นิกโก้ (Nikko) โทชิงิ เที่ยวไหนดี? เมืองมรดกโลกใกล้โตเกียว เที่ยวง่ายได้ทั้งวัฒนธรรมและธรรมชาติ ที่ทุกคนห้ามพลาด!!!

ในบรรดาเมืองที่นักท่องเที่ยวชอบออกทริปแบบ One Day Trip จากโตเกียวกันบ่อยที่สุด นิกโก้ (Nikko, 日光) น่าจะเป็นจุดหมายปลายทางอันดับต้นๆต้น ๆ เพราะอยู่ไม่ไกล นั่งรถไฟไม่ถึง 2 ชั่วโมงก็ถึง แต่สิ่งที่รออยู่กลับเป็นคนละโลกกับความวุ่นวายของเมืองหลวง ทั้งศาลเจ้าและวัดที่ได้ขึ้นทะเบียนมรดกโลก ทะเลสาบกลางหุบเขา และน้ำตกที่ขึ้นชื่อว่าสวยที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น บทความนี้จะพาไล่เรียงตั้งแต่นิกโก้อยู่ตรงไหนของแผนที่ ไปจนถึงจะพักคืนไหน ใช้ pass แบบไหนคุ้มที่สุด เพื่อให้วางแผนได้ครบในที่เดียว
Contents Index
  1. 1 นิกโก้คือที่ไหน? รู้จักเมืองมรดกโลกก่อนวางแผนเที่ยว
    1. 1.1 นิกโก้อยู่ที่ไหน และจากโตเกียวใช้เวลาเดินทางเท่าไร
    2. 1.2 นิกโก้แบ่งเที่ยวเป็นโซนไหนบ้าง
    3. 1.3 เที่ยวนิกโก้กี่วันดี? 1 วันหรือ 2 วัน 1 คืน
  2. 2 วิธีเดินทางจากโตเกียวไปนิกโก้ พร้อมเลือกเส้นทางให้เหมาะกับทริป
    1. 2.1 จาก Asakusa ไป Nikko ด้วย Tobu Railway
    2. 2.2 จาก Tokyo / Shinjuku ไป Nikko ด้วย JR
    3. 2.3 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือ Jr Pass การนั่งรถไฟ Jr อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี สามารถใช้ jr pass ถือขึ้นชินคันเซนไปลงสถานี Utsunomiya แล้วเปลี่ยนขบวนไปลง Jr Nikko
    4. 2.4 ไปนิกโก้ด้วยรถบัสได้ไหม? เหมาะกับใคร
  3. 3 การเดินทางในนิกโก้: วางเส้นทางอย่างไรไม่ให้เสียเวลา
    1. 3.1 รถบัสไป Lake Chuzenji ใช้เวลาเท่าไร
  4. 4 NIKKO PASS แบบไหนคุ้มกับแพลนของเรา
  5. 5 10 ที่เที่ยวนิกโก้ที่ไม่ควรพลาด พร้อมวิธีจัดลำดับเที่ยว
    1. 5.1 ศาลเจ้าโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine)
    2. 5.2 สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)
    3. 5.3 วันรินโนจิ (Rinnoji Temple)
    4. 5.4 ศาลเจ้า ฟุตะระซัง (Futarasan Shrine)
    5. 5.5 น้ำตกเคง่อน (Kegon Falls)
    6. 5.6 ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)
    7. 5.7 หุบเขาคันมันกะฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)
    8. 5.8 Nikko Edomura (Edo Wonderland)
    9. 5.9 คินุกาวะ (Kinugawa Onsen)
    10. 5.10 ยูนิชิกาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)
  6. 6 แพลนเที่ยวนิกโก้ 1 วัน: เก็บไฮไลต์แบบไม่วิ่งจนเหนื่อย
    1. 6.1 ตัวอย่างเส้นทาง Tokyo → Toshogu → Shinkyo → Lake Chuzenji → Kegon Falls → Tokyo
    2. 6.2 ถ้ามีเวลาไม่พอ ควรตัดที่เที่ยวไหนออกก่อน
  7. 7 แพลนเที่ยวนิกโก้ 2 วัน 1 คืน: เที่ยวธรรมชาติและออนเซ็นแบบสบายขึ้น
    1. 7.1 สำหรับแพลน 2 วัน 1 คืนนั้น เป็นแพลนที่ไม่ต้องเร่งรีบ นักท่องเที่ยวจะมีเวลาดื่มด่ำบรรยากาศของนิกโก้ (Nikko) แบบฉ่ำปอดเลยทีเดียว
    2. 7.2 ควรพักย่านไหนเพื่อไม่เสียเวลาเดินทาง
  8. 8 ที่พักนิกโก้ พักย่านไหนดีให้เหมาะกับแพลน
    1. 8.1 พักใกล้ Tobu-Nikko / JR Nikko Station
    2. 8.2 พัก Lake Chuzenji / Okunikko
  9. 9 เที่ยวนิกโก้เดือนไหนดี? เลือกฤดูกาลให้ตรงกับสไตล์เที่ยว
  10. 10 ค่าใช้จ่ายเที่ยวนิกโก้: เตรียมงบเท่าไรถึงเที่ยวได้จริง
    1. 10.1 ค่าเดินทาง Tokyo ↔ Nikko
    2. 10.2 ค่า NIKKO PASS และค่าเข้าชมสถานที่
    3. 10.3 ค่าอาหารและงบเที่ยวต่อวัน
  11. 11 อาหารและของกินนิกโก้ที่ควรลองระหว่างเที่ยว
    1. 11.1 Yuba และอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
  12. 12 เช็กก่อนเดินทางไปนิกโก้ปี 2026: สิ่งที่เปลี่ยนและข้อควรระวัง
    1. 12.1 Akechidaira Ropeway ปิดให้บริการ: ต้องปรับแพลนอย่างไร
    2. 12.2 ช่วงคนเยอะและช่วงที่ควรเผื่อเวลารถติด
    3. 12.3 อะไรควรเช็กก่อนออกเดินทาง 1 สัปดาห์
  13. 13 สรุป

นิกโก้คือที่ไหน? รู้จักเมืองมรดกโลกก่อนวางแผนเที่ยว

ที่มา https://www.nikko-kankou.org/features/52

นิกโก้อยู่ที่ไหน และจากโตเกียวใช้เวลาเดินทางเท่าไร

นิกโก้ (Nikko) เป็นเมืองที่ตั้งอยู่ที่จังหวัดโทจิกิ (Tochigi) ซึ่งอยู่ห่างจากโตเกียว (Tokyo) ไปทางทิศเหนือประมาณ 120 กิโลเมตร โดยเมืองนิกโก้ (Nikko) นั้นมีความสำคัญทางประวัติศาสตร์คือมีศาลเจ้าที่สร้างขึ้นมาเพื่ออุทิศให้ Tokugawa Ieyasu โชกุนผู้ที่รวมญี่ปุ่นเป็นปึกแผ่น และที่นี่ได้ถูกจัดให้เป็นมรดกโลกโดยยูเนสโก้ (UNESCO World Heritage) นอกจากนั้นแล้วยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอื่นๆที่น่าสนใจอย่างเช่นทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji) เป็นต้น

“ถ้าเป็นครั้งแรก แนะนำเลือกโซนตามอารมณ์ของทริปมากกว่าพยายามเก็บทุกอย่าง เช่น วันหนึ่งเน้นประวัติศาสตร์ อีกวันค่อยเปลี่ยนเป็นธรรมชาติ จะได้สัมผัสนิกโก้แต่ละด้านแบบไม่รู้สึกว่าเที่ยวแบบวิ่งเช็กอิน ”

นิกโก้แบ่งเที่ยวเป็นโซนไหนบ้าง

นิกโก้ (Nikko) นั้นได้แบ่งเป็นโซน 3 โซน คือ 

1.โซนมรดกโลก ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นวัด, ศาลเจ้า เป็นต้น

 2.โซนธรรมชาติ ซึ่งโซนนี้สถานที่ท่องเที่ยวส่วนใหญ่จะเป็นแนวธรรมชาติเช่น ทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji) เป็นต้น

3.โซนออนเซ็น ซึ่งโซนนี้จะโดดเด่นเรื่องเมืองออนเซ็นอย่างเช่น Kinugawa Onsen, Yunishigawa Onsen เป็นต้น รวมถึงสถานที่ท่องเที่ยวแนวสวนสนุกที่เน้นไปในทางประวัติศาสตร์อย่าง Edo Wonderland 

เที่ยวนิกโก้กี่วันดี? 1 วันหรือ 2 วัน 1 คืน

การเทื่ยวนิกโก้ (Nikko) นั้น สามารถเที่ยวได้ทั้ง One Day Trip หรือจะพักค้างคืนก็ได้ ซึ่งขึ้นอยู่กับแพลนของนักท่องเที่ยวว่า ต้องการไปที่ไหนบ้าง ซึ่งผมแนะนำให้ 2 วัน 1 คืน เพราะว่าจะได้ซึมซับบรรยากาศของนิกโก้ (Nikko) ได้เต็มที่มากกว่า และไม่เร่งรีบ

วิธีเดินทางจากโตเกียวไปนิกโก้ พร้อมเลือกเส้นทางให้เหมาะกับทริป

ที่มา https://www.nikko-kankou.org/features/68

จาก Asakusa ไป Nikko ด้วย Tobu Railway

การเดินทางไปนิกโก้ (Nikko) ด้วยการนั่งรถไฟ Tobu ถือว่าเป็นการเดินทางที่สะดวกและเหมาะกับผู้ที่ถือ Nikko Pass โดยนักท่องเที่ยวสามารถเลือกที่นั่งรถไฟแบบ Limited Express หรือรถไฟธรรมดา ซึ่งการนั่ง Limited Express จะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม แต่จะสะดวกกว่า และประหยัดเวลากว่ารถไฟธรรมดา 

ส่วนรถไฟธรรมดาจะไม่มีค่าธรรมเนียมเพิ่มเติม จะได้สะดวกน้อยกว่าการนั่ง Limited Express เพราะว่า จะต้องเปลี่ยนขบวน และใช้เวลาเดินทางเยอะกว่ามาก

“ถ้าอยากให้ช่วงเดินทางจากโตเกียวไม่น่าเบื่อ ลองเลือกที่นั่งริมหน้าต่างแล้วปล่อยเวลาให้ผ่านไปกับวิวระหว่างทาง โดยเฉพาะช่วงที่รถไฟเริ่มออกจากเขตเมือง บรรยากาศจะค่อย ๆ เปลี่ยนจากตึกเป็นภูเขาอย่างเห็นได้ชัด”

จาก Tokyo / Shinjuku ไป Nikko ด้วย JR

สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือ Jr Pass การนั่งรถไฟ Jr อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี สามารถใช้ jr pass ถือขึ้นชินคันเซนไปลงสถานี Utsunomiya แล้วเปลี่ยนขบวนไปลง Jr Nikko

ข้อดีของเส้นทางนี้คือช่วงชินคันเซ็นครอบคลุมด้วย JR Pass ทำให้ประหยัดได้มากถ้าถืออยู่แล้ว แต่ถ้าไม่มี JR Pass ค่าใช้จ่ายรวมจะสูงกว่าฝั่ง Tobu พอสมควร (ชินคันเซ็นราว 4,510 เยน บวกรถไฟท้องถิ่นอีกราว 760 เยน) และเวลารวมก็ไม่ได้เร็วกว่าฝั่ง Tobu มากนัก จึงเหมาะกับคนที่ถือ JR Pass อยู่แล้วหรือเดินทางมาจากฝั่งสถานี Tokyo/Shinjuku เป็นทุนเดิม มากกว่าคนที่ต้องซื้อตั๋วแยกทั้งหมด

ข้อควรรู้: สถานี Tobu-Nikko กับสถานี JR Nikko อยู่ห่างกันเพียงเดินประมาณ 5 นาที ดังนั้นไม่ว่าจะมาเส้นทางไหนก็ลงพื้นที่เดียวกันได้

ไปนิกโก้ด้วยรถบัสได้ไหม? เหมาะกับใคร

การนั่งรถบัสไปนิกโก้ (Nikko) สามารถทำได้ แต่จะต้องเช็คเส้นทาง เพราะบางครั้งเส้นทางอาจจะถูกปิดชั่วคราว

การเดินทางในนิกโก้: วางเส้นทางอย่างไรไม่ให้เสียเวลา

ที่มา https://www.nikko-kankou.org/access

สำหรับการเดินทางภายในนิกโก้ (Nikko) นั้นส่วนใหญ่จะเป็นการให้บริการของรถ Tobu Bus เป็นหลัก โดยจุดศูนย์กลางของการเดินทางจะอยู่ที่สถานี Tobu-Nikko และ Jr Nikko

หากนักท่องเที่ยวมาในช่วงไฮซีซั่น ก็จะมีโอกาสได้พบกับปัญหาเรื่องคิวขึ้นรถเมล์ที่ยาวเหยียด หากจุดหมายปลายทางที่นักท่องเที่ยวต้องการจะเดินทางไปอยู่ไม่ไกลนัก บางทีการเดินเท้าอาจจะช่วยประหยัดเวลาได้มากพอสมควร อย่างเช่นการเดินจากสถานี Tobu-Nikko ไปยังสะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge) เป็นต้น

“นิกโก้เป็นเมืองที่ควรเผื่อเวลา “หลงทางแบบตั้งใจ” ไว้บ้าง เพราะเส้นทางระหว่างจุดท่องเที่ยวมีทั้งร้านเล็ก ๆ บ้านเก่า และมุมธรรมชาติที่น่าแวะ บางครั้งการไม่เดินตามแพลนเป๊ะ ๆ ก็ทำให้เจอมุมที่น่าจดจำกว่าแลนด์มาร์กเสียอีก”

รถบัสไป Lake Chuzenji  ใช้เวลาเท่าไร

สำหรับรถบัสไปยังทะเลสาบชูเซนจิ (Lake Chuzenji) จะใช้เวลาประมาณ 50 นาที แต่ถ้าเป็นช่วงไฮซีซั่น รถอาจจะเยอะมาก อาจจะใช้เวลาถึง 2-3 ชั่วโมง 

NIKKO PASS แบบไหนคุ้มกับแพลนของเรา

Tobu Railway มี pass หลักอยู่ 2 แบบที่นักท่องเที่ยวต่างชาติซื้อได้ (ต้องแสดงพาสปอร์ตต่างชาติ) ซึ่งควรเลือกให้ตรงกับแพลนตั้งแต่ต้น เพราะราคาต่างกันเกินเท่าตัว

ชื่อ Passราคา (ผู้ใหญ่)ระยะเวลาใช้ได้ครอบคลุมอะไรบ้าง
NIKKO PASS World Heritage Area3,000 เยน2 วันติดต่อกันรถไฟไป-กลับ Asakusa-Tobu Nikko (เฉพาะขบวนธรรมดา ไม่รวมรถด่วนพิเศษ) + รถบัสวนโซนมรดกโลก
NIKKO PASS All Area8,000 เยน4 วันติดต่อกันเหมือน World Heritage Area บวกรถบัสขึ้นเขาไปชูเซนจิ เคะกง และยุโมโตะออนเซ็นทั้งหมด

ถ้าแพลนคือเที่ยวแค่โซนศาลเจ้าในเมืองแล้วกลับ ตัว World Heritage Area Pass ที่ราคา 3,000 เยนคุ้มอยู่แล้ว เพราะแค่ตั๋วรถไฟไป-กลับธรรมดาก็ปาไป 2,800 เยนแล้ว แต่ถ้าแพลนมีทะเลสาบชูเซนจิหรือน้ำตกเคะกงรวมอยู่ด้วย ต้องคำนวณดี ๆ เพราะ All Area Pass ราคา 8,000 เยนแพงขึ้นเยอะจากที่เคยถูกกว่านี้มากในอดีต บางครั้งการซื้อ World Heritage Area Pass แล้วเสริมด้วยตั๋วฟรีพาสเฉพาะโซนภูเขา เช่น Chuzenji Onsen Free Pass (2,300 เยน) กลับประหยัดกว่า ควรลองคำนวณเทียบราคาตามแพลนจริงก่อนตัดสินใจซื้อ

ทั้งสอง pass ไม่รวมรถไฟด่วนพิเศษ (ต้องจ่ายค่าจองที่นั่งเพิ่มแยกต่างหากถ้าอยากนั่งขบวนไว) และไม่รวมค่าเข้าชมศาลเจ้า วัด หรือสวนสนุกใด ๆ

10 ที่เที่ยวนิกโก้ที่ไม่ควรพลาด พร้อมวิธีจัดลำดับเที่ยว

ศาลเจ้าโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine)

ที่มา https://chillchilljapan.com/shinkyo-red-bridge/

นี่คือ 1 ในไฮไลท์ของการมาเที่ยวนิกโก้ (Nikko) ศาลเจ้าที่สร้างมาเพื่ออุทิศใน Tokugawa Ieyasu โชกุนคนแรกของยุคเอโดะ ผู้ที่ออกคำสั่งสร้างศาลเจ้าแห่งนี้ก็คือ Tokugawa Hidetada ลูกชายของ Ieyasu นั่นเอง 

สิ่งปลูกสร้างที่สำคัญของที่นี่ก็คือ ประตูโยเมมง (Yomeimon) ที่เป็นงานแกะสลักที่สวยงาม และมีสีทอง นอกจากนั้นแล้วที่นี่ยังมีงานแกะสลักที่โด่งดังในระดับโลกได้แก่ ลิงสามตัว ทีตัวหนึ่งเอามือปิดตา ตัวหนึ่งเอามือปิดหู และอีกตัวเอามือปิดปาก และรูปแกะสลับแมวหลับ (Nemuineko)

ศาลเจ้าแห่งนี้ได้ถูกจดทะเบียนเป็นมรดกโลกอีกด้วย

ศาลเจ้าโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine)

ที่อยู่2301 Sannai, Nikko, Tochigi 321-1431
วิธีเดินทางนั่งรถบัสจากสถานี Nikko มาลงป้าย Nishisandochaya แล้วเดินต่ออีก 5 นาที
เวลาทำการเดือนเมษายน – เดือนตุลาคม เปิดตั้งแต่ 08.00 น. – 17.00 น.
เดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม เปิดตั้งแต่ 08.00 น. – 16.00 น.
ราคาผู้ใหญ่ 1,600 เยน เด็กประถม และ เด็ก 550 เยน 
ตั๋วแบบคอมโบศาลเจ้า + พิพิธภัณฑ์ผู้ใหญ่ 2,400 เยน เด็ก 870 เยน
Websiteศาลเจ้าโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine)

ดูแผนที่ ศาลเจ้าโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine)

“งานศิลป์ของโทโชกุไม่ได้มีดีแค่ความอลังการ แต่รายละเอียดเล็ก ๆ ตามอาคารก็มีเรื่องราวซ่อนอยู่หลายจุด ลองใช้เวลาเดินดูงานแกะสลักรอบ ๆ แทนการรีบถ่ายรูปแล้วออก จะทำให้การเที่ยวที่นี่สนุกขึ้นมาก”

สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)

สะพานสีแดงที่เป็นอีก 1 ไฮไลท์ของการเที่ยวนิกโก้ (Nikko) ที่ทอดตัวข้ามแม่น้ำไดยะ (Daiya) สร้างขึ้นเมื่อปีค.ศ. 1636 และเคยถูกน้ำพัดทำลาย ก่อนที่จะสร้างขึ้นมาใหม่ในปีค.ศ. 1904 

ตามความเชื่อนั้นสมัยก่อนน้ำในแม่น้ำไดยะ ค่อนข้างเชี่ยวมาก ทำให้พระภิกษุรูปหนึ่งไม่สามารถข้ามไปยังอีกฝั่งได้ ทำให้ท่านขอพร ทำให้มีเทพเจ้าองค์หนึ่งได้เสกสะพานนี้ขึ้นมา

การมาเที่ยวสะพานชินเคียวนั้น แนะนำให้มาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีดีที่สุด จะได้บรรกาศและวิวที่สวยงามกว่าฤดูอื่นๆ

สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)

ที่อยู่Chome-21 Takanawa, Minato 321-1401 Tochigi, Nikko, Kamihatsuishimachi
วิธีเดินทางจากสถานี Nikko นั่งรถบัส 5 นาที มาลงป้าย Shinkyo หรือ เดินจากสถานี Nikko ประมาณครึ่งชั่วโมง
เวลาทำการเดือนเมษายน – เดือนตุลาคม เปิดตั้งแต่ 08.30 น. – 16.00 น.
เดือนพฤศจิกายน – เดือนมีนาคม เปิดตั้งแต่ 09.30 น. – 15.00 น.
ราคา300 เยน
Websiteสะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)

ดูแผนที่ สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)

วันรินโนจิ (Rinnoji Temple)

ที่มา https://www.rinnoji.or.jp/information.html

วัดนี้ขึ้นชื่อว่าเป็นวัดที่สำคัญที่สุดของ Nikko ภายในอาคารหลัก (Sanbutsudo) เป็นที่ประดิษฐานของพระอามิดะ (Amida), พระโพธิสัตว์พันมือ (Senju Kannon) และพระโพธิสัตว์หัวม้า (Bato Kannon) ทั้ง 3 องค์ถือว่าเป็นตัวแทนของเทพภูเขาอันศักดิ์สิทธิ์ของนิกโก้ (Nikko)

 ใกล้ๆกับอาคารหลักจะเป็นหอสมบัติที่จัดแสดงข้าวของเครื่องใช้เกี่ยวกับตระกูล Tokugawa และยังมีสวนที่เรียกว่า Shoyoen เป็นสวนเล็กๆสไตล์ญี่ปุ่น ซึ่งตรงนี้เป็นจุดยอดนิยมของการชมใบไม้เปลี่ยนสี

วันรินโนจิ (Rinnoji Temple)

ที่อยู่2300 Sannai, Nikko, Tochigi 321-1494
วิธีเดินทางนั่งรถ Tobu Bus จากสถานี Tobu-Nikko หรือ Jr Nikko ประมาณ 30 – 40 นาที
เวลาทำการ1 เมษายน – 31 ตุลาคม เปิดตั้งแต่ 7.30 น. – 16.00 น.
1 พฤศจิกายน – 31 มีนาคม เปิดตั้งแต่ 7.30 น. – 15.00 น.
ราคาผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 200 เยน
ค่าเข้าหอสมบัติ ผู้ใหญ่ 300 เยน เด็ก 100 เยน
Websiteวันรินโนจิ (Rinnoji Temple)

ดูแผนที่ วันรินโนจิ (Rinnoji Temple)

ศาลเจ้า ฟุตะระซัง (Futarasan Shrine)

ศาลเจ้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อสักการะเทพแห่งภูเขาที่มีชื่อว่านันไต, เนียวโฮ และ ทาโร่ ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ติดกับศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine)

ส่วนที่ส่วนใหญ่ของที่นี่เข้าฟรี ยกเว้น สวน Shinen ที่ต้องเสียเงินเข้า 

จุดเด่นของศาลเจ้านี้คือความร่มรื่นของป่าสนโบราณ และการขอพรเกี่ยวกับความรัก มิตรภาพ และการแต่งงาน

ศาลเจ้า ฟุตะระซัง (Futarasan Shrine)

ที่อยู่2307 Sannai, Nikko, Tochigi 321-1431
วิธีเดินทางเดิน 5 นาทีจากศาลเจ้า Toshogu
เวลาทำการเดือนเมษายน – ตุลาคม เปิดตั้งแต่ 8.00 น. – 17.00 น. 
เดือนพฤศจิกายน – มีนาคม เปิดตั้งแต่ 9.00 น. – 16.00 น.
ราคาค่าเข้า Shinen 300 เยน
Websiteศาลเจ้า ฟุตะระซัง (Futarasan Shrine)

ดูแผนที่ ศาลเจ้า ฟุตะระซัง (Futarasan Shrine)

น้ำตกเคง่อน (Kegon Falls)

ที่มา https://chillchilljapan.com/?p=136383&preview=true&_thumbnail_id=136384

น้ำตกที่ถูกยกให้เป็น 1 ใน 3 น้ำตกที่สวยที่สุดของญี่ปุ่น และมีชื่อเสียงเป็นอันดับ 1 ของนิกโก้ (Nikko) โดยเป็นน้ำตกที่มีความสูงถึง 100 เมตร

น้ำที่ไหลลงมาจากด้านบนสู่อื่งน้ำด้านล่างนั้น เป็นน้ำจากทะเลสาบ Chuzenji ซึ่งที่น้ำตกแห่งนี้มีลิฟท์ที่ใฟ้บริการนั่งท่องเที่ยวสำหรับผู้ที่อยากจะขึ้นมาชมวิวน้ำตกด้านบน

น้ำตกเคง่อน (Kegon Falls)

ที่อยู่2479-2 Chugushi, Nikko, Tochigi 321-1661
วิธีเดินทางนั่งรถไฟจากสถานี Tobu Asakusa มาลงสถานี Tobu Nikko หรือจาก Jr Shinjuku มาลงสถานี Nikko จากนั้นนั่งรถบัสมาลงป้าย Chuzenji Onsen แล้วเดินอีก 5 นาที
เวลาทำการ1 มีนาคม – 30 พฤศจิกายน เปิดตั้งแต่ 08.00 น. – 17.00 น.
1 ธันวาคม – 28 กุมภาพันธ์ เปิดตั้งแต่ 09.00 น. – 16.30 น.
ราคาผู้ใหญ่ 600 เยน เด็ก 400 เยน
Websiteน้ำตกเคง่อน (Kegon Falls)

ดูแผนที่ น้ำตกเคง่อน (Kegon Falls)

ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)

ที่มา https://www.visit-tochigi.com/th/plan-your-trip/things-to-do/28801/

หากมาเที่ยวน้ำตกเคง่อน (Kegon Fall) แล้ว ถ้าไม่มาเที่ยวทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji) ควบคู่กันก็ดูกระไรอยู่ เพราะว่าน้ำของน้ำตกเคง่อน (Kegon Fall) นั้นก็มาจากน้ำของทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji) 

ทะเลสาลชูเซ็นจิ (Chuzenji) นั้นเป็นทะเลสาบที่เกิดจากภูเขาไฟปะทุเมื่อ 20,000 ปีที่แล้ว โดยรอบๆทะเลสาบน้ำอุดมสมบูรณ์ไปด้วยธรรมชาติที่สวยงาม ส่วนทางทิศตะวันออกของทะเลสาบนั้นเป็นที่ตั้งของออนเซ็น Chuzenji Onsen

ช่วงเวลาที่ดีที่สุดในการมาเที่ยวทะเลสาบนี้คือ ช่วงเดือนตุลาคม ในช่วงใบไม้เปลี่ยนสี

นักท่องเที่ยวสามารถเดินชมรอบทะเลสาบ หรือจะล่องเรือที่ทะเลสาบก็ได้

ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)

วิธีเดินทาง นั่งรถไฟจากสถานี Tobu Asakusa มาลงสถานี Tobu Nikko หรือจาก Jr Shinjuku มาลงสถานี Nikko จากนั้นนั่งรถบัสมาลงป้าย Chuzenji Onsen แล้วเดินอีก 5 นาที
Websiteทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)

ดูแผนที่ ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)

“ถ้ามาถึงทะเลสาบชูเซนจิแล้ว อย่ารีบมองหาว่าต้องทำกิจกรรมอะไรต่อ ลองนั่งพักริมทะเลสาบสักครู่แล้วมองภูเขารอบ ๆ เพราะเสน่ห์ของที่นี่อยู่ที่ความนิ่งและอากาศบนพื้นที่สูงมากกว่าการเก็บกิจกรรมให้ครบ”

หุบเขาคันมันกะฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)

ที่มา https://www.nikko-kankou.org/public/spot/25

ที่นี่ถือว่าเป็น Hidden Gem ของนิกโก้ (Nikko) เลยก็ว่าได้ หุบเขานี้เกิดจากการปะทุของภูเขาไฟนันไต โดยมีเส้นทางให้นักท่องเที่ยวได้เดินชมวิวเพลินๆริมแม่น้ำ และไฮไลท์สำคัญของที่นี่คือเหล่ารูปปั้นหินของเทวรูปจิโซ ที่เรียงรายกว่า 70 รูป ซึ่งเรียกว่า Bake jizo โดยมีความเชื่อว่า การนับจำนวนเทวรูปจิโซ ในแต่ละครั้ง จะนับได้ไม่เท่ากัน

หุบเขาคันมันกะฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)

ที่อยู่Takumicho, Nikko, Tochigi 321-1415
วิธีเดินทางนั่งรถบัสจากสถานี Jr Nikko หรือ Tobu-Nikko สายที่มุ่งหน้าไป Chuzenji Onsen ให้ลงป้าย  
Tamozawa แล้วเดินต่ออีก 15 นาที
เวลาทำการเปิด 24 ชั่วโมง
Websiteหุบเขาคันมันกะฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)

ดูแผนที่ หุบเขาคันมันกะฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)

“จุดนี้เหมาะกับคนที่ชอบบรรยากาศลึกลับและเงียบกว่าจุดท่องเที่ยวหลัก ลองเดินช้า ๆ ตามแนวแม่น้ำและสังเกตเสียงน้ำกับป่าโดยรอบ จะได้สัมผัสอีกด้านของนิกโก้ที่ต่างจากโซนมรดกโลกอย่างชัดเจน”

Nikko Edomura (Edo Wonderland)

ที่มา https://edowonderland.net/en/experience/

ธีมปาร์คในรูปแบบย้อนยุค ที่เหมาะกับการมาเที่ยวแบบครอบครัว โดยรูปแบบของธีมที่นี่คือ การย้อนยุคไปในยุคเอโดะ ซึ่งที่นี่นักท่องเที่ยวสามารถรับประสบการณ์ในแนวย้อนยุค อย่างเช่นการเช่าชุดกิโมโนะ ชุดซามูไร ชุดนินจา มาแต่ง และกิจกรรมต่างๆ อย่างเช่นกิจกรรมเกี่ยวกับนินจา, การแสดงนินจา ใน Ninja Theater หรือชมขบวนพาเหรดโออิรัน (Oiran Procession)

Nikko Edomura (Edo Wonderland)

ที่อยู่470-2 Karakura, Nikko, Tochigi 321-2524
วิธีเดินทางจากสถานี Tobu-Nikko นั่งรถไฟมาลงสถานี Kinugawa Onsen จากนั้นนั่งรถบัส 15 นาที หรือ นั่งแท็กซี่ 10 นาที
เวลาทำการเปิดทำการตั้งแต่ 09.00 น. – 17.00 น. ในช่วงวันที่ 20 มีนาคม – 30 พฤศจิกายน
และเปิดช่วง 09.30 น. – 16.00 น. ในช่วงวันที่ 1 ธันวาคม – 19 มีนาคม
ราคาผู้ใหญ่ 5800 เยน หลังเวลา 14.00 น. ( ฤดูหนาวหลังเวลา 13.00 น. ) ลดเหลือ 5000 เยน
เด็ก 3000 เยน หลังเวลา 14.00 น. ( ฤดูหนาวหลังเวลา 13.00 น. ) ลดเหลือ 2600 เยน
สำหรับคนพิการ ผู้ใหญ่ 3500 เยน หลังเวลา 14.00 น. ( ฤดูหนาวหลังเวลา 13.00 น. ) ลดเหลือ 3000 เยน
เด็ก 1800 เยน หลังเวลา 14.00 น. ( ฤดูหนาวหลังเวลา 13.00 น. ) ลดเหลือ 1600 เยน
WebsiteNikko Edomura (Edo Wonderland)

ดูแผนที่ Nikko Edomura (Edo Wonderland)

คินุกาวะ (Kinugawa Onsen)

ที่มา https://www.visitnikko.jp/en/discover/hot-springs/

ออนเซ็นยอดนิยมของจังหวัดโทชิกิ (Toshigi) โดยมีเรียวกังมากมายเรียงรายอยู๋ริมแม่น้ำคินุกาวะ (Kinugawa) ให้นักท่องเที่ยวเลือกใช้บริการ และใกล้ๆกับที่นี่ยังมีแหล่งบันเทิงอื่นๆด้วย อย่างเช่น สวนสนุก Tobu World Sqaure หรือ Edo Wonderland ส่วนกิจกรรมอื่นๆที่น่าสนใจก็คือการล่องเรือที่แม่น้ำคินุกาวะ (Kinugawa)

คินุกาวะ (Kinugawa Onsen)

วิธีเดินทางจากสถานี Tobu-Nikko นั่งรถไฟมาลงสถานี Kinugawa Onsen
Websiteคินุกาวะ (Kinugawa Onsen)

ดูแผนที่ คินุกาวะ (Kinugawa Onsen)

ยูนิชิกาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)

ที่มา https://www.nikko-kankou.org/spot/34

ออนเซ็นที่ซ่อนตัวอยู่ในหุบเขาทางเหนือของนิกโก้ (Nikko) โดยในอดีตนั้นออนเซ็นแห่งนี้ก่อตั้งขึ้นจากตระกูลไทระ ที่พ่ายแพ้ตอนตระกูเก็นจิ เมือสมัยเฮอันที่แล้ว จึงมาหลบซ่อนตัวที่นี่ และมีกฎต่างๆมากมายเพื่อป้องกันไม่ให้ถูกค้นพบ อย่างเช่นกฎห้ามเลี้ยงไก่ เป็นต้น

ปัจจุบันที่นี่เป็นสถานที่ท่องเที่ยว โดยมีทั้งเรียวกัง จนไปถึงโรงแรมขนาดใหญ่ที่เปิดไว้บริการนักท่องเที่ยว และมีบริการอาหารค่ำแบบพื้นเมืองที่เรียกว่า Irori คือการกินอาหารรอบเตาผิง

หากนักท่องเที่ยวมาในช่วงเดือน กุมภาพันธ์ที่นี่จะมีหิมะตกหนัก และมีเทศกาลที่ชื่อว่า Yunishigawa Kamakura อีกด้วย 

ยูนิชิกาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)

วิธีเดินทางนั่งรถไฟจากสถานี Tobu-Nikko มาแล้วสถานี Yunishigawa Onsen แล้วนั่งรถบัสอีก 25 นาที
Websiteยูนิชิกาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)

ดูแผนที่ ยูนิชิกาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)

แพลนเที่ยวนิกโก้ 1 วัน: เก็บไฮไลต์แบบไม่วิ่งจนเหนื่อย

ตัวอย่างเส้นทาง Tokyo → Toshogu → Shinkyo → Lake Chuzenji → Kegon Falls → Tokyo

คราวนี้เรามาดูตัวอย่างแพลนการเที่ยวนิกโก้ (Nikko) แบบ One Day Trip กันบ้าง เพื่อให้เพื่อนๆอ่านไปเป็นแนวทางในการวางแพลนเที่ยวที่นี่

7.00 น. – 9.00 น. ขึ้นรถไฟจาก Asakusa หรือ Shinjuku ไปยังนิกโก้ Nikko

9.00 น. – 11.00น. เมื่อมาถึงแล้ว สถานที่แรกที่ต้องไปคือศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) เดินศาลเจ้า เพลิดเพลินกับสถาปัตยกรรม งานแกะสลักที่สวยงามตระการตา

11.00 น. – 12.30 น.   เดินจากศาลเจ้ามาชมความงามของสะพานชินเคียว (Shinkyo) และแวะรับประทานอาหารกลางวัน

12.30 จากนั้นนั่งรถบัสไปยังทะเลสาบ Chuzenji ชมความความของทะเลสาบ, น้ำตก Kegon 

15.00น. จากนั้นนั่งรถบัสกลับสถานี Tobu-Nikko จากนั้นเดินซื้อของฝาก และนั่งรถไฟกลับโตเกียว 

ถ้ามีเวลาไม่พอ ควรตัดที่เที่ยวไหนออกก่อน

Must-see (ต้องเก็บให้ได้): ศาลเจ้าโทโชกุ และอย่างใดอย่างหนึ่งระหว่างทะเลสาบชูเซนจิกับน้ำตกเคะกง (เพราะอยู่ใกล้กัน เก็บได้ทั้งคู่ถ้ามีเวลา)

Nice-to-have (ตัดออกก่อนถ้าเวลาไม่พอ): ศาลเจ้าฟุตะระซัง (เพราะอยู่ลึกสุดและใช้เวลาเดินเพิ่ม) และคันมันงะฟุจิ (เพราะเป็นจุดที่ไม่มีอะไรเร่งด่วน ไปทริปหน้าก็ยังทัน)

ถ้าเจอรถติดบนอิโรฮะซากะจนเสียเวลาไปเยอะ ให้ตัดสินใจเร็ว ๆ ว่าจะยอมพลาดน้ำตกเคะกงเพื่อกลับให้ทันรถไฟเที่ยวสุดท้าย ดีกว่าไปเสี่ยงตกรถกลับกลางดึก

แพลนเที่ยวนิกโก้ 2 วัน 1 คืน: เที่ยวธรรมชาติและออนเซ็นแบบสบายขึ้น

สำหรับแพลน 2 วัน 1 คืนนั้น เป็นแพลนที่ไม่ต้องเร่งรีบ นักท่องเที่ยวจะมีเวลาดื่มด่ำบรรยากาศของนิกโก้ (Nikko) แบบฉ่ำปอดเลยทีเดียว

Day 1: World Heritage + เมืองนิกโก้

สำหรับวันแรก เมื่อนักท่องเที่ยวมาถึงนิกโก้ (Nikko) แล้ว แนะนำให้เน้นไปที่กลุ่มสถานที่ท่องเที่ยวที่เป็นมรดกโลก อย่างเช่น วัดรินโนจิ (Rinnoji), ศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) และศาลเจ้าฟุตุระซัง (Futarasan Shrine) เนื่องจาก 3 ที่นี้อยู่ใกล้กันสามารถเดินเชื่อมถึงกันได้ หลังจากเที่ยว 3 ที่นี้เสร็จแล้ว สถานที่ต่อไปคือ สะพานชินเคียว (Shinkyo) และแวะรับประทานอาหารกลางวัน ก่อนที่จะเดินต่อไปยังหุบเขาคันมันกะฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss) จากนั้นค่อยนั่งรถบัสกลับไปยังนิกโก้ (Nikko) หาอาหารเย็นรับประทานแล้วเช็คอินเข้าพักที่โรงแรม

Day 2: Lake Chuzenji + Kegon Falls + Okunikko

สำหรับวันที่ 2 นั้น แนะนำว่าในช่วงเช้าให้นั่งรถบัสไปยังทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) แล้วไปที่น้ำตกเคงอน (Kegon Falls) เป็นอันดับแรก เพราะช่วงเช้าคนจะน้อย นักท่องเที่ยวจะได้มีเวลาชมน้ำตกแบบเต็มอิ่ม หลังจากนั้นก็เดินมายังทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji) ล่องเรือชมความงามของทะเลสาบ หากนักท่องเที่ยวมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสี แนะนำให้นั่งรถบัสไปยังจุดชมวิวของเขาฮังเก็ตสึ (Hangetsuyama) เพื่อชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม ช่วงบ่ายแก่ๆ นั่งรถบัสกลับมายัง Tobu-Nikko เพื่อเตรียมตัวนั่งรถไฟกลับโตเกียว

ควรพักย่านไหนเพื่อไม่เสียเวลาเดินทาง

ถ้าแพลนคือ Day 1 เที่ยวเมือง Day 2 เที่ยวภูเขา การพักใกล้สถานี Tobu-Nikko จะสะดวกที่สุด เพราะวันที่ 2 จะต้องนั่งรถบัสจากสถานีนี้อยู่ดี 

ที่พักนิกโก้ พักย่านไหนดีให้เหมาะกับแพลน

พักใกล้ Tobu-Nikko / JR Nikko Station

นี่คือทางเลือกที่สะดวกที่สุด เพราะสถานี Tobu-Nikko และ Jr Nikko เป็นศูนย์กลางคมนาคมของการเที่ยวนิกโก้ (Nikko) นั่งท่องเที่ยวจะสะดวกมากในการขึ้นรถบัส รถไฟ

พัก Lake Chuzenji / Okunikko

การพักที่ริมทะเลสาบนั่นก็เป็นทางเลือกที่ดี นักท่องเที่ยวจะได้ดื่มด่ำบรรยากาศของทะเลสาบ และสามารถเที่ยวน้ำตก และทะเลสาบได้แบบไม่ต้องเร่งรีบ และเป็นข้อได้เปรียบมากกว่าคนที่พักที่ตัวเมือง หรือมาจากโตเกียว เพราะสามารถเที่ยวได้ตั้งแต่เช้าตอนที่คนยังไม่เยอะ 

“ถ้าตั้งใจพักค้างคืน การเลือกที่พักที่มีออนเซ็นหรือบรรยากาศธรรมชาติอาจทำให้ทริปคุ้มขึ้นกว่าการเลือกโรงแรมใกล้สถานีเพียงอย่างเดียว เพราะช่วงเย็นของนิกโก้เหมาะกับการพักจริง ๆ มากกว่าการออกไปเที่ยวต่อจนดึก”

เที่ยวนิกโก้เดือนไหนดี? เลือกฤดูกาลให้ตรงกับสไตล์เที่ยว

ที่มา https://www.nikko-kankou.org/features/64

ใบไม้ผลิ: อากาศดีและบรรยากาศสดชื่น

ในช่วงเดือนมีนาคม – พฤษภาคมนั้น อากาศจะเย็นสบาย นักท่องเที่ยวจะไม่มากเกินไป เหมาะกับการเดินชมเมืองและธรรมชาติแบบสบายๆ

ฤดูร้อน: เที่ยวธรรมชาติและ Okunikko

ในช่วงเดือนมิถุนายน – สิงหาคม การเดินป่าและการล่องเรือคือกิจกรรมที่แนะนำสำหรับคนที่มาในช่วงฤดูร้อน

ใบไม้เปลี่ยนสี: สวยที่สุดแต่ต้องวางแผนเรื่องคนและรถ

นี่คือช่วงเวลาที่พีคที่สุดของการเที่ยวนิกโก้ (Nikko) ซึ่งอยู่ในช่วงเดือน ตุลาคม – พฤศจิกายน ภูเขาที่นิกโก้ (Nikko) จะถูกย้อมเป็นสีแดง ส้ม และเหลือง ซึ่งสวยงามแบบที่หาที่ใดมาเทียบไม่ได้ แต่นักท่องเที่ยวก็จะเยอะเช่นกัน รถอาจจะติดมาก ทำให้ใช้เวลาเดินทางนานกกว่าปกติ

ฤดูหนาว: หิมะ ออนเซ็น และการเดินทางที่ต้องเตรียมตัว

สำหรับฤดูหนาวคือช่วงธันวาคม – กุมภาพันธ์ ซึ่งช่วงนี้เหมาะกับการเที่ยวออนเซ็น และสิ่งที่ต้องห้ามะลาดคือเทศกาลคามาคุระที่ Yunishigawa Onsen

“นอกจากเรื่องอุณหภูมิ ควรเลือกฤดูกาลจากสิ่งที่อยากเห็นด้วย เพราะนิกโก้ให้บรรยากาศต่างกันมากในแต่ละช่วง ปีเดียวกันกลับมาเที่ยวซ้ำก็ยังได้ภาพจำคนละแบบ ทั้งป่าเขียว ใบไม้สีสด หรือภูเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะ”

ค่าใช้จ่ายเที่ยวนิกโก้: เตรียมงบเท่าไรถึงเที่ยวได้จริง

ค่าเดินทาง Tokyo ↔ Nikko

ค่ารถไฟด่วนพิเศษ Tobu ไป-กลับอยู่ที่ราว 5,600-6,100 เยนต่อคน (ราว 2,800-3,050 เยนต่อเที่ยว) ถ้าใช้ NIKKO PASS World Heritage Area แทนจะจ่ายแค่ 3,000 เยนรวมรถบัสในเมืองแล้ว ถือว่าคุ้มกว่าซื้อตั๋วรถไฟเที่ยวธรรมดาแยกด้วยซ้ำ แต่ต้องแลกกับการนั่งรถไฟธรรมดาที่ช้ากว่ารถด่วนพิเศษ

ค่า NIKKO PASS และค่าเข้าชมสถานที่

รายการราคาโดยประมาณ
NIKKO PASS World Heritage Area3,000 เยน
NIKKO PASS All Area8,000 เยน
ค่าเข้าศาลเจ้าโทโชกุ1,600 เยน
ค่าเข้าวัดรินโนจิ (ตั๋วรวมซันบุตสึโด)1,000 เยน
ค่าเข้าสวนศักดิ์สิทธิ์ศาลเจ้าฟุตะระซัง300 เยน
ค่าลิฟต์ชมน้ำตก Kegon600 เยน
ค่าเรือรอบทะเลสาบชูเซนจิ1,400 เยน
ค่าเข้า Edo Wonderland (1 วัน)5,800 เยน

ยังไม่รวมค่าเช่าชุด ค่าของที่ระลึก และค่ากิจกรรมพิเศษอื่น ๆ ซึ่งควรเผื่องบเพิ่มไว้อีกส่วนหนึ่ง

ค่าอาหารและงบเที่ยวต่อวัน

ระดับงบค่าอาหารต่อวันรวมทุกอย่างต่อวัน
ประหยัด2,000 – 3,000 เยน6,000 – 8,000 เยน
กลาง4,000 – 6,000 เยน9,000 -12,000 เยน
สบาย7,000 เยนขึ้นไป15,000 ขึ้นไป

ถ้าพักค้างคืน ควรบวกค่าที่พักเพิ่มอีกราว 8,000-25,000 เยนต่อคืนแล้วแต่ระดับโรงแรมหรือเรียวกัง

อาหารและของกินนิกโก้ที่ควรลองระหว่างเที่ยว

Yuba และอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์

หากพูดถึงของกินขึ้นชื่อของนิกโก้ (Nikko) แล้ว ยูบะ (Yube) จะเป็นชื่อแรกๆ ที่นึกถึง ยูบะคือเมนูฟองเต้าหู้ 2 ชั้น ที่สามารถกินได้ทั้งเป็นของคาวอย่างเช่น Yuba Don หรือข้าวหน้าฟองเต้าหู้ หรือจะรับประทานเป็นของทานเล่นก็ได้ คือการเอายูบะไปราดซีอิ๊วเล็กน้อย และรับประทานแบบเปล่าๆ

สำหรับเมนูยูบะนัั้น สามารถหาได้ทั่วไปรอบๆเมืองนิกโก้ (Nikko)

เช็กก่อนเดินทางไปนิกโก้ปี 2026: สิ่งที่เปลี่ยนและข้อควรระวัง

การเช็คข้อมูลก่อนเดินทางถือว่าเป็นสิ่งสำคัญที่ควรทำ เพราะว่าหากสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่ง หรือถนนปิด ก็จะทำให้เราเปลี่ยนแผนการเดินทางได้

Akechidaira Ropeway ปิดให้บริการ: ต้องปรับแพลนอย่างไร

กระเช้า Akechidaira ได้ปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ตั้งแต่ 16 มกราคม – 31 สิงหาคม 2027 ดังนั้นแล้วทำให้นักท่องเที่ยวต้องวางแผนใหม่ เพราะในอดีตกระเช้า Akechidaira นั้นเป็นสิ่งที่พานักท่องเที่ยวไปชมวิวน้ำตกเคง่อน (Kegon Fall) แบบพาโนราม่า ได้ ดั้งเมื่อกระเช้าปิดปรับปรุง นักท่องเที่ยวควรเบนเข็มไปใช้จุดชมวิว Hangetsuyama แทนเป็นต้น หรือใช้เวลาการขึ้นลิฟต์ไปชมน้ำตกเคง่อน (Kegon Falls) ให้นานกว่าเดิม

ช่วงคนเยอะและช่วงที่ควรเผื่อเวลารถติด

ช่วงเวลาที่คนเยอะนะ ส่วนใหญ่จะเป็นช่วงใบไม้เปลี่ยนสี ซึ่งหากมาช่วงที่คนเยอะ บางทีอาจจะต้องวางแพลนไม่ให้แน่นเกิน อาจจะเหลือซักวันละ 1-2 ที่พอ เพราะว่าช่วงคนเยอะ ก็จะมีคิวขึ้นรถบัสเยอะ และรถก็จะติด ทำให้ใช้เวลาเดินทางนานมากกว่าเดิม

อะไรควรเช็กก่อนออกเดินทาง 1 สัปดาห์

  • เช็กตารางรถไฟด่วนพิเศษ Tobu และจองที่นั่งล่วงหน้าถ้าเดินทางช่วงสุดสัปดาห์หรือวันหยุดยาว
  • เช็กว่าสถานที่ที่ตั้งใจไปเปิดให้บริการปกติหรือไม่ (โดยเฉพาะ Akechidaira Ropeway ที่ปิดยาว)
  • เช็กราคา NIKKO PASS ล่าสุดจากเว็บไซต์ทางการของ Tobu เพราะราคาปรับเปลี่ยนได้
  • เช็กพยากรณ์อากาศ โดยเฉพาะโซนโอคุนิกโก้ที่อากาศเปลี่ยนแปลงเร็วกว่าตัวเมือง
  • เตรียมรองเท้าที่เดินสบาย เพราะเส้นทางเที่ยวส่วนใหญ่ต้องเดินขึ้นบันไดและทางลาดต่อเนื่อง

สรุป

ที่มา https://www.visitnikko.jp/en/discover/history-and-culture

การเที่ยวนิกโก้ (Nikko) นั้นเหมาะกับผู้ที่ชอบประวัติศาสตร์และธรรมชาติในทริปเดียวกัน ซึ่งที่นิกโก้ (Nikko) นั้นก็มีสถานที่ท่องเที่ยวทั้ง 2 แบบ หากใครชอบประวัติศาสตร์ก็สามารถมาเที่ยวศาลเจ้าโทโชกุ (Toshogu Shrine) ได้ หรือจะมาเที่ยวสวนสนุกธีมย้อนยุคอย่าง Edo Wonderland ก็ได้ 

หากนักท่องเที่ยวที่เป็นสายธรรมชาติก็สามารถไปเที่ยวที่โซนธรรมชาติอย่างทะเลสาบชูเซ็นจิ (Chuzenji) ได้ด้วยเช่นกัน ดังนั้นแล้วนิกโก้ (Nikko) เป็นอีก 1 เมืองที่มีครบรสที่ไม่ควรพลาดอย่างยิ่ง และต้องใส่ไว้ในลิสที่ต้องห้ามพลาดไว้เลย

Contents Index
  1. 1 นิกโก้คือที่ไหน? รู้จักเมืองมรดกโลกก่อนวางแผนเที่ยว
    1. 1.1 นิกโก้อยู่ที่ไหน และจากโตเกียวใช้เวลาเดินทางเท่าไร
    2. 1.2 นิกโก้แบ่งเที่ยวเป็นโซนไหนบ้าง
    3. 1.3 เที่ยวนิกโก้กี่วันดี? 1 วันหรือ 2 วัน 1 คืน
  2. 2 วิธีเดินทางจากโตเกียวไปนิกโก้ พร้อมเลือกเส้นทางให้เหมาะกับทริป
    1. 2.1 จาก Asakusa ไป Nikko ด้วย Tobu Railway
    2. 2.2 จาก Tokyo / Shinjuku ไป Nikko ด้วย JR
    3. 2.3 สำหรับนักท่องเที่ยวที่ถือ Jr Pass การนั่งรถไฟ Jr อาจจะเป็นทางเลือกที่ดี สามารถใช้ jr pass ถือขึ้นชินคันเซนไปลงสถานี Utsunomiya แล้วเปลี่ยนขบวนไปลง Jr Nikko
    4. 2.4 ไปนิกโก้ด้วยรถบัสได้ไหม? เหมาะกับใคร
  3. 3 การเดินทางในนิกโก้: วางเส้นทางอย่างไรไม่ให้เสียเวลา
    1. 3.1 รถบัสไป Lake Chuzenji ใช้เวลาเท่าไร
  4. 4 NIKKO PASS แบบไหนคุ้มกับแพลนของเรา
  5. 5 10 ที่เที่ยวนิกโก้ที่ไม่ควรพลาด พร้อมวิธีจัดลำดับเที่ยว
    1. 5.1 ศาลเจ้าโทโชกุ (Nikko Toshogu Shrine)
    2. 5.2 สะพานชินเคียว (Shinkyo Bridge)
    3. 5.3 วันรินโนจิ (Rinnoji Temple)
    4. 5.4 ศาลเจ้า ฟุตะระซัง (Futarasan Shrine)
    5. 5.5 น้ำตกเคง่อน (Kegon Falls)
    6. 5.6 ทะเลสาบชูเซ็นจิ (Lake Chuzenji)
    7. 5.7 หุบเขาคันมันกะฟุจิ (Kanmangafuchi Abyss)
    8. 5.8 Nikko Edomura (Edo Wonderland)
    9. 5.9 คินุกาวะ (Kinugawa Onsen)
    10. 5.10 ยูนิชิกาวะ ออนเซ็น (Yunishigawa Onsen)
  6. 6 แพลนเที่ยวนิกโก้ 1 วัน: เก็บไฮไลต์แบบไม่วิ่งจนเหนื่อย
    1. 6.1 ตัวอย่างเส้นทาง Tokyo → Toshogu → Shinkyo → Lake Chuzenji → Kegon Falls → Tokyo
    2. 6.2 ถ้ามีเวลาไม่พอ ควรตัดที่เที่ยวไหนออกก่อน
  7. 7 แพลนเที่ยวนิกโก้ 2 วัน 1 คืน: เที่ยวธรรมชาติและออนเซ็นแบบสบายขึ้น
    1. 7.1 สำหรับแพลน 2 วัน 1 คืนนั้น เป็นแพลนที่ไม่ต้องเร่งรีบ นักท่องเที่ยวจะมีเวลาดื่มด่ำบรรยากาศของนิกโก้ (Nikko) แบบฉ่ำปอดเลยทีเดียว
    2. 7.2 ควรพักย่านไหนเพื่อไม่เสียเวลาเดินทาง
  8. 8 ที่พักนิกโก้ พักย่านไหนดีให้เหมาะกับแพลน
    1. 8.1 พักใกล้ Tobu-Nikko / JR Nikko Station
    2. 8.2 พัก Lake Chuzenji / Okunikko
  9. 9 เที่ยวนิกโก้เดือนไหนดี? เลือกฤดูกาลให้ตรงกับสไตล์เที่ยว
  10. 10 ค่าใช้จ่ายเที่ยวนิกโก้: เตรียมงบเท่าไรถึงเที่ยวได้จริง
    1. 10.1 ค่าเดินทาง Tokyo ↔ Nikko
    2. 10.2 ค่า NIKKO PASS และค่าเข้าชมสถานที่
    3. 10.3 ค่าอาหารและงบเที่ยวต่อวัน
  11. 11 อาหารและของกินนิกโก้ที่ควรลองระหว่างเที่ยว
    1. 11.1 Yuba และอาหารท้องถิ่นที่เป็นเอกลักษณ์
  12. 12 เช็กก่อนเดินทางไปนิกโก้ปี 2026: สิ่งที่เปลี่ยนและข้อควรระวัง
    1. 12.1 Akechidaira Ropeway ปิดให้บริการ: ต้องปรับแพลนอย่างไร
    2. 12.2 ช่วงคนเยอะและช่วงที่ควรเผื่อเวลารถติด
    3. 12.3 อะไรควรเช็กก่อนออกเดินทาง 1 สัปดาห์
  13. 13 สรุป
Kitslaughter666

Blogger : Kitslaughter666

กูรูผู้เชี่ยวชาญการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภูมิภาค ชูโกกุ (Chugoku) มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กิดมักจะพาผู้อ่านไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างผ่านสถานที่ Unseen ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ความสงบของปราสาทโบราณ ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจในสวนสัตว์ อควาเรียม และสวนงู

โหวต

| Polls
โหวต | Polls
  • คุณอยากไปทัวร์ 1 วันแบบไหนมากที่สุดในญี่ปุ่น?

    View Results

    Loading ... Loading ...

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515