โมริโอกะ (Morioka) อิวาเตะ เมืองต้นทางโทโฮคุ วิธีเดินทาง ที่เที่ยว ของกินครบจบที่นี่ที่เดียว

(28/01/2021)
วันนี้ผมจะพาเพื่อนๆไปรู้จักเมืองโมริโอกะ (Morioka) เมืองหลักของจังหวัดอิวาเตะ (Iwate) โดยแนะนำตั้งแต่วิธีเดินทางจากโตเกียวและเซนได ไปรู้จักสถานที่ท่องเที่ยวที่ห้ามพลาด รวมถึงของกินขึ้นชื่ออย่างวังโกโซบะ ควรไปเที่ยวช่วงไหนดี ไปจนถึงงบประมาณและที่พัก สำหรับคนที่อยากแวะโทโฮคุแบบไม่ต้องเช่ารถ
Contents Index
  1. 1 โมริโอกะ (Morioka) อยู่ที่ไหน ทำไมน่าเที่ยว
    1. 1.1 ไฮไลต์ของเมือง
    2. 1.2 เมืองโมริโอกะ (Morioka) เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน
    3. 1.3 ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับ
  2. 2 การเดินทางไปโมริโอกะ (Morioka)
    1. 2.1 เดินทางจากโตเกียว
    2. 2.2 เดินทางจากเซนได
    3. 2.3 JR Pass ที่ใช้ได้
    4. 2.4 การเดินทางภายในเมือง
  3. 3 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด
    1. 3.1 Morioka Castle Ruins Park
    2. 3.2 Ishiwarizakura หรือ ซากุระซอกหิน
    3. 3.3 สะพานอาซาฮิบาชิ (Asahibashi)
    4. 3.4 Koiwai Farm
  4. 4 ของกินขึ้นชื่อของโมริโอกะ (Morioka)
    1. 4.1 Wanko Soba
    2. 4.2 Morioka Reimen
    3. 4.3 Jajamen
  5. 5 เที่ยวช่วงไหนดี
    1. 5.1 ฤดูใบไม้ผลิ
    2. 5.2 ฤดูร้อน
    3. 5.3 ฤดูใบไม้ร่วง
    4. 5.4 ฤดูหนาว
  6. 6 ตัวอย่างแพลนเที่ยว
    1. 6.1 1 วัน
    2. 6.2 2 วัน 1 คืน
    3. 6.3 3 วัน 2 คืน
  7. 7 ค่าใช้จ่ายและงบประมาณ
  8. 8 ที่พักแนะนำ
  9. 9 ของฝาก
  10. 10 FAQ
  11. 11 สรุป

โมริโอกะ (Morioka) อยู่ที่ไหน ทำไมน่าเที่ยว

ไฮไลต์ของเมือง

โมริโอกะ (Morioka)  คือเมืองหลักของจังหวัดอิวาเตะ (Iwate) ตั้งอยู่ในภูมิภาคโทโฮคุ ห่างจากโตเกียวไปทางเหนือประมาณ 500 กิโลเมตร นั่งชินคันเซ็นจากโตเกียวประมาณ 2 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงแล้ว เพราะฉะนั้นถ้าใครวางแผนทริปโทโฮคุอยู่แล้ว โมริโอกะ (Morioka) เป็นจุดแวะที่ไม่ต้องอ้อมไปไหนไกลเลย และยังสามารถใช้ Morioka เป็น Base ในการเที่ยว Tohoku ได้อีกด้วย เพราะที่ โมริโอกะ (Morioka) ยังเป็นจุดแยกระหว่าง Akita Shinkan และ Hokkaido Shinkansen

เมืองนี้มีจุดขายอยู่ที่ความเป็น “เมืองสายน้ำ” เพราะมีแม่น้ำสองสาย คือแม่น้ำคิตากามิ (Kitakami) และแม่น้ำนากัตสึ (Nakatsu) ไหลผ่านกลางเมือง มีสะพานให้เดินข้ามไปมาหลายจุด บรรยากาศเงียบสงบกว่าเมืองใหญ่ทั่วไป ผสมกลิ่นอายเมืองปราสาทเก่าที่ยังเก็บกำแพงหินของซากปราสาทโมริโอกะ (Morioka) ไว้ให้ชม แถมยังเป็นบ้านเกิดของนักเขียนชื่อดังอย่างอิชิกาวะ ทาคุโบขุ (石川啄木) กวีที่คนญี่ปุ่นรู้จักกันดี

อีกจุดที่ทำให้โมริโอกะ (Morioka) ติดปากนักท่องเที่ยวคือ “เมนูเส้นสามอย่าง” หรือโมริโอกะซันไดเม็ง (盛岡三大麺) ได้แก่ วันโกโซบะ (わんこそば) เมนคนขึ้นชื่อสายกินจุ, โมริโอกะเรเมง (盛岡冷麺) บะหมี่เย็น ที่เส้นเย็นเหนียวหนึบ และจาจาเม็ง (じゃじゃ麺) เส้นแบนคลุกมิโสะ แค่สามเมนูนี้ก็คุ้มค่าที่จะแวะมาลองแล้ว

“โมริโอกะอาจไม่ใช่เมืองที่มีแลนด์มาร์กหวือหวา แต่เสน่ห์ของเมืองนี้คือการได้เดินเล่นแบบไม่เร่งรีบ แวะร้านกาแฟริมแม่น้ำ ชมเมืองเก่า และใช้เวลาไปกับบรรยากาศสบาย ๆ ที่หาได้ยากในเมืองใหญ่ของญี่ปุ่น”

เมืองโมริโอกะ (Morioka) เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน

เหมาะมากสำหรับ

  • คนที่อยากเที่ยวโทโฮคุแต่ไม่อยากเช่ารถ เพราะไฮไลต์หลักในตัวเมืองเดินถึงกันได้ และมีรถบัสที่เรียกว่า Den Den Mushi วิ่งให้บริการ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางเที่ยวในเมืองได้โดยง่าย
  • สายกิน โดยเฉพาะคนที่อยากลองอาหารท้องถิ่นที่หาไม่ได้ในโตเกียว อย่างเช่น”เมนูเส้นสามอย่าง” หรือโมริโอกะซันไดเม็ง (盛岡三大麺) ที่ได้กล่าวไว้ข้างต้น
  • ครอบครัวหรือคู่รักที่อยากได้เมืองบรรยากาศสบายๆ ไม่วุ่นวาย
  • คนชอบธรรมชาติและฟาร์ม เพราะอยู่ใกล้เขาอิวาเตะและฟาร์มโคอิไว

ข้อควรระวัง

  • ร้านดังบางร้าน (โดยเฉพาะวันโกโซบะ) คิวยาวช่วงวันหยุดและซัมเมอร์ ควรเผื่อเวลารอ
  • ฤดูหนาวหิมะตกหนักและอากาศเย็นจัด ต้องเตรียมเสื้อผ้าให้พร้อม และตัวซากปราสาทจะไม่เปิดให้นักท่องเที่ยวขึ้นไปด้านบน
  • ร้านอาหารและสถานที่บางแห่งปิดวันจันทร์หรือวันพุธสลับกัน ควรเช็กก่อนไปเสมอ

ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับ

ถ้ามาจากเซนไดหรือโตเกียวแบบเดย์ทริป สามารถเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมือง (ปราสาท ศาลเจ้า ถนนกินของอร่อย) ให้ครบได้ในหนึ่งวัน 

แต่ถ้าอยากรวมฟาร์มโคอิไวที่อยู่นอกเมืองด้วย การพักอย่างน้อย 1 คืนจะเป็นทางเลือกที่ดี เพราะรถบัสไปฟาร์มใช้เวลาเดินทางไป-กลับรวมเกือบ 1 ชั่วโมงครึ่ง ถ้ามี 2 คืนขึ้นไปจะพอมีเวลาไปแช่ออนเซ็นใกล้เมืองหรือต่อรถไฟไปเที่ยวจังหวัดข้างเคียงเพิ่มได้ อย่างเช่นเมือง Hirosaki, Aomori, Hakodate, Kakunodate, Tazawako เป็นต้น

“แม้จะเที่ยวแบบเดย์ทริปได้ แต่การพักสัก 1 คืนจะทำให้มีเวลาลองร้านอาหารท้องถิ่นหลายแห่ง และได้เห็นบรรยากาศเมืองที่เงียบสงบหลังนักท่องเที่ยวกลับไปแล้ว”

การเดินทางไปโมริโอกะ (Morioka)

เดินทางจากโตเกียว

จากสถานีโตเกียว นั่งรถไฟชินคันเซ็นสายโทโฮคุ (Tohoku Shinkansen) ขบวนฮายาบูสะ (Hayabusa) และขบวนโคมาจิ Komachi วิ่งตรงถึงสถานีโมริโอกะ (Morioka Station) โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10 นาที ถึง 2 ชั่วโมง 30 นาที

****ขบวนฮายาบุสะ และขบวนโคมาจิ ต้องจองที่นั่งทุกตู้ สามารถใช้ JR Pass ได้

 ส่วนขบวนยามาบิโกะ (Yamabiko) จะจอดหลายสถานีกว่า ใช้เวลาราว 3 ชั่วโมง แต่มีที่นั่งแบบไม่จองล่วงหน้าให้เลือกด้วยสามารถ JR Pass ได้

อีกวิธีหนึ่งก็คือการนั่งรถบัส ซึ่งจะใช้เวลานานกว่ารถไฟชินคันเซนมาก

เดินทางจากเซนได

ถ้าอยู่เซนไดอยู่แล้ว การต่อไปโมริโอกะ (Morioka) ง่ายกว่าเยอะ นั่งชินคันเซ็นขบวนฮายาบูสะ (Hayabusa) และขบวนโคมาจิ Komachi ใช้เวลาแค่ประมาณ 40 นาที ส่วนยามาบิโกะจะใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง 10-15 นาที เพราะจอดหลายสถานีระหว่างทาง

JR Pass ที่ใช้ได้

สำหรับ JR Pass ที่ใช้สำหรับเดินทางไป Morioka และภูมิภาค Tohoku ได้แก่ JR EAST PASS เวอร์ชันใหม่ (มีผลตั้งแต่ 14 มีนาคม 2026) ที่ครอบคลุมพื้นที่กว้างขึ้นทั้งโตเกียว โทโฮคุ นากาโนะ และนีงาตะ ในใบเดียว ซึ่งมีข้อดีคือสามารถเลือกวันที่ใช้ได้ ดังนี้

  • แบบ 5 วัน: ราคาประมาณ 35,000 เยน
  • แบบ 10 วัน: ราคาประมาณ 50,000 เยน

บัตรนี้ใช้ขึ้นชินคันเซ็นสายโทโฮคุได้แบบไม่จำกัดเที่ยว (ยกเว้นโทไกโดชินคันเซ็นซึ่งเป็นคนละบริษัท) ถ้าตีตั๋วแบบไป-กลับ โตเกียว-โมริโอกะเที่ยวเดียวก็เกือบคุ้มราคาบัตรแล้ว ยิ่งถ้าวางแผนต่อไปเซนไดหรืออาโอโมริด้วยยิ่งคุ้ม ส่วนคนที่ถือ Japan Rail Pass แบบทั่วประเทศอยู่แล้วก็ใช้ขึ้นสายนี้ได้เช่นกัน แนะนำเช็กราคาและเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ JR East ก่อนซื้อ เพราะเงื่อนไขบัตรมีการปรับเปลี่ยนบ่อย

“หากวางแผนเที่ยวหลายเมืองในโทโฮคุต่อจากโมริโอกะ ลองคำนวณค่าเดินทางรวมก่อนซื้อ JR Pass เพราะบางเส้นทางซื้อแยกอาจคุ้มกว่า ขึ้นอยู่กับจำนวนวันที่เดินทาง”

การเดินทางภายในเมือง

ใจกลางเมืองโมริโอกะ (Morioka) เดินเที่ยวได้สบาย เพราะจุดหลักอย่างปราสาทเก่า ศาลเจ้า และย่านร้านอาหารอยู่ในระยะเดินถึงกันได้ หรือนั่งรถบัสวนรอบเมือง “เด็นเด็นมุชิ” (Den Den Mushi) ซึ่งจอดตามจุดท่องเที่ยวหลักก็สะดวกดี วิ่งวนรอบเมือง 1 รอบใช้เวลาประมาณ 35 นาที มีทั้งสายวนขวา (migi-mawari) และวนซ้าย (hidari-mawari) ค่าโดยสารเที่ยวละ 150 เยน หรือซื้อตั๋ววันแบบไม่จำกัดเที่ยวราคา 500 เยนถ้าจะขึ้นลงหลายจุด และข้อดีของเจ้ารถบัสเด็นเด็นมุชิ (Den Den Mushi ก็คือวิ่งถี่มาก ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินทางภายในเมืองได้โดยใช้เวลารอรถไม่นาน 

 ส่วนถ้าจะไปฟาร์มโคอิไวที่อยู่นอกเมือง ต้องนั่งรถบัสประจำทางจากสถานีโมริโอกะ (Morioka Station) ประมาณ 35 นาที

ทั้งรถบัส Dendenmushi และรถบัสไปฟาร์มโคอิไว สามารถขึ้นได้ที่ “ป้ายรถเมล์หน้าสถานีโมริโอกะฝั่งทิศตะวันออก (Morioka Station East Exit)”

“จุดท่องเที่ยวหลักหลายแห่งอยู่ห่างกันเพียง 10–20 นาที จึงสามารถเดินชมเมืองไปเรื่อย ๆ ได้โดยไม่รู้สึกเหนื่อยมาก”

สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด

Morioka Castle Ruins Park

ที่มา https://www.moriokashiroato.jp/

ซากปราสาทโมริโอกะ (Morioka Castle Ruins Park หรือชื่อเดิม Iwate Park) สร้างขึ้นบนพื้นที่ปราสาทเก่าของตระกูลนัมบุที่ปกครองแคว้นนี้มาตั้งแต่สมัยเอโดะ ตัวปราสาทไม่เหลือแล้ว แต่กำแพงหินแกรนิตที่ก่อไว้ยังสวยงามและได้รับการจัดเป็นหนึ่งใน “100 ปราสาทเด่นของญี่ปุ่น” เดินเล่นรอบสวนใช้เวลาไม่ถึงชั่วโมง เหมาะกับการมาปิกนิกหรือถ่ายรูปกำแพงหินสวยๆ

ที่สำคัญซากปราสาทโมริโอกะ  (Morioka Castle Ruins Park) นั้น นักท่องเที่ยวจะได้เห็นเทคนิคการสร้างกำแพงหินถึง 3 เทคนิคได้แก่

1.Nozura-zumi คือการเอาหินจากธรรมชาติล้วนที่ไม่ได้ตัดแต่งหรือหินที่ตัดแต่งน้อยที่สุดมาวางซ้อนกันและขัดด้วยหินก้อนเล็ก

2.Uchikomi-hagi คือการเอาหินที่ตัดแต่งให้เรียบมากขึ้นมาวางซ้อนกันและอุดช่องว่างด้วยหินก้อนเล็ก

3.Kirikomi-hagi คือการเอาหินมาขัดให้เป็นเหลี่ยมๆ อย่างเช่นสี่เหลี่ยมผืนผ้าและนำมาวางซ้อนกันโดยไม่มีช่องว่างใดๆ

ซากปราสาทโมริโอกะ (Morioka Castle Ruins Park)

ที่อยู่1-80 Uchimaru, Morioka, Iwate 020-0023
วิธีเดินทางนั่งรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 16
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง
ราคาฟรี
Websiteซากปราสาทโมริโอกะ (Morioka Castle Ruins Park)

แผนที่ <iframe src=”https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3069.7510751037407!2d141.14850442597572!3d39.70030047156375!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x5f857628cafea903%3A0xbf7a069ec2247fc6!2sMorioka%20Castle%20Ruins!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1784792128794!5m2!1sen!2sth” width=”600″ height=”450″ style=”border:0;” allowfullscreen=”” loading=”lazy” referrerpolicy=”strict-origin-when-cross-origin”></iframe>

“กำแพงหินของปราสาทกับต้นไม้ตามฤดูกาลเป็นมุมที่หลายคนชอบถ่ายภาพ โดยเฉพาะช่วงซากุระและใบไม้เปลี่ยนสี”

Ishiwarizakura หรือ ซากุระซอกหิน

ที่มา https://www.facebook.com/moriokashi/photos/2300946880161180/

อิชิวาริซากุระ (石割桜) แปลตรงตัวว่า “ซากุระที่ซอกหิน” เป็นต้นซากุระพันธุ์เอโดฮิกัง อายุราว 350-400 ปี ที่ขึ้นแทรกอยู่ในรอยแยกของก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่ที่มีเส้นรอบวงถึง 21 เมตร ตั้งอยู่ในบริเวณศาลจังหวัดโมริโอกะ ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นอนุสรณ์สถานธรรมชาติแห่งชาติตั้งแต่ปี 1923 ความมหัศจรรย์คือต้นไม้ค่อยๆ ดันหินให้แยกกว้างขึ้นทุกปีจนถึงทุกวันนี้

Ishiwarizakura

ที่อยู่Chome-21 Takanawa, Minato City, Tokyo 108-0074
วิธีเดินทางดินจากสถานีโมริโอกะประมาณ 20 นาที หรือนั่งรถบัสเด็นเด็นมุชิลงป้ายหมายเลข 8 แล้วเดินต่อไม่ถึง 5 นาที
เวลาทำการชมจากทางเดินสาธารณะได้ตลอดเวลา แต่ถ้าอยากเข้าไปใกล้ๆ ในช่วงเปิดทำการศาล 08:30-17:45
ราคาฟรี
WebsiteIshiwarizakura

“ต้นซากุระต้นนี้ไม่ได้โด่งดังเพราะขนาด แต่เป็นเพราะสามารถเติบโตจากรอยแยกของก้อนหินแกรนิตขนาดใหญ่ได้ จนกลายเป็นสัญลักษณ์แห่งความแข็งแกร่งของเมืองโมริโอกะ”

สะพานอาซาฮิบาชิ (Asahibashi)

ที่นี่เปรียบเสมือนสัญลักษณ์ของการเที่ยวเมืองโมริโอกะ (Morioka)  เลยทีเดียว เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงสะพานแห่งนี้ นักท่องเที่ยวจะได้เห็นวิวแม่น้ำ Kitakami เมื่อเรามองไปจนสุดสายตา สิ่งเราจะเห็นคือภูเขา Iwate ที่ตั้งตระหง่านเป็นฉากหลัง ซึ่งเป็นวิวที่สวยงามและน่าจดจำสำหรับการมาเที่ยวเมือง Morioka 

แต่ต้องบอกไว้ก่อนว่า ถ้าวันไหนหมอกลง หรือฟ้าไม่แจ่มใสอาจจะมองไม่เห็นภูเขา Iwate

สะพานอาซาฮิบาชิ (Asahibashi)

วิธีเดินทางรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 2 หรือ 3
เวลาทำการ24 ชั่วโมง
ราคาฟรี

แผนที่ <iframe src=”https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d5344.419739026746!2d141.13461062252586!3d39.704527221295855!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x5f857636d072ee95%3A0x4f31f6568329bc4!2sAsahi%20bridge!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1784794082943!5m2!1sen!2sth” width=”600″ height=”450″ style=”border:0;” allowfullscreen=”” loading=”lazy” referrerpolicy=”strict-origin-when-cross-origin”></iframe>

Koiwai Farm

ฟาร์มโคอิไว (小岩井農場) เปิดมาตั้งแต่ปี 1891 ซึ่งมีอายุมากกว่า 130 ปี ถือเป็นฟาร์มเอกชนขนาดใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น มีพื้นที่รวมกว่า 3,000 เฮกตาร์ เลี้ยงวัวมากกว่า 2,000 ตัว ส่วนที่เปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมเรียกว่า “มากิบะเอ็น” (まきば園) มีทั้งลานหญ้ากว้างที่มองเห็นภูเขาอิวาเตะเป็นฉากหลัง ซึ่งเป็น 1 ในไฮไลท์สำคัญของฟาร์มแห่งนี้ มีโรงนาเก่าที่ขึ้นทะเบียนเป็นทรัพย์สินทางวัฒนธรรมแห่งชาติ กิจกรรมขี่ม้า ป้อนอาหารสัตว์ และร้านไอศกรีมซอฟต์ครีมจากนมสดของฟาร์มที่ห้ามพลาดโดยเด็ดขาด

Koiwai Farm

ที่อยู่36-1 Maruyachi, Shizukuishi, Iwate District, Iwate 020-0507
วิธีเดินทางนั่งรถบัสประจำทางจากสถานีโมริโอกะ (Morioka Station)ประมาณ 35 นาที หรือขับรถจากทางด่วนโมริโอกะ IC ประมาณ 15 นาที (ฟาร์มตั้งอยู่ในเขตชิซุกุอิชิ ห่างจากตัวเมืองโมริโอกะออกไปนิดหน่อย)
เวลาทำการ (เมษายน-พฤศจิกายน) เปิดตั้งแต่ 09.00 น. – 17.00 น. (เข้ารอบสุดท้าย 16.00 น.) ส่วนฤดูหนาวเปิดสั้นลง ควรเช็กเว็บไซต์ทางการก่อนไปเสมอเพราะเวลาเปิดปรับบ่อย
ราคาผู้ใหญ่ 800 เยน / เด็กอายุ 5 ปี-ป.6  300 เยน (ราคาปรับตามฤดูกาลได้)
WebsiteKoiwai Farm

แผนที่ <iframe src=”https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3067.5069989739495!2d141.01477347597807!3d39.75072377155452!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x5f8570f4d84be32f%3A0xe575bb75ee19826a!2sKoiwai%20Farm!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1785467356996!5m2!1sen!2sth” width=”600″ height=”450″ style=”border:0;” allowfullscreen=”” loading=”lazy” referrerpolicy=”strict-origin-when-cross-origin”></iframe>

“หลายคนตั้งใจมาที่นี่เพียงเพื่อชิมซอฟต์ครีมนมสด ซึ่งขึ้นชื่อเรื่องรสชาติเข้มข้นและความสดใหม่จากฟาร์มโดยตรง”

ของกินขึ้นชื่อของโมริโอกะ (Morioka)

Wanko Soba

วันโกโซบะ (わんこそば) คือหนึ่งในอาหารซิกเนเจอร์ของโมริโอกะ (Morioka) วิธีกินคือพนักงานจะตักโซบะคำเล็กๆ ใส่ถ้วยไม้ให้ต่อเนื่องพร้อมเสียงร้อง “ไฮ จันจัน ไฮ ดงดง” คนกินแค่เปิดฝาถ้วยรับ พอปิดฝาเมื่อไหร่คือสัญญาณหยุด แต่มีข้อแม้คือต้องปิดให้ทันก่อนที่พนักงานจะเสริฟถ้วยต่อไป ปกติโซบะ 15 ถ้วยจะเทียบเท่าโซบะชามปกติ 1 ชาม ใครกินครบ 100 ถ้วยขึ้นไปจะได้ใบประกาศนียบัตรติดมือกลับบ้านด้วย

  • ราคาประมาณ: ผู้ใหญ่ราว 3,700-4,200 เยนต่อคน (กินได้ไม่อั้นจนกว่าจะหยุดเอง) เด็กประถม-มัธยมต้นราว 3,000 เยน
  • ร้านแนะนำ: โซบะโดโคโระ อาซึมายะ (東家) ร้านเก่าแก่ตั้งแต่ปี 1907 มีทั้งสาขาใกล้สถานีและสาขาหลัก ปกติไม่รับจองล่วงหน้าช่วงเสาร์-อาทิตย์ ต้องไปต่อคิวหน้าร้าน
  • เคล็ดลับก่อนไป: ควรเว้นระยะห่างจากมื้อก่อนหน้าให้ท้องว่างพอสมควร เพราะเป็นเมนูกินได้ไม่อั้นและกินไปเรื่อยๆ จนกว่าจะปิดฝาถ้วยเอง

แผนที่ร้าน Azumaya สาขาหน้าสถานี Morioka <iframe src=”https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3069.681455256953!2d141.13511237480296!3d39.701865598840044!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x5f85763235797b4b%3A0x423bacb17b80c173!2sAzumaya%20Ekimae!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1784810324163!5m2!1sen!2sth” width=”600″ height=”450″ style=”border:0;” allowfullscreen=”” loading=”lazy” referrerpolicy=”strict-origin-when-cross-origin”></iframe>

“ไม่จำเป็นต้องแข่งกินให้ถึง 100 ถ้วยก็สนุกได้ เพราะเสน่ห์ของวันโกโซบะคือบรรยากาศการเสิร์ฟที่คึกคักและเป็นเอกลักษณ์”

Morioka Reimen

โมริโอกะเรเมง (盛岡冷麺) เป็นเมนูที่ดัดแปลงจาก เรเมี่ยนของประเทศเกาหลี เป็นเมนูประเภทบะหมี่เย็น  จุดเด่นคือเส้นเหนียวหนึบเด้ง ทำจากแป้งสาลีผสมแป้งมันฝรั่ง กินคู่กับซุปที่ต้มจากกระดูกวัวจนใสและกลมกล่อม ราดคิมจิเปรี้ยวเผ็ดตัดเลี่ยนพอดี บางร้านมีให้เลือกระดับความเผ็ดได้ด้วย

  • ราคาประมาณ: ชามละ 1,000-1,300 เยน แล้วแต่ร้านและท็อปปิ้ง
  • ร้านแนะนำ:ร้าน Morioka Reimen Jujuen  ตั้งอยู่ที่ JR Morioka Station Building Fes’an ร้านนี้สามารถเลือกระดับความเผ็ดได้
ร้าน Morioka Reimen Jujuen

แผนที่ร้าน Morioka Reimen Jujuen <iframe src=”https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3069.6853531458987!2d141.1343050759758!3d39.70177797156351!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x5f8576339006dd1b%3A0x2c3d67ce9dae96d6!2sMorioka%20Reimen%20Jujuen!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1784809864718!5m2!1sen!2sth” width=”600″ height=”450″ style=”border:0;” allowfullscreen=”” loading=”lazy” referrerpolicy=”strict-origin-when-cross-origin”></iframe>

“หลายร้านสามารถเลือกระดับความเผ็ดของคิมจิได้ หากไม่คุ้นกับอาหารเผ็ด แนะนำเริ่มจากระดับปกติก่อน”

Jajamen

จาจาเม็ง (じゃじゃ麺) เป็นเมนูที่ดัดแปลงอาหารจีนประเภทเส้นที่เรียกว่า จ๋าเจี้ยงเมี่ยน (Zhajiangmian)  โดยพ่อครัวชาวญี่ปุ่นที่กลับมาจากแมนจูเรียหลังสงคราม จาจาเม็งนั้นมีเส้นแบนนุ่มคล้ายอุด้ง โดยเสริฟพร้อมมิโสะแตงกวาซอย, ต้นหอม, ผักดอง, และขิงขูด พอกินเส้นหมดแล้วยังไม่จบแค่นี้ เพราะจะต้องขอให้พนักงานตอกไข่ใส่ในจานเปล่าทำเป็น “ชีทันทัน” (ちーたんたん) ซุปไข่รสกลมกล่อมทานปิดท้ายเป็นธรรมเนียมของคนโมริโอกะ

  • ราคาประมาณ: จานกลาง 650-700 เยน / ชีทันทันเพิ่มอีก 50-100 เยน
  • ร้านแนะนำ: ร้านไพรอน (白龍) ร้านต้นตำรับที่เปิดมากว่า 60 ปี สาขาหลักอยู่ในย่านอุจิมารุ

แผนที่ร้าน ไพรอน <iframe src=”https://www.google.com/maps/embed?pb=!1m18!1m12!1m3!1d3069.664004594004!2d141.1521889!3d39.70225789999999!2m3!1f0!2f0!3f0!3m2!1i1024!2i768!4f13.1!3m3!1m2!1s0x5f857625ae4165c9%3A0xb547f05fac35d061!2sPairon%20Main%20Store!5e0!3m2!1sen!2sth!4v1784811201119!5m2!1sen!2sth” width=”600″ height=”450″ style=”border:0;” allowfullscreen=”” loading=”lazy” referrerpolicy=”strict-origin-when-cross-origin”></iframe>

“โมริโอกะเป็นหนึ่งในไม่กี่เมืองที่มีอาหารขึ้นชื่อหลายเมนูจนหลายคนต้องวางแผนกินวันละหลายร้านเพื่อเก็บให้ครบ”

เที่ยวช่วงไหนดี

ฤดูใบไม้ผลิ

ฤดูใบไม้ผลิหรือที่เรียกกันว่าฤดูซากุระ อยู่ในช่วงเดือนเมษายน โดยอากาศจะเริ่มอุ่นขึ้น อุณหภูมิเฉลี่ยราว 8-15 องศาเซลเซียส โดยเป็นช่วงที่ดอกซากุระบานทั้งเมือง ทั้งที่สวนซากปราสาทและอิชิวาริซากุระ แต่จะมีนักท่องเที่ยวมาที่เมืองนี้เยอะพอสมควร แต่ก็ยังไม่แน่นเท่าเกียวโตหรือโตเกียว 

ข้อดีคืออากาศเย็นสบายเหมาะเดินเที่ยว 

ข้อเสียคือช่วงพีคของดอกบานสั้นแค่ประมาณ 1-2 สัปดาห์ ดังนั้นต้องหมั่นเช็กพยากรณ์ดอกซากุระใกล้วันเดินทาง

ฤดูร้อน

ช่วงเดือนมิถุนายนถึงสิงหาคมนั้น อุณหภูมิของที่นี่จะขึ้นไปถึงราว 25-30 องศาเซลเซียสเลยทีเดียว 

แต่ยังไม่ร้อนชื้นจัดเท่าโตเกียวเพราะอยู่เหนือขึ้นไปมาก ช่วงต้นเดือนสิงหาคมเป็นไฮไลต์เพราะมีเทศกาลซันซะโอโดริ (さんさ踊り) เทศกาลกลองที่ใหญ่ที่สุดของโทโฮคุ นักท่องเที่ยวและคนท้องถิ่นแน่นเมืองมาก ถ้าอยากมาช่วงนี้ควรจองที่พักและตั๋วรถไฟล่วงหน้านานๆ

ฤดูใบไม้ร่วง

ฤดูนี้ก็ถือว่าเป็นช่วงฤดูที่น่าเที่ยวของเมืองโมริโอกะ (Morioka) ซึ่งจะอยู่ในช่วงเดือนตุลาคมถึงพฤศจิกายน โดยอุณหภูมิจะลดลงเหลือราว 5-15 องศาเซลเซียส ใบไม้เปลี่ยนสีสวยที่สุดช่วงปลายเดือนตุลาคม 

ทั้งในสวนซากปราสาทและรอบแม่น้ำนากัตสึ นักท่องเที่ยวน้อยกว่าฤดูใบไม้ผลิ อากาศแห้งสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวถ่ายรูปมาก

ฤดูหนาว

เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์อากาศหนาวจัด อุณหภูมิติดลบได้ถึง -5 องศาเซลเซียสในตอนเช้า มีหิมะตกหนักเป็นปกติ ต้องเตรียมเสื้อกันหนาวและรองเท้ากันลื่นให้พร้อม ข้อดีคือได้บรรยากาศเมืองหิมะสวยงาม โดยเฉพาะไฟประดับกำแพงหินปราสาทเก่า “Morioka Illumination Bright” ที่จุดไฟตกแต่งช่วงประมาณเดือนพฤศจิกายนถึงพฤษภาคม (เทศกาลตะเกียงหิมะดั้งเดิม “โมริโอกะยูกิอาคาริ” ที่เคยจัดช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ยุติการจัดไปแล้วตั้งแต่ปลายปี 2022 ปัจจุบันเมืองใช้งานไฟประดับนี้แทน) 

ข้อเสียคือสถานที่ท่องเที่ยวบางสถานที่จะปิดไม่ให้นักท่องเที่ยวเข้าในช่วงหิมะทับถมกันเยอะ อย่างเช่น ซากปราสาท Morioka 

“สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่ไกลกันมาก จึงสามารถปรับแผนตามสภาพอากาศหรือเวลาที่มีได้อย่างยืดหยุ่น หรือ ถ้าอยากเห็นสีสันของเทศกาล เลือกฤดูร้อน แต่ถ้าชอบเดินถ่ายรูปแบบสบาย ๆ ฤดูใบไม้ร่วงถือว่าเป็นช่วงที่ลงตัวมาก”

ตัวอย่างแพลนเที่ยว

1 วัน

  • 09:00 — นั่งชินคันเซนมาถึงสถานีโมริโอกะ (Morioka Station) ฝากกระเป๋าที่ล็อกเกอร์
  • 09:30 — ชมวิวภูเขา Iwate จากสะพาน Asahi (10 – 15 นาที)
  • 10.00 — นั่งรถเด็นเด็นมุชิ (Den Den Mushi) มาลงป้ายหมายเลข 8 Iwate Idai Mae แล้วเดินอีก 5 นาที ก็จะถึง Ishiwarizakura ชมดอกซากุระ ประมาณ 20 นาที หรือถ้าไม่ได้ไปช่วงซากุระบาน ก็ถือว่าไปชมความอัศจรรย์ของต้นไม้ต้นนี้ที่เกิดจากซอกหิน
  • 12:00 — มื้อเที่ยงลองจาจาเม็งที่ร้านไพรอน 
  • 13:30 — เดินเล่น Morioka Castle Ruins
  • 17:00 — มื้อเย็นวันโกโซบะที่ร้านอาซึมายะ
  • 19:00 — เดินทางกลับหรือเช็กอินที่พัก

2 วัน 1 คืน

วันแรก: เที่ยวในเมืองตามแพลน 1 วันด้านบน แล้วค้างคืนในโมริโอกะ (Morioka) วันที่สอง

  • 09:00 — นั่งรถบัสไปฟาร์มโคอิไว (~35 นาที)
  • 10:00-14:00 — เดินเล่นฟาร์ม กินไอศกรีมซอฟต์ครีม ลองขี่ม้า
  • 15:00 — นั่งรถบัสกลับเข้าเมือง
  • 16:00 — แวะกินโมริโอกะเรเมงที่ร้าน Morioka Reimen Jujuen ก่อนเดินทางกลับ

3 วัน 2 คืน

วันแรก-สอง: ให้ไปตามแพลน 2 วัน 1 คืนด้านบน จนถึง วันที่สาม

  • เช้า — นั่งรถไฟท้องถิ่นหรือชินคันเซ็นต่อไปเที่ยวเมืองใกล้เคียงในอิวาเตะ อย่าง Hiraizumi (ถ้านั่งชินคันเซนจะต้องไปเปลี่ยนขบวนที่ Ichinoseki แล้วต่อรถไฟ Local Line ไปที่สถานี Hiraizumi
  • บ่าย-เย็น — เที่ยวเมือง Hiraizumi เต็มวัน ชมวัดมรดกโลกอย่างเช่นวัด Motsuji, วัด Chusonji, Takadachi Gikeido เป็นต้น ก่อนที่จะนั่งรถไฟกลับ Morioka

ค่าใช้จ่ายและงบประมาณ

ตัวเลขด้านล่างเป็นงบประมาณต่อคน คำนวณจากจุดเริ่มต้นที่โตเกียว ไม่รวมค่าตั๋วเครื่องบินระหว่างประเทศ

รายการ (ราคาประมาณ)Day-trip (จากโตเกียว)2 วัน 1 คืน
ค่าเดินทาง (ชินคันเซ็น): ไป-กลับ โตเกียว-โมริโอกะ30,000 เยน30,000 เยน
ที่พัก (1 คืน) สำหรับ โรงแรมธุรกิจ (Business Hotel)6,000-15,000 เยน
อาหาร + ของว่าง5,000 เยน8,000 – 10,000 เยน
ค่าเข้าชม/กิจกรรม (ค่าเข้าฟาร์มโคอิไว 800 เยน + ค่ารถบัสไปกลับประมาณ 1,400 เยน)1,500-2,500 เยน
รวมประมาณ 35,000 เยนประมาณ 46,000-58,000 เยน

หมายเหตุ: ถ้าเดินทางช่วงเทศกาลซันซะโอโดริ (วันที่ 1 – 4 สิงหาคม) หรือช่วงซากุระบาน ราคาที่พักมักปรับขึ้นและอาจต้องจองล่วงหน้าหลายสัปดาห์

ที่พักแนะนำ

  • โรงแรมมาตรฐานใกล้สถานี: ย่านรอบสถานีโมริโอกะ (Morioka Station)มีเชนโรงแรมธุรกิจให้เลือกเยอะ โดยมีข้อดีคือสามารถเดินถึงร้านอาหารและจุดขึ้นรถบัสสะดวก ราคาเริ่มต้นประมาณ 6,000-10,000 เยน/คืน
  • เรียวกัง/โรงแรมสไตล์ญี่ปุ่นแถบออนเซ็นสึนางิ: ห่างจากตัวเมืองไปทางตะวันตกประมาณ 30 นาทีโดยรถบัส เป็นย่านออนเซ็นที่มีทัศนียภาพทะเลสาบ Gosho ที่สวยงาม ราคาเริ่มต้นประมาณ 12,000-20,000 เยน/คืน เหมาะกับคนอยากพักผ่อนแบบมีสปาแช่น้ำร้อนในตัว
  • เกสต์เฮาส์/โฮสเทลราคาประหยัด: กระจายอยู่ในตัวเมือง ราคาเริ่มต้นประมาณ 3,000-5,000 เยน/คืน เหมาะกับนักเดินทางงบจำกัดหรือเดินทางคนเดียว

ของฝาก

ที่มา https://fesan-jp.com/en/
  • นัมบุเท็กกิ (南部鉄器): งานฝีมือเหล็กหล่อซึ่งเป็นของขึ้นชื่อของจังหวัดอิวาเตะ มีตั้งแต่กาน้ำชาไปจนถึงเครื่องประดับตกแต่งบ้าน ราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักพันเยนสำหรับชิ้นเล็ก ไปจนถึงหลักหมื่นเยนสำหรับกาน้ำชาลายวิจิตร หาซื้อได้ตามร้านหัตถกรรมย่านเมืองเก่าใกล้แม่น้ำนากัตสึ
  • จาจาเม็งแบบแพ็กกลับบ้าน: จากร้านฮาคุริว มีขายเป็นชุด 2 ที่ ราคาประมาณ 600-900 เยน หาซื้อได้ที่ร้านและซูเปอร์มาร์เก็ตของฝากในสถานี
  • โมริโอกะเรเมงแบบแพ็ก: จากแบรนด์เพียงเพียงชะ ชุดมาตรฐาน 4 ที่ (2 ที่ x 2 ห่อ) ราคาประมาณ 2,700 เยน ส่วนชุดใหญ่แบบมีท็อปปิ้งครบ 4-6 ที่ ราคาประมาณ 3,500-5,200 เยน
  • ขนมและของว่างท้องถิ่น: เช่นขนมจากร้านเบเกอรีเก่าแก่ในย่านเมืองเก่า หาซื้อได้ตามร้านของฝากในสถานีโมริโอกะและย่านชูโอโดริ
  • จุดซื้อของฝากทีเดียวจบ: แนะนำห้าง Fesan (フェザン) รวมร้านดังไว้ในที่เดียวทั้งเพียงเพียงชะ ฮาคุริว และร้านนัมบุเท็กกิ ไม่ต้องเดินแยกหาหลายจุด

“หากเดินทางกลับด้วยรถไฟ แนะนำซื้อของฝากที่ห้าง Fesan ภายในสถานี เพราะมีร้านดังหลายร้านรวมอยู่ในที่เดียว สะดวกกว่าการถือของเที่ยวทั้งวัน”

FAQ

โมริโอกะห่างจากโตเกียวกี่ชั่วโมง? นั่งชินคันเซ็นขบวนฮายาบูสะใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 10-30 นาที ถือว่าไปเช้าเย็นกลับได้สบาย

ไปเช้าเย็นกลับจากโตเกียวคุ้มไหม? คุ้ม ถ้าเน้นเที่ยวแหล่งท่องเที่ยวในตัวเมืองอย่างปราสาทเก่า ศาลเจ้า และกินเมนูเส้นสามอย่าง เพราะข้อดีของการเที่ยวเมืองนี้คือรถเด็น เด็น มุชิ วิ่งถี่ และใช้เวลานั่งแปปเดียว

 แต่ถ้าอยากไปฟาร์มโคอิไวด้วยอาจจะแน่นไปสักหน่อย ควรพักค้าง 1 คืนจะสบายกว่า

JR Pass ใช้ได้ไหม? ใช้ได้ ทั้ง Japan Rail Pass แบบทั่วประเทศ และ JR EAST PASS เวอร์ชันใหม่ที่ครอบคลุมโทโฮคุ (เริ่มใช้ตั้งแต่มีนาคม 2026) ส่วน JR East Tohoku Area Pass แบบเดิมเลิกขายไปแล้ว ควรเช็กเงื่อนไขล่าสุดจากเว็บไซต์ JR East ก่อนซื้อ

ไม่เช่ารถเที่ยวได้จริงไหม? ได้ เพราะจุดหลักในตัวเมืองอย่างปราสาทเก่า ศาลเจ้า และย่านร้านอาหารเดินถึงกันได้ และรถบัสวนรอบเมืองเด็นเด็นมุชิ ที่ครอบคลุมสถานที่ท่องเที่ยวเกือบทั้งหมดในเมือง 

ส่วนฟาร์มโคอิไวก็มีรถบัสประจำทางไปถึง ไม่จำเป็นต้องเช่ารถเลย

วันโกโซบะต้องจองล่วงหน้าไหม? ร้านดังอย่างอาซึมายะปกติไม่รับจองช่วงเสาร์-อาทิตย์ ต้องไปต่อคิวหน้าร้าน แนะนำไปช่วงเปิดร้านรอบเช้าหรือหลีกเลี่ยงช่วงเที่ยงวันเสาร์-อาทิตย์ที่คนเยอะที่สุด

ใช้บัตรเครดิตได้ทั่วไปไหม? ร้านใหญ่และเชนโรงแรมรับบัตรเครดิตปกติ แต่ร้านอาหารท้องถิ่นขนาดเล็กบางร้านยังรับเฉพาะเงินสด ควรพกเงินสดสำรองติดตัวไว้เสมอ

“โมริโอกะอาจไม่ใช่เมืองที่หวือหวาเหมือนโตเกียวหรือโอซาก้า แต่หากชอบเมืองที่ใช้เวลาเดินเล่น ชิมอาหารท้องถิ่น และสัมผัสบรรยากาศเรียบง่ายแบบญี่ปุ่นแท้ ๆ เมืองนี้มีเสน่ห์ที่ทำให้หลายคนอยากกลับมาอีกครั้ง”

สรุป

โมริโอกะ (Morioka) เหมาะกับคนที่อยากเห็นโทโฮคุอีกมุมที่ไม่พลุกพล่าน และใช้เวลาเที่ยวในเมืองไม่นาน ที่ โมริโอกะ (Morioka) มีทั้งเมืองปราสาทเก่า แม่น้ำสวยที่เห็นวิวภูเขา Iwate และเมนูเส้นสามอย่างที่หากินที่ไหนไม่ได้นอกจากโมริโอกะ (Morioka) นักท่องเที่ยวจะแวะเป็นเดย์ทริปจากโตเกียวหรือเซนได หรือจะพักค้างเพื่อไปต่อฟาร์มโคอิไวก็ได้ทั้งนั้น ลองใส่โมริโอกะ (Morioka)เข้าไปในทริปโทโฮคุครั้งหน้าได้เลย

IMAGE NAME HERE

แวะพักใจใน อิวาเตะ กับ 5 ไฮไลท์ห้ามพลาด วิวสวยหลักล้าน!

อ่านต่อแล้วเตรียมตัวไปเที่ยวกันเลย

Contents Index
  1. 1 โมริโอกะ (Morioka) อยู่ที่ไหน ทำไมน่าเที่ยว
    1. 1.1 ไฮไลต์ของเมือง
    2. 1.2 เมืองโมริโอกะ (Morioka) เหมาะกับนักท่องเที่ยวแบบไหน
    3. 1.3 ควรพักค้างคืนหรือไปเช้าเย็นกลับ
  2. 2 การเดินทางไปโมริโอกะ (Morioka)
    1. 2.1 เดินทางจากโตเกียว
    2. 2.2 เดินทางจากเซนได
    3. 2.3 JR Pass ที่ใช้ได้
    4. 2.4 การเดินทางภายในเมือง
  3. 3 สถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด
    1. 3.1 Morioka Castle Ruins Park
    2. 3.2 Ishiwarizakura หรือ ซากุระซอกหิน
    3. 3.3 สะพานอาซาฮิบาชิ (Asahibashi)
    4. 3.4 Koiwai Farm
  4. 4 ของกินขึ้นชื่อของโมริโอกะ (Morioka)
    1. 4.1 Wanko Soba
    2. 4.2 Morioka Reimen
    3. 4.3 Jajamen
  5. 5 เที่ยวช่วงไหนดี
    1. 5.1 ฤดูใบไม้ผลิ
    2. 5.2 ฤดูร้อน
    3. 5.3 ฤดูใบไม้ร่วง
    4. 5.4 ฤดูหนาว
  6. 6 ตัวอย่างแพลนเที่ยว
    1. 6.1 1 วัน
    2. 6.2 2 วัน 1 คืน
    3. 6.3 3 วัน 2 คืน
  7. 7 ค่าใช้จ่ายและงบประมาณ
  8. 8 ที่พักแนะนำ
  9. 9 ของฝาก
  10. 10 FAQ
  11. 11 สรุป
Kitslaughter666

Blogger : Kitslaughter666

กูรูผู้เชี่ยวชาญการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภูมิภาค ชูโกกุ (Chugoku) มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กิดมักจะพาผู้อ่านไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างผ่านสถานที่ Unseen ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ความสงบของปราสาทโบราณ ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจในสวนสัตว์ อควาเรียม และสวนงู

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515