คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศ “จีนแท้” แบบไม่ต้องออกนอกญี่ปุ่น Yokohama Chinatown คือจุดหมายที่ห้ามพลาด! ที่นี่คือไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยร้านอาหารจีนหลากหลายสไตล์ ทั้งติ่มซำร้อน ๆ ซาลาเปาไส้แน่น ไปจนถึงของหวานสุดน่ารัก พร้อมสีสันของโคมแดงและซุ้มประตูจีนที่เรียงรายตลอดถนน บรรยากาศคึกคักเหมือนได้หลุดเข้าไปอีกประเทศ เหมาะทั้งสายกิน สายถ่ายรูป และสายเดินเล่นที่อยากเปลี่ยนฟีลจากญี่ปุ่นแบบเดิมๆ ให้มีความเอเชียนผสมผสานอย่างลงตัว
ที่นี่คือย่านชุมชนจีนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโยโกฮาม่า ใกล้ย่านท่าเรือมินาโตะ มิไรเพียงเดินไม่กี่นาที ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารจีนกว่า 400 ร้านเรียงรายบนถนนสายหลักและตรอกเล็ก ๆ ตกแต่งด้วยซุ้มประตูจีนสีสดใสตลอดทาง ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่แหล่งกินของอร่อย แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูมิภาคคันโตอีกด้วย

ประกอบด้วยถนน 4 สาย มีตั้งแต่ถนนใหญ่กลางย่าน Chuka Kaido , Yamashita-cho Dori, Nakamura-cho Dori และ Kanteibyo Dori ซึ่งแต่ละสายจะมีบรรยากาศและร้านค้าที่น่าสนใจแตกต่างกันไป สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่ คือซุ้มประตูจีนขนาดใหญ่ 10 จุด ที่กระจายอยู่ตามทิศทางต่างๆ ของย่าน แต่ละซุ้มมีสีสันสดใสและความหมายเกี่ยวข้องกับปรัชญาจีนโบราณ เช่น ซุ้มทิศตะวันออก (Chobomon) สีน้ำเงิน หมายถึงฤดูใบไม้ผลิ หรือซุ้มทิศใต้ (Suzakumon) สีแดง หมายถึงฤดูร้อน

นอกจากร้านอาหาร ย่านนี้ยังมีศาลเจ้าจีนที่มีชื่อเสียง อาทิ Kanteibyo Temple (関帝廟) ศาลเจ้ากวนอูที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้ขอพรเรื่องธุรกิจและความโชคดี และ Masobyo Temple (媽祖廟) ศาลเจ้าที่เป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ทั้งสองศาลเจ้าตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยศิลปะสไตล์จีน ทำให้นักท่องเที่ยวที่แวะเข้ามาไม่เพียงแต่ได้ชมสถาปัตยกรรม แต่ยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมจีนที่หลอมรวมกับญี่ปุ่นไว้อย่างลงตัว โดยศาลเจ้าทั้งสองแห่งเปิดบริการประมาณ 09.00–17.30 น.

หากเป็นนักท่องเที่ยวไทยที่ชอบ “เที่ยวไปกินไป” โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์น คือจุดหมายที่ตอบโจทย์สุดๆ เพราะรวมทั้งอาหารอร่อย บรรยากาศคึกคัก และมุมถ่ายรูปสวยไว้ในที่เดียว เหมาะกับสายกินที่อยากลองเสี่ยวหลงเปาทอดแบบพิเศษ สายถ่ายรูปที่อยากได้ภาพซุ้มประตูจีนสีสดหรือถนนแพนด้า ครอบครัวที่อยากพาเด็กๆ เดินชิมสตรีทฟู้ด หรือคู่รักที่มองหาทริปสั้นๆ จากโตเกียวแบบไม่ต้องเดินทางไกล

ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา เพราะหลายร้านมีเมนูรูปภาพชัดเจนและพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง สายถ่ายรูปจะได้มุมสวย ๆ มากมาย โดยเฉพาะซุ้มประตูจีนที่เป็นไอคอนของย่าน และ “ถนนแพนด้า” (Panda Street) ที่เต็มไปด้วยร้านขายของกระจุกกระจิกรูปแพนด้าน่ารัก สามารถถ่ายได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเมื่อไฟเปิด บรรยากาศจะยิ่งสวยงามขึ้นไปอีก

เพราะย่านเป็นถนนคนเดินส่วนใหญ่ ปลอดภัยจากรถยนต์ มีร้านอาหารหลากหลายที่เด็ก ๆ สามารถกินได้ เช่น ซาลาเปา ขนมปังไส้กรอก หรือของหวาน และสำหรับคู่รักที่ต้องการบรรยากาศโรแมนติก การเดินเที่ยวช่วงเย็น ๆ ท่ามกลางแสงโคมไฟและกลิ่นอาหารจีน ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่แพ้การไปดินเนอร์ร้านหรู
การไปเที่ยวโยโกฮาม่าไชน่าทาว์นให้ได้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและเลี่ยงความแออัด ควรเลือกวันเวลาที่คนยังไม่พลุกพล่าน เดินทางสะดวก และเที่ยวง่ายทำให้เดินเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินด้วยนะ
หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ “ไปไชน่าทาวน์ช่วงไหนดี?” ถ้าอยากเลี่ยงฝูงชน แนะนำให้ไปช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00–11.30 ร้านเริ่มเปิดแต่คนยังไม่เยอะ เดินถ่ายรูปได้สบาย ช่วงเที่ยง 12.00–14.00 จะเป็นเวลาคิวร้านอาหารยาวที่สุด ส่วนช่วงเย็น 17.00–19.00 เป็นเวลาที่บรรยากาศสวย ไฟเริ่มเปิด เหมาะกับสายถ่ายรูปและเดินกินชิล ๆ
ถ้ามาช่วงเช้า ข้อดีคือร้านอาหารยังไม่แน่น สามารถนั่งกินได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องรอคิว และอากาศยังไม่ร้อนมาก เดินเที่ยวได้สบาย ช่วงเที่ยงเป็นช่วงที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวออกมากินข้าวเที่ยง จึงมักจะแน่นและรอนาน โดยเฉพาะร้านดังๆ อาจต้องรอคิว 30–60 นาที
ช่วงเย็นเป็นเวลาที่บรรยากาศสวยงามที่สุด โคมไฟจีนเริ่มเปิด ซุ้มประตูมีไฟประดับสวยงาม ทำให้การถ่ายรูปได้ภาพที่สวยกว่าช่วงกลางวัน แต่ข้อเสียคือร้านอาหารอาจจะเริ่มปิดบ้างแล้ว โดยเฉพาะร้านสตรีทฟู้ด ส่วนใหญ่จะปิดราว 20.00–21.00 น. และศาลเจ้าทั้งสองแห่งจะปิดประมาณ 17.30 น. อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าอยากถ่ายรูปและกินของอร่อยพร้อมกับเข้าชมศาลเจ้า ควรมาช่วงประมาณ 15.00–16.30 น. เพื่อให้ได้ทั้งไหว้ศาลเจ้า ถ่ายรูปบรรยากาศเย็น และร้านยังเปิดอยู่
หากมีทางเลือก แนะนำให้ไป Yokohama Chinatown ในวันธรรมดา เพราะร้านอาหารไม่ต้องต่อคิวนาน และเดินในย่านได้สะดวกกว่า ส่วนวันเสาร์–อาทิตย์จะมีทั้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและต่างชาติ ทำให้บางร้านต้องรอคิว 30–60 นาทีขึ้นไป และถ้าไปช่วงเทศกาลจีน เช่น ตรุษจีน หรือเทศกาลโคมไฟ คนจะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ ควรวางแผนเวลาเผื่อไว้ล่วงหน้า
วันธรรมดามักจะสงบกว่า เหมาะกับคนที่ชอบเดินเที่ยวแบบชิล ๆ ไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูป ร้านอาหารก็พร้อมให้บริการได้เร็ว แต่ข้อเสียคืออาจมีบางร้านที่พักหยุดวันจันทร์หรือวันอังคาร ควรเช็คก่อนไปว่าร้านที่อยากกินเปิดหรือไม่ ส่วนวันหยุดแม้จะคนเยอะ แต่ก็มีข้อดีคือมีกิจกรรมพิเศษบ้าง เช่น มีการแสดงสิงโต หรือมีร้านค้าชั่วคราวเปิดเพิ่ม

สำหรับช่วงเทศกาลจีน เช่น ตรุษจีนในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ หรือเทศกาลโคมไฟในฤดูใบไม้ผลิ โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นจะจัดกิจกรรมพิเศษ มีการแสดงสิงโต มังกร และตกแต่งโคมไฟสวยงาม ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนจะเยอะมาก ๆ อาจต้องเดินแบบติดกันเลย ดังนั้นถ้าไม่ชอบฝูงชนมากๆ ควรหลีกเลี่ยงช่วงนี้
การวางงบประมาณสำหรับเที่ยวโยโกฮาม่าไชน่าทาวน์นั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบการหาความสำราญของคุณเป็นหลัก โดยหากเน้นการเดินชิมอาหารริมทางและถ่ายรูปบรรยากาศเมืองในสไตล์คลาสสิกก็สามารถคุมงบให้ประหยัดได้มาก แต่หากต้องการสัมผัสประสบการณ์การทานมื้อใหญ่แบบบุฟเฟต์หรืออาหารคอร์สในภัตตาคารชื่อดังรวมถึงการเลือกซื้อของที่ระลึกและเครื่องรางมงคลที่มีให้เลือกมากมาย งบประมาณก็จะต้องขยับสูงขึ้นตามลำดับ
สายเดินกินสตรีทฟู้ดสามารถเที่ยว โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นได้แบบคุ้มค่า อาหารยอดนิยมอย่างเสี่ยวหลงเปาทอด ซาลาเปาเนื้อ หรือทาร์ตไข่ มีราคาชิ้นละประมาณ 300–600 เยน หากลองชิม 4–6 เมนูต่อคน จะใช้งบราว 2,000–3,000 เยน ได้อิ่มกำลังดี แถมยังได้เดินสำรวจย่านไปพร้อมกัน เหมาะกับนักท่องเที่ยวไทยที่อยากลองหลายร้านโดยไม่ต้องนั่งกินร้านใหญ่
เมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมและราคาโดยประมาณ: เสี่ยวหลงเปาทอด ราคา 500–700 เยน/5 ชิ้น, ซาลาเปาเนื้อ ราคา 300–500 เยน/ชิ้น, ขนมงาดำทอดราคา 300–400 เยน/3 ชิ้น, ทาร์ตไข่ ราคา 250–350 เยน/ชิ้น, เป็ดปักกิ่งแบบห่อกิน ราคา 500–800 เยน/ชิ้น, ชานมไข่มุก ราคา 400–600 เยน/แก้ว
ถ้าอยากกินแบบประหยัดสุดๆ สามารถหาร้านขายของทอด ของปิ้ง ที่มีราคาถูกกว่า ประมาณ 200–300 เยนต่อชิ้น แล้วซื้อน้ำจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติแทนการซื้อในร้าน จะประหยัดได้อีกประมาณ 100–200 เยน รวมแล้วงบ 1,500–2,000 เยนก็สามารถกินอิ่มได้แล้ว
ที่สำคัญเลย โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นมีกฎเกี่ยวกับการ “กินไปเดินไป” ค่อนข้างเข้มงวดในบางจุด และที่สำคัญคือถังขยะสาธารณะมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ร้านค้าจะขอให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะที่ถังของร้านที่ซื้อมาเท่านั้น ดังนั้นควรทิ้งขยะที่ร้านที่ซื้อหรือถือกลับไปทิ้งที่สถานี เพื่อเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีและไม่สร้างปัญหาให้กับท้องถิ่น
หากอยากนั่งกินแบบจริงจัง ร้านอาหารจีนใน โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นมีทั้งร้านระดับตำนานและบุฟเฟต์ไม่อั้น โดยราคาต่อคนอยู่ราว 2,500–4,000 เยนสำหรับร้านทั่วไป และประมาณ 3,000–5,000 เยนสำหรับบุฟเฟต์เต็มรูปแบบ เหมาะกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่อยากนั่งพักยาว ๆ พร้อมลองเมนูหลากหลายแบบไม่ต้องเดินถืออาหารตลอดเวลา
ร้านอาหารนั่งกินแบบทั่วไปมักมีเซตอาหารกลางวัน ที่ถูกกว่าช่วงเย็น ราคาประมาณ 1,500–2,500 เยน ได้ทั้งข้าว ของทอด ซุป และของหวาน คุ้มค่ามาก ส่วนช่วงเย็นราคาจะสูงขึ้นเป็น 3,000–5,000 เยนต่อคน ขึ้นอยู่กับเมนูที่สั่ง ถ้าสั่งเมนูพิเศษอย่างฉลามครีบหรือห่านอบ อาจถึง 10,000 เยนเลยทีเดียว
บุฟเฟต์จีนใน โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นมีหลายร้านให้เลือก ราคาประมาณ 3,000–5,000 เยน กินได้ไม่อั้นประมาณ 90–120 นาที เหมาะกับคนที่อยากลองหลายเมนูและกินจุ ๆ แต่ควรไปช่วงเปิดร้านเพื่อให้ได้เมนูสดใหม่ครบ และอย่าลืมว่าบางร้านอาจมีค่าบริการเพิ่มอาจจะมีประมาณ 10% จากราคาอาหาร ควรสอบถามก่อนสั่ง

มาถึงโยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นทั้งที เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “เสี่ยวหลงเปาทอด” ซึ่งเป็นเเมนูซิกเนเจอร์เฉพาะของที่นี่ แป้งด้านล่างทอดจนกรอบ น้ำซุปข้างในยังคงฉ่ำร้อน ๆ รสชาติหอมหมูและหอมกระเทียม ต่างจากเสี่ยวหลงเปานึ่งทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเป็ดปักกิ่งหนังกรอบ ซาลาเปาเนื้อไส้แน่น ลูกงาดำทอดกรอบนอกนุ่มใน และปิดท้ายด้วยชานมไข่มุกหวานกำลังดี แต่ละเมนูหาซื้อได้ง่ายตามร้านสตรีทฟู้ดหน้าถนน ทำให้สามารถเดินชิมไป ถ่ายรูปไป ได้อรรถรสแบบเต็มอิ่ม
เมนูสัญลักษณ์ของยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นที่ต่างจากไชน่าทาวน์ที่อื่น แป้งบาง ๆ ห่อไส้หมูสับผสมน้ำซุปร้อน ๆ แต่จุดเด่นคือด้านล่างทอดจนกรอบ ทำให้ได้ทั้งความกรอบและความฉ่ำของน้ำซุปในคำเดียว ต้องกัดให้ระวังเพราะน้ำซุปจะพุ่งออกมาและร้อนมาก ร้านดังที่ควรลองคือ Manchinro หรือ Jukei Hanten ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่มีชื่อเสียงที่ตั้งมานานกว่า 50 ปี แต่ถ้าอยากประหยัดงบ ก็มีร้านสตรีทฟู้ดหลายร้านที่ขายในราคาถูกกว่าและอร่อยไม่แพ้กัน
หนังกรอบ เนื้อนุ่ม ทานคู่กับแป้งบาง ๆ ซอสหวาน และผักสด รสชาติกลมกล่อมไม่มัน ร้านที่ขายเป็ดปักกิ่งแบบห่อกินมีตามถนนหลัก ราคาประมาณ 500–800 เยนต่อชิ้น ถ้าอยากนั่งกินแบบเต็มรูปแบบ มีร้านเฉพาะที่เสิร์ฟเป็ดทั้งตัวพร้อมแกะหน้าโต๊ะ ราคาประมาณ 8,000–15,000 เยนต่อตัว เหมาะสำหรับกลุ่มใหญ่
ของกินยามเช้าหรือว่างท้องที่ดีที่สุด ไส้หมูสับหอม ๆ แป้งนุ่มฟู กินคู่กับชาร้อน ๆ ลงตัวมาก ราคาประมาณ 300–500 เยนต่อชิ้น มีขายตามร้านสตรีทฟู้ดทั่วไป บางร้านมีไส้หลากหลาย เช่น ไส้กุ้ง ไส้ผัก หรือไส้ไข่เค็ม
ขนมหวานที่ได้รับความนิยมสูง ไส้งาดำหวาน ๆ ห่อด้วยแป้งข้าวเหนียว ทอดจนกรอบนอก นุ่มหนึบข้างใน รสชาติหวานมัน หอมงา ทานตอนร้อน ๆ อร่อยที่สุด ราคาประมาณ 300–400 เยนต่อ 3 ชิ้น
แม้จะไม่ใช่เมนูจีนดั้งเดิม แต่ร้านชานมไข่มุกในโยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นกลายเป็นจุดแวะที่นิยมมาก โดยเฉพาะร้านที่มีชื่อเสียงอย่าง Gong Cha หรือร้านท้องถิ่น ราคาประมาณ 400–600 เยนต่อแก้ว หวานกำลังดี เหมาะดื่มขณะเดินเที่ยว
นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ ที่น่าลอง เช่น ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ, ขนมปังกุ้ง, ข้าวผัดปู และเกี้ยวกุ้งทอด แต่ละร้านมีสูตรเฉพาะตัว บางร้านอาจจะเพิ่มความเผ็ดหรือความหวานตามสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้รสชาติแตกต่างจากจีนดั้งเดิม แต่ก็อร่อยไม่แพ้กัน
การวางแผนเที่ยวโยโกฮาม่าไชน่าทาวน์ให้คุ้มค่าควรเริ่มต้นจากการเดินเข้าทางประตูหลักเพื่อซึมซับบรรยากาศสถาปัตยกรรมจีนที่สวยงามและแวะสักการะเทพเจ้าที่วัดกวนอูเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงปล่อยใจไปกับการเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยที่มีร้านอาหารนับร้อยร้าน โดยอาจสลับระหว่างการนั่งทานในร้านบรรยากาศดีกับการเลือกซื้อของกินเล่นริมทางเดินไปคุยไปตามสไตล์ย่านการค้าที่คึกคัก หากมีเวลาเหลือการเดินเลือกชมร้านขายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง หรือเครื่องรางมงคลก็ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี
หากมีเวลาครึ่งวัน แนะนำเริ่มต้นที่ซุ้มประตูใหญ่ของโยโกฮาม่าไชน่าทาวน์เดินถ่ายรูปตามถนนหลัก จากนั้นแวะซื้อเสี่ยวหลงเปาทอดและซาลาเปาร้อนๆ เดินกินระหว่างทาง ต่อด้วยแวะไหว้ศาลเจ้าเพื่อขอพร (ต้องไปก่อน 17.00 น.) ก่อนปิดท้ายด้วยการนั่งพักในคาเฟ่จีนบรรยากาศย้อนยุค ใช้เวลารวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง กำลังพอดีสำหรับทริปวันเดียวจากโตเกียว
10.00–10.30 → เริ่มต้นที่ซุ้มประตูด้านตะวันออก (Chobomon) ถ่ายรูปกับซุ้มสีน้ำเงินสวยงาม จากนั้นเดินเข้าสู่ถนน Chuka Kaido ซึ่งเป็นถนนหลักของย่าน มีร้านค้าและร้านอาหารเรียงรายสองข้างทาง พร้อมแวะถ่ายรูปที่ “ถนนแพนด้า” (Panda Street) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกรูปแพนด้าน่ารัก
10.30–11.30 → เดินชิมสตรีทฟู้ด แวะซื้อเสี่ยวหลงเปาทอดจากร้านที่มีคนต่อคิว (แปลว่าอร่อยแน่นอน) ต่อด้วยซาลาเปาเนื้อร้อน ๆ และขนมงาดำทอดกรอบนอก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเดินกินไปเรื่อย ๆ พร้อมถ่ายรูปมุมสวย ๆ ไปด้วย อย่าลืมทิ้งขยะที่ร้านที่ซื้อมาเพื่อเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี
11.30–12.30 → แวะไหว้ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งอยู่ตรงกลางย่าน ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลวดลายจีนสีทองแดง มีโคมไฟแดงแขวนเต็มไปหมด บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถซื้อธูปไหว้ได้ ราคา 100 เยน จากนั้นเดินต่อไปที่ศาลเจ้ามาจูโป๊ใช้เวลาเดินประมาณ 3–5 นาที ทั้งสองศาลเจ้าเปิดถึง 17.30 น. แต่ควรไปก่อน 17.00 น. เพื่อความสบายใจ
12.30–13.30 → นั่งพักในร้านคาเฟ่จีนสไตล์ย้อนยุค สั่งชาจีนร้อน ๆ กับขนมจีนแบบดั้งเดิม พร้อมพักเท้าและวางแผนเที่ยวต่อไปยัง Minato Mirai หากยังเหลือพลังและเวลา
13.30–14.00 → เดินออกจากย่านผ่านซุ้มประตูด้านใต้ (Suzakumon) สีแดงสดใส ถ่ายรูปสักรอบเป็นการจบทริป จากนั้นสามารถเดินต่อไปยังยามาชิตะปาร์ค (ประมาณ 5-10 นาที) เพื่อพักผ่อนริมอ่าว หรือนั่งรถไฟไปยังมินาโตะ มิไรเพื่อเที่ยวต่อ

ถ้ามีเวลาเหลือ สามารถต่อยอดด้วยการเดินไปที่ยามาชิตะปาร์ค ริมอ่าวโตเกียว ซึ่งอยู่ห่างจากไชน่าทาวน์เพียง 5–10 นาทีเดิน ที่นี่มีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะนั่งพักชมเรือสำราญและอ่าวโยโกฮาม่า หรือหากยังมีพลัง สามารถนั่งรถไฟไปยังมินาโตะ มิไร เพื่อชม Cosmo World ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ หรือย่านช้อปปิ้งที่ทันสมัยอีกด้วย หากซื้อ Minatomirai Line One-day Ticket ไว้ตั้งแต่ตอนเช้า ก็จะได้ประหยัดค่าโดยสารในการเที่ยวต่อ

โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์น คือจุดหมายที่ลงตัวสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่มาเที่ยวโตเกียวและต้องการทริปสั้นๆ ไปย่านกินเดิน เดินทางสะดวก ใกล้กับย่านท่องเที่ยวอื่น ๆ ในโยโกฮาม่า มีอาหารอร่อยหลากหลาย ราคาไม่แพงเกินไป และที่สำคัญคือบรรยากาศที่แตกต่างจากย่านอื่น ๆ ในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยสีสันและวัฒนธรรมจีนที่หลอมรวมกับความเป็นญี่ปุ่นอย่างลงตัว ไม่ว่าจะไปแบบไหน สายกิน สายถ่ายรูป หรือแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ที่นี่ก็ตอบโจทย์ได้ทุกสไตล์การเที่ยว
โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ (Yokohama Chinatown)
| ที่อยู่ | Yamashitacho, Naka Ward, Yokohama, Kanagawa 231-0023 |
| วิธีเดินทาง | จากสถานี Nihon Odori เดิน 8 นาที |
| เวลาทำการ | เปิด 24 ชั่วโมง |
| ราคา | เข้าชมฟรี |
| Website | Yokohama Chinatown |

Blogger : Pennapa Uttamang
อดีตบรรณาธิการผู้รับใช้ถ้อยคำมาตลอดหลายสิบปี ปัจจุบันก็ยังคงทำงานเขียน วาดภาพประกอบ เลี้ยงแมว และทำสตูดิโอออกแบบเล็กๆ เกี่ยวกับโบรชัวร์ญี่ปุ่น เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนผ่านเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่สร้างแรงบันดาลใจให้เรามากมายเช่นกัน
90 Posts

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...

ไป โตเกียวพักย่านไหนดี แนะนำ 15 ย่าน เลือกพักตามสไตล์ที่ใช่
ตอบคำถามให้หายสงสัย ไปโตเกียว พักย่านไหนดี ! แนะนำ 15 ย่านในโตเกียวที่คู่ควรแก...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

รีวิว ตึกม่วง ทาเคยะ ปิดกี่โมง มีกี่สาขา ซื้ออะไรดี คำตอบครบจบในที่เดียว
Takeya ร้านค้าปลอดภาษีขนาดใหญ่ใจกลางเมือง มาพร้อมเอกลักษณ์อย่างอาคารสีม่วงสะดุ...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515