เที่ยว Morioka ง่ายๆ ด้วยรถบัสหอยทาก Den Den Mushi

28/01/2021
Morioka เมืองใหญ่แห่ง Iwate Tohoku เป็นอีกเมืองที่มีเสน่ห์ และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก สำหรับใครที่สนใจอยากไปเที่ยวที่นี่ไม่ควรพลาดบทความนี้ที่ได้มาเขียนให้อ่านกัน ผู้เขียนได้รวบรวมทุกเรื่องที่ควรรู้ หากต้องการเดินทางไปเที่ยวที่ Morioka ไว้หมดแล้ว ไม่ว่าจะเป็นวิธีการเดินทาง พาสการเดินทาง แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวห้ามพลาด และร้านอาหารเด็ดๆ ที่ต้องไปลอง ส่วนบรรยากาศและความสนุกของทริปนี้จะเป็นอย่างไรบ้าง ต้องไปติดตามอ่านกันเลย

Morioka

เมือง Morioka เป็นเมืองที่ใหญ่ที่สุดของจังหวัด Iwate ซึ่งเมืองนี้เหมือนเป็นทางผ่านสู่ Hokkaido และ จังหวัด Akita เพราะที่สถานี Morioka จะเป็นจุดแยกขบวนของรถไฟชินคันเซน Komachi และ Hayabusa ซึ่งทั้งคู่จะลากกันมาตั้งแต่ Tokyo จนกระทั้งมาถึง Morioka ทั้ง 2 ขบวนก็จะแยกกัน โดย Hayabusa จะมุ่งหน้าไปทางเหนือไปจนถึงเมือง Hakodate บนเกาะ Hokkaido ส่วน Komachi จะไปทางจังหวัด Akita

ส่วนขากลับสู่ Tokyo นั้น ชินคันเซนทั้ง 2 ชบวนก็จะมาเชื่อมต่อขบวนกันที่สถานี Morioka ก่อนที่จะลากกันไปที่ Tokyo

สำหรับเมือง Morioka นั้นก็ถือว่าเป็นเมืองที่มีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอยู่หลายแห่ง ซึ่งการเที่ยวในเมืองนี้นั้นก็เที่ยวได้ง่ายเพราะในเมืองมีรถบัส Den Den Mushi ไว้บริการนักท่องเที่ยว

ซึ่งวันนี้ผมก็จะมาแนะนำการเที่ยวเมือง Morioka ให้เพื่อนๆรู้จักกัน โดยแบ่งเป็นหัวข้อดังนี้

วิธีเดินทางมาเมือง Morioka

การเดินทางมายังเมือง Morioka

Morioka

เมือง Morioka นั้นเป็นเมืองที่มีรถไฟ Shinkansen วิ่งผ่าน ดังนั้นแล้วการเดินทางมายังเมืองนี้จึงสามารถเดินทางมาได้ง่ายๆด้วยการนั่งรถไฟ Shinkansen

– เดินทางจาก Tokyo มาลงสถานี Morioka ใช้เวลาประมาณ 133 นาที

– เดินทางจาก Sendai มาลงสถานี Morioka ใช้เวลาประมาณ 39 นาที

– เดินทางจาก Shin – Hakodate – Hokuto มาลงสถานี Morioka ใช้เวลาประมาณ 116 นาที

หรือนักท่องเที่ยวสามารถนั่งเครื่องบินมาลงสนามบิน Iwate Hanamaki แล้วต่อรถบัสมาลงสถานี Morioka ก็ได้

รถบัสนำเที่ยว Den Den Mushi

รถบัสนำเที่ยว Den Den Mushi

Morioka

รถ Loop Bus ลายหอยทาก เป็นรถบัสที่จะนำเพื่อนๆ เที่ยวเมือง Morioka ได้อย่างสะดวกมาก และ วิ่งถี่มาก โดยรถบัสจะเริ่มต้นจากสถานี Morioka ผ่านจุดท่องเที่ยวต่างๆ ในเมืองแล้ววนกลับมาที่สถานี Morioka และที่สำคัญรถบัส Den Den Mushi จะแบ่งเป็น 2 สาย คือ วิ่งแบบตามเข็มนาฬิกา และ ทวนเข็มนาฬิกา

แนะนำให้เพื่อนๆ ดาวน์โหลดแผนที่การเดินรถ จะทำให้ง่ายต่อการวางแผนเที่ยวเมืองนี้ครับ ซึ่งมีแผนที่เป็นภาษาอังกฤษให้ดาวน์โหลดด้วย

จิ้มเลย iwatekenkotsu

ราคาค่าโดยสาร

ค่าโดยสารของรถบัส Den Den Mushi นั้น ถือว่าราคาไม่แพงไม่ว่าจะเป็นรายเที่ยว หรือ แบบบัตร 1 วัน

  • ราคารายเที่ยว

    ผู้ใหญ่ 100 เยน

    เด็ก 50 เยน

  • Oneday Pass

    ผู้ใหญ่ 300 เยน

    เด็ก 150 เยน

  • ราคาหลัง 1 เม.ย. 64

    ราคารายเที่ยว ผู้ใหญ่ จาก 100 เยน ปรับขึ้นเป็น 120 เยน / เด็ก 50 เยน ปรับขึ้นเป็น 60 เยน

    บัตรแบบ 1 วันไม่จำกัดเที่ยว ผู้ใหญ่ 300 เยน ปรับขึ้นเป็น 350 เยน / เด็ก 150 เยน ปรับขึ้นเป็น 180 เยน

  • จุดชมวิวภูเขา Iwate จากสะพาน Asahibashi

    จุดชมวิวภูเขา Iwate จากสะพาน Asahibashi

    Morioka

    เอาล่ะ หลังจากที่ได้ทราบข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับ Morioka แล้ว งั้นเราก็จะมาเริ่มเที่ยวกันเลย ทริปในวันนี้ผมเลือกที่จะซื้อบัตรรถ Den Den Mushi แบบ 1 วันแบบไม่จำกัดเที่ยวจะคุ้มค่าและประหยัด มากกว่าซื้อเป็นเที่ยวๆ ครับ ซึ่งคำนวนเที่ยวที่ขึ้นแล้วเกินราคา 300 เยนแน่นอน ซึ่งทริปนี้ผมจะนั่งรถ Den Den Mushi สายที่วิ่งตามเข็มนาฬิกานะครับ โดยจะขึ้นรถบัสจากป้ายหมายเลข 15 ครับ

    *แนะนำให้เพื่อนๆดาวน์โหลดแผนที่การเดินรถที่ผมแนะนำไปข้างต้นครับ

    จุดแรกที่ผมจะพาเพื่อนๆ ไปรู้จักคือสะพาน Asahibashi ซึ่งจุดนี้จะเป็นจุดที่ชมวิวภูเขา Iwate ได้สวยงามมากจุดหนึ่ง โดยให้เพื่อนๆ ลงป้ายหมายเลข 2 หรือ 3 ก็ได้นะครับ

    ผู้เขียนแนะนำให้ลงป้ายที่ 3 (Zaimoku Cho Minamiguchi) แล้วเดินย้อนกลับมาเล็กน้อยจะสะดวกกว่าลงป้ายหมายเลข 2 ส่วนป้ายหมายเลข 2 ( Asahibashi) นั้นจะต้องเดินลอดทางใต้ดินซึ่งคล้ายๆ เขาวงกตซึ่งบางคนอาจจะหลงได้

    Morioka

    ทางเดินใต้ดินมายังสะพาน Asahibashi ที่แลดูคล้ายๆ เขาวงกต ซึ่งจะมีป้ายบอกทางเป็นภาษาญี่ปุ่นซึ่งถ้านักท่องเที่ยวที่ไม่เข้าใจภาษาญี่ปุ่นอาจจะหลง หรือ ขึ้นผิดทางได้

    Morioka

    เมื่อมาถึงสะพาน Asahibashi แล้ว เพื่อนๆ จะได้เห็นทัศนีย์ภาพของแม่น้ำ Kitakami โดยมีภูเขา Iwate เป็นฉากหลัง ซึ่งถือว่าเป็นไฮไลท์สำคัญของการมาเที่ยวเมือง Morioka

    Morioka

    แต่ผมแนะนำว่าให้เช็คสภาพอากาศก่อนที่จะมาชมวิวที่นี่ครับ เพราะถ้าวันไหนฝนตก หมอกลงเยอะ จะเห็นภูเขา Iwate ได้ไม่ชัดแบบในรูปครับ

    หลังจากถ่ายรูปชมวิวเสร็จเรียบร้อยแล้วให้เพื่อนๆ เดินมายังป้ายรถเมล์หมายเลข 3 เพื่อนั่งรถบัส Den Den Mushi ไปยังจุดต่อไปนั่นคือ ป้ายหมายเลข 8 (wate Idai Mae)

    สะพาน Asahibashi

    วิธีเดินทางรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 2 หรือ 3

    ต้นซากุระที่งอกจากหิน The Rock-Breaking Cherry Tree

    ต้นซากุระที่งอกจากหิน The Rock-Breaking Cherry Tree (Ishiwarizakura)

    Morioka

    จากป้ายหมายเลข 3 ให้นั่งรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 8 (Iwate Idai Mae) หลังจากที่ลงป้ายนี้แล้วให้เดินข้ามถนนมาฝั่งตรงข้ามแล้วเดินย้อนมาทางขวาจากนั้นให้เลี้ยวซ้าย ก็จะพบกับต้นซากุระที่งอกขึ้นมาจากรอยแยกของหิน (Ishiwarizakura) โดยซากุระต้นนี้จะตั้งอยู่บริเวณศาลเมือง Morioka

    เนื่องจากช่วงที่ผมไปนั่นเป็นช่วงหิมะตกทำให้ช่วงนั้นยังไม่มีใบไม้งอก และ ดอกที่งามสะพรั่ง แนะนำให้เพื่อนๆ มาช่วง กลาง – ปลายเดือนเมษายนครับ หรือ ดูพยากรณ์ก่อนมา

    Morioka

    หินขนาดใหญ่ที่มีต้นซากุระงอกขึ้นมาระหว่างซอก

    Morioka

    ที่บริเวณต้นซากุระก็ยังมีประวัติคร่าวๆ ของต้นซากุระต้นนี้ ซึ่งต้นซากุระต้นนี้ มีอายุถึง 350 – 400 ปีเลยทีเดียว นับว่าเป็นต้นไม้เก่าแก่ต้นหนึ่งของญี่ปุ่น

    Morioka Cr: moriokashi

    โดยในช่วงของฤดูใบไม้ผลิก็จะมีหน้าตาแบบนี้ สวยมากๆ

    Ishiwarizakura

    ที่อยู่9-1 Uchimaru, Morioka, Iwate 020-0023
    วิธีเดินทางนั่งรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 8 Iwate Idai Mae แล้วเดินอีก 5 นาที

    ธนาคารอิวาเตะ สาขา นากาโนะ ฮาชิ The Bank of Iwate Nakanohashi Branch

    ธนาคารอิวาเตะ สาขา นากาโนะ ฮาชิ The Bank of Iwate Nakanohashi Branch

    Morioka

    จากป้ายหมายเลข 8 ให้เพื่อนๆนั่งรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 14 (Morioka Bus Center) ซึ่งใกล้ๆ ป้ายรถบัสยังมีถนนช้อปปิ้งชื่อว่า Sakana Cho ด้วยนะครับ ให้เพื่อนๆ เดินเลยถนนช้อปปิ้งจนถึงหัวมุม 4 แยก ก็จะพบกับสถาปัตยกรรมสไตล์ยุโรปตั้งอยู่หัวมุมถนนอีกฝั่ง ซึ่งที่นี่เรียกว่า ธนาคารอิวาเตะ สาขา นากาโนะ ฮาชิ The Bank of Iwate Nakanohashi Branch อาคารแห่งนี้ก่อสร้างขึ้นในปี ค.ศ. 1908 และสร้างเสร็จในปี ค.ศ. 1911 โดย Tatsuno Kingo และ Manji Kasai โดยคุณ Tatsuno Kingo นั้นคือคนเดียวกับผู้ที่ออกแบบสถานี Tokyo นั่นเอง ปัจจุบันนี้อาคารแห่งนี้ก็ยังเปิดใช้งานอยู่ โดยปัจจุบันใช้เป็นพิพิธภัณฑ์ และอาคารอิฐแดงแห่งนี้ได้ถูกจัดให้เป็น สมบัติทางวัฒนธรรมที่สำคัญแห่งชาติ

    ธนาคารอิวาเตะ สาขา นากาโนะ ฮาชิ The Bank of Iwate Nakanohashi Branch

    ที่อยู่1 Chome-2-16 Nakanohashidori, Morioka, Iwate 020-0871
    วิธีเดินทางนั่งรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 14 Morioka Bus Center
    เวลาทำการ เปิดตั้งแต่ 10.00 น. – 17.00 น. เข้าได้จนถึง 16.30 น. / ปิดทุกวันอังคาร และ ช่วงปีใหม่ 29 ธันวาคม – 3 มกราคม **** ปัจจุบันปิดชั่วคราวเนื่องจากโควิด 19 ตั้งแต่วันที่ 4 มกราคม – 28 กุมภาพันธ์ 2021
    ราคาผู้ใหญ่ 300 เยน / เด็ก 100 เยน / เด็กเล็ก ฟรี
    Websiteiwagin-akarengakan

    ซากปราสาท Morioka

    ซากปราสาท ( Morioka Morioka Castle Ruins )

    Morioka

    ซากปราสาท Morioka (Morioka Castle Ruins) ปัจจุบันเหลือเพียงกำแพงบางส่วนเท่านั้น ซึ่งกลายมาเป็นสวนสาธารณะในภายหลัง เนื่องจากช่วงที่ผมไปมีหิมะทำให้ทางเมืองห้ามขึ้นไปด้านบน แต่ถ้าเพื่อนๆ จะมาช่วงซากุระ หรือ ใบไม้เปลี่ยนสี ที่นี่คือจุดที่สามารถชมดอกซากุระ หรือ ใบไม้เปลี่ยนสี ที่ดีที่สุดจุดหนึ่งในญี่ปุ่น

    ช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสีจะเป็นแบบนี้

    ใบไม้ผลิ

    ซากปราสาท Morioka

    ที่อยู่1-80 Uchimaru, Morioka, Iwate 020-0023
    วิธีเดินทางนั่งรถบัส Den Den Mushi มาลงป้ายหมายเลข 16 (Morioka Joato Koen)
    เวลาทำการเปิดตลอด 24 ชั่วโมง อาจจะปิดช่วงที่มีหิมะ
    ราคาฟรี

    เรเมนบะหมี่เย็น อาหารขึ้นชื่อของ Morioka

    เรเมนบะหมี่เย็น อาหารขึ้นชื่อของ Morioka

    Morioka

    หลังจากที่เที่ยวกันมาจนเหนื่อยแล้ว คราวนี้ผมจะมาแนะนำให้รู้จักอาหารขึ้นชื่อของเมือง Morioka กันบ้าง นั่นคือ บะหมี่เย็น หรือที่เรียกกันว่า เรเมน (Reimen) เรเมนนั้นมีต้นกำเนิดมาจากประเทศเกาหลี ซึ่งในอดีตนั้นมีชาวเกาหลีเหนืออพยพมาตั้งถิ่นฐานที่ Morioka เยอะมาก เรเมนจึงเป็นที่นิยมและเป็นอาหารขึ้นชื่อมาถึงปัจจุบัน

    โดยเรเมนนั้นทุกอย่างในชามจะเย็นทั้งหมด ไม่ว่าจะเป็นเส้น ลูกแพร แตงกวา เนื้อ น้ำซุป

    ซึ่งผมแนะนำว่า ถ้าเพื่อนๆ ได้มีโอกาสมา Morioka ต้องลองชิมซักครั้งซึ่ง ร้านเรเมน สามารถหาได้ทั่วไปที่เมืองนี้

    Morioka

    ร้านที่ผมได้ไปกินมีชื่อว่า Morioka Remen Jujuen ตั้งอยู่ที่ JR Morioka Station Building Fes”an นอกจากเรเมน แล้วที่เมือง Morioka ยังมีของขึ้นชื่ออีกอย่างคือ วังโกะโซบะ ซึ่งผมยังไม่มีโอกาสได้ลองชิม แน่นอนว่าถ้าได้ลองจะมาเขียนให้เพื่อนๆ ได้อ่านแน่นอน

    สรุป

    Morioka

    เมือง Morioka นั้นไม่ใช่แค่เมืองที่เป็นทางผ่าน หรือจุดแยก / เชื่อม ของ รถไฟชินคันเซนเท่านั้น แต่เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ มีอาหารขึ้นชื่อที่เมืองอื่นไม่มีอย่างเรเมน ซึ่งถ้าเพื่อนๆ ได้มีโอกาสนั่งรถไฟชินคันเซนผ่านมาที่ Morioka ลองแวะเมืองนี้ดูซักครั้ง ซึ่งเป็นเมืองที่เที่ยวง่าย สะดวก และ รถบัส Den Den Mushi ซึ่งค่อยข้างวิ่งถี่ ซึ่งทำให้เพื่อนๆ ใช้เวลาไม่นานในการเที่ยวเมืองนี้

Kitslaughter666

Blogger : Kitslaughter666

ผมชื่อ กิด เป็นคนที่สนใจประเทศญี่ปุ่นเป็นพิเศษโดยเฉพาะประวัติศาสตร์ญี่ปุ่น และชอบทานราเมง กับ ปลาปักเป้า เป็นชีวิตจิตใจ รักการถ่ายเซลฟี่กับกวางที่เกาะมิยาจิม่า ชอบภูมิภาคชูโกกุ ชอบเที่ยวสถานที่Unseenของญี่ปุ่น

18 Posts

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-5285-8088

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    03-5789-2449

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    06-6262-9226-7

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    092-686-8775