คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
17%
15%

การชมดอกบ๊วยเป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่คนญี่ปุ่นตั้งหน้าตั้งตารอคอยในทุก ๆ ปี เมื่ออากาศเริ่มอบอุ่นขึ้นในช่วงปลายฤดูหนาวย่างเข้าฤดูใบไม้ผลิ ตั้งแต่ปลายเดือนกุมภาพันธ์ไปจนถึงปลายเดือนมีนาคม

กิ่งก้านของต้นบ๊วยชิดาเระอูเมะนั้นจะเต็มไปด้วยดอกบ๊วยหลากสีสันที่ย้อยลงด้านล่างดูพริ้วไหวเหมือนกับจะเคลื่อนไหวได้ ซึ่งเป็นลักษณะเด่นของดอกบ๊วยชิดาเระอูเมะ ที่ความสวยงามแปลกตาไม่เหมือนดอกไม้ชนิดอื่น และจะบานให้ได้ชมกันแค่ปีละครั้งเท่านั้น
การเดินทางจากโอซาก้าไปมิเอะในครั้งนี้เราจะใช้รถไฟ Kintetsu กันค่ะ เพราะเค้ามีตั๋วราคาสุดพิเศษสำหรับนักท่องเที่ยวที่สามารถใช้เดินทางด้วยรถสารธารณะของ Kintetsu ได้แบบไม่จำกัดเป็นเวลา 5 วัน ใช้ได้ทั้ง โอซาก้า เกียวโต นารา มิเอะ และ นาโกย่า

เราสามารถซื้อตั๋ว Kintetsu Rail Pass ได้จากทางเว็บไซต์ หลังจากเราชำระเงินแล้วก็จะได้รับลิงค์เพื่อเปิดใช้งานคิวอาร์โค้ดเพื่อให้ในการเดินทางแทนตั๋วรถไฟนั่นเอง ถือว่าสะดวกสบายและไม่ต้องกลัวทำตั๋วหาย แต่มีข้อควรระวังคือต้องเปิดใช้ตั๋วในวันที่เริ่มเดินทางเท่านั้นนะ

เวลาใช้เราก็แค่นำตั๋วไปสแกนตรงทางเข้ารถไฟที่มีช่องแสกนคิวอาร์โค้ด แค่นี้เราก็สามารถเดินผ่านเข้าไปขึ้นรถไฟได้เลย สำหรับรถไฟที่ต้องทำการจองที่นั่งอย่าง รถไฟ Hinotori หรือ รถไฟ Shimakaze เราก็แค่ไปซื้อตั๋วสำหรับที่นั่งเพิ่มที่จุดบริการ ณ สถานีนั้น ๆ
ราคา ตั๋ว Kintetsu Rail Pass 5 Days
ผู้ใหญ่ ราคา 4,900 เยน
เด็ก ราคา 2,450 เยน
เว็บไซต์ : https://www.kintetsu.co.jp/foreign/english/ticket/krp_5day.html

เนื่องจากครั้งนี้เราจะเดินทางไปจังหวัดมิเอะด้วยรถไฟ Hinotori กัน ก่อนอื่นเราต้องมาซื้อตั๋วที่เคาน์เตอร์สำหรับจองที่นั่งกันก่อน ให้มองหาป้าย Limited Express Ticket ที่จะอยู่บริเวณทางเข้าของสถานี Kintetsu Osaka Namba ค่ะ

หลังจากที่เราแจ้งเวลารถไฟที่เราต้องการจะขึ้นแล้ว ก็ชำระเงินค่าที่นั่งของรถด่วนพิเศษได้เลย แล้วทางเจ้าหน้าที่ก็จะออกตั๋วกระดาษที่ระบุเวลาเดินทางและที่นั่งของเรา ให้ค่ะ เราก็เก็บตั๋วนี้ไว้จนกว่าจะถึงจุดหมายปลายทางเลยนะ

เราเดินทางออกจากสถานี Kintetsu Osaka Namba ด้วยรถไฟด่วนพิเศษ Hinotori รอบ 11:00 น. เพื่อไปยังจุดหมายปลายทางคือสถานี Tsu จังหวัดมิเอะ ใช้เวลาในการเดินทาง 1 ชั่วโมง 21 นาทีเท่านั้น

รถไฟด่วนพิเศษ Hinotori เป็นรถไฟที่วิ่งจากสถานี Kintetsu Osaka Namba จังหวัดโอซาก้า ไปสุดสายที่สถานี Nagoya จังหวัดไอจิ ระหว่างทางเราก็สามารถแวะเที่ยวที่จังหวัดนารา และจังหวัดมิเอะได้ด้วยนะ

ห้องโดยสารค่อนข้างกว้างที่นั่งใหญ่นั่งสบาย สำหรับที่นั่งแบบธรรมดาจะเป็นแบบที่นั่งคู่รวมทั้งหมด 4 แถว โดยที่นั่งแต่ละแถวห่างกันพอสมควรทำให้ไม่อึดอัด และยังมีที่วางสัมภาระได้เยอะ กระจกหน้าต่างที่ใหญ่ก็ทำให้เราสามารถชมวิวระหว่างทางได้อย่างผ่อนคลาย

สำหรับที่นั่งที่อยู่บริเวณหัวขบวนและท้ายขบวนจะเป็นที่นั่งแบบพรีเมี่ยมมีขนาดใหญ่และดูหรูหรามาก เป็นแบบที่นั่งคู่ 2 แถวและที่นั่งเดี่ยว 1 แถว แต่ละที่นั่งที่สามารถชมวิวด้านหน้าขณะรถไฟกำลังวิ่งได้ด้วย และในรถไฟยังมีสิ่งอำนวยความสะดวกอย่างห้องน้ำและเครื่องขายกาแฟให้บริการอีกด้วย

สิ่งที่คู่กับการนั่งรถไฟเดินทางไกลๆ นั่นก็คือ เอกิเบน (Ekiben) หรือเบ็นโตะในสถานีนั่นเอง ครั้งนี้เราก็มีร้านเอกิเบนมาแนะนำให้ทุก ๆ คนกัน นั่นก็คือร้าน Hakoyume ร้านขายเบ็นโตะและข้าวปั้น ท่ีตั้งก็อยู่ชั้นเดียวกับทางเข้าสถานีรถไฟหลังผ่านประตูเข้ามาแล้ว

นอกจากเบ็นโตะที่มีให้เลือกมากมายหลายแบบแล้ว ร้านนี้ยังขึ้นชื่อเรื่องข้าวปั้นที่ปั้นกันสดๆ แบบตามสั่งให้เราได้ชมกันเลยทีเดียว โดยมีให้เลือกด้วยกันถึง 16 หน้า ไม่ต้องกลัวจะรอนานเพราะใช้เวลาไม่ถึง 1 นาทีต่อการปั้นข้าวปั้น 1 ชิ้นเท่านั้น

ข้าวปั้นที่เราสั่งมาทานกันในวันนี้เป็นเมนูแนะนำของทางร้านนั่นคือ หน้าเบนิชาเกะ หรือ Red Salmon ที่ทางร้านบอกว่าเป็นเมนูยอดขายอันดับ 1 ความอร่อยของข้าวญี่ปุ่นนุ่ม ๆ ใส่ไส้มาแบบเน้น ๆ คลุกเกลือออกเค็ม ๆ นิดหน่อยเข้ากับเนื้อปลาได้อย่างพอดิบพอดี

และอีกเมนูก็คือเบ็นโตะประจำฤดูกาล ซึ่งช่วงนี้เป็นช่วงใกล้เข้าฤดูใบไม้ผลิ ทางร้านก็เลยมีเบ็นโตะในธีมซากุระขายด้วย ด้านในก็จะประกอบไปด้วยของอร่อยที่จัดสีสันหน้าตาให้เข้ากับฤดูกาลมาครบทั้งของคาวของหวานเลยทีเดียว

เบ็นโตะอีกหนึ่งเมนูที่เราอยากแนะนำให้ลองคือ เบ็นโตะพิเศษที่ทำขึ้นมาให้กับรถไฟด่วนพิเศษ Hinotori ที่เรานั่งกันวันนี้ สำหรับใครที่กินจุและชอบของทอดรับรองว่าไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะมีไก่ทอด ปีกไก่ทอดและทาโกยากิในปริมาณที่เยอะแบบจุใจ

ศาลเจ้ายูกิแห่งนี้เป็นศาลเจ้าเล็ก ๆ ในเมือง Tsu ที่เต็มแน่นไปด้วยต้นบ๊วยกว่า 300 ต้นกว่า 10 สายพันธุ์ หนึ่งในนั้นคือ บ๊วยชิดาเระอูเมะที่เข้ากับศาลเจ้าแบบญี่ปุ่นได้เป็นอย่างดี สีสันของดอกไม้ตัดกับท้องฟ้าในวันอากาศดียิ่งทำให้บรรยากาศสวยขึ้นไปอีก

และยังมีสวนภายในศาลเจ้าขนาดไม่ใหญ่หนัก ทำให้ใช้เวลาเดินชมดอกบ๊วยได้แบบสบาย ๆ ไม่เหนื่อย ซึ่งคนที่มาเที่ยวชมที่นี่ส่วนใหญ่เป็นคนญี่ปุ่นค่ะ

ศาลเจ้ายูกิเดินทางมาได้ไม่ยาก นอกจากการเดินทางด้วยรถสาธารณะที่สามารถนั่งมาลงที่หน้าศาลเจ้าได้เลยแล้ว สำหรับคนที่เช่ารถขับเที่ยวเองก็สามารถขับมาจอดที่ศาลเจ้าได้ เพราะมีที่จอดรถฟรีคอยให้บริการอีกด้วย
Yuki Shrine
| ที่อยู่ | 2341 Fujikata, Tsu, Mie 514-0815 |
| วิธีเดินทาง | จากสถานี Tsu ทางออก East exit ขึ้นบัสที่ป้ายหมายเลข 2 ( Bus bound for Yonezu via Yanagiya ) มาลงที่ป้าย Yuki Jinja-Mae |
| เวลาทำการ | 11 กุมภาพันธ์ – ปลายเดือนมีนาคม 2025 9:00 ~ 17:00 น. |
| ราคา | ผู้ใหญ่ 800 เยน เด็ก 400 เยน |

ที่นี่มีสวนต้นบ๊วยขนาดใหญ่ที่มีเทือกเขาซูซูกะเป็นพื้นหลัง ซึ่งเป็นจุดชมดอกบ๊วยที่สวยที่สุดในเมืองซูซูกะ และจะเปิดให้เข้าชมภายในสวนแค่ปีละครั้งในช่วงฤดูกาลของดอกบ๊วย ในเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคมของทุกปีเท่านั้นนะ

ที่สวนนี้มีดอกบ๊วยนานาพันธุ์รวมถึงดอกบ๊วยชิดาเระอูเมะด้วย ภายในสวนใช้การตกแต่งสวนแบบญี่ปุ่นดั่งเดิมเพื่อเป็นการสืบทอดให้กับคนรุ่นหลัง ได้ชมถึงความสวยงามแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ ซึ่งงดงามแบบหาที่ติไม่ได้ ต้นไม้ที่นี่หลาย ๆ ต้นก็มีขนาดใหญ่มากดูแล้วยิ่งตื่นตาตื่นใจเลย

บางวันจะมีการประดับไฟในช่วงกลางคืนด้วย ซึ่งทำให้ที่นี่ดูสวยตระการตาเข้าไปใหญ่ การประดับไฟตอนกลางคืนจะจัดขึ้นในช่วงที่ดอกบ๊วยบานเต็มที่ ใครมาเที่ยวในช่วงนี้อย่าพลาดเลยทีเดียว
Suzuka Forest Garden
| ที่อยู่ | 151-2 Yamamotocho, Suzuka, Mie 519-0315 |
| วิธีเดินทาง | จากสถานี Yokkaichi ( JR/Kintetsu ) นั่ง Shuttle Bus มาประมาณ 40 นาที |
| เวลาทำการ | กลางเดือนกุมภาพันธ์ถึงปลายเดือนมีนาคม (ขึ้นอยู่กับการบานของดอกบ๊วย) ช่วงประดับไฟ 9:00 ~ 20:30 น. |
| ราคา | 700 ~ 1,800 เยน |
| Website | Suzuka Forest Garden |

ถ้าพูดถึงสวนดอกไม้ในจังหวัดมิเอะ ทุกคนก็ต้องคิดถึงสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ แห่งนี้แน่นอน ในช่วงต้นฤดูใบไม้ผลิก็มีต้นดอกบ๊วยสวย ๆ ถึง 330 ต้น ซึ่งมีดอกบ๊วยชิดาเระอูเมะรวมอยู่ด้วย โดยมีพื้นที่เกือบ 10,000 ตารางเมตรให้เราได้ชมกัน

ไฮไลท์ของที่นี่คือการประดับไฟในช่วงกลางคืน ให้เราได้เดินสบาย ๆ ในอากาศเย็น ๆ ของฤดูนี้ และยังสามารถเพลิดเพลินกับแสงไฟที่สาดส่องไปยังดอกบ๊วยหลากสีสันกับบรรยากาศสุดโรแมนติกตามสไตล์ของสวนนาบานะ โนะ ซาโตะ

ในสวนจะมีทางเดินลัดเลาะตามแถวต้นไม้ให้เราเดินหลายทางเลยทีเดียว ทำให้เราไม่รู้สึกเบื่อและเดินชมเพลินๆ จนลืมเวลาเลย นอกจากโซนดอกบ๊วยแล้วก็ยังมีโซนต่าง ๆ ให้เราได้เข้าชมอีกหลายโซน และยังมีร้านอาหารอีกมากมายให้เราแวะทานอาหารค่ำก่อนกลับที่พักด้วย
Nabana no Sato
| ที่อยู่ | 〒511-1144 Mie, Kuwana, Nagashimacho Komae, Urushibata |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถบัสจาก Meitetsu Bus Center ( Nagoya ) ใช้เวลา 30 นาที |
| เวลาทำการ | วันจันทร์ – วันศุกร์ 10:00 ~ 21:00 น. วันเสาร์ – วันอาทิตย์ 10:00 ~ 22:00 น. |
| ราคา | 2,500 เยน เด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี เข้าฟรี |
| Website | Nabana no Sato |
ฤดูกาลชมดอกบ๊วยแม้จะเป็นช่วงเวลาสั้น ๆ แต่เป็นอีกหนึ่งเทศกาลที่คนญี่ปุ่นรอคอยในทุกๆ ปี และมีความสวยงามมาก ๆ ถ้าใครมีโอกาสมาเที่ยวในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ถึงมีนาคม ก็อย่าลืมเก็บพิกัดชมดอกบ๊วยเอาไว้ในลิสต์เวลามาเที่ยวญี่ปุ่นด้วยนะคะ

Blogger : So Pim
สาวชาวเมืองที่ไม่ชอบการเที่ยวในเมือง การเที่ยวเริ่มต้นจากการที่ใครชวนไปไหนก็ไป ให้ลองทำอะไรก็ทำ จึงได้ค้นพบว่าการเที่ยวไปหลงไปจะทำให้ได้พบสิ่งใหม่ๆที่น่าจดจำเสมอ จนมาถึงวันที่ตัดสินใจว่าจะออกเที่ยวคนเดียว รู้สึกดีซะงั้น การขับรถกินลมชมวิวไปเรื่อยๆอิ่มเอมกับบรรยากาศที่หาไม่ได้จากในเมืองมันทำให้ติดใจจนเลิกไม่ได้กันเลยทีเดียว ฝากผลงานของสาวชาวเมืองที่รักธรรมชาติคนนี้ด้วยนะคะ

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วย […]...

รีวิวฤดูหนาวที่ Hakuba Iwatake Mountain Resort เที่ยวฮาคุบะแบบจัดเต็ม ทั้งจุดชมวิว สกี และออนเซ็น
หากอยากสัมผัสทั้งวิวสวยอลังการ สกี และออนเซ็นในฤดูหนาวของฮาคุบะ Hakuba Iwatake...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515