หลายๆ คนอาจจะคุ้นหู จังหวัด ซากะ จากในซีรีย์ไทยหลายๆ เรื่อง รวมไปถึงภาพของธรรมชาติที่สวยงาม แอบแฝงไปด้วยเสน่ห์ของวัฒนธรรมที่เป็นเอกลักษณ์ สิ่งนี้เองจึงทำให้เราอยากแนะนำ และชวนให้ทุกคนมาทำความรู้จักกับ ‘ซากะ’ ให้มากยิ่งขึ้น เพราะซากะยังมีอะไรอีกเยอะที่รอให้ไปค้นหา มาดูกันว่ามีอะไรที่น่าให้ไปเที่ยวบ้าง

วิธีการเดินทางในซากะ

จังหวัด ซากะ อยู่ในคิวชูตอนเหนือ มีวิธีการเดินทางหลักๆ ที่แนะนำเลยอยู่ 2 วิธี คือ

1. ด้วยรถไฟ

Cr: jrkyushu

สามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR โดยซื้อพาส JR Northern Kyushu Area Pass ที่ครอบคลุมหลายจังหวัดในคิวชูตอนเหนือได้เลย


>> อ่านข้อมูลเพิ่มเติม JR Northern Kyushu ได้ที่นี่

2. ด้วยรถยนต์

อีกวิธีที่แนะนำคือการเช่ารถขับ เพราะรถบัสและรถเมล์ค่อนข้างน้อย และยังไม่ครอบคลุมทุกๆ สถานที่ หากต้องการความสะดวกสบาย หรือมากันเป็นครอบครัว อาจจะแนะนำให้เช่ารถขับเองจะสะดวกกว่า

หลังจากที่ได้รู้วิธีการเดินทางท่องเที่ยวในซากะกันไปคร่าวๆ ต่อมาขอแนะนำไฮไลต์เด็ด 5 สถานที่ห้ามพลาดหากได้มาที่ซากะ ขอบอกว่าทริปนี้ อิ่มอร่อย ฟินทั้งของกิน ของช้อป และวิวทิวทัศน์ที่สวยงามแน่นอน

Yutoku Inari Shrine สักการะศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งซากะ

สถานที่แรกที่จะขอแนะนำต้องเป็นที่นี่เลย ‘ศาลเจ้ายูโทคุอินาริ’ ศาลเจ้าเก่าแก่อายุหลายร้อยปีของเมืองซากะ เชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ติดอันดับ 1 ใน 3 ศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ใครที่เป็นแฟนละครช่อง 3 คงคุ้นเคยกับศาลเจ้านี้อย่างแน่นอน ซึ่งเรื่องนั้นก็คือ “กลกิโมโน” ที่พี่เบิร์ดของเราเล่นเป็นพระเอกนั่นเองค่ะ

มาพูดกันในส่วนของเทพเจ้าศักดิ์สิทธ์ที่ผู้คนมาสักการะ จะอยู่ภายในอาคารไม้ทรงสูงสีแดงที่ตั้งเด่นอยู่ท่ามกลางหุบเขา เต็มไปด้วยสีสันและลวดลายที่เป็นเอกลักษณ์ ทำให้นักท่องเที่ยวรู้สึกดื่มด่ำกับศิลปะที่งดงามเหล่านี้ได้ไม่ยากเลย

หากขึ้นมาสักการะเทพเจ้าต้องเดินขึ้นบันไดมาหน่อย แต่ก็ไม่ลำบากมาก ที่โชคดีคือทำให้เราได้เห็นวิวใบไม้เปลี่ยนสี และบ้านเรือนโดยรอบจากในมุมสูงนี้ได้สวยมากๆ

ชาวเมืองซากะยังเชื่อว่าสถานที่นี้เป็นที่ประทับของเทพเจ้าศักดิ์สิทธิ์ คนญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวจึงมาสักการะเทพเจ้าที่นี่กันไม่ขาดสาย ในสมัยก่อนคนซากะที่ทำการเกษตรก็จะมาขอพรให้ได้ผลเก็บเกี่ยวที่ดี แต่ปัจจุบันก็มีทั้งมาขอพรในเรื่องการเกษตร หรืออาจจะเพื่อให้ตัวเองประสบความสำเร็จในหน้าที่การงาน รวมถึงเรื่องสุขภาพก็ต้องแวะมาที่นี่กันทั้งนั้น

หากใครที่ไหว้แค่ข้างนอกยังไม่พอใจ เพราะอุตส่าห์มาถึงศาลเจ้ายูโทคุอินาริทั้งที ก็สามารถขอให้ทางศาลเจ้าทำพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์เพื่อไหว้เทพเจ้าและขอพรในแบบญี่ปุ่นดั้งเดิมก็ให้บอกกล่าวกับทางศาลเจ้าได้เลย โดยสนนราคาอยู่ที่ 20,000 เยน ต่อ 1 กรุ๊ป ขอบอกว่าห้ามพลาดที่จะได้มาซึมซับวัฒนธรรมแบบนี้ที่ซากะเลย

และแน่นอนว่าในศาลเจ้าของญี่ปุ่นก็จะมีโซนที่ขายเครื่องรางญี่ปุ่นอยู่ประจำศาลเจ้าทุกที่ อย่าลืมแวะซื้อเครื่องรางที่นี่เป็นของฝากให้ตัวเองและคนที่รักเพื่อเสริมพลังในด้านต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นการงาน ความรัก สุขภาพ รวมไปถึงเรื่องค้าขายรุ่งเรือง ให้กิจการเฮงๆ กันตรงนี้ได้นะ

และเนื่องจากศาลเจ้านี้ตั้งอยู่ในหุบเขา หากเดินตามทางเดินที่มีประตูโทริอิสีแดงเรียงรายมาเรื่อยๆ จะพบกับเส้นทางเดินชมธรรมชาติ และเป็นจุดชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยมากๆ ทำให้นึกถึงในช่วงฤดูซากุระบาน เราคงจะเจอซากุระบานสะพรั่งเต็มทางเดินแน่ๆ ถือเป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปที่ไม่ควรพลาดเลยทีเดียว

เมื่อเดินออกมาหน้าศาลเจ้า แล้วเลี้ยวซ้ายมาหน่อย จะพบกับถนนที่เต็มไปด้วยร้านค้าที่ขายของประจำถิ่นอยู่ รวมไปถึงขนมอร่อยๆ และของฝากน่ารักๆ เต็มไปหมด

แล้วถ้ามาซากะจะได้พบกับร้านขายในจังหวัดซากะยังมีเมืองอะริตะที่โด่งดังเรื่องลวดลายของเซรามิกที่เป็นเอกลักษณ์ไม่เหมือนใคร ดังนั้นใครที่มาแถบคิวชู จะต้องพบกับร้านขายเครื่องปั้นดินเผาและเซรามิกแทรกอยู่ตามสถานที่ และร้านรวงต่างๆ ถ้าใครที่มองหาของฝาก ลองแวะมาเดินเล่นที่นี่ได้เลย

สุดท้ายนี้ขอปิดท้ายด้วยวิวจากสะพานด้านหน้าศาลเจ้ายูโทคุที่ทำให้รู้สึกถึงความสงบในแบบสโลวไลฟ์ของซากะเป็นอย่างดี ขอแนะนำเลยสำหรับใครที่อยากหนีความวุ่นวายในตัวเมือง หลบมาให้ซากะช่วยเยียวยาหัวใจสักพัก คงจะฟินไม่ใช่น้อย

Yutoku Inari Shrine

ที่อยู่1855 Furueda, Kashima-shi, Saga-ken 849-1321, Japan
วิธีเดินทางสามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ลงสถานี Hizen-Kashima Station แล้วต่อรถบัสที่ Kashima Bus Center มาลงที่หน้าศาลเจ้า Yutoku Inari Shrine ได้เลย
เวลาทำการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย
จอดรถสำหรับคนที่นำรถยนต์มา ทางศาลเจ้ามีลานจอดรถรองรับได้ 3,000 คัน และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
WebsiteYutokusan

ดูแผนที่ Yutoku Inari Shrine

Yoshinogari Historical Park อุทยานประวัติศาสตร์ยุคยาโยอิ

สวนโยชิโนการิเป็นเหมือนอุทยานประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคยาโยอิ หลายคนอาจจะคุ้นหูมาจากชื่อร้านอาหารญี่ปุ่น แต่จริงๆแล้ว ยาโยอิเป็นชื่อของยุคสมัยหนึ่งที่สำคัญของญี่ปุ่น ประวัติศาสตร์ทีนี่ยาวนานมากถึง 700 ปี ซึ่งยุคแรกของยาโยอิอยู่ในยุคก่อนคริสตศักราชถึง 2 ศตวรรษเลย เป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรื่องอย่างมาก ที่นี่จึงเป็นเสมือนแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดี

ก่อนเข้าชมด้านในอุทยานประวัติศาสตร์ ต้องมาซื้อตั๋วเข้าอุทยานที่ด้านหน้านี้ก่อน ในจุดนี้ไม่ต้องกังวลเราจะเดินหลงหรือว่าจะไม่ได้เรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีมากว่าร้อยปีของที่นี่อย่างเต็มที่ เพราะทางอุทยานจะมีไกด์นำเที่ยวที่แต่งตัวเป็นชาวยาโยอิ มาคอยอธิบายและเล่าเรื่องราวที่น่าสนใจเกี่ยวกับวิถีชีวิตของชาวยาโยอิ และสถานที่ต่างๆ ในเขตพื้นที่โยชิโนการิด้วย

ก่อนเดินเข้าไปด้านในหมู่บ้านประวัติศาตร์ จะพบกับกำแพงเมืองทำด้วยไม้ที่สูงใหญ่ พร้อมกับประตูทางเข้าที่มีรูปปั้นนกทำด้วยไม้ ประดับอยู่ด้านบนของประตูทุกๆ ประตู เมื่อเราถามจากไกด์ก็ได้ความว่า บรรดานกพวกนี้เปรียบเสมือนข้อความจากพระเจ้า ซึ่งเป็นความเชื่อโบราณของชาวยาโยอิที่เราได้เรียนรู้จากไกด์นั่นเอง

ในหมู่บ้านโยชิโนการิที่เราได้เข้ามานี้ บ้านเรือนต่างๆ ของที่นี่มีหลายแบบมากๆ ความแตกต่างเหล่านี้แบ่งจากชนชั้นและฐานะนั่นเอง ไม่ว่าจะเป็นที่ประทับของกษัตริย์และผู้มีหน้าที่เกี่ยวข้องกับศาสนาก็จะเป็นอีกรูปแบบนึง บ้านของชาวบ้านก็จะเป็นอีกแบบนึง รวมถึงอาคารทรงสูงก็จะเป็นเหมือนหอคอยใช้ในการเฝ้าระวัง ซึ่งทุกๆ อย่างก็ยังคงความดั้งเดิมเอาไว้ทั้งหมด

ไกด์ของเราจะพาไปดูกิจกรรม รวมถึงการจำลองการดำเนินชีวิตในสมัยโบราณเอาไว้ด้วย

หากไม่เหนื่อยนัก อยากจะแนะนำให้เดินต่ออีกสักหน่อยเพื่อมาแวะพักชมดอกโซบะที่บานสะพรั่งเต็มสวน ซึ่งในแต่ละฤดูดอกโซบะจะมีสีที่เปลี่ยนไป ทำให้วิวทิวทัศน์ของที่นี่ก็เปลี่ยนไปด้วยเช่นกัน

อย่างในช่วงหน้าหนาวนี้ดอกโซบะจะเปลี่ยนเป็นสีแดง แต่ในช่วงฤดูอื่นๆ ดอกโซบะจะเปลี่ยนเป็นสีขาว ถือว่าเป็นความสวยงามอีกอย่างนึงที่น่ามาเช็คอินถ่ายรูปกันก็ฟินสุดๆ

Yoshinogari Park

ที่อยู่842-0035 SAGA-KEN KANZAKI-GUN Yoshinogari-machi TADE 1843
วิธีเดินทาง1. นั่งรถไฟ JR จากสถานีโทซุ มาลงสถานีคันซาคิหรือสถานีโยชิโนการิโคเอง 2. นั่งรถไฟ JR จากสถานีซากะ มาลงสถานีคันซาคิหรือสถานีโยชิโนการิโคเอง แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที
*กรณีมาโดยรถไฟฟ้าชินคันเซนสายคิวชู ให้เปลี่นมาใช้สายธรรมดาที่สถานีชินโทซุ
เวลาทำการ1 เม.ย. – 31 พ.ค. เปิดเวลา 9.00 – 17.00 น., 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. เปิดเวลา 9.00 – 17.00 น., 1 ก.ย. – 31 มี.ค. เปิดเวลา 9.00 – 17.00 น.
ช่วงปิดทำการวันที่ 31 ธันวาคม / วันจันทร์และอังคารที่ 3 ของเดือนมกราคม
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่(15 ปีขึ้นไป) 460 เยน, ผู้สูงอายุ (มากกว่า 65 ปี) 200 เยน
จอดรถมีลานจอดรถรับรอง เสียค่าจอดรถยนต์ 310 เยน
WebsiteYoshinogari

ดูแผนที่ Yoshinogari Park

แวะชิมสาเก ที่ย่าน Hizen Hamashuku

ถนนสายฮิเซ็นฮามาชูกุ (Hizen Hamashuku) ถนนเก่าแก่แห่งคาชิมะ เรียกได้ว่าเป็นอีกไฮไลต์ของเมืองซากะ ย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านสาเกและโรงงานทำสาเกอันโด่งดัง ที่แฝงตัวอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนเก่าแก่อายุนับร้อยๆปี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ ที่น่ามาเดินเล่นกินลมชมวิวสุดๆ นอกจากจะได้พบกับร้านขายสาเกขึ้นชื่อของเมืองแล้ว ยังเจอกับร้านขายของน่ารักๆ ที่เป็นงาน Handmade เก๋ๆ ชิคๆ ที่ไม่เหมือนใครแน่นอน

อย่างบ้านหลังนี้ที่เราเจอโดยบังเอิญ เป็นบ้านไม้เก่าแก่ ประตูบ้านเปิดต้อนรับผู้มาเยือน ภายในประดับด้วยงานศิลปะที่ทำจากเหล็กและอะลูมิเนียม สวยจนต้องขออนุญาติคุณลุงเจ้าของบ้าน เข้าไปดูสักหน่อย

ซึ่งก็ไม่ผิดหวังเลย นอกจากคุณลุงจะเป็นช่างเหล็กฝีมือเยี่ยม ลุงยังเป็นครูสอนและเคยจัดเวิร์คช้อปให้เด็กๆและผู้ที่สนใจด้วย

บ้านในย่านนี้ส่วนมากมักเปิดเป็นร้านให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเข้าไปสอบถาม และซื้อสินค้าจากเค้าได้เลย เพราะร้านค้าแทบทุกหลังมักจะเปิดประตูไว้รอรับนักท่องเที่ยวอยู่เสมอ

มาถึงถนนที่ขึ้นชื่อเรื่องสาเก จะไม่ให้พามาโรงงานผลิตสาเกได้ยังไง อีกหนึ่งร้านที่อยากแนะนำแต่ต้องขับรถออกมาหน่อยก็คือร้านนี้เลย นอกจากที่เค้าจะใจดีพาเราไปชมโรงงานสาเกด้านในแล้ว ที่นี่ยังมีซอฟต์ครีมรสสาเกที่ไร้แอลกอฮอล์ เด็กๆ ก็มาลองชิมกันได้ อยากให้ทุกคนได้มาลิ้มรสรสชาติหอมละมุนอย่าบอกใครนี้ด้วยตัวเองสักครั้ง

Hizen Hamashuku

ที่อยู่〒849-1322 Hamamachi, Kashima-shi, Saga
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Nagasaki Line ลงสถานี Hizen-Hama Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 6 นาที
เวลาทำการเปิดทุกวัน 8.00-18.00 น.
FacebookSaga Kashima Kankou

ดูแผนที่ Hizen Hamashuku

Arita Porcelain Park แนะนำเมนูเด็ด Imari Beef

อาริตะ ถือเป็นอีกเมืองนึงในจังหวัดซากะที่ขึ้นชื่อเรื่องเครื่องเคลือบดินเผาเป็นที่สุด หากแวะมาห้ามพลาดที่จะมาถ่ายรูปชมความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมบาโรกที่ Arita Porcelain Park พร้อมถ่ายรูปคู่กับพระราชวังสวิงเกอร์จำลอง ที่ตั้งอยู่เมืองเดรสเดน ประเทศเยอรมัน เหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในยุโรปง่ายๆ จากซากะ ให้โซเชียลอิจฉากันไปเลย

นอกจากในส่วนของสวนและพระราชวังที่ยิ่งใหญ่ตระการตา อาคารร้านค้าที่อยู่ที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นร้านขายของที่ระลึก ร้านขายเครื่องปั้นดินเผาและงานเซรามิกโดยเฉพาะ ร้านอาหาร ทั้งหมดล้วนสร้างเหมือนบ้านสไตล์ยุโรปน่ารักๆ ไม่ว่าจะหันกล้องไปมุมไหน ก็ดูน่ารักน่าถ่ายรูปเล่นไปซะหมด

หลังจากเดินชมสวน ถ่ายรูปเล่นมาจนเหนื่อยแล้ว อยากให้แวะมาร้านนี้ที่อยู่ในพื้นที่ของ Arita Porcelain Park เพราะมีเมนูเด็ดที่อยากชวนสายเนื้อให้มาลองชิมคือเมนู Imari Beef เนื้อวัวรสชาติละมุนจากเมืองอิมาริ ของดีจังหวัดซากะ ที่มาแล้วต้องมาลองให้ได้

>

หลังจากมานั่ง เจ้าหน้าที่จะยกน้ำชามาให้ พร้อมถ้วยชาใบเล็กๆ ให้เราแก้ดับกระหายก่อน จากนั้นเรามาสั่งเมนูเด็ด Imari Beef กัน

แท่นแท๊นนนน! ในที่สุดก็มาแล้วพระเอกของเรา เนื้อวัวจากเมืองอิมาริชุ่มฉ่ำ เสิร์ฟมาบนกระทะร้อน พร้อมเครื่องเคียงในสไตล์ญี่ปุ่น

รับประทานคู่กับข้าวสวยร้อนๆ ผักดอง น้ำซุป และไข่ตุ๋น มื้อนี้นอกจากจะอิ่ม ยังได้ความฟินไปเต็มๆ

ก่อนกลับแวะมาชมงานเซรามิกที่เป็นของขึ้นชื่อของที่นี่ได้ สำหรับใครที่ต้องการซื้อของฝากแต่กลัวทำแตกเสียก่อนจะกลับ ทางร้านก็มีบริการเจ้าแมวดำ ไว้ส่งของให้ไปรอที่สนามบินก่อนได้เลย

Arita Porcelain Park

ที่อยู่〒849-1322 Hamamachi, Kashima-shi, Saga
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Sasebo Line ลงสถานี Kami-Arita Station แล้วนั่งรถยนต์ต่อมาอีก 5 กิโลเมตร
ค่าเข้าชมฟรี
เวลาทำการเปิดทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.00-17.00 น. , เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด 9.00-21.00 น.
WebsiteNonnoko

ดูแผนที่ Arita Porcelain Park



Hoyoso Inn ร้านอาหารติดทะเล วิวระดับ 5 ดาว

ความอิ่มอร่อยและวิวทิวทัศน์ที่สวยงามของซากะยังไม่หมดแต่เพียงเท่านี้ คราวนี้จะมาเอาใจคนรักปู จึงขอพาทุกคนหนีจากวิวภูเขา มาเที่ยวทะเลกันบ้าง กับร้านโฮโยโซ หรือ Hoyoso Inn ที่เปิดเป็นร้านอาหาร พร้อมที่พักติดทะเล ให้นักท่องเที่ยวได้มาเพลินเพลินกับคลื่นลมทะเลกันเลย

ภายในร้านตกแต่งด้วยบรรยากาศเรียบง่าย มีม่านกั้นฉากแต่ละโต๊ะเอาไว้ ให้ความเป็นส่วนตัวสุดๆ

และเมนูเด็ดของร้าน ที่ใครแวะมาก็ต้องมาลอง ต้องหนีไม่พ้นเซ็ทข้าวหน้าปูชุดใหญ่ Kani-Mabushi ให้สายปูได้มาอร่อยกับเนื้อปูหวานๆ แน่นๆ เต็มคำ

ไม่เพียงข้าวหน้าปูชามใหญ่ ยังมาพร้อมซอสน้ำจิ้มรสเด็ดถึงสามรสชาติ สามสไตล์ เพลินจนรู้ตัวอีกทีก็หมดชาม นอกจากนี้ยังมีซุปสาหร่ายและไข่ตุ๋นที่มีแซมด้วยซอสคาโบนาร่ารสชาติละมุนลิ้น ในเซ็ทยังมีตบท้ายด้วยของหวานอย่างพุดดิ้ง และชีสเค้ก ทั้งเซ็ทใหญ่สุดฟินนี้ในราคา 2,730 เยน

อย่างที่บอกว่าที่นี่ นอกจากจะเป็นร้านอาหารแล้วยังเปิดที่พักให้นักท่องเที่ยว พร้อมออนเซนที่มองเห็นวิวน้ำทะเล เจ้าของแอบบอกว่าถ้าโชคดีเราอาจจะได้เจอปลาโลมามาว่ายน้ำเล่นอีกต่างหาก ส่วนในตอนกลางคืนนั้นไม่ต้องพูดถึง แช่ออนเซนไปดูดาวไปก็ฟินนน

Hoyoso Inn

ที่อยู่1099-5 Ourahei Nozaki, Tara-cho, Fujitsu-gun 849-1613, Saga Prefecture
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ Nagasaki Line มาลงที่สถานี Hizen-O-Ura Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตร หรือนั่งแท็กซี่มาลงได้ค่ะ
เวลาทำการทุกวัน 11.30-16.00 น.
WebsiteNiKani

ดูแผนที่ Hoyoso Inn

ข้อสรุป

สำหรับเรา จังหวัด Saga (ซากะ) ถือเป็นอีกหนึ่งจังหวัดของคิวชูตอนเหนือที่มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร เป็นความน่ารักปนความอบอุ่นที่ลงตัว อากาศที่บริสุทธิ์และสดชื่น รวมไปถึงภูมิประเทศที่หลากหลาย ทำให้ช่วงเวลาสั้นๆ ก็ไม่สามารถซึมซับเสน่ห์ของซากะไว้ได้หมด ทริปตต่อไปของญี่ปุ่น อยากแนะนำให้มาคิวชู แล้วแวะมาเที่ยวซากะ เพื่อมาซึมซับบรรยากาศแบบนี้ด้วยตาตัวเองสักครั้ง