที่อาจจะเกิดต่อความเสียหายของทรัพย์สินและชีวิตของผู้โดยสารด้วย

    หรือหากสายการบินยังไม่แจ้งยกเลิกเที่ยวบิน แต่เราทราบข่าวไต้ฝุ่นแล้วเกิดความกังวล สามารถโทรไปสอบถามทางสายการบินก่อนได้เช่นกัน

    โดนยกเลิกเที่ยวบินกลับไทย เพราะไต้ฝุ่นเข้า ควรทำยังไง ?

    ก่อนจะหงุดหงิดอารมณ์เสียเพราะไม่ได้กลับบ้าน อยากให้คำนึงอยู่เสมอว่า ทุกอย่างถูกวางแผนเปลี่ยนแปลงเพื่อเซฟชีวิตของเรานะ สิ่งแรกที่ต้องทำคือตั้งสติ แล้ววางแผนการใช้ชีวิตในระหว่างที่ไต้ฝุ่นยังไม่ผ่านไป เช่น การเลื่อนตั๋วเครื่องบิน เลือกวันบินกลับไทยเป็นช่วงหลังจากหมดไต้ฝุ่นแล้ว จองโรงแรมที่พักเพิ่ม วางแผนเรื่องการใช้เงิน เตรียมเงินเอาไว้ให้พร้อม รวมถึงทำเรื่องขอ Refund ให้เรียบร้อย ถ้าหากคุณซื้อประกันการเดินทางไว้ ให้ติดต่อกับบริษัทประกัน เพื่อติดต่อขอรับเงินชดเชยในภายหลังตามกรรมธรรม์ที่ซื้อไว้ และอย่าลืมติดต่อญาติพี่น้องที่ไทยเพื่อแจ้งข่าวไว้ด้วยนะ

    ข้อสรุป

    ถึงแม้ว่าที่ประเทศญี่ปุ่นจะมีไต้ฝุ่นแวะมาเยี่ยมเยีอนในทุกๆปี แต่เค้าก็มีการจัดการ วางแผน และเตรียมรับมือได้อย่างดีเยี่ยม สมกับเป็นประเทศโลกที่ 1 จริงๆ เลยล่ะ แถมยังมีการดูแลฟื้นฟูพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบได้อย่างรวดเร็ว ดังนั้นนักท่องเที่ยวอย่างเราๆ ก็ไม่ต้องกังวลมากไปล่ะ เพียงแค่ติดตามข่าวสารอยู่ตลอด และวางแผนการเดินทางให้ดีเท่านั้นเองล่ะ