สำหรับนักท่องเที่ยวที่เดินทางไปเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นแบบ มีงบประมาณจำกัด แน่นอนว่าต้องไม่อยากเสียเงินจ่ายค่าเข้าชมสถานที่ต่างๆ มากนัก และเป็นไปได้ก็อยากจะเข้าฟรีมากกว่า ซึ่งสถานที่ท่องเที่ยวที่เข้าฟรีส่วนใหญ่ก็ไม่ค่อยจะน่าสนใจเท่าที่ควร ไม่เป็นสวนสาธารณะก็เป็นสถานที่น่าเบื่อที่เน้นให้ความรู้ซะเป็นส่วนใหญ่ แต่ขาเที่ยวอย่างเราที่หวังเพียงแค่ได้ความสนุกสนานกลับไปหรือเก็บภาพความประทับใจไว้ให้คิดถึงก็อยากไปจะไปเที่ยวที่สนุกๆ หรือสวยๆ ใช่ม้า? Chill Chill Japan ขอบอกเลยว่าความหวังนี้ไม่สูงเกินไปและมีทางเป็นไปได้ ไหนลองไปดูกันซิว่ามีสถานที่เจ๋งๆ ที่ไหนในโตเกียวที่เค้าเปิดให้เข้าชมฟรีกันบ้าง
ใครที่อยากรู้จักโตเกียวให้มากขึ้นแบบครบรส อ่านเลย
Asakusa Culture Tourist Information Center : ชมวิวสวยย่านอาซากุสะ
สำหรับใครที่เดินทางมาโตเกียวคงไม่มีทางพลาดที่จะแวะเข้าไปสักการะในวัดอาซากุสะอย่างแน่นอน เพราะถือเป็นวัดสัญลักษณ์แห่งเมืองเลยก็ว่าได้ นอกจากความสวยงามภายในวัดที่เราจะได้พบเจอแล้ว เรายังสามารถชื่นชมวัดอาซากุสะจากมุมสูงได้อีกด้วย และจุดชมวิวที่เราสามารถขึ้นไปชมได้ฟรีแบบไม่มีค่าใช้จ่ายก็คืออาคารหน้าตาโมเดิร์นที่อยู่ฝั่งตรงข้ามวัดนั่นเอง
โดยอาคารนี้มีชื่อเต็มๆ ว่า Asakusa Culture Tourist Information Center เป็นจุดให้บริการข้อมูลนักท่องเที่ยว ซึ่งหลายคนก็มองข้ามไปและน้อยคนนักที่จะรู้ว่าบนชั้น 8 ของอาคารแห่งนี้เป็นจุดชมวิวที่สวยสุดๆ มองลงไปเห็นย่านอาซากุสะที่คับคั่งแต่ยังคงมีวัฒนธรรมญี่ปุ่นหลงเหลืออยู่ อีกด้านคือตึกของเบียร์อาซาฮีที่มีสัญลักษณ์ฟองเบียร์สีทองอันคุ้นเคย รวมทั้งโตเกียวสกายทรีด้วยน้า ใครอยากชมวิวสวยๆ แบบไม่เสียเงินเชิญด่วน
Asakusa Culture Tourist Information Center
ที่อยู่ | 2 Chome-18-9 Kaminarimon, |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Asakusa Line มาลงถานี Asakusa แล้วเดินอีก 2 นาที |
เวลาทำการ | จุดชมวิวเปิดตั้งแต่ 09.00-22.00 น. |
โทรศัพท์ | 03-3842-5566 |
Museum of Yebisu Beer (ヱビスビール記念館) : ทำความรู้จักกับเบียร์ Yebisu
Museum of Yebisu Beer หรือ พิพิธภัณฑ์เบียร์เยบิสุ คือพิพิธภัณฑ์ที่รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับต้นกำเนิดของเบียร์เยบิสุชื่อดัง ความเป็นมาทั้งหมด พัฒนาการในแต่ละยุคสมัยของบรรจุภัณฑ์ที่บรรจุเบียร์ และเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ อีกมากมาย รับรองว่าถ้าใครที่ชื่นชอบในเบียร์ยี่ห้อนี้จะต้องประทับใจอย่างแน่นอน
เบียร์เยบิสุก่อตั้งขึ้นครั้งแรกเมื่อปี 1887 แต่โรงงานผลิตนั้นมาแล้วเสร็จเอาเมื่อปี 1890 ซึ่งถ้าเทียบกับไทยเราก็จะเท่ากับยุคสมัยของรัชกาลที่ 5 ในยุคแรกๆ นั้นเบียร์มีราคาสูงค่าเท่ากับบะหมี่ 10 ถ้วยเลยทีเดียว จัดว่าเป็นเครื่องดื่มที่มีราคาสูงมาก และไม่ใช่แค่ใครก็ได้ที่สามารถซื้อเบียร์มาดื่ม เบียร์เยบิสุนั้นไม่ได้บอกว่ารสชาติดีแบบปากเปล่าเพราะการันตีด้วยเหรียญทองจากการแข่งขันมหกรรมเบียร์โอลิมปิกที่กรุงปารีสเมื่อปี 1990
แต่ในช่วงที่เกิดสงครามโลกครั้งที่สองที่ประเทศญี่ปุ่นต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนทรัพยาการ วัสดุ และเครื่องจักรต่างๆ ทำให้โรงงานเบียร์เยบิสุต้องสละทรัพยากรที่มีเพื่อช่วยเหลือรัฐบาล หลังจากเหตุการณ์ร้ายนี้ก็ทำให้เบียร์เยบิสุต้องหายไปหลายสิบปี แต่ในที่สุดก็กลับมาเฉิดฉายอีกครั้งในปี 1971 และได้รับความนิยมจากผู้คนมากมายจวบจนปัจจุบัน ที่นี่เปิดโอกาสให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ฟรีและถ่ายรูปได้อย่างอิสระ ชมจบอารมณ์ค้างก็แวะจิบสักกระป๋อง แต่อย่าดื่มหนักจนขาดสติแล้วกันนะ
Museum of Yebisu Beer (ヱビスビール記念館)
ที่อยู่ | Yebisu Garden Place , 4-20-1 Ebisu , Shibuya-ku , Tokyo |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟ JR สาย Yamonote Line มาลงสถานี Ebisu แล้วเดินอีกอีกประมาณ 10 นาที |
เวลาทำการ | 11.00-19.00 น. |
โทรศัพท์ | 03-5423-7255 |
Website | Museum of Yebisu Beer |
Sake Plaza (日本の酒情報館) : รวมทุกสาเกทั่วญี่ปุ่น
Cr: Japan Sake & Shochu Information Center
นอกจากเบียร์แล้ว เหล้าญี่ปุ่นหรือสาเกก็เป็นเครื่องดื่มที่ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน ทั้งในประเทศและต่างประเทศ เหล้าญี่ปุ่นนั้นผลิตจากเชื้อราโคจิ น้ำ และข้าวสารที่เป็นผลผลิตในประเทศญี่ปุ่น ตั้งแต่จังหวัดฮอกไกโดเรื่อยลงไปจนถึงจังหวัดโอกินาว่านั้นมีสาเกขายกว่าหมื่นยี่ห้อ ถ้าใครมีความสนใจในเรื่องสาเกแล้วขอแนะนำให้แวะมาที่ Sake Plaza แห่งนี้ รับรองว่าได้ใกล้ชิดกับสาเกแน่นอน
Cr: Japan Sake & Shochu Information Center
Cr: Japan Sake & Shochu Information Center
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้บริหารงานโดยสมาคมสาเกญี่ปุ่น ทำให้สามารถรวบรวมข้อมูลสาเกหลากชนิดไว้ด้วยกันที่นี่อย่างครบถ้วน ไม่ว่าจะเป็นสาเกรสชาติคลาสสิก สาเกที่สืบทอดกันมานาน สาเกรสชาติแปลกๆ ก็น่าสนใจมากทีเดียว แค่เดินดูภาพก็เพลิดเพลินได้ไม่มีเบื่อ แต่ดูแค่ตาคงยังไม่พอ เพราะเราสามารถลิ้มรสสาเกกว่า 10 ชนิด จาก 5 ยี่ห้อได้ฟรี !! มาค้นหารสชาติของสาเกที่ชื่นชอบได้ที่นี่เลย
Sake Plaza (日本の酒情報館)
ที่อยู่ | The Japanese brewing hall, 1-1-21, Nishishinbashi, Minato-ku, Tokyo, 105-0003 |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Ginza Line มาลงสถานี Toranomon แล้วเดินอีก 4 นาที |
เวลาทำการ | 10.00-18.00 น. (ปิดทำการวันเสาร์-อาทิตย์ และวันหยุดนักขัตฤกษ์) |
โทรศัพท์ | 03-3519-2091 (ภาษาญี่ปุ่นเท่านั้น) |
Website | Sake Plaza |
Suginami Animation Museum (杉並アニメーションミュージアム) : กว่าจะเป็นมังงะและอนิเมะ
ถ้าใครโตมากับการ์ตูนยุคโดราเอมอน อาราเล่ ไอ้มดแดง เหล่าเรนเจอร์ โปเกม่อน กันดั้ม และอื่นๆ ที่ฟูมฟักเรามาตั้งแต่ละอ่อน ก็คงจะเข้าใจดีถึงเสน่ห์ของตัวการ์ตูนเหล่านี้ที่ทำให้เราหลงใหลได้ไม่ยาก ดูมาตั้งแต่ประถมจนถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกว่าสนุกอยู่ไม่มีเปลี่ยน ซึ่งอาชีพนักวาดการ์ตูนของญี่ปุ่นแบ่งออกเป็น 2 ประเภท คือ มังงะหรือนักวาดการ์ตูนลายเส้นที่มีผลงานออกมาเป็นหนังสือ และอนิเมะหรือหนังการ์ตูนที่ฉายเป็นภาพเคลื่อนไหว และยังถือเป็นอาชีพรายได้ดีที่ชาวญี่ปุ่นให้ความนับถือ
ที่พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รวบรวมเรื่องราวเกี่ยวกับนักวาดการ์ตูนผู้ให้กำเนิดการ์ตูนดังขวัญใจใครหลายคนเอาไว้ โดยแบ่งความสนุกออกเป็น 8 ส่วนด้วยกัน อย่างเช่นเครื่องมือที่เหล่านักวาดการ์ตูนชื่อดังใช้ในการทำงาน ห้องจัดแสดงเทคโนโลยีกระบวนการสร้างการ์ตูนอนิเมะ โรงภาพยนตร์ฉายการ์ตูนดังในอดีต ไปจนถึงห้องที่เราจะได้ใช้อุปกรณ์ต่างๆ ในการทดลองเป็นนักวาดการ์ตูน บรรยากาศน่ารักสดใสเหล่านี้จะทำให้เราหวนคิดถึงอดีตอันหอมหวานไม่น้อย
Suginami Animation Museum (杉並アニメーションミュージアム)
ที่อยู่ | 3−29−5 ชั้น 3 Tokyo Suginami Kaiken, Suginami-ku, Kamiogi, |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟสาย Seibu-Shinjuku Line ไปลงที่สถานี Kamiigusa จากนั้นนั่งรถบัสเบอร์ 0 หรือ 1 บริเวณทางออก North ของสถานีเพื่อมาลงที่พิพิธภัณฑ์ |
เวลาทำการ | 10.00-18.00 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์และช่วงปีใหม่ตั้งแต่ 28 ธันวาคม ถึง 4 มกราคม) |
Website | Suginami Animation Museum |
วัด Komyoji (神谷町光明寺) : พักกายพักใจจิบชากินขนม
วัด Komyoji เป็นหนึ่งในวัดกลางเมืองที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ของกรุงโตเกียว ที่นี่เป็นวัดพุทธที่เปิดกว้าง ให้คนทั่วไปสามารถเข้าชมได้ฟรี ความมุ่งหวังของวัดคืออยากให้ประชาชนได้ใกล้ชิดกับศาสนาที่เปรียบเหมือนเป็นสิ่งยึดเหนี่ยวจิตใจ การเดินทางมาที่วัดแห่งนี้จึงง่ายและสะดวกสบายเอาใจคนเมืองสุดๆ บรรยากาศอันร่มรื่นและเงียบสงบที่หาได้ยากในตัวเมืองก็สามารถมาสัมผัสได้ที่นี่ หลีกหนีความวุ่นวายมาพักกายพักใจที่วัดก็เป็นเรื่องที่ดี
ด้วยความที่อยากสนับสนุนให้คนเมืองได้ใกล้ชิดกับศาสนามากขึ้น ที่นี่จึงเปิดระเบียงที่นั่งในพื้นที่วัด มีโต๊ะและเก้าอี้ให้นักท่องเที่ยวได้เข้ามานั่งพักพร้อมสูดบรรยากาศดีๆ ภายใต้ร่มเงาของต้นไม้ เราสามารถนำอาหารไปนั่งกินที่นี่ได้ฟรี หรือในบางวันที่โชคดีก็อาจจะมีบริการขนมโบราณญี่ปุ่นเสิร์ฟพร้อมชาจากทางวัดให้ได้เอร็ดอร่อยกันอีกด้วย
วัด Komyoji (神谷町光明寺)
ที่อยู่ | 3-25-1, Toranomon, Minato, Tokyo, Japan |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟ Tokyo Metro สาย Hibiya Line มาลงสถานี Kamiyacho แล้วเดินอีก 2 นาที |
เวลาทำการ | ตั้งแต่ช่วงเช้าถึงช่วงบ่าย |
โทรศัพท์ | 03-3431-5985 |
Website | Komyoji Temple |
Komorebi no Ashiyu (こもれびの足湯) : แช่น้ำร้อนผ่อนคลายเท้า
เดินเที่ยวเหนื่อยล้ามาทั้งวันจนเมื่อยขาไปหมด ก็มาแวะพักกันก่อนได้ เพราะที่นี้เค้าเปิดให้เข้าฟรีพร้อมมีบริการแช่น้ำร้อนเท้าอีกด้วย ! นับว่าเป็นบริการอันทรงคุณค่าที่หาได้ในโตเกียวอีกอย่าง เท้าและขาที่ใช้เดินมาเมื่อยๆ เมื่อได้มาพักแช่น้ำร้อนที่นี่ รับรองว่าฟินไม่น้อย เท้าที่เมื่อยล้าจะได้ผ่อนคลายสบายจนลืมไปเลยว่าเคยเหนื่อย แถมยังมีบ่อที่เป็นน้ำวนนวดเท้าได้ซะด้วย ไม่ธรรมดาจริงๆ
Komorebi no Ashiyu (こもれびの足湯)
ที่อยู่ | 3-5 Nakajimacho, Kodaira, Tokyo 187-0033, Japan |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟสาย Seibu-Hajima Line มาลงสถานี Higashiyamatoshi แล้วเดินอีก 11 นาที |
เวลาทำการ | เดือนกันยายน-มีนาคม : 9.30-16.30 น. และเดือนกุมภาพันธ์-ตุลาคม : 9.30-16.00 น. |
Website | Komorebi no Ashiyu |
สวนสัตว์ Edogawa Natural Zoo (江戸川区自然動物園) : สัมผัสความน่ารักของเหล่าสัตว์น้อย
ญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศที่ขึ้นชื่อเรื่องสวนสัตว์ ด้วยความที่อากาศมีอุณหภูมิที่แตกต่างจากบ้านเราจึงมีสัตว์ในสวนสัตว์หลายชนิดที่ไม่เหมือนกัน หากมีโอกาสก็ควรจะไปเยี่ยมชมสวนสัตว์ในญี่ปุ่นดูสักครั้ง ส่วนใครที่มีงบประมาณจำกัดสำหรับการท่องเที่ยว ญี่ปุ่นเค้าก็มีการเปิดสวนสัตว์ให้นักท่องเที่ยวเข้าชมได้ฟรี อย่างสวนสัตว์ Edogawa Natural Zoo แห่งนี้ที่เราเข้าได้เลยแบบไม่ต้องจอง
สวนสัตว์ Edogawa Natural Zoo ที่ตั้งอยู่ในกรุงโตเกียว สามารถเดินทางไปได้ง่าย ซึ่งนอกจากจะเข้าฟรีแล้ว เรายังจะความน่ารักของเหล่าสัตว์น้อยใหญ่อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะสัตว์เล็ก เช่น แพรี่ด็อก แพนด้าแดง เพนกวิน เรายังจะได้อุ้มกระต่ายและหนูแกสบี้อีกด้วย เป็นสถานที่ที่เหมาะจะพาเด็กๆ มาเรียนรู้ความน่ารักของเหล่าสัตว์จริงๆ
สวนสัตว์ Edogawa Natural Zoo (江戸川区自然動物園)
ที่อยู่ | 3-2-1, Kitakasai, Edogawa-ku, Tokyo, 134-0081 |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Tozai Line มาลงสถานี Nishi-Kasai แล้วเดินอีก 12 นาที |
เวลาทำการ | 9.30-16.30 น. (ปิดทำการทุกวันจันทร์) |
โทรศัพท์ | 03-3680-0777 |
สวน Asukayama (飛鳥山公園) : ขึ้นกระเช้าชมวิวสวย
เมื่อในอดีต โชกุนโทกุกาวะ โยชิมุเนะ ซึ่งเป็นโชกุนลำดับที่ 8 ในสมัยนั้นได้ทำการปลูกต้นซากุระไว้เป็นจำนวนมาก จนภายหลังได้กลายเป็นสวนที่ชาวญี่ปุ่นนิยมมาพักผ่อนกัน และยังถือเป็นจุดชมซากุระที่สวยมากทีเดียว นอกจากนั้นสวน Asukayama ยังเป็นที่ตั้งของพิพิธภัณฑ์ทั้ง 3 แห่งที่ให้ความรู้ในเรื่องประวัติศาสตร์ ความเป็นมาของกระดาษ และเรื่องราวที่น่าสนใจอื่นๆ รวมไปถึงงานแสดงเกี่ยวกับรถไฟที่เราจะได้เห็นหัวรถจักรไอน้ำของจริง ได้เห็นห้องขับรถไฟ และเพื่อให้ได้อรรถรสของการชมวิวเราสามารถขึ้นกระเช้า Asuka Park Rail เพื่อทัศนียภาพอันน่าหลงใหลของเมืองได้แบบไม่เสียค่าใช้จ่ายแม้แต่เยนเดียว
สวน Asukayama (飛鳥山公園)
ที่อยู่ | 1−1−3 Ōji, Kita-ku, Tokyo 114-0002 |
---|---|
วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟ JR สาย Keihintohoku Line มาลงสถานี Oji แล้วเดินอีก 2 นาที |
เวลาทำการ | พื้นที่สวนเปิดให้เข้าชม 24 ชั่วโมง |
โทรศัพท์ | 03-3908-9275 |
ข้อสรุป
แม้ของฟรีจะไม่มีในโลก แต่ที่เที่ยวฟรียังมีในญี่ปุ่น สำหรับเพื่อนๆ คนไหนที่อยากไปเที่ยวแบบประหยัดงบประมาณ 9 สถานที่ที่เราแนะนำไปนี้เป็นอะไรที่เหมาะมากๆ เพราะเข้าฟรีไม่มีค่าใช้จ่าย ใครชอบเที่ยวชอบแวะสไตล์ไหนก็ลองเลือกกัน ถ้าไปมาแล้วอย่าลืมถ่ายรูปมาอวดกันบ้างล่ะ
สถานที่ท่องเที่ยวในญี่ปุ่นยังมีอีกมากมาย นอกจากที่ที่แนะนำไป ยังมีที่อื่นอีกมากมาย ลองมาอ่านต่อกัน
อ่านบทความที่เกี่ยวข้อง
แนะนำสถานที่ท่องเที่ยวที่แนะนำสำหรับนักท่องเที่ยวที่มีเวลาเหลือๆ ลองอ่านเพิ่มเติมกัน
ที่เที่ยว โตเกียว (Tokyo) 12 ย่านดัง และ 17 ที่เที่ยวแนะนำอัพเดทใหม่ 2023
โตเกียว เมืองยอดฮิตติดชาร์ตเที่ยวญี่ปุ่นตลอดกาล มีที่เที่ยวและกิจกรรมครบรสหลากสีสัน ไปกี่ครั้งก็ยังไปซ้ำได้ไม่มีเบื่อ