คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
5%
7%
10%

ก็ตามความหมายชื่อ คาบูกิ นั้นคือละคร และตามชื่อย่านนั้นก็คือ คาบูกิโจ ก็แสดงให้เราเห็นแล้วว่าเราจะได้อะไรจากย่านนี้ ไม่ใช่แค่ละครอย่างแน่นอน แต่เป็นความบันเทิงหลากหลาย ทั้งร้านอาหาร ผับ บาร์ และคลับโฮสต์ ที่แม้แต่คนญี่ปุ่นเอง ก็ยังไปเที่ยวสถานที่ลับๆ แบบนี้กันมากมาย และถึงแม้ญี่ปุ่นจะขึ้นชื่อว่ามีความปลอดภัยสูง แต่ขอให้เว้นย่านนี้ไว้สักย่านนึง เนื่องจาก เป็นสถานที่ที่รวมความสีเทาเอาไว้รวมกัน ทั้งยากูซ่า และคนต่างชาติที่ทำงานอย่างผิดกฏหมาย รวมถึงธุรกิจสีเทาที่รวมอยู่ในย่านนี้ทั้งหมด เพราะฉะนั้นนักท่องเที่ยวอย่างเราจึงต้องระวังตัวเป็นอย่างมาก
แต่ก่อนที่จะไปดูสถานที่ท่องเที่ยวกัน เรามาดูข้อควรระวังตัวพร้อมวิธีเอาตัวรอดกันก่อนเลย

คาบูกิโจ (Kabukicho) เป็นย่านบันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ทางฝั่งตะวันออกของสถานีชินจูกุ (Shinjuku) เขตชินจูกุ กรุงโตเกียว มีฉายาว่า “เมืองที่ไม่เคยหลับ” (眠らない街 Nemuranai Machi) เพราะร้านรวง บาร์ คาราโอเกะ และโรงหนังในย่านนี้เปิดกันแทบตลอดคืน ป้ายนีออนขนาดยักษ์และตึกหลากสีสันคือภาพจำที่ทำให้คาบูกิโจ (Kabukicho) กลายเป็นหนึ่งในจุดถ่ายรูปที่คนทำคอนเทนต์ท่องเที่ยวชื่นชอบที่สุดของโตเกียว
ก่อนจะมาเที่ยวย่าน คาบูกิโจ (Kabukicho) เรามารู้จักประวัติของที่นี่และที่มาของชื่อ “คาบูกิโจ (Kabukicho)” กันก่อน ชื่อ “คาบูกิโจ (Kabukicho)” นั้นมีที่มาจากแผนสร้างโรงละครคาบูกิหลังสงครามโลกครั้งที่สอง แต่ก็ไม่ได้มีการสร้างโรงละครขึ้นมาจากปัญหาด้านการเงิน ถึงแม้ว่าสร้างไม่สำเร็จแต่ชื่อก็ติดปากผู้คนจนมาถึงปัจจุบัน ซึ่งในอดีตย่านนี้ขึ้นชื่อเรื่องภาพลักษณ์ที่ไม่ดี มีทั้งบาร์ผิดกฎหมายและธุรกิจกลางคืนที่ค่อนข้างสีเทาและอาจจะไปถึงสีดำ แต่ทว่าในช่วงไม่กี่สิบกว่าปีที่ผ่านมานี้ ทางเขตชินจูกุพยายามที่จะปรับภาพลักษณ์ของย่านคาบูกิโจ (Kabukicho) ให้มีภาพลักษณ์ที่ดีขึ้น จุดเปลี่ยนสำคัญคือการเปิดตัวของ Tokyu Kabukicho Tower ในปี 2023 ซึ่งสามารถดึงกลุ่มครอบครัวและนักท่องเที่ยวต่างชาติให้เข้ามาเดินเล่นตอนกลางวันมากขึ้นได้ ทำให้ทุกวันนี้คาบูกิโจ (Kabukicho) จึงมีสองด้านอยู่ในที่เดียวกัน คือ กลางวันเป็นสถานที่ท่องเที่ยว เป็นแหล่งกิน มุมถ่ายรูปเด็ดๆ และช้อปปิ้ง ส่วนกลางคืนคือย่านบันเทิงเต็มรูปแบบที่ยังมีทั้งบาร์ธรรมดาและธุรกิจกลางคืน
ก่อนอื่นต้องเข้าใจก่อนว่า คาบูกิโจ (Kabukicho) นั้นคือย่านหนึ่งในชินจูกุ ซึ่งไม่จำเป็นต้องพักค้างในย่านนี้ก็ได้
สำหรับนักท่องเที่ยวที่พักในเขตอื่นของโตเกียวนั้น สามารถเดินทางมาเที่ยวแบบไปเช้าเย็นกลับได้สบาย เนื่องจากว่ารถไฟที่วิ่งเข้าสถานีชินจูกุมีแทบทุกสาย ถึงแม้ว่านักท่องเที่ยวที่จะอยากดื่มด่ำกับบรรยากาศกลางคืนก็สามารถนั่งรถไฟกลับได้ (แต่ให้เช็คตารางรถไฟดีๆว่าเที่ยวสุดท้ายมีถึงกี่ทุ่ม)
หรือนักท่องเที่ยวที่อยากลองบาร์ฮอปปิ้งที่ Golden Gai นั้น การเลือกพักที่โรงแรมแถวชินจูกุสักคืนก็เป็นความคิดที่ดี
“หลายคนคิดว่าคาบูกิโจมีแต่ไนต์คลับ แต่ความจริงช่วงกลางวันเดินสบายกว่าที่คิด มีทั้งคาเฟ่ ร้านอาหาร และมุมถ่ายรูปสวย ๆ เยอะมาก”
อย่างที่ได้กล่าวไว้ข้างต้นว่า ย่านคาบูกิโจ (Kabukicho) นั้นเป็นย่านที่มี “สองด้าน” ชัดเจนที่สุดแห่งหนึ่งของโตเกียว การไปช่วงกลางวันกับกลางคืนให้ประสบการณ์ที่แตกต่างกัน
ช่วงกลางวันที่คาบูกิโจ (Kabukicho) คนค่อนข้างน้อยและเงียบกว่าช่วงกลางคืน มีร้านกาแฟและคาเฟ่หลายแห่งเปิดตั้งแต่ช่วงเช้า ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถเดินถ่ายภาพตึกและป้ายต่าง ๆ แบบสบายๆและไม่ต้องเบียดกับฝูงชน
จุดถ่ายรูปอย่าง Godzilla Head และประตูทางเข้า Kabukicho Ichiban-gai ยังถ่ายรูปได้ชัดเจนไม่มีคนบังในเวลากลางวัน ที่สำคัญคือปลอดภัยและเหมาะกับครอบครัวมากกว่า ถ้าวันนั้นตรงกับวันอาทิตย์ อย่าลืมแวะตลาดนัดโบราณที่ศาลเจ้า Hanazono Shrine ซึ่งอยู่ห่างออกไปไม่กี่นาที
สำหรับตอนกลางคืนนั้น หลังจากที่ตะวันลับฟ้า ย่านคาบูกิโจ (Kabukicho) เปลี่ยนสีสันแทบจะทันที ในช่วงกลางคืนคุณจะได้เห็นป้ายนีออนสว่างไสว ส่วนบริเวณถนนก็จะคึกคักไปด้วยผู้คนที่เดินหาร้านกินดื่มกินกัน
ในช่วง 3 ทุ่มถึงเที่ยงคืนนั้น ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่พีคสุดของบรรยากาศย่านนี้ โดยเฉพาะที่ Golden Gai และ Omoide Yokocho ที่คนท้องถิ่นก็แวะเวียนมาไม่แพ้นักท่องเที่ยว
**** สิ่งที่ควรระวังคือ ช่วงกลางคืนนี่เองที่พนักงานชักชวนหน้าบาร์ (เรียกว่า kyakuhiki) จะออกมาเดินเกลื่อนถนน ยิ่งดึกยิ่งเยอะ บางร้านอาจจะคิดราคาเกินจริง ดังนั้นแล้วควรอ่านหัวข้อความปลอดภัยด้านล่างก่อนออกไปสนุกตอนกลางคืน
“ถ้ามีเวลา ลองมาสองรอบเลย กลางวันได้ภาพเมืองชัด ๆ ส่วนกลางคืนคืออีกโลกหนึ่งที่บรรยากาศต่างกันแบบคนละเรื่อง”

การเดินทางไปย่านคาบูกิโจ (Kabukicho) นั้น ให้เดินทางออกฝั่งตะวันออก (East Exit) ของสถานีชินจูกุใช้เวลาเดินประมาณ 5-7 นาที
ให้เดินออกจากประตูตรวจตั๋วฝั่งตะวันออกแล้วขึ้นบันไดสู่พื้นดิน จะเจอลานหน้าสถานีที่มีจอภาพยักษ์ จากนั้นเดินตรงไปตามถนนสายหลักไม่กี่นาทีจะเจอสี่แยกถนน Yasukuni-dori จากนั้นข้ามถนนแล้วเดินตรงไปจะเห็นประตูสีแดงเขียนว่า “歌舞伎町一番街” (Kabukicho Ichiban-gai) ซึ่งเป็นจุดถ่ายรูปแรกที่ทุกคนต้องแวะ เดินตรงต่อไปตามถนนสายหลักจะเจอ Tokyu Kabukicho Tower และตึก Shinjuku Toho Building ที่มี Godzilla Head อยู่ด้านบน
หากเดินทางมาจากสถานี Shinjuku-sanchome (สายวงกลม Marunouchi, สาย Fukutoshin หรือสาย Shinjuku) ก็สามารถเดินเข้าคาบูกิโจ (Kabukicho) ได้ในเวลาใกล้เคียงกัน และเป็นเส้นทางที่ผ่านศาลเจ้า Hanazono Shrine พอดี ส่วนใครลงสถานี Seibu-Shinjuku จะใกล้ Tokyu Kabukicho Tower ที่สุด เดินเพียง 1 นาที
“แม้สถานีชินจูกุจะขึ้นชื่อว่าใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก แต่ถ้าออก East Exit ถูก ก็เดินตรงเพียงไม่กี่นาทีก็ถึงประตู Kabukicho Ichiban-gai แล้ว”
| สายรถไฟ | สถานีที่ใกล้คาบูกิโจ (Kabukicho) | หมายเหตุ |
| JR (Yamanote, Chuo, Sobu) | Shinjuku Station | เหมาะกับผู้ที่ใช้ JR Pass เพราะครอบคลุม |
| Tokyo Metro Marunouchi Line | Shinjuku / Shinjuku-sanchome | ไม่รวมใน JR Pass ต้องซื้อตั๋วแยกหรือใช้บัตร IC เช่น Suica, Pasmo แตะเอา |
| Tokyo Metro Fukutoshin Line | Shinjuku-sanchome | เป็นสถานีที่ใกล้ Hanazono Shrine เหมาะสำหรับผู้ที่จะไปศาลเจ้า Hanazno ก่อน |
| Toei Oedo Line / Shinjuku Line | Shinjuku / Higashi-Shinjuku | ไม่รวมใน JR Pass |
| Seibu Shinjuku Line | Seibu-Shinjuku | สถานีอยู่ติดกับ Tokyu Kabukicho Tower เหมาะสำหรับผู้ที่จะไป Tokyu Kabukicho Tower โดยตรง |
| Odakyu / Keio Line | Shinjuku | สะดวกถ้าพักโซนตะวันตกของโตเกียว |
เนื่องจากสถานีชินจูกุ ถือว่าเป็นสถานีรถไฟที่ปราบเซียนของสถานีหนึ่งของญี่ปุ่น มีทางออกกว่า 200 ทาง
*****แนะนำให้เปิด Google Maps เป็นตัวช่วยในการเดินทาง หรือมองหาป้ายภาษาอังกฤษเขียนว่า “Kabukicho” ที่ทางออกฝั่งตะวันออกซึ่งมีชี้ทางไว้ชัดเจน
สำหรับคนที่ใช้บัตร Suica หรือ PASMO แนะนำว่าให้เติมเงินไว้ล่วงหน้าจะสะดวกที่สุด เพราะครอบคลุมทั้งถไฟ JR รถไฟใต้ดิน และรถบัสทั่วโตเกียวในบัตรใบเดียว
สำหรับใครที่บินมาจากสนามบินนาริตะ สามารถนั่งรถไฟ Narita Express (N’EX) มาลงสถานีชินจูกุตรง ๆ ได้เลยโดยใช้เวลาประมาณ 90 นาที ราคาประมาณ 3,330 เยน (เที่ยวเดียว) หรือใช้รถบัส Airport Limousine Bus ราคาประมาณ 2,900-3,600 เยน ใช้เวลาประมาณ 90-120 นาที
ส่วนจากสนามบินฮาเนดะใกล้กว่ามาก นั่งรถไฟหรือรถบัสถึงชินจูกุในเวลาราว 40-70 นาที ข้อดีอย่างหนึ่งของ Airport Limousine Bus คือมีเส้นทางที่จอดส่งตรงที่ “Shinjuku Tokyu Kabukicho Tower” ทั้งจากนาริตะและฮาเนดะ เหมาะมากสำหรับคนที่ลากกระเป๋าใบใหญ่มา เพราะไม่ต้องเดินทะลุสถานีชินจูกุที่มีทางออกกว่า 200 ทาง

แลนด์มาร์กใหม่ล่าสุดของคาบูกิโจ (Kabukicho) ที่เปิดให้บริการเมษายน 2023 โดยเป็นอาคารที่มีความสูงถึง 225 เมตร รวม 48 ชั้นเหนือดินและ 5 ชั้นใต้ดิน
ถือเป็นหนึ่งในคอมเพล็กซ์บันเทิงที่ใหญ่ที่สุดของญี่ปุ่น ที่รวม โรงแรม โรงหนัง โรงละคร ไนต์คลับ ร้านอาหาร ไว้ในที่เดียวอย่างครบครัน
ค่าเข้าชม: การเดินชมตัวอาคารและงานศิลปะกว่า 190 ชิ้นทั่วตึกนั้นไม่มีค่าใช้จ่าย
จะเสียเงินเฉพาะค่าตั๋วหนัง ตั๋วไนต์คลับ หรือค่าอาหาร เป็นต้น
เวลาเปิด-ปิด: ตัวตึกเปิด 24 ชั่วโมง แต่แต่ละร้านมีเวลาเปิดปิดของตัวเอง เช่น อาร์เขดเกม Namco Tokyo ชั้น 3 เปิดประมาณ 11:00-23:00 (เสาร์-อาทิตย์เปิดถึงตี 1)
เคล็ดลับ: ชั้น 1-5 เป็นโซนร้านอาหารและช้อปปิ้งที่เดินชมได้แบบไม่ต้องรีบ ชั้น 2 มี “Shinjuku Kabuki Hall – Kabuki Yokocho” ฟู้ดคอร์ตสไตล์ตรอกโบราณจำลอง ช่วงค่ำจะเปิดเพลงเสียงดังคึกคักคล้ายผับและคนแน่นมาก ทางเดินค่อนข้างแคบ
ข้อควรระวังไม่ควรการลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่เข้าไป แนะนำให้ฝากกระเป๋าไว้ที่ล็อกเกอร์ชั้นล่างก่อน ส่วนโรงแรมสุดหรู Bellustar Tokyo อยู่ชั้น 39-47 หากอยากเห็นวิวเมืองแบบไม่ต้องเสียค่าโรงแรม ลองแวะร้านอาหารชั้นสูงของตึกในเวลาที่ไม่ใช่ช่วงพีค
วิธีเดินทาง: เดิน 1 นาทีจากสถานี Seibu-Shinjuku หรือ 5-7 นาทีจากทางออกตะวันออกของสถานี Shinjuku
Tokyu Kabukicho Tower
| ที่อยู่ | 1 Chome-29-1 Kabukicho, Shinjuku City, Tokyo 160-0021 |
| วิธีเดินทาง | เดิน 1 นาทีจากสถานี Seibu-Shinjuku หรือ 5-7 นาทีจากทางออกตะวันออกของสถานี Shinjuku |
| Website | Tokyu Kabukicho Tower |

หัวก็อดซิลล่าขนาดยักษ์ที่ตั้งอยู่บนดาดฟ้าชั้น 8 ของตึก Shinjuku Toho Building (ที่ตั้งของ Hotel Gracery Shinjuku) ถือเป็นสัญลักษณ์ของคาบูกิโจ (Kabukicho) ไปโดยปริยาย ซึ่งหัวก็อตซิลล่าอันนี้นั้น ติดตั้งมาตั้งแต่ปี 2015 สูงจากพื้นราว 40 เมตร ส่วนตัวหัวมีขนาดใหญ่ประมาณ 12 เมตร
ค่าเข้าชม: มองจากถนนด้านล่าง (Godzilla Road) ไม่เสียค่าใช้จ่าย
ส่วนระเบียงชั้น 8 ที่เคยขึ้นไปยืนใกล้ ๆ ได้ ปัจจุบันปิดปรับปรุงไม่มีกำหนด (ปิดทั้งโซนระเบียงกลางแจ้งของ Godzilla และที่นั่ง terrace ของร้าน Café Terrace Bonjour) แม้แต่แขกที่พักโรงแรมก็ขึ้นไม่ได้ในช่วงนี้
แนะนำให้หมั่นเช็คทางเว็บไซส์โรงแรมก่อนไป ทางเว็บไซส์นี้ https://shinjuku-toho-bldg.toho.co.jp/gim/ja.html
หากอยากได้มุมใกล้แบบไม่ต้องรอเปิดระเบียง ลองพิจารณาห้องพัก Godzilla View Room ของ Hotel Gracery ที่มองเห็นหัวก็อดซิลล่าผ่านหน้าต่างห้องโดยตรง
เวลาเปิด-ปิด: ก็อดซิลล่าจะ “คำราม” พร้อมไฟที่ตาและควันจากปาก ทุกชั่วโมงระหว่าง 12:00-20:00
เคล็ดลับ: ถ่ายรูปมุมสวยที่สุดคือยืนอยู่บนถนนตรงข้ามตึกช่วงพลบค่ำ แสงนีออนกับหัวก็อดซิลล่าจะเข้ากันพอดี ถ้าอยากได้ภาพระยะใกล้แบบไม่มีคนบัง แนะนำไปช่วงเช้าถึงเที่ยงก่อนนักท่องเที่ยวหนาแน่น
“ถ้าเห็นภาพ Godzilla กับถนนนีออนใน Instagram ส่วนใหญ่ถ่ายจากถนนด้านหน้าตึก ไม่ได้ขึ้นไปบนอาคาร”
Godzilla Head
| ที่อยู่ | 1 Chome-19-1 Kabukicho, Shinjuku City, Tokyo 160-0021 |
| วิธีเดินทาง | สามารถถ่ายรูปจากถนนด้านล่างได้ 24 ชั่วโมง ส่วนระเบียงปิดปรับปรุง |
| Website | Godzilla Head |

ตรอกบาร์เล็ก ๆ ที่มีชื่อเสียงที่สุดของชินจูกุ โดยเฉพาะอาคารที่ยังคงสภาพอาคารไม้ในช่วงหลังสงครามโลกไว้ โดยซ่อนตัวอยู่ในตรอกแคบ 6 เส้น ซึ่งภายใน Golden Gai นั้นมีบาร์กว่า 200 แห่ง แต่ละร้านนั่งได้เพียง 5-10 คน
ค่าเข้าชม: ส่วนใหญ่มีค่าที่นั่ง (cover charge) ประมาณ 500-1,500 เยนต่อคน บวกค่าเครื่องดื่มแก้วละ 600-1,500 เยน งบประมาณเฉลี่ย 2,000-3,000 เยนต่อร้าน
เวลาเปิด-ปิด: ส่วนใหญ่เปิดตั้งแต่ราว 19:00-20:00 เป็นต้นไป ช่วงคึกคักที่สุดคือ 21:00-เที่ยงคืนของวันธรรมดา
เคล็ดลับ: ควรสังเกตป้ายหน้าร้านก่อนเข้าว่าห้ามถ่ายรูปหรือไม่ เพราะหลายร้านห้ามถ่ายรูปภายในร้าน
บางร้านรับเฉพาะลูกค้าประจำ (regulars only) ซึ่งถ้าเจอป้ายในลักษณะนี้ แนะนำเดินหาร้านถัดไปแทนดีกว่า ซึ่งร้านที่เป็นมิตรกับนักท่องเที่ยวนั้น มักมีเมนูภาษาอังกฤษติดหน้าร้าน ควรเตรียมเงินสดไปด้วยเพราะหลายร้านไม่รับบัตร
Chill Chill Japan Bubble
“ถ้าไม่แน่ใจว่าจะเข้าร้านไหนดี ให้เลือกร้านที่ติดเมนูภาษาอังกฤษไว้หน้าร้าน จะสบายใจกว่าสำหรับนักท่องเที่ยวครั้งแรก”
Golden Gai
| ที่อยู่ | 160-0021 Tokyo, Shinjuku City, Kabukicho, 1 Chome-1-6, Akarui Hanazono Gobangai |
| วิธีเดินทาง | เดิน 7 นาทีจากสถานี Shinjuku |
| เวลาทำการ | ร้านส่วนใหญ่เปิดประมาณ 19.00 หรือ 20.00 น. ปิดเที่ยงคืน ราคา ขึ้นอยู่กับร้านนั้นๆ |
| ราคา | ขึ้นอยู่กับร้านนั้นๆ |
| Website | Golden Gai |

ตรอกร้านยากิโทริเก่าแก่ใกล้ทางออกฝั่งตะวันตกของสถานีชินจูกุ (แต่ที่นี่ไม่ได้อยู่ในเขตคาบูกิโจ (Kabukicho) แต่ก็สามารถเดินทะลุอุโมงค์ใต้ทางรถไฟมาได้ใน 3-5 นาที จึงนิยมเที่ยวต่อเนื่องกัน)
ชื่อเดิมของที่นี่ ที่นักท่องเที่ยวต่างชาติเรียกกันติดปากคือ “Piss Alley” เนื่องจากว่าสมัยก่อนนั้นยังไม่มีห้องน้ำสาธารณะ
แต่ในปัจจุบันปรับปรุงจนสะอาดขึ้นมากแล้ว แต่ยังคงกลิ่นอายบรรยากาศโชวะดั้งเดิมไว้ครบ มีร้านเล็ก ๆ กว่า 80 ร้านอัดแน่นอยู่ในตรอกแคบสองเส้น
ค่าเข้าชม: ไม่มีค่าเข้า แต่ไม้ยากิโทริราคาประมาณ 100-200 เยนต่อไม้ ถ้ากินพร้อมเครื่องดื่มครบมื้อ งบประมาณราว 2,000-3,000 เยนต่อคน
เวลาเปิด-ปิด: ร้านส่วนใหญ่เปิดราว 16:00-17:00 ถึงเที่ยงคืน
เคล็ดลับ: ไปช่วง 17:00-18:00 จะได้ที่นั่งง่ายกว่าและยังไม่แน่นเกินไป หลายร้านรับเฉพาะเงินสด ควรพกเงิดสกไปด้วย และไม่ควรลากกระเป๋าเดินทางใบใหญ่ไปด้วย เพราะจะเดินลำบากเพราะตรอกแคบมาก แนะนำฝากไว้ที่ล็อกเกอร์ในสถานีชินจูกุก่อน (ค่าเช่าประมาณ 400-800 เยน)
“ร้านส่วนใหญ่เป็นร้านเล็ก ๆ ที่เหมาะกับการนั่งกินไปเรื่อย ๆ มากกว่าสั่งมื้อใหญ่ร้านเดียว”
Omoide Yokocho
| ที่อยู่ | 1 Chome-2 Nishishinjuku, Shinjuku City, Tokyo 160-0023 |
| วิธีเดินทาง | เดิน 3 นาทีจากสถานี Shinjuku |
| เวลาทำการ | ร้านส่วนใหญ่เปิดตั้งแต่ 16.00 น. – 24.00 น. |
| Website | Omoide Yokocho |

ศาลเจ้าประจำย่านชินจูกุที่เชื่อกันว่าคุ้มครองพื้นที่มาตั้งแต่สมัยเอโดะ ตั้งอยู่ห่างจากความวุ่นวายของคาบูกิโจ (Kabukicho) เพียงไม่กี่ก้าว แต่บรรยากาศเงียบสงบราวกับอยู่คนละโลก เหมาะกับการแวะพักสายตาระหว่างเดินเที่ยว
แต่ถ้ามาวันอาทิตย์ นักท่องเที่ยวจะได้เจอตลาดนัดในช่วงเช้า – บ่าย ซึ่งมีแผงขาย สินค้ามากมาย อย่างเช่นวัตถุโบราณ เครื่องปั้นดินเผา และเครื่องประดับวินเทจ รวมไปถึงของแต่งบ้าน แต่ถ้าวันไหนเกิดฝนตกตลาดนัดจะไม่จัด
ค่าเข้าชม: ฟรี
เวลาเปิด-ปิด: เปิดให้ 24 ชั่วโมง สำหรับตลาดนัดในวันอาทิตย์จะเปิดประมาณ 06:30-15:00
เคล็ดลับ: เดินจากสถานี Shinjuku-sanchome เพียง 3 นาที หรือจากทางออกตะวันออกของสถานีชินจูกุประมาณ 7 นาที เหมาะเป็นจุดแวะก่อนหรือหลังเดินคาบูกิโจ (Kabukicho) เพราะอยู่ระหว่างทาง
Hanazono Shrine
| ที่อยู่ | 5 Chome-17-3 Shinjuku, Shinjuku City, Tokyo 160-0022 |
| วิธีเดินทาง | เดิน 5 นาทีจากสถานี Shinjuku |

ราเม็งในย่านชินจูกุ-คาบูกิโจ (Kabukicho) มีให้เลือกหลายสไตล์ แต่ร้านที่มีชื่อเสียงและผู้คนกล่าวขานมากที่สุดคือร้าน Fuunji ที่เมนูซึเคะเมง (ราเม็งจิ้ม) น้ำซุปเข้มข้น เป็นเมนูแนะนำ ร้านนี้มีจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งคือเรื่องระบบการหมุนคิวที่ดีและรวดเร็ว
ส่วนอีกร้านหนึ่งคือร้าน Ichiran สาขาชินจูกุที่เปิด 24 ชั่วโมง เหมาะกับคนที่อยากกินราเม็งคนเดียวในบูธส่วนตัวแบบไม่ต้องเกรงใจใคร ราคาต่อชามอยู่ที่ประมาณ 900-1,500 เยน
สำหรับนักท่องเที่ยวมือใหม่ แนะนำเริ่มจากร้านในตรอก Omoide Yokocho ครับ เพราะว่าที่ย่านนี้จะมี เมนูรูปภาพให้เลือกง่าย หรือเชนร้านยากิโทริราคาประหยัดอย่าง Torikizoku ที่มีสาขาในย่านนี้
*******ข้อควรระวังคือช่วงหลังมีมิจฉาชีพแอบอ้างว่าเป็น “สาขาน้องหรือเป็นอีกสาขาของร้านดัง” แล้วพาไปกินที่ร้านอาจจะโดนฟันราคาได้ แนะนำให้ปฎิเสธ หากมีคนมาชวนแบบนี้
สำหรับ Café Terrace Bonjour บนชั้น 8 ของ Shinjuku Toho Building เป็นคาเฟ่ที่ขึ้นชื่อเรื่องวิว Godzilla Head ใกล้ชิดที่สุด แต่ว่ายังปิดปรับปรุงอยู่ ทำให้นั่งได้แค่เฉพาะโซนในร่มซึ่งมองเห็นตัวอาคารได้บางมุมเท่านั้น ราคาเซ็ตเครื่องดื่มพร้อมขนมเริ่มต้นประมาณ 1,300-2,000 เยน
ส่วนอีกร้านหนึ่งก็ Starbucks ชั้น 1 ของ Tokyu Kabukicho Tower เปิดตั้งแต่ 7 โมงเช้าซึ่งก็เป็นอีก 1 ตัวเลือกที่น่าสนใจไม่น้อย
ข้อเท็จจริงที่ควรรู้ก่อนไปคาบูกิโจ (Kabukicho) คือความปลอดภัยทางกายภาพของย่านนี้ค่อนข้างดี อาชญากรรมรุนแรงต่อนักท่องเที่ยวเกิดขึ้นน้อยมาก แต่ความเสี่ยงหลักที่ต้องระวังคือเรื่อง “เงิน” ไม่ใช่ความปลอดภัยของร่างกาย
“ร้านที่ดีในคาบูกิโจแทบไม่จำเป็นต้องออกมายืนเรียกลูกค้า หากมีคนเดินเข้ามาชวนถึงตัว การปฏิเสธแล้วเดินต่อถือเป็นเรื่องปกติ”
ถนนสายหลักอย่าง Kabukicho Ichiban-gai, Godzilla Road, Central Road และ Sakura-dori ค่อนข้างปลอดภัยแม้ในเวลากลางคืน เพราะมีคนพลุกพล่านและมีป้อมตำรวจ (koban) แต่สิ่งที่ควรระวังมากที่สุดคือ การถูกชักชวนให้ไปกินดื่มในร้านที่ฟันราคาแบบยับๆ หรือโก่งราคาเกินจริง
นอกจากนี้บริเวณลานด้านข้างตึก Shinjuku Toho Building และหน้า Tokyu Kabukicho Tower (ที่เรียกกันว่าโซน Cinecity Square) มักมีกลุ่มวัยรุ่นท้องถิ่นมารวมตัวกันจำนวนมากในช่วงค่ำ ถึงแม้ว่าวัยรุ่พวกนี้จะไม่อันตรายต่อนักท่องเที่ยวโดยตรง แต่ควรเดินผ่านด้วยความสำรวม หรือสบตากับวัยรุ่นกลุ่มี้ และที่สำคัญ ห้ามถ่ายรูปเจาะจงไปที่ตัวบุคคล และห้ามเข้าไปพูดคุยหรือถ่ายรูปร่วมกับกลุ่มดังกล่าวเด็ดขาด
หลังจากที่แนะนำที่เที่ยว ที่ดื่มกิน และข้อควรระวังแล้ว คราวนี้เรามารู้จักที่พักในย่านนี้กันบ้าง

พักในคาบูกิโจ (Kabukicho) เหมาะกับคนที่อยากอยู่ใกล้แหล่งกินดื่มและกลับที่พักได้เร็วหลังเที่ยวดึก ข้อดีคือเดินถึงทุกไฮไลต์ในไม่กี่นาที และเวลาดื่มหนักก็สามารถกลับมานอนพักที่โรงแรมได้โดยง่าย
ข้อเสียคือเสียงและแสงไฟยามค่ำคืนอาจรบกวนคนที่นอนหลับยาก ซึ่งอาจจะไม่เหมาะกับคนที่หลับยากตื่นง่าย
“ถ้าตั้งใจเที่ยวเฉพาะคาบูกิโจ การพักในย่านนี้สะดวกมาก แต่ถ้าต้องการเที่ยวโตเกียวหลายโซน การพักรอบสถานีชินจูกุจะเดินทางง่ายกว่า”
สำหรับครอบครัวหรือคนที่อยากได้บรรยากาศเงียบกว่าแต่ยังเดินทางสะดวก โรงแรมรอบสถานีชินจูกุเป็นตัวเลือกที่ดี เพราะห่างจากคาบูกิโจ (Kabukicho) แค่ไม่กี่นาที แต่พ้นจากโซนไฟจัดจ้านและเสียงดัง และเหมาะสำหรับครอบครัวที่มีเด็กเล็กมาด้วย มาดูกันว่ามีโรงแรมใดน่าพักบ้าง

คราวนี้มาดูตัวอย่างแพลนเที่ยวกันบ้าง จะได้เที่ยวคาบูกิโจ (Kabukicho) และสถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียงได้โดยง่าย มีตั้งแต่แพลนสั้นๆ แค่ 2 ชั่วโมง จนไปถึงแพลน 1 วัน
แพลน 2 ชั่วโมง จะเน้นไปที่การถ่ายรูปแค่ไฮไลท์ต่างๆของย่าน คาบูกิโจ (Kabukicho) สำหรับผู้ที่มีเวลาจำกัด โดยเริ่มจาก การถ่ายรูปประตู Kabukicho Ichiban-gai ถ่ายรูปจุดแรก จากนั้นเดินเข้า Godzilla Road เพื่อชมโชว์คำรามของ Godzilla Head ถ้าหากตรงช่วงเวลาที่เจ้าก็อดซิลล่าคำถามพอดี เสร็จจากก็อดซิลล่าก็แวะชม Tokyu Kabukicho Tower เดินชมชั้น 1-3 รวมอาร์เขด Namco Tokyo และปิดท้ายแพลนด้วยการเดินผ่าน Golden Gai ถ่ายรูปตรอกไม้เก่า แม้ไม่ได้เข้าบาร์ก็ยังสวยพอถ่ายรูป เท่านี้ก็จบแพลน 2 ชั่วโมงได้สบายๆ
คราวนี้มาดูแพลนสำหรับผู้ที่มีเวลามากกว่าแพลน 2 ชั่วโมงเล็กน้อย
ถ้ามาวันอาทิตย์ แนะนำให้เริ่มต้นที่ ศาลเจ้า Hanazono ก่อน เพราะวันอาทิตย์ที่ศาลเจ้าจะจัดตลาดัด นักท่องเที่ยวจะได้เดินตลาดนัดของเก่าไปด้วย
จากนั้นก็ให้เดินเข้าไปที่คาบูกิโจ (Kabukicho) สำรวจ Tokyu Kabukicho Tower แบบละเอียดขึ้น จบจาก Tokyu Kabukicho Tower ก็ไปชม Godzilla Head ต่อ หากเป็นในช่วงพลบค่ำ จะได้เห็นแสงสีที่สวยที่สุด เที่ยวมาเหนื่อยๆ แนะนำให้หาอะไรรับประทาน หากไปในช่วงเย็น ได้ที่ Omoide Yokocho หรือร้านราเม็งแถวนั้น และก็จบทริป คาบูกิโจ (Kabukicho) ครึ่งวัน
แพลน 1 วัน เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการเที่ยว คาบูกิโจ (Kabukicho) แบบเจาะลึก และดื่มด่ำซึมซับบรรยายกาศแบบเต็มเปี่ยม เรามาเริ่มกันที่ช่วง เช้า ด้วยการไปเที่ยวสวน Shinjuku Gyoen หรือขึ้นจุดชมวิวฟรีที่ตึก Tokyo Metropolitan Government Building หลังจากนั้นในช่วงบ่าย ก็เดินช้อปปิ้งย่าน Shinjuku-sanchome แล้วแวะ Hanazono Shrine หรือจะแวะเที่ยว Tokyu Kabukicho Tower ก็ได้จนถึงช่วงเย็น ก็เดินเข้าย่านคาบูกิโจ (Kabukicho) ชม Godzilla Head ดูก็อดซิลล่าคำรามในช่วงพระอาทิตย์ตกดิน จากนั้นในช่วงค่ำ: หามื้อเย็นอร่อยๆที่ Omoide Yokocho แล้วปิดท้ายค่ำคืนด้วยการบาร์ฮอปปิ้งที่ Golden Gai สัก 2-3 ร้าน
“มีเวลาเพียง 2 ชั่วโมงก็สามารถเก็บแลนด์มาร์กหลักได้เกือบครบ เพราะสถานที่สำคัญอยู่ในระยะเดินถึงกันทั้งหมด”

| รายการ | ไปเช้าเย็นกลับ | รวมค่ำคืนบาร์ฮอปปิ้ง |
| เดินทางไป-กลับจากที่พักในโตเกียว | 400-600 เยน | 400-600 เยน |
| อาหารที่ Omoide Yokocho หรือราเมง | 2,000 – 3,000 เยน | 2,500 – 3,500 เยน |
| เครื่องดื่ม/กิจกรรมใน Tokyu Kabukicho Tower | 1,000-2,000 เยน | 1,500-2,500 เยน |
| บาร์ที่ Golden Gai (2-3 ร้าน) | – | 6,000 – 9,000 เยน |
| รวมโดยประมาณ | 3,400-5,600 เยน | 10,400-15,600 เยน |
ยอดรวมยังไม่รวมค่าที่พัก เพราะคาบูกิโจ (Kabukicho) ไม่จำเป็นต้องพักค้างคืนโดยเฉพาะ และยอดจะแตกต่างกันมากตามจำนวนร้านที่แวะและปริมาณเครื่องดื่มที่สั่ง
“ถ้าตั้งใจเข้าหลายบาร์ใน Golden Gai ค่าใช้จ่ายมักสูงกว่าที่คิด เพราะแต่ละร้านอาจมีค่า Cover Charge แยกต่างหาก”
การนั่งบาร์หรืออิซากายะในญี่ปุ่นมักมีค่าที่นั่งหรือค่ากับแกล้มเล็ก ๆ ที่เรียกว่า(otoshi) ซึ่งต้องบอกให้รู้ก่อนว่า นี่เป็นธรรมเนียมปกติ ไม่ใช่การโกงหรือการโกงราคาใดๆทั้งสิ้น
ส่วนเรื่องการจ่ายเงิน แนะนำให้พกเงินสดติดตัวไปด้วย เพราะว่าร้านหลายแห่งโดยเฉพาะในย่าน Golden Gai จะรับเฉพาะเงินสดเวลาไปเที่ยวย่านนี้
เรื่องการถ่ายรูป สำหรับบางร้านนั้น อาจจะมีกฎห้ามถ่ายรูปภายในร้านหรือถ่ายรูปติดหน้าคนอื่นโดยไม่ขออนุญาต เพราะว่าอาจจะเป็นการละเมิดสิทธิ์ของคนอื่น ดังนั้นแล้วควรสังเกตป้ายก่อนเข้าและเคารพกฎของแต่ละร้าน หรือสอบถามร้านก่อน
โดยรวมถือว่าปลอดภัยทางไม่ค่อยมีอาชญากรรมรุนแรงกับนักท่องเที่ยว เดินถนนสายหลักได้สบายแม้ตอนกลางคืน แต่สิ่งที่ควรระวังคือการถูกชักชวนเข้าร้านที่คิดราคาแพงเกินจริง ซึ่งสิ่งที่ควรทำคือปฎิเสธคำชักชวน
ถ้าอยากได้ภาพถ่ายสวยแบบไม่แออัดและปลอดภัยกับครอบครัว แนะนำให้ไปในช่วงเช้า
ส่วนถ้าอยากสัมผัสบรรยากาศช่วงค่ำคืน ชนิดเต็มรูปแบบ แนะนำไปหลังเวลา 19.00 น. ในคืนวันศุกร์-เสาร์
ไม่จำเป็น เพราะเดินทางจากโซนอื่นของโตเกียวมาเที่ยวได้สะดวกอยู่แล้ว เว้นแต่ว่าถ้าตั้งใจดื่มที่บาร์ฮอปปิ้งจนดึก หรืออยากได้ห้องพักวิวเพื่อชมวิว Godzilla โดยเฉพาะ ก็ควรพักในย่านนี้สัก 1 คืน
“หากเป็นการเที่ยวคาบูกิโจครั้งแรก แนะนำให้เริ่มตั้งแต่ช่วงเย็นประมาณ 17.00 น. จะได้เห็นทั้งบรรยากาศกลางวัน ช่วงพระอาทิตย์ตก และสีสันของกลางคืนในทริปเดียว”

คาบูกิโจ (Kabukicho) คือย่านบันเทิงชื่อดังใจกลางชินจูกุ กรุงโตเกียว ที่เต็มไปด้วยสีสันทั้งกลางวันและกลางคืน อย่างที่กล่าวไว้ข้างต้นว่าเป็น”เมืองที่ไม่เคยหลับ” ที่นี่มีทั้งร้านอาหาร บาร์ คาเฟ่ แหล่งช้อปปิ้ง โรงแรม และสถานบันเทิงหลากหลายให้นักท่องเที่ยวได้เลือกใช้บริการกัน
และมีแลนด์มาร์กยอดนิยมอย่าง Godzilla Head และ Tokyu Kabukicho Tower แม้ว่าย่านนี้จะมีภาพลักษณ์เป็นย่านไนต์ไลฟ์ แต่ปัจจุบันคาบูกิโจ (Kabukicho) ได้รับการพัฒนาให้เป็นพื้นที่ท่องเที่ยวที่นักท่องเที่ยวสามารถเดินเที่ยว ถ่ายรูป และสัมผัสบรรยากาศของโตเกียวได้อย่างสะดวก และเหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัน
และที่สำคัญคือสามารถเดินทางมาที่นี่โดยง่ายจากสถานีชินจูกุ จึงเหมาะทั้งสำหรับการแวะเที่ยว พักค้างคืน ซึ่งถ้าใครมา Tokyo ต้องมาย่านนี้ให้ได้ซักครั้งในชีวิต
เที่ยวโตเกียว 10 พิกัดใหม่ ไม่ซ้ำใคร เอาใจสายชิลล์
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่
ใครกำลังมองหาสถานที่เที่ยวในโตเกียวอยู่ ลองกดอ่านเพิ่มเติม
เที่ยวโตเกียว เสน่ห์เมืองหลวง ตื่นตากับเทคโนโลยี เที่ยวสนุกช้อปเพลิน
อ่านบทความเพิ่มเติมได้ที่นี่

Blogger : Kitslaughter666
กูรูผู้เชี่ยวชาญการเดินทางท่องเที่ยวญี่ปุ่น โดยเฉพาะในภูมิภาค ชูโกกุ (Chugoku) มีความหลงใหลในประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง กิดมักจะพาผู้อ่านไปสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่แตกต่างผ่านสถานที่ Unseen ที่ยังไม่เป็นที่รู้จักแพร่หลาย ตั้งแต่ความสงบของปราสาทโบราณ ไปจนถึงความตื่นตาตื่นใจในสวนสัตว์ อควาเรียม และสวนงู

วิธีเดินทางสุดประหยัดจากโตเกียว เที่ยวฟูจิ ที่คาวากูจิโกะ
ทริป เที่ยวฟูจิ คราวนี้ไม่มีหลง เพราะเรารวบรวมวิธีการเดินทางจากกรุงโตเกียวไปยั...

เจาะลึกเทรนด์ 10 น้ำหอมญี่ปุ่น เพิ่มเสน่ห์ความหอมแบบละมุน ปี 2026
อัพเดท 10 แบรนด์ น้ำหอมญี่ปุ่น ฉบับปี 2026 เจาะลึกเอกลักษณ์ความหอมละมุนพร้อมไก...

รีวิว Big Ban Asahikawa Miyamae Store ร้านรีไซเคิลครบวงจรแห่งฮอกไกโด ช้อปของมือสองญี่ปุ่นคุณภาพดี ราคาโดนใจ !
Big Ban Asahikawa Miyamae Store คืออะไร? ทำไมนักช้อปไทย […]...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

Kintetsu Rail Pass มีใบเดียวเที่ยวคุ้ม โอซาก้า เกียวโต นาโกย่า เดินทางประหยัด
แนะนำพาสเที่ยวสุดคุ้ม Kintetsu Rail Pass ใบเดียวลุยได้ทั่วทั้ง โอซาก้า เกียวโต...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515