Yokohama Chinatown เที่ยวไชน่าทาวน์โยโกฮาม่า กินอิ่ม ถ่ายรูปสวย ใกล้โตเกียว

23/03/2026
Yokohama Chinatown ไชน่าทาวน์ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ย่านกินเดินเที่ยวใกล้โตเกียว เต็มไปด้วยร้านอาหารจีนกว่า 400 ร้าน วิธีไป แผนเที่ยว ของกินห้ามพลาด และงบประมาณครบจบในที่เดียว

ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศ “จีนแท้” แบบไม่ต้องออกนอกญี่ปุ่น Yokohama Chinatown คือจุดหมายที่ห้ามพลาด! ที่นี่คือไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยร้านอาหารจีนหลากหลายสไตล์ ทั้งติ่มซำร้อน ๆ ซาลาเปาไส้แน่น ไปจนถึงของหวานสุดน่ารัก พร้อมสีสันของโคมแดงและซุ้มประตูจีนที่เรียงรายตลอดถนน บรรยากาศคึกคักเหมือนได้หลุดเข้าไปอีกประเทศ เหมาะทั้งสายกิน สายถ่ายรูป และสายเดินเล่นที่อยากเปลี่ยนฟีลจากญี่ปุ่นแบบเดิมๆ ให้มีความเอเชียนผสมผสานอย่างลงตัว

ภาพรวมย่าน Yokohama Chinatown 

ที่นี่คือย่านชุมชนจีนที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่น ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโยโกฮาม่า ใกล้ย่านท่าเรือมินาโตะ มิไรเพียงเดินไม่กี่นาที ย่านนี้เต็มไปด้วยร้านอาหารจีนกว่า 400 ร้านเรียงรายบนถนนสายหลักและตรอกเล็ก ๆ ตกแต่งด้วยซุ้มประตูจีนสีสดใสตลอดทาง ทำให้ที่นี่ไม่ใช่แค่แหล่งกินของอร่อย แต่ยังเป็นแลนด์มาร์กถ่ายรูปยอดนิยมของนักท่องเที่ยวที่มาเยือนภูมิภาคคันโตอีกด้วย

ถนนสายหลักของย่าน

ประกอบด้วยถนน 4 สาย มีตั้งแต่ถนนใหญ่กลางย่าน Chuka Kaido , Yamashita-cho Dori, Nakamura-cho Dori และ Kanteibyo Dori ซึ่งแต่ละสายจะมีบรรยากาศและร้านค้าที่น่าสนใจแตกต่างกันไป สิ่งที่โดดเด่นที่สุดของที่นี่ คือซุ้มประตูจีนขนาดใหญ่ 10 จุด ที่กระจายอยู่ตามทิศทางต่างๆ ของย่าน แต่ละซุ้มมีสีสันสดใสและความหมายเกี่ยวข้องกับปรัชญาจีนโบราณ เช่น ซุ้มทิศตะวันออก (Chobomon) สีน้ำเงิน หมายถึงฤดูใบไม้ผลิ หรือซุ้มทิศใต้ (Suzakumon) สีแดง หมายถึงฤดูร้อน

Cr : https://yokohama-kanteibyo.com/

ศาลเจ้าจีนที่มีชื่อเสียง

นอกจากร้านอาหาร ย่านนี้ยังมีศาลเจ้าจีนที่มีชื่อเสียง อาทิ Kanteibyo Temple (関帝廟)  ศาลเจ้ากวนอูที่ชาวญี่ปุ่นและนักท่องเที่ยวนิยมมาไหว้ขอพรเรื่องธุรกิจและความโชคดี และ Masobyo Temple (媽祖廟)  ศาลเจ้าที่เป็นที่สถิตของเทพเจ้าแห่งท้องทะเล ทั้งสองศาลเจ้าตกแต่งอย่างวิจิตรบรรจงด้วยศิลปะสไตล์จีน ทำให้นักท่องเที่ยวที่แวะเข้ามาไม่เพียงแต่ได้ชมสถาปัตยกรรม แต่ยังได้สัมผัสกับวัฒนธรรมจีนที่หลอมรวมกับญี่ปุ่นไว้อย่างลงตัว โดยศาลเจ้าทั้งสองแห่งเปิดบริการประมาณ 09.00–17.30 น.

Cr : www.yokohamajapan.com

ที่นี่เป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยว

หากเป็นนักท่องเที่ยวไทยที่ชอบ “เที่ยวไปกินไป” โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์น คือจุดหมายที่ตอบโจทย์สุดๆ เพราะรวมทั้งอาหารอร่อย บรรยากาศคึกคัก และมุมถ่ายรูปสวยไว้ในที่เดียว เหมาะกับสายกินที่อยากลองเสี่ยวหลงเปาทอดแบบพิเศษ สายถ่ายรูปที่อยากได้ภาพซุ้มประตูจีนสีสดหรือถนนแพนด้า ครอบครัวที่อยากพาเด็กๆ เดินชิมสตรีทฟู้ด หรือคู่รักที่มองหาทริปสั้นๆ จากโตเกียวแบบไม่ต้องเดินทางไกล

สวรรค์ของสายกิน

ไม่ต้องกังวลเรื่องภาษา เพราะหลายร้านมีเมนูรูปภาพชัดเจนและพนักงานที่พูดภาษาอังกฤษได้บ้าง สายถ่ายรูปจะได้มุมสวย ๆ มากมาย โดยเฉพาะซุ้มประตูจีนที่เป็นไอคอนของย่าน และ “ถนนแพนด้า” (Panda Street) ที่เต็มไปด้วยร้านขายของกระจุกกระจิกรูปแพนด้าน่ารัก สามารถถ่ายได้ทั้งกลางวันและกลางคืนเมื่อไฟเปิด บรรยากาศจะยิ่งสวยงามขึ้นไปอีก

ครอบครัวที่มีเด็กเล็กก็เที่ยวได้สบาย

เพราะย่านเป็นถนนคนเดินส่วนใหญ่ ปลอดภัยจากรถยนต์ มีร้านอาหารหลากหลายที่เด็ก ๆ สามารถกินได้ เช่น ซาลาเปา ขนมปังไส้กรอก หรือของหวาน และสำหรับคู่รักที่ต้องการบรรยากาศโรแมนติก การเดินเที่ยวช่วงเย็น ๆ ท่ามกลางแสงโคมไฟและกลิ่นอาหารจีน ก็ถือเป็นประสบการณ์ที่น่าประทับใจไม่แพ้การไปดินเนอร์ร้านหรู

ไปที่นี่ช่วงไหนดี ที่ไม่หนาแน่นจนเกินไป

การไปเที่ยวโยโกฮาม่าไชน่าทาว์นให้ได้บรรยากาศที่ผ่อนคลายและเลี่ยงความแออัด ควรเลือกวันเวลาที่คนยังไม่พลุกพล่าน เดินทางสะดวก และเที่ยวง่ายทำให้เดินเที่ยวได้อย่างเพลิดเพลินด้วยนะ

เวลาเหมาะที่สุดของวัน

หนึ่งในคำถามยอดฮิตคือ “ไปไชน่าทาวน์ช่วงไหนดี?” ถ้าอยากเลี่ยงฝูงชน แนะนำให้ไปช่วงเช้าเวลาประมาณ 10.00–11.30 ร้านเริ่มเปิดแต่คนยังไม่เยอะ เดินถ่ายรูปได้สบาย ช่วงเที่ยง 12.00–14.00 จะเป็นเวลาคิวร้านอาหารยาวที่สุด ส่วนช่วงเย็น 17.00–19.00 เป็นเวลาที่บรรยากาศสวย ไฟเริ่มเปิด เหมาะกับสายถ่ายรูปและเดินกินชิล ๆ

ถ้ามาช่วงเช้า ข้อดีคือร้านอาหารยังไม่แน่น สามารถนั่งกินได้สบาย ๆ โดยไม่ต้องรอคิว และอากาศยังไม่ร้อนมาก เดินเที่ยวได้สบาย ช่วงเที่ยงเป็นช่วงที่คนท้องถิ่นและนักท่องเที่ยวออกมากินข้าวเที่ยง จึงมักจะแน่นและรอนาน โดยเฉพาะร้านดังๆ อาจต้องรอคิว 30–60 นาที

ช่วงเย็นเป็นเวลาที่บรรยากาศสวยงามที่สุด โคมไฟจีนเริ่มเปิด ซุ้มประตูมีไฟประดับสวยงาม ทำให้การถ่ายรูปได้ภาพที่สวยกว่าช่วงกลางวัน แต่ข้อเสียคือร้านอาหารอาจจะเริ่มปิดบ้างแล้ว โดยเฉพาะร้านสตรีทฟู้ด ส่วนใหญ่จะปิดราว 20.00–21.00 น. และศาลเจ้าทั้งสองแห่งจะปิดประมาณ 17.30 น. อยู่แล้ว ดังนั้นถ้าอยากถ่ายรูปและกินของอร่อยพร้อมกับเข้าชมศาลเจ้า ควรมาช่วงประมาณ 15.00–16.30 น. เพื่อให้ได้ทั้งไหว้ศาลเจ้า ถ่ายรูปบรรยากาศเย็น และร้านยังเปิดอยู่

วันธรรมดา vs วันหยุด

หากมีทางเลือก แนะนำให้ไป Yokohama Chinatown ในวันธรรมดา เพราะร้านอาหารไม่ต้องต่อคิวนาน และเดินในย่านได้สะดวกกว่า ส่วนวันเสาร์–อาทิตย์จะมีทั้งนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นและต่างชาติ ทำให้บางร้านต้องรอคิว 30–60 นาทีขึ้นไป และถ้าไปช่วงเทศกาลจีน เช่น ตรุษจีน หรือเทศกาลโคมไฟ คนจะหนาแน่นมากเป็นพิเศษ ควรวางแผนเวลาเผื่อไว้ล่วงหน้า

วันธรรมดามักจะสงบกว่า เหมาะกับคนที่ชอบเดินเที่ยวแบบชิล ๆ ไม่ต้องแย่งกันถ่ายรูป ร้านอาหารก็พร้อมให้บริการได้เร็ว แต่ข้อเสียคืออาจมีบางร้านที่พักหยุดวันจันทร์หรือวันอังคาร ควรเช็คก่อนไปว่าร้านที่อยากกินเปิดหรือไม่ ส่วนวันหยุดแม้จะคนเยอะ แต่ก็มีข้อดีคือมีกิจกรรมพิเศษบ้าง เช่น มีการแสดงสิงโต หรือมีร้านค้าชั่วคราวเปิดเพิ่ม

สำหรับช่วงเทศกาลจีน เช่น ตรุษจีนในเดือนมกราคม-กุมภาพันธ์ หรือเทศกาลโคมไฟในฤดูใบไม้ผลิ โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นจะจัดกิจกรรมพิเศษ มีการแสดงสิงโต มังกร และตกแต่งโคมไฟสวยงาม ถือเป็นช่วงเวลาที่น่าสนใจมาก แต่ก็ต้องยอมรับว่าคนจะเยอะมาก ๆ อาจต้องเดินแบบติดกันเลย ดังนั้นถ้าไม่ชอบฝูงชนมากๆ ควรหลีกเลี่ยงช่วงนี้

งบประมาณเที่ยวโยโกฮาม่า ไชน่าทาว์น

การวางงบประมาณสำหรับเที่ยวโยโกฮาม่าไชน่าทาวน์นั้นขึ้นอยู่กับรูปแบบการหาความสำราญของคุณเป็นหลัก โดยหากเน้นการเดินชิมอาหารริมทางและถ่ายรูปบรรยากาศเมืองในสไตล์คลาสสิกก็สามารถคุมงบให้ประหยัดได้มาก แต่หากต้องการสัมผัสประสบการณ์การทานมื้อใหญ่แบบบุฟเฟต์หรืออาหารคอร์สในภัตตาคารชื่อดังรวมถึงการเลือกซื้อของที่ระลึกและเครื่องรางมงคลที่มีให้เลือกมากมาย งบประมาณก็จะต้องขยับสูงขึ้นตามลำดับ

งบสาย Street Food

สายเดินกินสตรีทฟู้ดสามารถเที่ยว โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นได้แบบคุ้มค่า อาหารยอดนิยมอย่างเสี่ยวหลงเปาทอด ซาลาเปาเนื้อ หรือทาร์ตไข่ มีราคาชิ้นละประมาณ 300–600 เยน หากลองชิม 4–6 เมนูต่อคน จะใช้งบราว 2,000–3,000 เยน ได้อิ่มกำลังดี แถมยังได้เดินสำรวจย่านไปพร้อมกัน เหมาะกับนักท่องเที่ยวไทยที่อยากลองหลายร้านโดยไม่ต้องนั่งกินร้านใหญ่

เมนูสตรีทฟู้ดยอดนิยมและราคาโดยประมาณ: เสี่ยวหลงเปาทอด ราคา 500–700 เยน/5 ชิ้น, ซาลาเปาเนื้อ ราคา 300–500 เยน/ชิ้น, ขนมงาดำทอดราคา 300–400 เยน/3 ชิ้น, ทาร์ตไข่ ราคา 250–350 เยน/ชิ้น, เป็ดปักกิ่งแบบห่อกิน ราคา 500–800 เยน/ชิ้น, ชานมไข่มุก ราคา 400–600 เยน/แก้ว

ถ้าอยากกินแบบประหยัดสุดๆ สามารถหาร้านขายของทอด ของปิ้ง ที่มีราคาถูกกว่า ประมาณ 200–300 เยนต่อชิ้น แล้วซื้อน้ำจากตู้ขายน้ำอัตโนมัติแทนการซื้อในร้าน จะประหยัดได้อีกประมาณ 100–200 เยน รวมแล้วงบ 1,500–2,000 เยนก็สามารถกินอิ่มได้แล้ว

ที่สำคัญเลย โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นมีกฎเกี่ยวกับการ “กินไปเดินไป” ค่อนข้างเข้มงวดในบางจุด และที่สำคัญคือถังขยะสาธารณะมีน้อยมาก ส่วนใหญ่ร้านค้าจะขอให้นักท่องเที่ยวทิ้งขยะที่ถังของร้านที่ซื้อมาเท่านั้น ดังนั้นควรทิ้งขยะที่ร้านที่ซื้อหรือถือกลับไปทิ้งที่สถานี เพื่อเป็นนักท่องเที่ยวที่ดีและไม่สร้างปัญหาให้กับท้องถิ่น

งบร้านนั่งกิน

หากอยากนั่งกินแบบจริงจัง ร้านอาหารจีนใน โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นมีทั้งร้านระดับตำนานและบุฟเฟต์ไม่อั้น โดยราคาต่อคนอยู่ราว 2,500–4,000 เยนสำหรับร้านทั่วไป และประมาณ 3,000–5,000 เยนสำหรับบุฟเฟต์เต็มรูปแบบ เหมาะกับกลุ่มเพื่อนหรือครอบครัวที่อยากนั่งพักยาว ๆ พร้อมลองเมนูหลากหลายแบบไม่ต้องเดินถืออาหารตลอดเวลา

ร้านอาหารนั่งกินแบบทั่วไปมักมีเซตอาหารกลางวัน ที่ถูกกว่าช่วงเย็น ราคาประมาณ 1,500–2,500 เยน ได้ทั้งข้าว ของทอด ซุป และของหวาน คุ้มค่ามาก ส่วนช่วงเย็นราคาจะสูงขึ้นเป็น 3,000–5,000 เยนต่อคน ขึ้นอยู่กับเมนูที่สั่ง ถ้าสั่งเมนูพิเศษอย่างฉลามครีบหรือห่านอบ อาจถึง 10,000 เยนเลยทีเดียว

บุฟเฟต์จีนใน โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นมีหลายร้านให้เลือก ราคาประมาณ 3,000–5,000 เยน กินได้ไม่อั้นประมาณ 90–120 นาที เหมาะกับคนที่อยากลองหลายเมนูและกินจุ ๆ แต่ควรไปช่วงเปิดร้านเพื่อให้ได้เมนูสดใหม่ครบ และอย่าลืมว่าบางร้านอาจมีค่าบริการเพิ่มอาจจะมีประมาณ 10% จากราคาอาหาร ควรสอบถามก่อนสั่ง

ของกินห้ามพลาด

มาถึงโยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นทั้งที เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ “เสี่ยวหลงเปาทอด” ซึ่งเป็นเเมนูซิกเนเจอร์เฉพาะของที่นี่ แป้งด้านล่างทอดจนกรอบ น้ำซุปข้างในยังคงฉ่ำร้อน ๆ รสชาติหอมหมูและหอมกระเทียม ต่างจากเสี่ยวหลงเปานึ่งทั่วไป นอกจากนี้ยังมีเป็ดปักกิ่งหนังกรอบ ซาลาเปาเนื้อไส้แน่น ลูกงาดำทอดกรอบนอกนุ่มใน และปิดท้ายด้วยชานมไข่มุกหวานกำลังดี แต่ละเมนูหาซื้อได้ง่ายตามร้านสตรีทฟู้ดหน้าถนน ทำให้สามารถเดินชิมไป ถ่ายรูปไป ได้อรรถรสแบบเต็มอิ่ม

1. เสี่ยวหลงเปาทอด

เมนูสัญลักษณ์ของยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นที่ต่างจากไชน่าทาวน์ที่อื่น แป้งบาง ๆ ห่อไส้หมูสับผสมน้ำซุปร้อน ๆ แต่จุดเด่นคือด้านล่างทอดจนกรอบ ทำให้ได้ทั้งความกรอบและความฉ่ำของน้ำซุปในคำเดียว ต้องกัดให้ระวังเพราะน้ำซุปจะพุ่งออกมาและร้อนมาก ร้านดังที่ควรลองคือ Manchinro หรือ Jukei Hanten ซึ่งเป็นร้านเก่าแก่มีชื่อเสียงที่ตั้งมานานกว่า 50 ปี แต่ถ้าอยากประหยัดงบ ก็มีร้านสตรีทฟู้ดหลายร้านที่ขายในราคาถูกกว่าและอร่อยไม่แพ้กัน

2. เป็ดปักกิ่ง

หนังกรอบ เนื้อนุ่ม ทานคู่กับแป้งบาง ๆ ซอสหวาน และผักสด รสชาติกลมกล่อมไม่มัน ร้านที่ขายเป็ดปักกิ่งแบบห่อกินมีตามถนนหลัก ราคาประมาณ 500–800 เยนต่อชิ้น ถ้าอยากนั่งกินแบบเต็มรูปแบบ มีร้านเฉพาะที่เสิร์ฟเป็ดทั้งตัวพร้อมแกะหน้าโต๊ะ ราคาประมาณ 8,000–15,000 เยนต่อตัว เหมาะสำหรับกลุ่มใหญ่

3. ซาลาเปาเนื้อ

ของกินยามเช้าหรือว่างท้องที่ดีที่สุด ไส้หมูสับหอม ๆ แป้งนุ่มฟู กินคู่กับชาร้อน ๆ ลงตัวมาก ราคาประมาณ 300–500 เยนต่อชิ้น มีขายตามร้านสตรีทฟู้ดทั่วไป บางร้านมีไส้หลากหลาย เช่น ไส้กุ้ง ไส้ผัก หรือไส้ไข่เค็ม

4. ขนมงาดำทอด

 ขนมหวานที่ได้รับความนิยมสูง ไส้งาดำหวาน ๆ ห่อด้วยแป้งข้าวเหนียว ทอดจนกรอบนอก นุ่มหนึบข้างใน รสชาติหวานมัน หอมงา ทานตอนร้อน ๆ อร่อยที่สุด ราคาประมาณ 300–400 เยนต่อ 3 ชิ้น

5. ชานมไข่มุก

แม้จะไม่ใช่เมนูจีนดั้งเดิม แต่ร้านชานมไข่มุกในโยโกฮาม่า ไชน่าทาว์นกลายเป็นจุดแวะที่นิยมมาก โดยเฉพาะร้านที่มีชื่อเสียงอย่าง Gong Cha หรือร้านท้องถิ่น ราคาประมาณ 400–600 เยนต่อแก้ว หวานกำลังดี เหมาะดื่มขณะเดินเที่ยว

นอกจากนี้ยังมีเมนูอื่น ๆ ที่น่าลอง เช่น ก๋วยเตี๋ยวไหหลำ, ขนมปังกุ้ง, ข้าวผัดปู และเกี้ยวกุ้งทอด แต่ละร้านมีสูตรเฉพาะตัว บางร้านอาจจะเพิ่มความเผ็ดหรือความหวานตามสไตล์ญี่ปุ่น ทำให้รสชาติแตกต่างจากจีนดั้งเดิม แต่ก็อร่อยไม่แพ้กัน

แผนเที่ยวตามเวลาที่มี

การวางแผนเที่ยวโยโกฮาม่าไชน่าทาวน์ให้คุ้มค่าควรเริ่มต้นจากการเดินเข้าทางประตูหลักเพื่อซึมซับบรรยากาศสถาปัตยกรรมจีนที่สวยงามและแวะสักการะเทพเจ้าที่วัดกวนอูเพื่อความเป็นสิริมงคล จากนั้นจึงปล่อยใจไปกับการเดินลัดเลาะตามตรอกซอกซอยที่มีร้านอาหารนับร้อยร้าน โดยอาจสลับระหว่างการนั่งทานในร้านบรรยากาศดีกับการเลือกซื้อของกินเล่นริมทางเดินไปคุยไปตามสไตล์ย่านการค้าที่คึกคัก หากมีเวลาเหลือการเดินเลือกชมร้านขายของที่ระลึก สินค้าพื้นเมือง หรือเครื่องรางมงคลก็ช่วยเติมเต็มประสบการณ์ได้เป็นอย่างดี

เที่ยวแบบครึ่งวัน

หากมีเวลาครึ่งวัน แนะนำเริ่มต้นที่ซุ้มประตูใหญ่ของโยโกฮาม่าไชน่าทาวน์เดินถ่ายรูปตามถนนหลัก จากนั้นแวะซื้อเสี่ยวหลงเปาทอดและซาลาเปาร้อนๆ เดินกินระหว่างทาง ต่อด้วยแวะไหว้ศาลเจ้าเพื่อขอพร (ต้องไปก่อน 17.00 น.) ก่อนปิดท้ายด้วยการนั่งพักในคาเฟ่จีนบรรยากาศย้อนยุค ใช้เวลารวมประมาณ 3–4 ชั่วโมง กำลังพอดีสำหรับทริปวันเดียวจากโตเกียว

แผนเที่ยวแบบละเอียด (3-4 ชั่วโมง)

10.00–10.30 → เริ่มต้นที่ซุ้มประตูด้านตะวันออก (Chobomon) ถ่ายรูปกับซุ้มสีน้ำเงินสวยงาม จากนั้นเดินเข้าสู่ถนน Chuka Kaido ซึ่งเป็นถนนหลักของย่าน มีร้านค้าและร้านอาหารเรียงรายสองข้างทาง พร้อมแวะถ่ายรูปที่ “ถนนแพนด้า” (Panda Street) ซึ่งเต็มไปด้วยร้านขายของที่ระลึกรูปแพนด้าน่ารัก

10.30–11.30 → เดินชิมสตรีทฟู้ด แวะซื้อเสี่ยวหลงเปาทอดจากร้านที่มีคนต่อคิว (แปลว่าอร่อยแน่นอน) ต่อด้วยซาลาเปาเนื้อร้อน ๆ และขนมงาดำทอดกรอบนอก ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมงเดินกินไปเรื่อย ๆ พร้อมถ่ายรูปมุมสวย ๆ ไปด้วย อย่าลืมทิ้งขยะที่ร้านที่ซื้อมาเพื่อเป็นนักท่องเที่ยวที่ดี

11.30–12.30 → แวะไหว้ศาลเจ้ากวนอู ซึ่งอยู่ตรงกลางย่าน ภายในตกแต่งอย่างวิจิตรด้วยลวดลายจีนสีทองแดง มีโคมไฟแดงแขวนเต็มไปหมด บรรยากาศศักดิ์สิทธิ์มาก สามารถซื้อธูปไหว้ได้ ราคา 100 เยน จากนั้นเดินต่อไปที่ศาลเจ้ามาจูโป๊ใช้เวลาเดินประมาณ 3–5 นาที ทั้งสองศาลเจ้าเปิดถึง 17.30 น. แต่ควรไปก่อน 17.00 น. เพื่อความสบายใจ

12.30–13.30 → นั่งพักในร้านคาเฟ่จีนสไตล์ย้อนยุค สั่งชาจีนร้อน ๆ กับขนมจีนแบบดั้งเดิม พร้อมพักเท้าและวางแผนเที่ยวต่อไปยัง Minato Mirai หากยังเหลือพลังและเวลา

13.30–14.00 → เดินออกจากย่านผ่านซุ้มประตูด้านใต้ (Suzakumon) สีแดงสดใส ถ่ายรูปสักรอบเป็นการจบทริป จากนั้นสามารถเดินต่อไปยังยามาชิตะปาร์ค (ประมาณ 5-10 นาที) เพื่อพักผ่อนริมอ่าว หรือนั่งรถไฟไปยังมินาโตะ มิไรเพื่อเที่ยวต่อ

ถ้ามีเวลาเหลือ สามารถต่อยอดด้วยการเดินไปที่ยามาชิตะปาร์ค ริมอ่าวโตเกียว ซึ่งอยู่ห่างจากไชน่าทาวน์เพียง 5–10 นาทีเดิน ที่นี่มีทิวทัศน์สวยงาม เหมาะนั่งพักชมเรือสำราญและอ่าวโยโกฮาม่า หรือหากยังมีพลัง สามารถนั่งรถไฟไปยังมินาโตะ มิไร เพื่อชม Cosmo World ชิงช้าสวรรค์ยักษ์ หรือย่านช้อปปิ้งที่ทันสมัยอีกด้วย หากซื้อ Minatomirai Line One-day Ticket ไว้ตั้งแต่ตอนเช้า ก็จะได้ประหยัดค่าโดยสารในการเที่ยวต่อ

สรุป

โยโกฮาม่า ไชน่าทาว์น คือจุดหมายที่ลงตัวสำหรับนักท่องเที่ยวไทยที่มาเที่ยวโตเกียวและต้องการทริปสั้นๆ ไปย่านกินเดิน เดินทางสะดวก ใกล้กับย่านท่องเที่ยวอื่น ๆ ในโยโกฮาม่า มีอาหารอร่อยหลากหลาย ราคาไม่แพงเกินไป และที่สำคัญคือบรรยากาศที่แตกต่างจากย่านอื่น ๆ ในญี่ปุ่น เต็มไปด้วยสีสันและวัฒนธรรมจีนที่หลอมรวมกับความเป็นญี่ปุ่นอย่างลงตัว ไม่ว่าจะไปแบบไหน สายกิน สายถ่ายรูป หรือแค่อยากเปลี่ยนบรรยากาศ ที่นี่ก็ตอบโจทย์ได้ทุกสไตล์การเที่ยว

โยโกฮาม่า ไชน่าทาวน์ (Yokohama Chinatown)

ที่อยู่Yamashitacho, Naka Ward, Yokohama, Kanagawa 231-0023
วิธีเดินทางจากสถานี Nihon Odori  เดิน 8 นาที
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง
ราคาเข้าชมฟรี
WebsiteYokohama Chinatown

ดูแผนที่ Yokohama Chinatown

Pennapa Uttamang

Blogger : Pennapa Uttamang

อดีตบรรณาธิการผู้รับใช้ถ้อยคำมาตลอดหลายสิบปี ปัจจุบันก็ยังคงทำงานเขียน วาดภาพประกอบ เลี้ยงแมว และทำสตูดิโอออกแบบเล็กๆ เกี่ยวกับโบรชัวร์ญี่ปุ่น เพื่อยืนยันความมุ่งมั่นจะสร้างแรงบันดาลใจให้ผู้คนผ่านเรื่องราวต่างๆ เกี่ยวกับประเทศญี่ปุ่น ประเทศที่สร้างแรงบันดาลใจให้เรามากมายเช่นกัน

90 Posts

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • มีแพลนจะไปเที่ยวญี่ปุ่นเมื่อไหร่

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515