คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
7%
5%
10%

ถ้าอยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวสักวัน โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางไกล โยโกฮาม่า (Yokohama, 横浜) คือ 1 ในตัวเลือกที่ลงตัว ด้วยเพราะนั่งรถไฟจากใจกลางโตเกียวไม่ถึงชั่วโมงก็ถึงแล้ว แต่บรรยากาศนั้น กลับต่างออกไปอย่างชัดเจน จากเมืองใหญ่ที่เร่งรีบ สู่เมืองท่าริมอ่าวที่มีกลิ่นอายยุโรปผสมญี่ปุ่น มีทั้งไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่ ย่านเมืองเก่า ริมอ่าวสวย ๆ ให้เดินเล่น ตึกระฟ้า ไปจนถึงชิงช้าสวรรค์ที่สว่างไสวและกลายเป็นภาพจำของโยโกฮาม่าในยามค่ำคืน
เสน่ห์ของโยโกฮาม่าคือ เที่ยวได้หลากหลายแบบในเมืองเดียว จะมาเดินเล่นชมวิวริมทะเล แวะคาเฟ่ ตระเวนกินของอร่อยในไชน่าทาวน์ ชมสถาปัตยกรรมเก่า หรือรอชมแสงสีริมอ่าวหลังพระอาทิตย์ตกก็ทำได้ทั้งหมด
บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่โยโกฮาม่าอยู่ตรงไหน เดินทางจากโตเกียวอย่างไร มีที่ไหนน่าแวะบ้าง ไปจนถึงการจัดเส้นทางเที่ยวให้ต่อเนื่องและไม่เสียเวลา เพื่อให้วางแผนเที่ยวโยโกฮาม่าได้ครบในที่เดียว
โยโกฮาม่าเที่ยวได้ตลอดทั้งปี แต่ละฤดูก็มีเสน่ห์ต่างกันไป ฤดูใบไม้ผลิเหมาะกับการชมซากุระ ฤดูร้อนเหมาะกับการเดินเล่นและทำกิจกรรมริมอ่าว ส่วนฤดูหนาวจะโดดเด่นกับอากาศเย็น ๆ บรรยากาศยามค่ำคืน และไฟประดับที่ช่วยให้เมืองท่าแห่งนี้โรแมนติกขึ้นไปอีกแบบ

โยโกฮาม่า เป็นเมืองใหญ่อันดับ 2 ของญี่ปุ่นรองจากโตเกียว ตั้งอยู่ในจังหวัดคานากาว่า ห่างจากใจกลางโตเกียวลงมาทางใต้ประมาณ 30 กิโลเมตร เท่านั้น หากนั่งรถไฟ JR สายตรงจากสถานี Tokyo ใช้เวลาประมาณ 25–30 นาทีก็ถึง เรียกว่าใกล้กว่าหลายจุดหมายเดย์ทริปยอดนิยมรอบโตเกียวเสียอีก ด้วยระยะทางที่ใกล้ขนาดนี้ โยโกฮาม่าจึงเหมาะมากสำหรับ ทริปเช้าไปเย็นกลับแบบสบาย ๆ ไม่ต้องตื่นเช้ามากหรือเร่งเที่ยวให้เหนื่อย จะจัดเป็นทริปครึ่งวันสอดแทรกไว้ในแพลนเที่ยวโตเกียวก็ยังได้ หรือถ้าบินลงสนามบินฮาเนดะ ก็สามารถนำโยโกฮาม่ามารวมไว้ในเส้นทางได้ไม่ยาก เพราะอยู่ห่างกันไม่มากนัก

อีกหนึ่งเสน่ห์ที่ทำให้โยโกฮาม่ามีบรรยากาศต่างจากโตเกียว คือประวัติศาสตร์ของการเป็น เมืองท่านานาชาติ โยโกฮาม่าเป็นหนึ่งในท่าเรือสำคัญยุคแรก ๆ ของญี่ปุ่นที่เปิดรับการค้ากับต่างชาติ และร่องรอยของช่วงเวลานั้นก็ยังมองเห็นได้ทั่วเมืองจนถึงทุกวันนี้ ทั้งอาคารอิฐแดงและสถาปัตยกรรมกลิ่นอายตะวันตก ย่านไชน่าทาวน์ขนาดใหญ่ ไปจนถึงวิวเมืองที่ทอดยาวเลียบอ่าวโยโกฮาม่า

ไปเช้าเย็นกลับ (Day Trip): เป็นตัวเลือกยอดนิยมสำหรับคนที่พักอยู่โตเกียว เพราะโยโกฮาม่าอยู่ใกล้ และมีรถไฟวิ่งให้เลือกหลายเที่ยว หากออกจากโตเกียวก่อน 9 โมงเช้า ก็จะมีเวลาเที่ยวโยโกฮาม่าได้เกือบเต็มวัน ประมาณ 9–10 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการเดินเที่ยวไชน่าทาวน์ ชมวิวริมอ่าว และปิดท้ายที่มินาโตะมิไร โดยไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป
พัก 1-2 คืน: เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวแบบไม่รีบเวลา อยากเห็นวิวกลางคืนของมินาโตะมิไรแบบเต็มอิ่ม หรืออยากรวมสวนสามเกียว (Sankeien) ที่อยู่ไกลจากใจกลางเมืองเข้าไปในแพลนด้วย การพักค้างยังทำให้มีเวลาลองร้านอาหารมากกว่าหนึ่งมื้อในไชน่าทาวน์โดยไม่ต้องรีบกลับรถไฟ
ถ้ามีเวลาแค่ 1 วัน แนะนำให้จัดเส้นทาง Chinatown → Yamashita Park → Red Brick Warehouse → Minato Mirai เที่ยวต่อเนื่องจากย่านเมืองเก่า ไปจนถึงริมอ่าวและย่านสมัยใหม่ของโยโกฮาม่า นอกจากจะได้เก็บแลนด์มาร์กสำคัญค่อนข้างครบแล้ว ยังช่วยลดการเดินทางย้อนกลับไปมา และสามารถปิดท้ายวันด้วยวิวมินาโตะมิไรช่วงเย็นต่อเนื่องไปจนถึงยามค่ำคืนได้พอดี

ถ้าเริ่มต้นจาก สถานี Tokyo การเดินทางไปเที่ยวที่โยโกฮาม่า ถือว่าง่าย ๆ มาก เพราะมีรถไฟ JR หลายสายที่วิ่งตรงไปถึงสถานี Yokohama โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวน ไม่ว่าจะเป็น Tokaido Line, Yokosuka Line หรือ Keihin-Tohoku Line ใช้เวลาเดินทางประมาณ 25–30 นาที ค่าโดยสารเที่ยวเดียวอยู่ที่ประมาณ 490–530 เยน ขึ้นอยู่กับเส้นทาง และวิธีชำระค่าโดยสาร โดยเมื่อลงที่สถานี Yokohama สามารถเริ่มเที่ยวจากบริเวณนี้ได้เลย หรือใช้เป็นจุดต่อรถไฟไปยังย่านท่องเที่ยวอื่น ๆ ของเมืองก็สะดวก แต่ถ้าเป้าหมายหลักคือ Minato Mirai แนะนำให้ต่อ Minatomirai Line จากสถานี Yokohama ไปอีกไม่กี่สถานี จะช่วยประหยัดเวลาและไม่ต้องเดินไกลตั้งแต่ช่วงเริ่มต้นของทริป
“สำหรับคนใช้บัตร IC Card เช่น Suica หรือ PASMO สามารถแตะเข้า-ออกสถานีได้สะดวก และไม่ต้องเสียเวลาซื้อตั๋วเที่ยวเดียวทุกครั้ง เหมาะกับทริปที่มีการต่อรถไฟหลายช่วง”

สำหรับคนที่พักอยู่ฝั่ง Shibuya หรือ Shinjuku มีอีกเส้นทางที่สะดวกกว่า คือรถไฟ Tokyu Toyoko Line จากสถานี Shibuya ซึ่งวิ่งตรงเชื่อมกับ Minatomirai Line โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนที่สถานี Yokohama เลย สามารถลงที่สถานี Minatomirai หรือ Motomachi-Chukagai ได้ทันที ใช้เวลาประมาณ 35-40 นาที ค่าโดยสารเฉลี่ยราว 490 เยน
ข้อควรระวังเล็กน้อยคือ Tokyu Toyoko Line มีรถไฟหลายประเภทวิ่งอยู่ในสายเดียวกัน ทั้งขบวนธรรมดา (Local), ขบวนด่วน (Express) และขบวนด่วนพิเศษ (F-Liner / Limited Express) ขบวนที่วิ่งตรงยาวไปจนถึงปลายทาง Motomachi-Chukagai โดยไม่ต้องเปลี่ยนขบวนคือขบวน Express ขึ้นไป ถ้าขึ้นขบวน Local บางเที่ยวอาจสุดสายแค่สถานี Yokohama เท่านั้น ควรเช็กป้ายหน้าขบวนหรือจอแสดงผลที่ชานชาลาให้แน่ใจก่อนขึ้นรถ ส่วนคนที่พักฝั่ง Shinjuku สามารถนั่ง JR Shonan-Shinjuku Line ตรงไปสถานี Yokohama ได้เช่นกัน และใช้เวลาใกล้เคียงกัน

ถ้าพักอยู่แถว Shibuya หรือ Shinjuku ไม่จำเป็นต้องย้อนเข้าไปขึ้นรถไฟที่สถานี Tokyo เพราะมีเส้นทางตรงไปโยโกฮาม่าที่สะดวกกว่า และเลือกลงใกล้ย่านที่อยากเที่ยวได้เลย
โดยสรุปคือ ถ้าจุดหมายแรกคือมินาโตะมิไร หรือไชน่าทาวน์ ให้เลือก Tokyu Toyoko Line จาก Shibuya จะสะดวกที่สุด ถ้าจุดหมายแรกคือย่านสถานี Yokohama หรือฝั่งตะวันตกของเมือง ให้เลือก JR จาก Tokyo
“หากตั้งใจเที่ยวหลายจุดริมอ่าว การใช้ Minatomirai Line ควบคู่กับการเดินจะช่วยประหยัดเวลา โดยเฉพาะเส้นทางจาก Motomachi-Chukagai ไปยัง Minato Mirai ที่แต่ละจุดอยู่ห่างกันพอสมควร”

ถ้าจะเที่ยวแลนด์มาร์กหลัก ๆ ของโยโกฮาม่า Minatomirai Line ถือเป็นรถไฟสายที่ควรรู้จักเอาไว้ เพราะเส้นทางวิ่งจากสถานี Yokohama ไปจนถึง Motomachi-Chukagai และผ่านย่านท่องเที่ยวสำคัญเกือบตลอดแนวริมอ่าว ทำให้สามารถเลือกขึ้น–ลงตามจุดที่อยากเที่ยวได้สะดวก โดยไม่ต้องเสียเวลาต่อรถหลายรอบ โดยแต่ละสถานีก็เชื่อมกับแลนด์มาร์กหลักของเมืองได้ค่อนข้างชัดเจน
ถ้ามีเวลา 1 วันและอยากเก็บหลายจุด แนะนำให้นั่งรถไฟไปเริ่มที่ Motomachi-Chukagai ก่อน แล้วค่อยเที่ยวไล่กลับมาทาง Minatomirai เริ่มจากไชน่าทาวน์และ Yamashita Park จากนั้นค่อยเดินเลียบอ่าวผ่าน Osanbashi และ Red Brick Warehouse ก่อนมาจบที่ Minato Mirai ข้อดีของเส้นทางนี้คือ เที่ยวต่อกันเป็นทางเดียว ไม่ต้องนั่งรถย้อนหลายรอบ และถ้าเริ่มตั้งแต่ช่วงสาย ๆ ก็สามารถจัดเวลาให้มาถึง Minato Mirai ในช่วงเย็น ก่อนปิดท้ายวันด้วยวิวริมอ่าว ชิงช้าสวรรค์ และแสงไฟของเมืองในช่วงค่ำได้พอดี

มินาโตะมิไร (Minato Mirai) คือย่านเที่ยวที่สามารถเดินได้ค่อนข้างสบาย แลนด์มาร์กหลัก ๆ ไม่ได้อยู่ห่างกันมาก ไม่ว่าจะเป็น Landmark Tower, Cosmo World หรือ Red Brick Warehouse ส่วนใหญ่เดินเชื่อมถึงกันได้ในเวลาประมาณ 10–20 นาที และมีเส้นทางเลียบไปกับริมอ่าว ทำให้การเดินเป็นส่วนหนึ่งของการเที่ยวไปในตัว และถ้าอากาศดี แนะนำให้เผื่อเวลาเดินมากกว่านั่งรถ เพราะระหว่างทางมีทั้งวิวอ่าว สะพาน ทางเดินริมน้ำ และมุมถ่ายรูปให้แวะอยู่เรื่อย ๆ โดยเฉพาะช่วงเย็นที่บรรยากาศจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากวิวเมืองตอนกลางวันไปเป็นแสงไฟของมินาโตะมิไรในช่วงค่ำ
แต่ถ้าจะขยับจาก Minato Mirai ไป Chinatown หรือ Yamashita Park ระยะทางจะเริ่มไกลขึ้นประมาณ 2–3 กิโลเมตร เดินได้และวิวระหว่างทางก็เพลิน แต่ควรเผื่อเวลาราว 30–40 นาที ถ้ามีเวลาเที่ยวทั้งวัน การเดินต่อไปเรื่อย ๆ ก็เป็นเส้นทางที่น่าสนใจ แต่หากอยากแวะสถานที่อื่นมากกว่า แนะนำให้ใช้ Minatomirai Line หรือรถบัสท่องเที่ยว จะประหยัดแรงและเวลาได้พอสมควร แล้วค่อยกลับมาเน้นเดินในแต่ละย่านแทน วิธีนี้จะเที่ยวได้สบายกว่า โดยเฉพาะวันที่มีแพลนหลายจุด
ถ้าวางแผนเที่ยวโยโกฮาม่าแบบแวะหลายย่านในวันเดียว Minatomirai Line มีตั๋ว One-Day Pass ให้ขึ้นรถไฟได้ไม่จำกัดเที่ยวภายในหนึ่งวัน ราคา 460 เยน สำหรับผู้ใหญ่ และ 230 เยน สำหรับเด็ก เหมาะกับคนที่ต้องขึ้น-ลงหลายสถานี เช่น เริ่มจาก Motomachi-Chukagai เที่ยวไชน่าทาวน์ แล้วนั่งกลับมาลง Bashamichi เพื่อไป Red Brick Warehouse ก่อนต่อไปยัง Minatomirai ในช่วงเย็น
โดยทั่วไป ถ้าคิดว่าจะใช้ Minatomirai Line ประมาณ 3 เที่ยวขึ้นไป ตั๋ว One-Day Pass ก็เริ่มน่าสนใจ เพราะไม่ต้องจ่ายค่าโดยสารแยกทุกครั้ง และยังเปลี่ยนแพลนระหว่างวันได้ง่าย แต่ถ้าตั้งใจเดินเที่ยวต่อเนื่องเป็นเส้นเดียว เช่น Chinatown → Yamashita Park → Red Brick Warehouse → Minato Mirai และใช้รถไฟเพียง 1–2 ครั้ง ซื้อตั๋วเที่ยวเดียว หรือแตะ Suica / PASMO ก็เพียงพอ ไม่จำเป็นต้องซื้อ Pass เพิ่ม

ไชน่าทาวน์โยโกฮาม่า (横浜中華街) เป็น 1 ในไชน่าทาวน์ที่ใหญ่ และมีชื่อเสียงที่สุดของญี่ปุ่น ภายในเต็มไปด้วยร้านอาหารและร้านค้าหลายร้อยแห่ง ตั้งแต่ ติ่มซำ ซาลาเปา อาหารจีนหลากหลายภูมิภาค ไปจนถึงขนม และของกินเล่นต่างๆ ในบรรยากาศโดดเด่นด้วยอาคารและซุ้มประตูจีนสีสันสดใสที่กระจายอยู่ตามทางเข้าและถนนสายต่าง ๆ ของย่าน ถนนสายหลักของที่นี่คือ Chukagai Odori ซึ่งมีร้านอาหาร ร้านขนม และร้านของฝากเรียงรายตลอดสองข้างทาง หากมาในวันหยุด แนะนำให้หลีกเลี่ยงช่วงมื้อกลางวันประมาณ 11.30–13.00 น. เพราะร้านยอดนิยมมักมีคิวยาว โดยอาจเลือกมาในช่วงสายก่อน 11 โมง หรือขยับไปช่วงบ่ายแทน จะเดินเที่ยวและเลือกร้านได้สบายกว่า
อีกอย่างที่อยากแนะนำคือ ไม่จำเป็นต้องพยายามเก็บร้านดังให้ครบ เพราะเสน่ห์ของไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าอยู่ที่การค่อย ๆ เดินสำรวจ แวะชิมของกินระหว่างทาง และเลือกสัก 2–3 ร้าน ที่สนใจจริง ๆ ก็เพียงพอสำหรับการสัมผัสบรรยากาศ และรสชาติแบบไม่ต้องเร่งรีบ
“ถ้าอยากกินแบบไม่ต้องต่อคิวนาน ควรเลี่ยงช่วง 11.30–13.30 น. ในวันหยุด และเลือกมาช่วงก่อน 11 โมงหรือหลัง 14.00 น. จะเดินร้านต่าง ๆ ได้สบายกว่า”

สวนยามาชิตะ (山下公園) เป็นสวนสาธารณะริมอ่าวที่มีชื่อเสียง และมีประวัติยาวนานของโยโกฮาม่า พื้นที่ของสวนฯ ทอดยาวไปตามแนวชายฝั่ง เปิดรับวิวสวยๆ ของอ่าว และเรือที่แล่นผ่านไปมา เหมาะสำหรับเดินเล่นรับลม นั่งพักริมทะเล หรือแวะชมบรรยากาศช่วงเย็นที่แสงอาทิตย์ค่อย ๆ เปลี่ยนสีเหนืออ่าวโยโกฮาม่า ทำเลของสวนยังสะดวกสบาย สามารถเดินไปยัง Yokohama Marine Tower ได้เพียงไม่กี่นาที และเดินต่อไปยัง Yokohama Chinatown ได้ไม่ไกล จึงเหมาะเป็นจุดพักระหว่างเที่ยวไชน่าทาวน์กับสถานที่ต่าง ๆ ริมอ่าว โดยเฉพาะช่วงบ่ายแก่ ๆ ถึงเย็นที่อากาศไม่ร้อน และบรรยากาศริมทะเลกำลังสบาย

โกดังอิฐแดงโยโกฮาม่า (横浜赤レンガ倉庫) เคยเป็นโกดังเก็บสินค้าท่าเรือในยุคเมจิ เดิมใช้เป็นโกดังศุลกากรสำหรับรองรับสินค้าที่ผ่านเข้าออกท่าเรือโยโกฮาม่า ก่อนจะได้รับการอนุรักษ์ และปรับปรุงให้กลายเป็นพื้นที่ท่องเที่ยว รวมร้านค้า คาเฟ่ ร้านอาหาร และพื้นที่จัดกิจกรรมไว้ภายใน ตัวอาคารอิฐแดงยังคงเอกลักษณ์ดั้งเดิมไว้ และเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปยอดนิยมของเมือง โดยเฉพาะช่วงเย็นถึงค่ำที่มีการเปิดไฟรอบอาคาร
ตลอดทั้งปีบริเวณนี้จะมีอีเวนต์หมุนเวียนตามฤดูกาล โดยเฉพาะงานใหญ่ เช่น Christmas Market ที่มีผู้มาเที่ยวเยอะมากๆ หากอยากเดินชมอาคาร และบรรยากาศแบบสบาย ๆ แนะนำให้ตรวจสอบปฏิทินอีเวนต์จากเว็บไซต์ทางการก่อนวางแผนเดินทาง

มินาโตะมิไร 21 (みなとみらい21) คือย่านริมอ่าวที่เป็นหนึ่งในภาพจำของโยโกฮาม่า เต็มไปด้วยตึกสูง ศูนย์การค้า โรงแรม พิพิธภัณฑ์ และแลนด์มาร์กสำคัญหลายแห่ง ชื่อ “Minato Mirai” มีความหมายประมาณว่า “ท่าเรือแห่งอนาคต” สะท้อนแนวคิดในการพัฒนาพื้นที่ท่าเรือและเขตอุตสาหกรรม ให้กลายเป็นศูนย์กลางเมืองแห่งใหม่ ซึ่งข้อดีของการเที่ยวมินาโตะมิไรคือ สถานที่สำคัญหลายแห่งตั้งอยู่ใกล้ๆ สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ง่ายๆ ตั้งแต่ Yokohama Landmark Tower, Cosmo World, CupNoodles Museum ไปจนถึง Yokohama Red Brick Warehouse สามารถเที่ยวได้ต่อเนื่อง

Yokohama Landmark Tower (横浜ランドマークタワー) เคยครองตำแหน่งอาคารที่สูงที่สุดในญี่ปุ่น และยังคงเป็นหนึ่งในสัญลักษณ์สำคัญของโยโกฮาม่า
⚠️ ข้อควรทราบ: จุดชมวิว Sky Garden ชั้น 69 ปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 31 ธันวาคม 2025 เนื่องจากการปรับปรุงครั้งใหญ่ และคาดว่าจะกลับมาเปิดอีกครั้งใน ปี 2028 หรือหลังจากนั้น ระหว่างนี้จึงควรตัดกิจกรรมขึ้น Sky Garden ออกจากแพลน และตรวจสอบประกาศล่าสุดจากเว็บไซต์ก่อนเดินทาง
แม้ Sky Garden จะปิดให้บริการ แต่ส่วนอื่นของอาคารยังสามารถแวะเที่ยวได้ตามปกติ ทั้ง Landmark Plaza ที่มีร้านค้า ร้านอาหารและคาเฟ่ รวมถึงบริเวณด้านนอกที่ยังเป็นหนึ่งในจุดถ่ายภาพยอดนิยมของย่าน Minato Mirai หากต้องการชมวิวโยโกฮาม่ามุมสูงในช่วงที่ Sky Garden ปิด สามารถเปลี่ยนไปที่ Yokohama Marine Tower ซึ่งมีจุดชมวิว หรือเลือกนั่ง Yokohama Air Cabin เพื่อชมเมืองและวิวริมอ่าวจากกระเช้าลอยฟ้าแทนได้
“เนื่องจาก Sky Garden ปิดปรับปรุงในช่วงปี 2026 จุดชมวิวนี้จึงไม่ควรถูกใส่เป็นไฮไลต์หลักของ Route ปัจจุบัน และควรใช้ Marine Tower หรือ Air Cabin เป็นตัวเลือกชมวิวแทน”

Osanbashi (大さん橋) เป็นท่าเทียบเรือสำราญนานาชาติของโยโกฮาม่า เป็น 1 ในจุดชมวิวริมอ่าวที่น่าสนใจของเมือง จุดเด่นอยู่ที่สถาปัตยกรรมของอาคาร ซึ่งออกแบบให้หลังคากลายเป็นพื้นที่สาธารณะขนาดใหญ่ ทางเดินพื้นไม้ลาดโค้งต่อเนื่องไปตามรูปทรงของอาคาร ให้บรรยากาศแตกต่างจากท่าเรือโดยสารทั่วไป และคล้ายกับการเดินอยู่บนสวนลอยฟ้า บริเวณ Rooftop Deck สามารถขึ้นไปเดินเล่นและชมวิวได้โดยไม่มีค่าเข้าชม จากด้านบนมองเห็นทั้ง Minato Mirai, Yokohama Landmark Tower, Yokohama Red Brick Warehouse และทิวทัศน์ของอ่าวโยโกฮาม่าในมุมกว้าง โดยเฉพาะช่วงเย็นต่อเนื่องถึงกลางคืน ที่วิวเมืองจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากแสงธรรมชาติเป็นแสงไฟจากอาคารรอบอ่าว
Osanbashi ยังอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสำหรับจัดเส้นทางเที่ยวด้วยการเดิน สามารถเชื่อมต่อกับ Yokohama Red Brick Warehouse, Yamashita Park และย่าน Nihon-odori ได้ไม่ไกล หากมีเวลา แนะนำให้มาถึงก่อนพระอาทิตย์ตกเล็กน้อย เพื่อชมทั้งบรรยากาศช่วงเย็น และวิวเมืองยามค่ำคืนได้ในครั้งเดียว

พิพิธภัณฑ์คัพนู้ดเดิลโยโกฮาม่า (カップヌードルミュージアム横浜) เป็นพิพิธภัณฑ์ที่บอกเล่าเรื่องราวของ โมโมฟุกุ อันโด (Momofuku Ando) ผู้ก่อตั้ง Nissin Foods และผู้คิดค้นบะหมี่กึ่งสำเร็จรูป ภายในไม่ได้มีเพียงนิทรรศของบะหมี่กึ่งสำเร็จรูปเท่านั้น แต่ยังมีกิจกรรมแบบให้ลงมือทำที่ทำให้การเที่ยวสนุกขึ้น โดยเฉพาะ My CUPNOODLES Factory ที่สามารถออกแบบลวดลายบนถ้วย เลือกซุปและท็อปปิ้ง ก่อนประกอบออกมาเป็นคัพนู้ดเดิลสูตรของตัวเอง
ค่าเข้าชมพิพิธภัณฑ์ และกิจกรรมบางประเภทคิดแยกกัน โดย My CUPNOODLES Factory มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมจากค่าเข้าชมปกติ แนะนำให้ตรวจสอบราคา และเงื่อนไขการเข้าร่วมล่าสุดจากเว็บไซต์ก่อนเดินทาง และช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์อาจมีผู้ใช้บริการจำนวนมาก จึงควรวางแผนเรื่องเวลาและตรวจสอบวิธีสำรองสิทธิ์ล่วงหน้า นอกจากนี้ยังเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่เหมาะสำหรับวันฝนตก หรือวันที่ไม่อยากเดินกลางแจ้งนาน ๆ เพราะกิจกรรมและนิทรรศการส่วนใหญ่อยู่ภายในอาคารนั่นเอง

โยโกฮาม่าคอสโมเวิลด์ (よこはまコスモワールド) เป็นสวนสนุกใจกลางย่านมินาโตะมิไรที่สังเกตเห็นได้ง่ายจาก Cosmo Clock 21 ชิงช้าสวรรค์ขนาดใหญ่ที่สูงประมาณ 112 เมตร และถือเป็น 1 ในสัญลักษณ์ของเมืองโยโกฮาม่า จากด้านบนสามารถมองเห็นตึกสูงของมินาโตะมิไร และทิวทัศน์บริเวณอ่าวได้แบบมุมกว้าง โดยเฉพาะช่วงค่ำที่ชิงช้าสวรรค์เปิดไฟประดับประดา กลายเป็นส่วนหนึ่งของวิวกลางคืนที่โดดเด่นของเมือง
สวนสนุกแห่งนี้ ไม่มีค่าเข้าชม สามารถเดินเข้าไปเที่ยวได้ฟรี แล้วจ่ายเฉพาะค่าเครื่องเล่นที่ต้องการ เหมาะสำหรับคนที่อยากแวะเดินเล่นหรือเลือกขึ้นเฉพาะ Cosmo Clock 21 โดยไม่จำเป็นต้องใช้เวลาครึ่งวันเหมือนสวนสนุกขนาดใหญ่ หากจัดเส้นทางเที่ยวมินาโตะมิไร แนะนำให้วาง Yokohama Cosmo World ไว้ช่วงเย็นต่อเนื่องถึงค่ำ แล้วเดินเชื่อมกับ Yokohama Red Brick Warehouse และสถานที่ริมอ่าวใกล้เคียงได้สะดวก เป็นเส้นทางที่เหมาะกับการค่อย ๆ เดินชมเมืองและรอชมไฟของมินาโตะมิไรหลังพระอาทิตย์ตก

YOKOHAMA AIR CABIN เป็นกระเช้าลอยฟ้าในเมือง (Urban Ropeway) แห่งแรกของญี่ปุ่น เชื่อมระหว่าง Sakuragicho Station กับ Unga Park ในย่าน Minato Mirai ระยะทางประมาณ 630 เมตร ใช้เวลาเดินทางประมาณ 5 นาที ต่อเที่ยว แม้จะเป็นระยะทางสั้น ๆ แต่จุดเด่นคือสามารถชมวิวเมืองมินาโตะมิไร ริมอ่าวโยโกฮาม่า ได้จากมุมสูง โดยค่าโดยสารผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 1,000 เยน สำหรับเที่ยวเดียว และ 1,800 เยน สำหรับไป-กลับ เมื่อถึงฝั่ง Unga Park แล้ว สามารถเดินเที่ยวต่อไปยัง Yokohama Cosmo World, CupNoodles Museum และ Yokohama Red Brick Warehouse ได้อย่างสะดวก จากนั้นค่อยเดินเที่ยวต่อในย่าน Minato Mirai โดยไม่จำเป็นต้องนั่งกระเช้ากลับ
แต่ถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศจากกระเช้าทั้ง 2 ช่วงเวลา การเลือกตั๋วไป-กลับก็น่าสนใจ เช่น ขาไปขึ้นในช่วงกลางวัน แล้วกลับอีกครั้งในช่วงเย็น หรือหลังพระอาทิตย์ตก จะได้เห็นวิว Minato Mirai ในบรรยากาศที่แตกต่างกัน

สวนซังเคเอ็น (三溪園) เป็นสวนขนาดใหญ่ โดดเด่นด้วยอาคารประวัติศาสตร์จากหลายพื้นที่ทั่วญี่ปุ่น รวบรวมมาไว้ภายในสวน ทั้งเรือนไม้เก่าแก่ เจดีย์ 3 ชั้น และอาคารสถาปัตยกรรมญี่ปุ่นดั้งเดิม รายล้อมด้วยบ่อน้ำ ต้นไม้ และสวนสวยที่จัดไว้อย่างสวยงาม ทำให้บรรยากาศของที่นี่เงียบสงบ แตกต่างจากความทันสมัยของย่านมินาโตะมิไรอย่างชัดเจน
ค่าเข้าชมสำหรับผู้ใหญ่อยู่ที่ประมาณ 900 เยน แต่เนื่องจากสวนตั้งอยู่นอกย่านท่องเที่ยวหลักของโยโกฮาม่าพอสมควร การเดินทางจึงต้องเผื่อเวลา โดยส่วนใหญ่นิยมนั่งรถบัส หรือแท็กซี่ต่อจากสถานี ใช้เวลาประมาณ 30–40 นาที ที่นี่จึงเหมาะกับคนที่มีเวลาเที่ยวเต็มวัน หรืออยากสัมผัสอีกมุมหนึ่งของเมืองที่สงบ และมีกลิ่นอายญี่ปุ่นดั้งเดิม
สายถ่ายรูปและชมวิว

ถ้าอยากเก็บภาพบรรยากาศของโยโกฮาม่าให้ครบทั้งวิวอ่าว สถาปัตยกรรม และแสงไฟยามค่ำ แนะนำเริ่มจาก Osanbashi Pier จุดชมวิวที่มองเห็นทั้งอ่าวโยโกฮาม่า และเส้นขอบฟ้าของ Minato Mirai ได้ในมุมกว้าง จากนั้นเดินต่อไปยัง Yokohama Red Brick Warehouse อาคารอิฐแดงเก่าแก่ ก่อนปิดท้ายที่ Yokohama Cosmo World ในช่วงพลบค่ำ เมื่อชิงช้าสวรรค์ Cosmo Clock 21 และอาคารโดยรอบเริ่มเปิดไฟ และสำหรับคนที่เน้นถ่ายภาพ ช่วง Golden Hour ก่อนพระอาทิตย์ตก เหมาะกับการเก็บภาพอ่าว และเส้นขอบฟ้าในแสงสีทอง ส่วนหลังฟ้ามืด ย่าน Minato Mirai จะเปลี่ยนบรรยากาศด้วยแสงไฟจากชิงช้าสวรรค์ และอาคารต่าง ๆ จึงควรเผื่อเวลาเที่ยวต่อหลังพระอาทิตย์ตก เพื่อเก็บภาพทั้งช่วงเย็นและ Night View ในทริปเดียว
สายกินและ Chinatown

เริ่มต้นที่ Yokohama Chinatown โดยแนะนำให้ไปถึงก่อน 11 โมง เพื่อเลี่ยงฝูงชนและคิวยาวในช่วงมื้อกลางวัน เลือกชิมติ่มซำ ซาลาเปา และของว่าง สำหรับเดินกินระหว่างทาง จากนั้นเดินต่อไปยัง Yamashita Park เพื่อพักผ่อน ย่อยอาหาร และชมวิวสวยๆ ริมอ่าว และแวะเที่ยวย่าน Minato Mirai ในช่วงบ่าย สำหรับนั่งคาเฟ่ หรือหาร้านของหวานอร่อยๆ และถ้าอยากลอง Yokohama Iekei Ramen ราเมงสไตล์โยโกฮาม่าที่ขึ้นชื่อเรื่องซุปกระดูกหมูผสมโชยุ แนะนำให้เป็นมื้อเย็น วิธีนี้จะทำให้ได้ลองชิมอาหารเด่นของโยโกฮาม่าได้หลายแบบ โดยไม่ต้องเร่งจนเกินไป
คู่รัก
เส้นทางเดินริมอ่าวเหมาะกับคู่รักที่สุด แนะนำให้เริ่มจากการเดินเล่นยามาชิตะพาร์คในช่วงบ่ายแก่ ๆ ต่อด้วยคาเฟ่ริมน้ำแถว Red Brick Warehouse แล้วปิดท้ายค่ำคืนด้วยการนั่งชิงช้าสวรรค์ที่ Cosmo World หรือเดินชมไฟประดับย่านมินาโตะมิไร เป็นเส้นทางที่ไม่ต้องรีบ เดินช้า ๆ ชมวิวไปเรื่อย ๆ ได้ทั้งวัน
ครอบครัว

Cup Noodles Museum เหมาะกับเด็กที่ชอบทำกิจกรรม ได้ลงมือทำและเรียนรู้ ส่วน Cosmo World ก็มีเครื่องเล่นสนุกๆ มากมาย ตั้งแต่โซน Kids Carnival สำหรับเด็กเล็ก ไปจนถึงเครื่องเล่นสำหรับเด็กโต จึงสามารถจัดทริปเที่ยวคู่กันได้ในวันเดียว ซึ่งหากอากาศไม่เป็นใจ Cup Noodles Museum ก็เป็นสถานที่ท่องเที่ยวในร่มที่สนุกสนาน และได้ความรู้ไปพร้อมกัน
สายช้อปปิ้ง

ย่านมินาโตะมิไร มีห้างสรรพสินค้าขนาดใหญ่หลายแห่งอยู่ใกล้กัน โดยเฉพาะ Landmark Plaza ที่ตั้งอยู่บริเวณฐานของ Landmark Tower รวมถึงห้างและศูนย์การค้าอื่น ๆ ที่สามารถเดินเชื่อมต่อกันได้ ทำให้สามารถช้อปปิ้งได้ง่ายๆ โดยไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเพิ่มและหากต้องการซื้อของฝากที่มีเอกลักษณ์ของโยโกฮาม่า แนะนำแวะเลือกซื้อที่ไชน่าทาวน์ หรือร้านของฝากบริเวณสถานี Motomachi-Chukagai แล้วค่อยขึ้นรถไฟกลับ จะช่วยให้ไม่ต้องเสียเวลาย้อนกลับไปมานั่นเอง
“นอกจากอาหารจีนใน Chinatown แล้ว เมนูที่ควรลองเมื่อมาโยโกฮาม่าคือ “อิเอเคอิราเมง” ราเมงสไตล์ท้องถิ่นที่ใช้น้ำซุปกระดูกหมูผสมโชยุและเส้นหนา เป็นเมนูขึ้นชื่อของเมือง”

เมนูที่พลาดไม่ได้เมื่อมาไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าคือ ติ่มซำ หมูอบแดงสไตล์กวางตุ้ง และซาลาเปาไส้ต่าง ๆ เหมาะสำหรับซื้อเดินกินและแวะชิมได้หลายอย่างโดยไม่ต้องอิ่มกับร้านเดียว หากอยากนั่งทานเป็นมื้อจริงจัง ก็มีภัตตาคารจีนให้เลือกหลากหลาย ตั้งแต่อาหารกวางตุ้ง เสฉวน ไปจนถึงเซี่ยงไฮ้ เลือกได้ตามรสชาติและสไตล์ที่ชอบ
ช่วงที่ควรหลีกเลี่ยงคือ มื้อเที่ยงของวันหยุดสุดสัปดาห์ เพราะร้านยอดนิยมมักมีคิวยาว หากอยากเดินสบายและมีเวลาเลือกร้าน แนะนำมาช่วงสายก่อน 11 โมง หรือหลังบ่าย 2 โมง และควรมีร้านสำรองไว้ 1–2 ร้าน เผื่อร้านที่ตั้งใจไปมีคิวยาวเกินไป จะช่วยให้เที่ยวต่อได้โดยไม่เสียเวลากับการรอคิวมากนัก

ราเมงสไตล์โยโกฮาม่าที่มีชื่อเสียงคือ “อิเอเคอิ” (家系ラーメン) โดยเอกลักษณ์อยู่ที่น้ำซุปกระดูกหมูเข้มข้นผสมโชยุ เส้นค่อนข้างหนา เหนียวนุ่ม เสิร์ฟพร้อมสาหร่ายโนริ ผักโขมลวก และหมูชาชู ถือเป็นราเมงที่ถือกำเนิดขึ้นในโยโกฮาม่า ก่อนจะได้รับความนิยมจนมีร้านสไตล์อิเอเคอิ กระจายอยู่ทั่วญี่ปุ่น ใครชอบราเมงน้ำซุปรสเข้มข้นถือเป็นเมนูท้องถิ่นที่ควรลองเมื่อมาเที่ยวโยโกฮาม่า สำหรับคนที่อยากลองราเมงหลายรูปแบบในที่เดียว Shin-Yokohama Ramen Museum ก็เป็นสถานที่ที่น่าสนใจ ภายในจำลองบรรยากาศญี่ปุ่นในปี 1958 ซึ่งเป็นปีที่บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปถือกำเนิดขึ้น พร้อมรวบรวมร้านราเมงจากหลากหลายพื้นที่มาให้เลือกชิม จึงเหมาะทั้งกับคนที่ชอบราเมง และอยากทำความรู้จักวัฒนธรรมราเมงของญี่ปุ่นมากขึ้น
พิพิธภัณฑ์ตั้งอยู่ใกล้สถานี Shin-Yokohama ซึ่งเป็นคนละพื้นที่กับมินาโตะมิไร หากเดินทางจากสถานี Yokohama สามารถใช้ JR Yokohama Line หรือ Yokohama Municipal Subway Blue Line ไปยัง Shin-Yokohama ได้ โดยใช้เวลาประมาณ 10–15 นาที หากตั้งใจแวะพิพิธภัณฑ์ แนะนำเผื่อเวลาสำหรับการเดินทาง และเที่ยวภายในประมาณ 2–3 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้กระทบกับแพลนเที่ยวจุดอื่นในโยโกฮาม่า

ของฝากยอดนิยมของโยโกฮาม่ามีให้เลือกหลายแบบ โดยเฉพาะ ขนมสไตล์จีนจากไชน่าทาวน์ เช่น ขนมอบไส้ต่าง ๆ ขนมเปี๊ยะ และชาจีนที่บรรจุในกล่องสวยงาม เหมาะสำหรับซื้อกลับไปฝากครอบครัวหรือเพื่อน และยังสะท้อนบรรยากาศของไชน่าทาวน์โยโกฮาม่าได้เป็นอย่างดี นอกจากนี้ยังมี คุกกี้ ช็อกโกแลต และขนมท้องถิ่นของโยโกฮาม่า ซึ่งหาซื้อได้ตามร้านของฝากบริเวณสถานี Yokohama รวมถึงศูนย์การค้าในย่านมินาโตะมิไร หากไม่ได้มีร้านที่ตั้งใจซื้อเป็นพิเศษ แนะนำเก็บการซื้อของฝากไว้ช่วงท้ายทริปก่อนขึ้นรถไฟกลับ จะได้ไม่ต้องถือสัมภาระเพิ่มระหว่างเดินเที่ยวตลอดทั้งวัน

โยโกฮาม่า มีเรือท่องเที่ยวหลายรูปแบบให้เลือกนั่ง ตั้งแต่เรือขนาดเล็กสำหรับทริประยะสั้น ไปจนถึงเรือขนาดใหญ่ที่มีบริการอาหารและดินเนอร์ จุดเด่นคือได้ชมเส้นขอบฟ้าของมินาโตะมิไร สะพาน และอาคารต่างๆ ริมอ่าวจากมุมบนผืนน้ำ ซึ่งให้บรรยากาศแตกต่างจากการเดินเที่ยว ช่วงที่แนะนำเป็นพิเศษคือ รอบเย็นใกล้พระอาทิตย์ตก เพราะจะได้เห็นทั้งท้องฟ้าเปลี่ยนสี และแสงไฟของเมืองที่ค่อย ๆ สว่างขึ้นในเวลาเดียวกัน
จุดขึ้นเรือส่วนใหญ่อยู่บริเวณ Yamashita Park และรอบ Red Brick Warehouse สามารถเที่ยวได้อย่างสะดวก เช่น เดินเที่ยวช่วงบ่ายแล้วปิดท้ายวันด้วยการล่องเรือชมวิว หากต้องการรอบพระอาทิตย์ตก หรือรอบดินเนอร์ แนะนำตรวจสอบตารางเดินเรือ และจองล่วงหน้า เพราะเป็นช่วงเวลายอดนิยม
เนื่องจาก Sky Garden ของ Landmark Tower ปิดปรับปรุงถึงราวปี 2028 ตอนนี้จึงเหลือ Marine Tower และ Air Cabin เป็นตัวเลือกหลัก ถ้าอยากชมวิวเมืองและอ่าวแบบเต็ม ๆ เลือก Marine Tower แต่ถ้าอยากได้ทั้งวิว และประสบการณ์นั่งกระเช้าผ่านมินาโตะมิไร เลือก Air Cabin ซึ่งใช้เชื่อมเส้นทางเที่ยวต่อได้อีกด้วย
Marine Tower

Yokohama Marine Tower เป็นหอชมวิวสูง 106 เมตร ตั้งอยู่ใกล้ Yamashita Park และไชน่าทาวน์ สามารถชมวิวโยโกฮาม่าและอ่าวแบบ 360 องศาจากชั้นชมวิวด้านบน ค่าเข้าชมประมาณ 500–1,400 เยน ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาและประเภทตั๋ว เหมาะกับคนที่อยากชมวิวแบบเต็ม ๆ มีเวลาเดินดูและถ่ายรูปได้สบายกว่าการนั่งกระเช้า

Yokohama Air Cabin ไม่ใช่จุดชมวิวแบบหยุดนิ่ง แต่เป็นกระเช้าที่พาลอยเหนือย่านมินาโตะมิไร ในระยะสั้น ๆ ค่าโดยสารประมาณ 1,000 เยน ต่อเที่ยว เหมาะกับคนที่อยากได้ทั้งการเดินทาง และมุมถ่ายรูปจากมุมสูงในเวลาเดียวกัน ซึ่งหากต้องเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง Marine Tower เหมาะกับคนที่อยากชมวิวมุมกว้าง และมีเวลาถ่ายรูปนาน ๆ ส่วน Air Cabin เหมาะกับคนที่อยากได้ประสบการณ์แปลกใหม่ พร้อมใช้เป็นเส้นทางเชื่อมไปเที่ยว Cosmo World และพื้นที่ใกล้เคียงต่อได้
หากเจอวันฝนตก นักท่องเที่ยวก็ยังสามารถเที่ยวโยโกฮาม่าได้เกือบเต็มวัน โดยแนะนำเริ่มจาก Cup Noodles Museum ในช่วงเช้า ต่อด้วยช้อปปิ้งในห้างย่านมินาโตะมิไร จากนั้นนั่งรถไฟไปไชน่าทาวน์ ทานอาหารในร้านอร่อยๆ แล้วปิดท้ายด้วยคาเฟ่ก่อนกลับ เป็นแผนที่ยังได้ครบทั้งเที่ยว กิน และช้อป โดยลดเวลาเดินกลางแจ้งให้น้อยที่สุด
“หากเดินทางช่วงฤดูฝนหรือวันที่พยากรณ์อากาศไม่ดี ควรสลับกิจกรรมกลางแจ้งกับสถานที่ในร่ม เช่น Cup Noodles Museum และห้างใน Minato Mirai เพื่อให้เที่ยวได้ต่อเนื่องตลอดวัน”



Must-see (ควรเก็บให้ได้): ไชน่าทาวน์และย่านมินาโตะมิไร โดยเลือก Red Brick Warehouse หรือ Cosmo World อย่างใดอย่างหนึ่ง เพราะเป็น 2 บรรยากาศหลักที่สะท้อนภาพของโยโกฮาม่าได้ชัดเจน
Optional (ตัดก่อนได้): Osanbashi สามารถชมผ่าน ๆ ระหว่างทางได้ ส่วน Sankeien Garden อยู่ข้างนอกเส้นทางหลัก จึงควรตัดออกก่อนหากมีเวลาจำกัด
กติกาง่าย ๆ: หากรถไฟล่าช้าหรือคนแน่นกว่าที่คาด ให้ตัดสถานที่ที่ต้องเดินทางแยกออกไปก่อน เช่น Sankeien Garden หรือ Ramen Museum แล้วเน้นเที่ยวจุดที่สามารถเดินต่อเนื่องกันในมินาโตะมิไร–ไชน่าทาวน์ จะช่วยประหยัดเวลาได้มากกว่า

เริ่มจากสถานี Motomachi-Chukagai เที่ยวไชน่าทาวน์และแวะทานอาหารก่อน เพราะย่านนี้มีร้านให้เลือกมากที่สุด จากนั้นเดินต่อไปยัง Motomachi Shopping Street ถนนช้อปปิ้งบรรยากาศสไตล์ยุโรป ที่เต็มไปด้วยร้านบูติก คาเฟ่ และร้านเก่าแก่ ก่อนปิดท้ายด้วยการเดินเล่นที่ Yamashita Park ริมอ่าว เส้นทางทั้งหมดอยู่ใกล้กัน และสามารถเดินต่อเนื่องได้โดยไม่ต้องย้อนกลับ เหมาะสำหรับจัดเป็นแพลนเที่ยวประมาณครึ่งวัน

สำหรับเส้นทางนี้ เหมาะกับนักท่องเที่ยวสายเดินและถ่ายรูป โดยเริ่มจาก Red Brick Warehouse เดินต่อไปยัง Osanbashi ใช้เวลาประมาณ 10 นาที แล้วค่อยเดินเข้าสู่ย่าน มินาโตะมิไร อีกราวๆ 15–20 นาที ซึ่งตลอดทางเป็นเส้นทางสวยๆ ริมอ่าวที่จะได้ชมทั้งวิวทะเล อาคารสวยริมน้ำ และตึกระฟ้าของโยโกฮาม่าสลับกันไป ใช้เวลารวมประมาณ 2–3 ชั่วโมง หากเดินแบบสบาย ๆ และแวะถ่ายรูประหว่างทาง

สำหรับภายในย่าน มินาโตะมิไร เราแนะนำให้เริ่มจาก Landmark Tower โดยถ่ายรูปด้านนอกและแวะเดินที่ Landmark Plaza จากนั้นไปขึ้น Yokohama Air Cabin ฝั่งสถานี Sakuragicho นั่งข้ามไปลงที่ Unga Park ซึ่งอยู่ใกล้ๆ กับ Cosmo World และ Red Brick Warehouse พอดี เส้นทางนี้จะช่วยเชื่อมจุดเที่ยวหลักเข้าด้วยกัน ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยวได้ต่อเนื่อง และไม่ต้องเดินย้อนเส้นทางเดิมมากนัก

ช่วงเดือนมีนาคม–พฤษภาคม อากาศที่นี่ค่อนข้างเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวกลางแจ้ง โดยสวนสาธารณะและพื้นที่สีเขียวทั่วเมือง จะเต็มไปด้วยซากุระและดอกไม้ตามฤดูกาลให้เดินชม โดยเฉพาะบริเวณ Yamashita Park ที่บรรยากาศสวยงามในช่วงฤดูใบไม้ผลิ นอกจากนี้ยังมักมีเทศกาลและอีเวนต์เกี่ยวกับดอกไม้ตามจุดต่าง ๆ แนะนำให้เช็กตารางล่วงหน้า เพราะบางช่วงอาจมีนักท่องเที่ยวเยอะกว่าปกติ

ในช่วงเดือนมิถุนายน–สิงหาคม โยโกฮาม่ามีอากาศที่ร้อนชื้นคล้ายโตเกียว แต่บริเวณพื้นที่ริมอ่าว มักมีลมทะเลช่วยคลายร้อนได้บ้างดังนั้น จึงเหมาะกับกิจกรรมทางน้ำ เช่น ล่องเรือชมอ่าว หรือเดินเล่นที่ Yamashita Park ในช่วงเย็นๆ ก็ได้ เราแนะนำให้สลับสถานที่ท่องเที่ยวกลางแจ้ง กับสถานที่ในร่มอย่าง Cup Noodles Museum และห้างในย่านมินาโตะมิไร เพื่อสามารถหลบแดดและความร้อนในช่วงกลางวันได้นั่นเอง

ช่วงดือนตุลาคม–พฤศจิกายน อากาศจะเริ่มเย็นสบาย เหมาะกับการเดินเที่ยวกลางแจ้ง โดยเฉพาะ Sankeien Garden ที่สวยงามโดดเด่นในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี บรรยากาศของใบไม้สีแดง–ส้ม ตัดกับอาคารไม้เก่าแก่และสวนสวยญี่ปุ่น ทำให้เป็นอีกช่วงเวลาที่สวยที่สุดของปี หากตั้งใจไป Sankeien ควรเผื่อเวลาเดินทางเพิ่มขึ้น เพราะสวนแห่งนี้ ตั้งอยู่นอกเส้นทางท่องเที่ยวหลักของมินาโตะมิไร

ช่วงเดือนธันวาคม–กุมภาพันธ์ ที่นี่จะมีอากาศหนาวเย็น โดยเฉพาะบริเวณริมอ่าวที่ลมค่อนข้างแรง แต่เป็นช่วงที่ มินาโตะมิไร สวยเป็นพิเศษในยามค่ำคืน ด้วยไฟประดับประดาตามสถานที่ต่าง ๆ โดยช่วงปลายปี ที่ Red Brick Warehouse มักมีการจัดงานคริสต์มาส และประดับแสงไฟ ขณะที่ Cosmo World และชิงช้าสวรรค์ยามค่ำคืน ก็ช่วยเพิ่มบรรยากาศโรแมนติกให้กับริมอ่าว เหมาะกับการเดินเที่ยวช่วงเย็นถึงกลางคืน แนะนำเตรียมเสื้อกันหนาวให้พร้อม เพราะลมทะเลอาจทำให้รู้สึกหนาวกว่าอุณหภูมิจริง

ที่ Red Brick Warehouse มีการจัดงานอีเวนต์ตามฤดูกาลตลอดทั้งปี เช่น เทศกาลคริสต์มาส เทศกาลเบียร์ และตลาดมาร์เก็ตต่าง ๆ ทำให้ช่วงที่มีการจัดงานใหญ่ จะมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่าปกติ โดยเฉพาะช่วงเย็นของวันหยุดสุดสัปดาห์ เราแนะนำให้เช็ก Event Calendar บนเว็บไซต์ทางการก่อนเดินทาง และหากอยากเดินเที่ยว ถ่ายรูปแบบสบาย ๆ ควรไปช่วงเช้า หรือเลือกวันธรรมดาที่คนไม่เยอะมากนัก
ช่วง Golden Week หรือช่วงปลายเดือนเมษายน–ต้นเดือนพฤษภาคม และช่วงวันหยุดยาวของญี่ปุ่น โยโกฮาม่ามักมีนักท่องเที่ยวหนาแน่นกว่าปกติ โดยเฉพาะสถานที่ยอดนิยมอย่าง ไชน่าทาวน์ และ Red Brick Warehouse เราแนะนำออกจากโตเกียวตั้งแต่เช้า และหลีกเลี่ยงการจัดตารางเที่ยว สถานที่ยอดนิยมหลายๆ แห่ง ในช่วงพีคของวันเดียวกัน เช่น ไชน่าทาวน์ช่วงมื้อเที่ยง ต่อด้วย Red Brick Warehouse ช่วงบ่าย ซึ่งหากตรงกับวันที่มีการจัดอีเวนต์ใหญ่ นักท่องเที่ยวจะเยอะมากๆ ควรสลับเวลาเที่ยว หรือเลือกตัดบางจุดออก จะช่วยลดเวลารอคิวและทำให้เที่ยวได้สบายขึ้น

ช่วงที่ ไชน่าทาวน์ มีนักท่องเที่ยวเยอะที่สุด คือช่วงมื้อเที่ยงของวันหยุดสุดสัปดาห์ ช่วงเวลาประมาณ 11.30–13.30 น. โดยเฉพาะร้านยอดนิยมที่อาจต้องรอคิวนานเป็นชั่วโมง หากไม่อยากเสียเวลา เราแนะนำมาให้ถึงก่อน 11 โมง หรือเลื่อนมื้อกลางวันไปหลังบ่าย 2 โมง ซึ่งคนจะเริ่มบางลง และสามารถเดินเที่ยวได้สบายขึ้น อีกวิธีคือเตรียมร้านที่อยากลองไว้ล่วงหน้า 2–3 ร้าน โดยเลือกร้านที่อยู่ในบริเวณใกล้ๆ กัน หากร้านแรกคิวยาวเกินไป ให้เปลี่ยนไปร้านสำรองทันที แทนการเสียเวลายืนรอ จะช่วยให้ยังมีเวลาเดินชิมของกิน เที่ยวร้านค้า และไปต่อยังจุดอื่นได้ตามแผน
“งบเที่ยว 1 วันสามารถปรับได้ตามสไตล์การเดินทาง โดยสายประหยัดเน้นเดินและเลือกอาหารราคากลาง ส่วนคนที่อยากเพิ่มกิจกรรมอย่าง Air Cabin หรือล่องเรือควรเผื่องบกิจกรรมเพิ่มจากค่าใช้จ่ายพื้นฐาน”

| วิธีเดินทาง | ราคาไป-กลับ ต่อคน |
|---|---|
| JR จาก Tokyo Station | ประมาณ 1,000-1,060 เยน |
| Tokyu Toyoko Line จาก Shibuya | ประมาณ 980 เยน |
| Minatomirai Line ตั๋ววันเดียว (ถ้าขึ้น-ลงหลายสถานี) | ผู้ใหญ่ 460 เยน / เด็ก 230 เยน |
ตัวเลขข้างต้น เป็นราคาประมาณการ ราคาจริงอาจเปลี่ยนแปลงได้เล็กน้อย นักท่องเที่ยวควรตรวจสอบราคาปัจจุบันจากแอปเดินทาง หรือเว็บไซต์ทางการ ก่อนเดินทางจริงทุกครั้ง

| รายการ | ราคาโดยประมาณ |
|---|---|
| Marine Tower | 500-1,400 เยน แล้วแต่ประเภทตั๋ว |
| Yokohama Air Cabin เที่ยวเดียว / ไป-กลับ | 1,000 / 1,800 เยน |
| Cup Noodles Museum (เข้าชม) | 500 เยน |
| Cup Noodles Museum (กิจกรรมทำมือ เพิ่มเติม) | +500 เยน (รวมเข้าชม = 1,000 เยน) |
| Cosmo Clock 21 (ชิงช้าสวรรค์) | ประมาณ 1,000 เยน |
| Sankeien Garden | ประมาณ 900 เยน |
*ราคานี้ ยังไม่รวมค่าล่องเรือชมอ่าว ค่าเข้า Ramen Museum และค่าของฝาก ซึ่งนักท่องเที่ยวควรเผื่องบเพิ่มไว้อีกส่วนหนึ่ง
| ระดับงบ | งบประมาณต่อคน |
|---|---|
| ประหยัด | ~4,000-6,000 เยน |
| กลาง | ~7,000-10,000 เยน |
| สบาย | ~13,000 เยน ขึ้นไป |

ควรจองล่วงหน้า: กิจกรรม My CUPNOODLES Factory ที่ Cup Noodles Museum โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ ร้านอาหารยอดนิยมในไชน่าทาวน์ที่เปิดรับจอง และเรือชมอ่าวรอบเย็น หรือช่วงพระอาทิตย์ตก เพราะเป็นช่วงที่มีคนใช้บริการมาก
ไปหน้างานได้: การเข้าชมทั่วไปของ Cup Noodles Museum, Marine Tower, Cosmo World และ Red Brick Warehouse รวมถึงการเดินเที่ยวไชน่าทาวน์ หากไม่ได้ไปช่วงมื้อพีค หรือช่วงที่มีงานอีเวนต์ใหญ่ และควรตรวจสอบเวลาเปิดปิดอีกครั้งก่อนเดินทาง

ราคาค่าเข้าชม และเวลาเปิด–ปิดของสถานที่ท่องเที่ยวต่าง ๆ ในโยโกฮาม่า อาจมีการเปลี่ยนแปลงบ้าง โดยเฉพาะ Marine Tower ที่ราคาต่างกันตามวันและช่วงเวลา ส่วนจุดชมวิว Sky Garden บน Landmark Tower ปัจจุบันอยู่ในช่วงปิดให้บริการระยะยาว ดังนั้นควรตรวจสอบข้อมูลจากเว็บไซต์ทางการของแต่ละสถานที่อีกครั้งก่อนเดินทาง โดยเฉพาะช่วงเทศกาล และวันหยุดที่อาจมีการปรับเวลา
⚠️ ข้อควรทราบ: หุ่นยนต์กันดั้มขนาดยักษ์ที่ GUNDAM FACTORY YOKOHAMA บริเวณ Yamashita Pier ปิดให้บริการถาวรแล้วตั้งแต่วันที่ 31 มีนาคม 2024 ปัจจุบันจึงไม่สามารถแวะไปชมกันดั้มตัวนี้ได้ หากเจอข้อมูลหรือรีวิวเก่าที่ยังแนะนำสถานที่แห่งนี้ ควรตัดออกจากแพลนเพื่อไม่ให้เสียเวลาเดินทาง
Checklist 1 สัปดาห์ก่อนเดินทาง

เริ่มจากเที่ยว ไชน่าทาวน์ ในช่วงเช้า แล้วเดินเล่นต่อไปยัง Yamashita Park, Osanbashi และ Red Brick Warehouse ก่อนปิดท้ายที่ มินาโตะมิไร ในช่วงเย็น ซึ่งเป็นช่วงที่วิวริมอ่าวจะสวยงามเป็นพิเศษ ด้วยแสงไฟประดับประดาของเมือง โดยเส้นทางนี้ เชื่อมจุดเที่ยวหลักได้ค่อนข้างต่อเนื่อง แทบไม่ต้องเดินย้อนทาง และยังเหลือเวลา Buffer สำหรับคิวร้านอาหาร แวะถ่ายรูป หรือกรณีรถไฟล่าช้าได้พอสมควร

หากไม่อยากเปลี่ยนรถบ่อยๆ หรือเที่ยวแบบเร่งรีบ เราแนะนำเลือกให้โฟกัสเพียงหนึ่งย่านต่อวัน เช่น ใช้เวลาเที่ยวเต็มวันในมินาโตะมิไร หรือเที่ยวไชน่าทาวน์ต่อเนื่องไปถึง Yamashita Park วิธีนี้จะเหลือเวลาให้แวะกินของอร่อย ถ่ายรูป และสามารถเดินเล่นได้เต็มที่ โดยไม่ต้องกังวลเรื่องเวลาเดินทางมากเกินไป
หากเจอฝนตก สามารถเปลี่ยนมาใช้เส้นทาง Indoor โดยเริ่มจาก Cup Noodles Museum ต่อด้วยช้อปปิ้งในห้างย่านมินาโตะมิไร แล้วปิดท้ายด้วยการไปไชน่าทาวน์ เลือกทานอาหารในตัวอาคาร เป็นต้น ถือเป็นแผนที่ยังสามารถได้ทั้งเที่ยว ช้อป และชิมแบบครบๆ โดยไม่ต้องเสียวันเที่ยวไปกับสภาพอากาศ

“ถ้าเป็นครั้งแรก แนะนำ Route Chinatown → Yamashita Park → Red Brick Warehouse → Minato Mirai เพราะเป็นเส้นทางที่รวมทั้งของกิน วิวริมอ่าว จุดถ่ายรูป และบรรยากาศเมืองท่าไว้ได้ครบใน 1 วัน”

โยโกฮาม่า เหมาะสำหรับคนที่อยากเปลี่ยนบรรยากาศจากโตเกียวโดยไม่ต้องเดินทางไกล จะเลือกเที่ยวแบบเช้าไปเย็นกลับ หรือพักค้างคืนก็สามารถจัดแพลนได้ง่ายๆ ที่นี่ มีครบทั้งวิวสวยๆ ริมอ่าว ย่านเมืองเก่า แหล่งร้านอาหารอร่อยๆ และย่านช้อปปิ้ง เพียงวางเส้นทางให้ต่อเนื่อง ตรวจสอบการเดินทาง รวมถึงเช็กเวลาเปิด–ปิดและสถานะของสถานที่ต่าง ๆ ล่วงหน้า ก็ช่วยให้เที่ยวได้เต็มที่โดยไม่เสียเวลาไปกับการเดินทางที่ไม่จำเป็น

Blogger : Mmtb
Position : หนุ่มเคราดกผู้หลงรักงานคราฟต์: ถ่ายทอดความละเมียดละไมของญี่ปุ่น ในจังหวะปั่นสไตล์วินเทจ
ภายใต้ลุคเคราดกและรอยเปื้อนจากการเดินทาง ผมคือผู้นิยมความประณีตในตัวอักษร ผมหลงรักการเดินทางไปสัมผัสจิตวิญญาณแบบญี่ปุ่น แล้วนำมาปรุงใหม่ผ่านปลายปากกา ไม่ว่าจะเป็นความสงบของสถาปัตยกรรมหรือความจัดจ้านของ Streetwear ผมเขียนทุกบรรทัดเพื่อให้คุณได้กลิ่นอายของสถานที่นั้นจริงๆ

เปิดโพย 10 เซรั่ม ญี่ปุ่น ตัวแม่กู้ผิวพัง หน้าฉ่ำเงาแบบสาวคาวาอี้
อัพเดท 10 อันดับมาแรงเพื่อเป็นข้อมูลให้เพื่อนๆ สายบิวตี้ก่อนไปช้อปจริงที่ญี่ปุ...

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

Kintetsu Rail Pass มีใบเดียวเที่ยวคุ้ม โอซาก้า เกียวโต นาโกย่า เดินทางประหยัด
แนะนำพาสเที่ยวสุดคุ้ม Kintetsu Rail Pass ใบเดียวลุยได้ทั่วทั้ง โอซาก้า เกียวโต...

รีวิวฤดูหนาวที่ Hakuba Iwatake Mountain Resort เที่ยวฮาคุบะแบบจัดเต็ม ทั้งจุดชมวิว สกี และออนเซ็น
หากอยากสัมผัสทั้งวิวสวยอลังการ สกี และออนเซ็นในฤดูหนาวของฮาคุบะ Hakuba Iwatake...

เปิดโผ 10 มาม่าญี่ปุ่น อร่อยแสงออกปากที่ต้องกวาดกลับไทย !
พาชิม 10 มาม่าญี่ปุ่น รสเด็ดติดท็อปในใจใครหลายๆ คน การันตีความอร่อย เครื่องเยอ...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515