การเดินทางจากสนามบินสุวรรณภูมิไปเที่ยวคิวชู!!

การเดินทางครั้งนี้เราเดินทางด้วยสายการบินไทย เพราะตอนนี้สายการบินไทย เป็นสายการบินเดียวในตอนนี้ที่มีไฟลท์บินตรงไปลงสนามบินฟุกุโอกะ ซึ่งเป็นสนามบินนานาชาติที่รองรับเที่ยวบินทั้งภายในและภายนอก ถือว่าเป็นจุดหมายแรกของนักท่องเที่ยวที่ต้องการมาเที่ยวคิวชูกันเลย

โดยเราจะบินไฟลท์กลางคืนจากสนามบินสุวรรณภูมิ ไปถึง สนามบินฟุกุโอกะตอนประมาณแปดโมงเช้า เพื่อให้ได้เที่ยว 3 วันเต็มๆ และกลับวันที่ 4 สายๆ หน่อย จะถึงไทยไม่เย็นมาก มีเวลาพักผ่อนเต็มที่ หลังจากตะลุยเที่ยว คิวชูเหนือกัน!!

หลังจากนั่งเครื่องมาตลอด 5 ชั่วโมง ก็มาถึงสนามบินฟุกุโอกะ จากสนามบินฟุกุโอกะ เราสามารถต่อรถบัส Taxi หรือ Subway ได้จากที่นี่เพื่อเข้าตัวเมืองเลย แต่เนื่องจากแพลนเที่ยวเราอัดแน่นตลอด 3 วันเต็มๆ ก่อนบินกลับวันที่ 4 นั้น เราจึงเลือกขับรถไปเอง เพราะสถานที่เที่ยวบางแห่งที่เลือกไป การเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะยังไม่ครอบคลุมมากนัก หรือว่าอาจจะต้องมีการต่อ Taxi ซึ่งต้องเผื่อเวลาอยู่พอสมควร แต่ถ้าใครอยากใช้ระบบขนส่งสาธารณะ เราก็มีแนะนำการเดินทางด้วยตัวเอง ที่อยู่ในข้อมูลของสถานที่เที่ยวแต่ละที่ไว้ให้ด้วยเหมือนกัน

เอาล่ะ! ไม่รอช้า เรามาดูแผนการเที่ยว และเส้นทางการเดินทางภาพรวมในทริปนี้กัน

วางแผนการเดินทาง : เส้นทางการเที่ยว 4 วัน 3 คืนในการเที่ยวคิวชูเหนือ

วันที่ 1 : จากสนามบินฟุกุโอกะ เน้นเที่ยวซากะ ปิดท้ายด้วยพักที่โรงแรมในนางาซากิ
สนามบินฟุกุโอกะ → Yoshinogari Historical Park → Hoyoso Inn → Yutoku Inari Shrine → Hizen Hamashuku → Nagasaki Prefectural Art Museum → พักที่โรงแรม Hotel New Nagasaki

วันที่ 2 : จากโรงแรมในนางาซากิ เน้นเที่ยวในนางาซากิและคุมาโมโตะ ปิดท้ายด้วยพักที่โรงแรมในคุมาโมโต้
Chiwata Station → หมู่บ้าน Hasami → Arita Porcelain Park → Suizenji Park → Kumamoto Castle → พักที่โรงแรม Kumamoto Hotel Castle

วันที่ 3 : จากโรงแรมในคุมาโมโตะ เน้นเที่ยวในคุมาโมโตะและฟุกุโอกะ ปิดท้ายด้วยพักที่โรงแรมในฟุกุโอกะ
Kichijien Cafe → Hoshinomura → Kamado Shrine → Dazaifu Shrine → พักที่โรงแรม Solaria Nishitetsu Hotel

วันที่ 4 : จากโรงแรมในฟุกุโอกะ → สนามบินฟุกุโอกะ
จากโรงแรมในฟุกุโอกะ หากนั่ง Subway ไปสนามบินฟุกุโอกะ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีเท่านั้น

ดูแผนที่เส้นทางการเที่ยว 4 วัน 3 คืนในคิวชูเหนือ

เนื่องจากว่าการเดินทางในครั้งนี้นั้น เราเดินทางหลักๆ อยู่ 3 วัน จึงขอเน้นรีวิวการเที่ยวคิวชู 3 วัน 4 จังหวัดแบบเต็มๆ พิกัดอัดแน่นกันไปเลย!

วันที่ 1 : จากสนามบินฟุกุโอกะ เน้นเที่ยวซากะ ปิดท้ายด้วยพักที่โรงแรมในนางาซากิ

Yoshinogari Historical Park อุทยานประวัติศาสตร์ยุคยาโยอิ

เริ่มต้นวันแรกด้วยการมาเดินเล่น เรียนรู้ประวัติศาสตร์ของญี่ปุ่น สมัยยุคยาโยอิ ที่ Yoshinogari Historical Park สวนโยชิโนการิเป็นเหมือนอุทยานประวัติศาสตร์ตั้งแต่ยุคยาโยอิ ประวัติศาสตร์ที่นี่ยาวนานมากถึง 700 ปี เป็นยุคที่มีความเจริญรุ่งเรื่องอย่างมาก ที่นี่จึงเป็นเสมือนแหล่งเรียนรู้ทางประวัติศาสตร์และเรียนรู้วิถีชีวิตของชาวญี่ปุ่นในสมัยโบราณได้เป็นอย่างดี

Yoshinogari Historical Park

ที่อยู่1843 Yoshinogari-machi, Kanzaki-gun, Saga-ken, 842-0035, Japan
วิธีเดินทาง1. นั่งรถไฟ JR จากสถานีโทซุ มาลงสถานีคันซาคิหรือสถานีโยชิโนการิโคเอง 2. นั่งรถไฟ JR จากสถานีซากะ มาลงสถานีคันซาคิหรือสถานีโยชิโนการิโค แล้วเดินต่ออีกประมาณ 15 นาที
*กรณีมาโดยรถไฟฟ้าชินคันเซนสายคิวชู ให้เปลี่นมาใช้สายธรรมดาที่สถานีชินโทซุ
เวลาทำการ1 เม.ย. – 31 พ.ค. เปิดเวลา 9.00 – 17.00 น., 1 มิ.ย. – 31 ส.ค. เปิดเวลา 9.00 – 17.00 น., 1 ก.ย. – 31 มี.ค. เปิดเวลา 9.00 – 17.00 น.
ช่วงปิดทำการ วันที่ 31 ธันวาคม, วันจันทร์และอังคารที่ 3 ของเดือนมกราคม
ค่าเข้าชมผู้ใหญ่(15 ปีขึ้นไป) 460 เยน, ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 200 เยน
ลานจอดรถมีลานจอดรถรับรอง เสียค่าจอดรถยนต์ 310 เยน
WebsiteYoshinogari

ดูแผนที่ Yoshinogari Historical Park

แวะฝากท้องที่ Hoyoso Inn ร้านอาหารติดทะเล วิวระดับ 5 ดาว

ขับรถต่อมาอีกประมาณชั่วโมงครึ่ง ก็ได้มาเจอร้านอาหารติดทะเล แห่งเมือง Tara ชื่อว่า Hoyoso Inn ที่นี่เป็นทั้งร้านอาหารชื่อดัง และยังเปิดเป็นที่พักให้นักท่องเที่ยวได้มาพักผ่อนรับลมทะเลกันอีกด้วย และเมนูเด็ดของร้าน ที่ใครแวะมาก็ต้องมาลอง คงหนีไม่พ้นเซ็ทข้าวหน้าปูชุดใหญ่ Kani-Mabushi ให้สายปูได้มาอร่อยกับเนื้อปูหวานๆ แน่นๆ เต็มคำ พร้อมน้ำจิ้ม 3 แบบ 3 สไตล์ รวมไปถึงเครื่องเคียง และขนมหวานแสนอร่อย

Hoyoso Inn

ที่อยู่1099-5 Ohoura, Tara-cho, Fujitsu-gun, Saga-ken 849-1613, Japan
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ Nagasaki Line มาลงที่สถานี Hizen-O-Ura Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 2 กิโลเมตร หรือนั่งแท็กซี่มาลงได้ค่ะ
เวลาทำการทุกวัน เวลา 11.30-16.00 น.
WebsiteNiKani

ดูแผนที่ Hoyoso Inn

Yutoku Inari Shrine สักการะศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งซากะ

หากมาซากะ ห้ามพลาดที่จะมาศาลเจ้า Yutoku Inari เด็ดขาด เพียงแค่ขับรถต่อจาก Hoyoso Inn เพียงครึ่งชั่วโมงก็จะได้เจอกับ ศาลเจ้าเก่าแก่อายุหลายร้อยปีของเมืองซากะ เชื่อว่าสร้างมาตั้งแต่สมัยเอโดะ ติดอันดับ 1 ใน 3 ศาลเจ้าที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นเลยทีเดียว

Yutoku Inari Shrine

ที่อยู่1855 Furueda, Kashima-shi, Saga-ken 849-1321, Japan
วิธีเดินทางสามารถเดินทางด้วยรถไฟ JR ลงสถานี Hizen-Kashima Station แล้วต่อรถบัสที่ Kashima Bus Center มาลงที่หน้าศาลเจ้า Yutoku Inari Shrine ได้เลย
เวลาทำการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง
ค่าเข้าชม ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ลานจอดรถสำหรับคนที่นำรถยนต์มา ทางศาลเจ้ามีลานจอดรถไว้รองรับ และไม่เสียค่าใช้จ่ายใดๆ
WebsiteYutokusan

ดูแผนที่ Yutoku Inari Shrine

แวะชิมสาเก ที่ย่าน Hizen Hamashuku

ถนนสายฮิเซ็นฮามาชูกุ (Hizen Hamashuku) ถนนเก่าแก่แห่งคาชิมะ เรียกได้ว่าเป็นอีกไฮไลต์ของเมืองซากะ ย่านที่ขึ้นชื่อเรื่องร้านสาเกและโรงงานทำสาเกอันโด่งดัง ที่แฝงตัวอยู่ภายในอาคารบ้านเรือนเก่าแก่อายุนับร้อยๆ ปี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่น่ามาเดินเล่นกินลมชมวิวสุดๆ นอกจากจะได้พบกับร้านขายสาเกขึ้นชื่อของเมืองแล้ว ยังเจอกับร้านขายของน่ารักๆ ที่เป็นงาน Handmade เก๋ๆ ชิคๆ ที่ไม่เหมือนใครแน่นอน แถมมีไอศกรีมสาเก สูตรไม่ใส่แอลกอฮอล์ ที่อยากให้ลิ้มลองที่นี่ด้วย!

Hizen Hamashuku

ที่อยู่2696 Hamamachi, Kashima-shi, Saga-ken, 849-1322
วิธีเดินทางนั่งรถไฟสาย Nagasaki Line ลงสถานี Hizen-Hama Station แล้วเดินต่ออีกประมาณ 6 นาที
WebsiteSaga Kashima Kankou

ดูแผนที่ Hizen Hamashuku

Nagasaki Prefectural Art Museum ชมวิวแสงไฟยามค่ำคืน Night View ที่นางาซากะ

ถ้าพูดถึง Night View สวยๆ ในเมืองนางาซากิ หลายคนอาจคุ้นเคยกับวิวจากภูเขาอินาสะ 1 ใน 3 วิวสวยที่สุดในญี่ปุ่น แต่หากไม่อยากเดินทางไกล ในบริเวณใจกลางเมืองนางาซากิ เราจะพบกับ Nagasaki Prefectural Art Museum นี้เรียกได้ว่าเป็น ‘มิวเซียมวิวสวย’ ที่เดินทางง่าย และมองเห็นวิวทิวทัศน์นางาซากิในตอนกลางคืนได้สวยไม่แพ้ที่ไหนเลย

Nagasaki Prefectural Art Museum

ที่อยู่2-1, Dejima-machi, Nagasaki City, Nagasaki Prefecture 850-0862, Japan
วิธีเดินทางเดินประมาณ 18 นาที จากสถานีรถไฟ Nagasaki Station
เวลาทำการ10.00 – 20.00 น.
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย
WebsiteNagasaki Museum

ดูแผนที่ Nagasaki Prefectural Art Museum

Hotel New Nagasaki โรงแรมวิวสวย ไม่ไกลจาก Nagasaki Prefectural Art Museum

ที่พักใจกลางเมืองนางาซากิ อยู่ไม่ไกลจาก Nagasaki Prefectural Art Museum เดินไปได้ไม่ไกลเลย แถมยังใกล้ห้างสรรสินค้า เดินทางสะดวกด้วยรถไฟ JR สถานีนางาซากิ (Nagasaki Station) เดินเพียงแค่ไม่กี่ก้าวเท่านั้น

Hotel New Nagasaki

ที่อยู่14-5 Daikoku-machi Nagasaki City, 850-0057
วิธีเดินทางเดินเพียง 2 นาที จากสถานีรถไฟ Nagasaki Station
เวลาทำการCheck in time 2.00 pm. / Check out time 11.00 am.
ราคาเริ่มต้นที่ 30,888 เยน
WebsiteHotel New Nagasaki

ดูแผนที่ Hotel New Nagasaki

มื้อเย็นที่ ร้าน Izakaya ย่าน funadaikumachi ( Robata ASA KISABURO : 炉端亜紗 喜三郎 )

ย่าน Funadaikumachi เป็นอีกหนึ่งย่านที่มีร้านอาหารเปิดเยอะมากๆ ซึ่งร้านที่เราเลือกมาวันนี้คือ Robata ASA KISABURO ร้านอิซากายะนั่งชิลล์ อาหารรสชาติดี มีเมนูอร่อยให้เลือกเยอะทีเดียว

Robata ASA KISABURO

ที่อยู่7-9 Dozamachi, Nagasaki, Nagasaki Prefecture 850-0841, Japan
วิธีเดินทางนั่งรถรางลงสถานี Kankodori Station แล้วเดินต่ออีก 1 นาที
เวลาทำการ17.00 – 1.00 น. เฉพาะวันอาทิตย์เปิดเวลา 17.00 – 12.00 น.
Website炉端亜紗 喜三郎

ดูแผนที่ Robata ASA KISABURO

วันที่ 2 : จากโรงแรมในนางาซากิ เน้นเที่ยวในนางาซากิและคุมาโมโตะ ปิดท้ายด้วยพักที่โรงแรมในคุมาโมโต้

Chiwata Station : สถานีเก่าแก่ วิวสวยติดอันดับต้นๆ

แวะถ่ายรูปสักแชะที่ Chiwata Station พิกัดสถานที่ชมวิวริมทะเลที่สวยงามที่สุดของนางาซากิ เป็นสถานีรถไฟท้องถิ่นในคิวชู จะวิ่งบนเส้นทาง JR Kyush Omura Line ถึงแม้ว่าจะเป็นสถานีรถไฟที่เก่าแก่ย้อนยุค สร้างมาตั้งแต่ปี 1928 แต่ก็ยังเปิดให้คนทั่วไปและนักท่องเที่ยวได้สัญจรไปมา และเดินทางมาชื่นชมความงามของสถานที่นี้อยู่เสมอ

Chiwata Station

ที่อยู่Dajigo,Higashisonogi, Nagasaki-ken, 859-3927, Japan
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR Omura Line ลงที่สถานี Chiwata ได้เลย

ดูแผนที่ Chiwata Station

Hasami & City walk เดินเล่น ฮาซามิ หมู่บ้านเครื่องเคลือบดินเผาเก่าแก่

อีกหนึ่งสถานที่ที่อยากแนะนำคือ หมู่บ้าน ‘ฮาซามิ’ (Hasami) หมู่บ้านแห่งงานเซรามิก (porcelain) ที่มีชื่อเสียงอย่างมากในญี่ปุ่น

การได้มาเดินเล่นหมู่บ้านที่ทำงานเซรามิกเก่าแก่ของญี่ปุ่นนี้ จะได้ชมและช้อปไปกับศิลปะจากงานเซรามิกที่ขายตามร้านในหมู่บ้านนี้แล้ว ยังได้ซึมซับกับประวัติศาสตร์และความเป็นมาที่ยาวนานของหมู่บ้านนี้ขณะเดินเล่นอีกด้วย

ร้าน Akaigura, Hasami

ที่อยู่929 Nakaogo, Hasami, Higashisonogi-gun, Nagasaki-ken 859-3712, Japan
วิธีเดินทางนั่ง Taxi จากสถานี Mikawachi นั่ง Taxi ต่อมาอีก 20 นาที
เวลาทำการ10.00 – 17.00 น. (ปิดทุกวันพุธ)
WebsiteAkaiKuraHasami

ดูแผนที่ ร้าน Akaigura, Hasami

Arita Porcelain Park แนะนำเมนูเด็ด Imari Beef

อาริตะ ถือเป็นอีกเมืองหนึ่งที่ขึ้นชื่อเรื่องเซรามิกเป็นที่สุด หากแวะมาห้ามพลาดที่จะมาถ่ายรูปชมความยิ่งใหญ่ของสถาปัตยกรรมบาโรกที่ Arita Porcelain Park พร้อมถ่ายรูปคู่กับพระราชวังสวิงเกอร์จำลอง เหมือนเราได้หลุดเข้าไปอยู่ในยุโรปยังไงอย่างงั้น

ถ่ายรูปเล่นมาจนเหนื่อยแล้ว อยากให้แวะมาร้านนี้ที่อยู่ในพื้นที่ของ Arita Porcelain Park เพราะมีเมนูเด็ดที่อยากชวนสายเนื้อให้มาลองชิมคือเมนู Imari Beef เนื้อวัวรสชาติละมุนจากเมืองอิมาริ ของดีจังหวัดซากะ ที่มาแล้วต้องมาลองให้ได้

Arita Porcelain Park

ที่อยู่340-28 Arita-cho, Nishimatsuura-gun, Saga-ken, 844-0014
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Sasebo Line ลงสถานี Kami-Arita Station แล้วนั่ง Taxi ต่อมาอีก 5 กิโลเมตร
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย
เวลาทำการเปิดทำการ จันทร์-ศุกร์ 9.00-17.00 น. , เสาร์-อาทิตย์ และวันหยุด 9.00-21.00 น.
WebsiteArita Touki

ดูแผนที่ Arita Porcelain Park

Suizenji Park ใส่ชุดกิโมโน เดินชมสวนเก่า ไหว้ศาลเจ้าขอพร

Suizenji Park สวนเก่าแก่อายุหลายร้อยปี เมื่อเข้ามาด้านในจะได้พบกับบึงใหญ่ที่มีน้ำใสแจ๋ว เป็นเหมือนแลนด์มาร์กของสวนแห่งนี้ก็ว่าได้ รายล้อมไปด้วยต้นไม้ และเนินเขา สวนแห่งนี้เริ่มสร้างมาตั้งแต่ศัตวรรษที่ 17 และยังคงอนุรักษ์ความดั้งเดิมของสวนสไตล์ญี่ปุ่นไว้เหมือนเดิมทุกอย่าง

นอกจากสวนสวยๆ ที่มีให้ชมแล้ว ที่นี่ยังมีอีกหลายสถานที่ให้ไปเดินเล่น แต่ที่ห้ามพลาดเลย คือการแวะมาสักการะเทพเจ้าในศาลเจ้าอิซึมิ ที่ตั้งอยู่ในบริเวณสวนซุยเซ็นจิ ซึ่งสร้างมาตั้งแต่ปี 1878

Suizenji Park

ที่อยู่8-1, Suizenji Koen, Chuo-ku, Kumamoto-shi, Kumamoto-ken, 860-0956
วิธีเดินทางขึ้นรถราง (Kumamoto City Tram ) สาย A หรือ B ก็ได้ ไปลงที่สถานี Kokubu แล้วเดินต่อไปประมาณ 8 นาที / หากจะมาด้วยรถไฟ JR ใช้เส้น Hohi Line ลงสถานี Shin-Suizenji Station แล้วเดินต่ออีก 15 นาที
เวลาทำการมีนาคม-ตุลาคม เปิดเวลา 7.30 – 18.00 น. (สามารถเข้าได้จนถึงเวลา 5.30 น.) / พฤศจิกายน – กุมภาพันธ์ เปิดเวลา 8.30 – 17.00 น. (สามารถเข้าได้จนถึงเวลา 4.30 น.)
ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 200 เยน
WebsiteSuizenji Park

ดูแผนที่ Suizenji Park

Kumamoto Castle จุดไฮไลต์ที่ใครต้องมา

ปราสาท Kumamoto Castle หนึ่งในปราสาทที่ยิ่งใหญ่และมีชื่อเสียงมากๆ ของญี่ปุ่น และเป็นปราสาทที่สวยงามเก่าแก่มีอายุยาวนานกว่า 400 ปี ตั้งอยู่ใจกลางของเมือง เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งไฮไลต์ หากใครมาเยือนที่นี่ ต้องได้มาเห็นปราสาทคุมาโมโตะสักครั้ง

Kumamoto Castle

ที่อยู่1 Honmaru, Chuo-ku, Kumamoto, Kumamoto-ken, 860-0002
วิธีเดินทางขึ้นรถราง (Kumamoto City Tram Guide) สาย A หรือ B ก็ได้ ไปลงที่สถานี Kumamotojo-Shiyakusho-Mae แล้วเดินต่อไปยังปราสาทประมาณ 7 นาที
Website Kumamoto Castle

ดูแผนที่ Kumamoto Castle

พักที่ Kumamoto Hotel Castle โรงแรมเก่าแก่ประจำเมือง

Cr: booking

หากพูดถึงโรงแรมประจำเมือง ที่เก่าแก่ของจังหวัดคุมาโมโตะ ต้องยกให้ Kumamoto Hotel Castle เลย การเดินทางก็สะดวกสบาย มีป้ายรถประจำทางที่จอดอยู่ด้านหน้าโรงแรม และมีรถรางที่ใกล้ที่สุดคือสถานี Kumamoto Castle ที่ใช้เวลาเดินเพียง 4 นาทีเท่านั้น

Kumamoto Hotel Castle

ที่อยู่4-2 Jyoto-machi, Chuo-ku, Kumamoto, Kumamoto-ken, 860-8565
วิธีเดินทางจากสถานีรถไฟ JR Kumamoto มาต่อรถรางที่ Kumamoto Station ลงสถานี Kumamoto Castle แล้วเดินต่ออีก 4 นาที หรือจะนั่งรถประจำทางจากสถานีรถไฟ JR Kumamoto มาลงที่หน้าโรงแรมเลยก็ได้เช่นกัน
เวลาทำการเช็คอินเวลา 14.00 น. และเช็คเอาท์เวลา 11.00 น.
ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ 9,000 เยน (ขึ้นอยู่กับวันและช่วง high-season)
WebsiteHotel Castle

ดูแผนที่ Kumamoto Hotel Castle

Shimotori Shotengai ย่านช้อปปิ้งใกล้โรงแรม แนะนำเมนูเด็ด!

ใกล้ๆโรงแรมจะมีย่านการค้าที่ชื่อว่า Shimotori Shotengai เป็นทั้งแหล่งช้อปปิ้งให้เดินเล่น รวมถึงร้านอาหาร ร้านขนม และร้าน Drug Store ก็ตั้งอยู่บริเวรณนี้ทั้งหมด หลังจากเก็บกระเป๋าเข้าที่พักแล้ว ตกเย็นสามารถมาเดินเล่น ช้อปปิ้ง หาของกินได้ที่นี่

และร้านที่อยากให้มาตามกันนี้ มีชื่อว่า Higo no Jinya (肥後の陣屋) เป็นร้านอิซากายะที่อยู่ติดถนน Sakaba สามารถเดินมาจากโรงแรมได้ ไม่ไกลนัก และทีเด็ดที่อยากแนะนำให้ทุกคนมาลองสั่ง หากมาที่ร้านนี้ก็คือ Horse Sashimi หรือซาชิมิเนื้อม้ารสชาตินุ่มลิ้นนั่นเอง เมนูเนื้อม้าที่นี่ถือว่าเป็นเมนูที่โด่งดังของจังหวัดคุมาโมโตะ จิ้มโชยุเล็กน้อยรับรองว่ารสชาติหวานอร่อย ไม่คาวแน่นอน

ร้าน Higo no Jinya

ที่อยู่1-5-20, Shimotori, Chuo-ku, Kumamoto, Kumamoto-ken, 860-0807 Japan
วิธีเดินทางเดินจากโรงแรม Kumamoto Hotel Castle มาประมาณ 8 นาที
เวลาทำการ16.00 – 24.00 น.
WebsiteHigo no Jinya

ดูแผนที่ Higo no Jinya

วันที่ 3 : จากโรงแรมในคุมาโมโตะ เน้นเที่ยวในคุมาโมโตะและฟุกุโอกะ ปิดท้ายด้วยพักที่โรงแรมในฟุกุโอกะ

Kichiji Farm ลิ้มรสผลไม้สดๆ จากสวนในคุมาโมโตะ

จังหวัดคุมาโมโตะเป็นอีกหนึ่งจังหวัดในญี่ปุ่น ที่มีสวนผลไม้อยู่เยอะมาก เนื่องจากเป็นจังหวัดที่มีภูเขาไฟ จึงเชื่อว่าดินที่นี่มีแร่ธาตุที่ทำให้ผลไม้ในสวนของคุมาโมโตะมีรสชาติดี หวาน กรอบ และหอม เรียกได้ว่าเป็นผลไม้ในอุดมคติของใครหลายๆ คนเลย และ Kichiji Farm ก็เป็นหนึ่งในสวนผลไม้ของจังหวัดคุมาโมโตะ ที่เปิดทั้งคาเฟ่ และทัวร์เก็บผลไม้ ไว้ต้อนรับนักท่องเที่ยวได้เข้ามาเก็บผลไม้ถึงในฟาร์มเลยทีเดียว

Kichiji Farm

ที่อยู่556-1 Uki-machi, Kita-ku, Kurumoto-shi, Kumamoto-ken 861-0151
วิธีเดินทางจากสถานี Kumamoto นั่งรถไฟสาย JR Kagoshima line ลงสถานี Ueki station แล้วนั่งแท็กซี่ต่ออีก 5 นาที หรือจะเช่ารถขับมาเลยก็สะดวกค่ะ
Emailinfo@kichijien.co.jp
WebsiteKichijien

ดูแผนที่ Kichiji Farm

เรียนรู้ชาให้ถึงแก่น ต้องมา Hoshino-mura

หมู่บ้าน ‘โฮชิโนะมูระ’ จังหวัดฟุกุโอกะ เป็นหมู่บ้านที่โอบล้อมไปด้วยขุนเขา นับเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะสามารถมาสัมผัสประสบการณ์ดูดาวได้สวยที่สุด จนได้ชื่อว่าเป็นหมู่บ้านแห่งดวงดาว นอกจากนี้ที่นี่ยังขึ้นชื่อเรื่องชาดังของท้องถิ่น เราจึงขอแนะนำให้มาแวะฝากท้องกันที่ Tea’s Culture Center พิพิธภัณฑ์ชา ที่นอกจากจะได้เรียนรู้เรื่องชาแล้ว ยังมีโซนคาเฟ่และร้านอาหาร ที่ใช้ชาเป็นวัตถุดิบหลักอีกด้วย อีกหนึ่งกิจกรรมคือการได้มาสัมผัสวัฒธรรมการผลิตชาที่มีชื่อเสียงของโฮชิโนะมูระ และได้มาลงมือบดใบชาแบบต้นฉบับดั้งเดิมของที่นี่เลย

Tea’s Culture Center

ที่อยู่10816-5 Hoshino, Yame-shi, Fukuoka-ken, 834-0201
วิธีเดินทางขับต่อมาอีก 45 นาทีด้วยรถยนต์ จากสถานี Ukiha Station
เวลาทำการ10.00 น. – 17.00 น.(ปิดทำการวันอังคาร)
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย
WebsiteHoshinofurusato

ดูแผนที่ Tea’s Culture Center

ไหว้เทพเจ้า ขอพรเรื่องความรัก ที่ Houmangu Kamado Shrine

หากใครแวะมา ฟุกุโอกะ ห้ามพลาด มาเที่ยวที่ศาลเจ้าโฮมังกุคามาโดะ ( Houmangu Kamado Shrine ) เป็นศาลเจ้าสำหรับหนุ่มสาวที่จะมาขอพรเรื่องความรักกันเลย เชื่อว่าศาลเจ้าศักดิ์สิทธิ์แห่งนี้มีเทพเจ้าแห่งการแต่งงานสิงสถิตอยู่ ซึ่งท่านเป็นผู้เชื่อมและผูกชะตาความรักให้กับมนุษย์นั่นเอง

Houmangu Kamado Shrine

ที่อยู่883 Uchiyama, Dazaifu, Fukuoka-ken, 818-0115
วิธีเดินทางจากสถานี Dazaifu Station เพื่อไปขึ้นรถเมล์ประจำทางที่ป้าย Nishitetsu Dazaifu Sta.(bus) มาลงที่ป้าย Uchiyama แล้วเดินต่ออีก 3 นาที หรือเดิน 40 นาทีจาก Dazaifu Station
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าใช้จ่าย
WebsiteKamadoJinja

ดูแผนที่ Houmangu Kamado Shrine

Dazaifu Tenmangu Shrine ศาลเจ้าโด่งดังของจังหวัดฟุกุโอกะ

ไม่ไกลจาก ศาลเจ้าโฮมังกุคามาโดะ เราสามารถแวะมาเดินเล่นและสักการะศาลเจ้าดาไซฟุ เท็นมานกุ ที่มีชื่อเสียงของฟุกุโอกะได้เลย เชื่อกันว่าที่นี่เป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งการเรียนรู้อย่าง ซุกะวะระ โนะ มิชิซาเนะ ผู้เป็นทั้งนักวิชาการ และนักการเมืองที่ประสบความสำเร็จอย่างมาก ซึ่งท่านได้จบชีวิตลงที่นี่นั่นเอง ส่วนด้านนอกศาลเจ้า จะมีถนนคนเดินสายเล็กๆ เต็มไปด้วยร้านอาหาร คาเฟ่น่ารักๆ และร้านขายขนม รวมไปถึงของที่ระลึกมากมายให้นักท่องเที่ยวได้เดินเล่นอีกด้วย

Dazaifu Tenmangu Shrine

ที่อยู่4-7-1 Saifu, Dazaifu, Fukuoka-ken, 818-0117, Japan
วิธีเดินทางเดินเพียง 7 นาที จากสถานี Dazaifu Station
ค่าเข้าชมไม่เสียค่าเข้าชม
WebsiteDazaifuTenmangu

ดูแผนที่ Dazaifu Tenmangu Shrine

แนะนำที่พัก Solaria Nishitetsu Hotel ดังใจกลางเมือง ใกล้สนามบินฟุกุโอกะ

Solaria Nishitetsu Hotel อยู่ห่างจากสถานีรถไฟใต้ดิน Tenjin Subway Station โดยใช้เวลาเดินเพียง 3 นาที และสถานีรถไฟ JR Hakata Train Station ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ของฟุกุโอกะเพียง 10 นาที หากเดินทางด้วยรถยนต์

Solaria Nishitetsu Hotel

ที่อยู่2-2-43 Tenjin, Chuo-ku, Fukuoka, Fukuoka-ken, 810-0001
วิธีเดินทางใช้เวลาเดินเพียง 2 นาที จากสถานีรถไฟ Nishitetsu Fukuoka (Tenjin) Station
เวลาทำการเวลาเช็คอิน 15.00 น. และเช็คเอ้าท์ 11.00 น.
ราคาเริ่มต้นที่ราคาประมาณ 17,200 เยน
WebsiteSolaria Fukuoka

ดูแผนที่ Solaria Nishitetsu Hotel

ดูรีวิวแต่ละสถานที่เที่ยวทั้ง 4 จังหวัดของการเที่ยวคิวชูเหนือแบบเต็มๆ ได้ที่ลิ้งก์ด้านล่างนี้เลย

floating-restaurant-1

อ่านรีวิว ‘ซากะ’ ได้ที่นี่

ชวนมาค้นพบเสน่ห์แห่ง Saga เมืองน่าเที่ยวในคิวชูตอนเหนือ

floating-restaurant-1

อ่านรีวิว ‘นางาซากิ’ ได้ที่นี่

แจกพิกัด! 3 สถานที่เดินเล่น ชมวิวสวยๆ น่าเช็คอินของ นางาซากิ พร้อมที่พัก

floating-restaurant-1

อ่านรีวิว ‘คุมาโมโตะ’ ได้ที่นี่

ทริปสุดฟิน! เที่ยว Kumamoto เดินชมสวน เก็บผลไม้ ชิมเนื้อม้า ต้องลองมาแล้วจะรู้

floating-restaurant-1

อ่านรีวิว ‘ฟุกุโอกะ’ ได้ที่นี่

เที่ยว ฟุกุโอกะ แบบซึมซับวัฒนธรรม ใน 1 Day Trip วันเดียวเที่ยวสุดฟิน

ตอนพิเศษไม่มีในรีวิว! วันสุดท้ายชวนมาเดินเล่นบริเวณที่พัก
ลิ้มลองร้านราเมงชื่อดัง Ippudo และร้านยาไต (やたい) street food สไตล์ญี่ปุ่น ในฟุกุโอกะ

บริเวณรอบๆ Solaria Nishitetsu Hotel Fukuoka มีร้านอาหารและห้างสรรสินค้าไว้ให้ช้อปปิ้งอย่างเพลิดเพลิน

และร้านราเมง Ippudo เป็นหนึ่งในร้านขวัญใจสายราเมงชาวไทยจะต้องรู้จักกันดี

ซึ่งมีเมนู Signature ที่ห้ามพลาดคือ Shiromaru Classic ที่อยากให้มาลองสั่งกัน

หากไม่อิ่มหนำกับรางเมง จะขอพาทุกคนไปปิดท้ายทริปเที่ยวคิวชูเหนือต่อกันที่ร้านยาไต ซึ่งเป็นร้านที่คนญี่ปุ่นไว้ใช้เรียกร้านอาหาร Street food ถ้าท้องยังเหลือที่ว่าง แนะนำให้มาลองแวะสักร้าน แล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน

ข้อสรุป

เป็นยังไงกันบ้างคะกับเส้นทางเที่ยวพร้อมรีวิวที่ให้ไปอยากให้ทุกคนได้ลองมาเที่ยวคิวชูดู รับรองว่าภูมิภาคนี้มีเสน่ห์ไม่แพ้ที่อื่นๆแน่นอน แพลนเที่ยวนี้อาจจะเป็นแพลนเที่ยวที่แน่นมากๆ แต่จริงๆ แล้วคิวชูยังมีจังหวัดอื่นๆ ที่น่าไปอีกเยอะมากทีเดียว มาครั้งเดียวเที่ยวไม่พอแน่นอน มาแล้วต้องมาซ้ำ!