มาเที่ยวฮอกไกโดทั้งที สายมูต้องห้ามพลาด “ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)”

30/10/2023
เชื่อว่าเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวญี่ปุ่น นอกจากจะออกตามล่าหาอาหารเด็ด ๆ แล้ว
หนึ่งในสถานที่ยอดฮิตไม่แพ้กันไปจากร้านอาหาร คือ ศาลเจ้า

สำหรับฮอกไกโดแล้ว หนึ่งในศาลเจ้าเก่าแก่สำคัญที่สายมูต้องห้ามพลาด คือ “ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)” ที่เดินทางมาได้ง่าย ๆ อยู่ในเมืองซัปโปโรนี่ละ
Contents Index
  1. 1 มารู้จักที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) กันสักหน่อยดีกว่า
  2. 2 ไฮไลท์กิจกรรมสำคัญที่ไม่ควรพลาดของ “ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)”
    1. 2.1 1. รับตราประทับสีแดง เพื่อเป็นที่ระลึกในการมาไหว้พระที่ศาลเจ้า
    2. 2.2 2. แวะชม “หินซะซะเระ”
    3. 2.3 3. อนุสาวรีย์ทองแดงของชิมะ โยชิทาเกะ
    4. 2.4 4. มาเขียนแผ่นอธิษฐานกันดีกว่า !
    5. 2.5 5. ชมซากุระ
  3. 3 วิธีการไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าฮอกไกโด ฉบับเรียบง่าย
  4. 4 เครื่องรางที่ต้องมาซื้อ
  5. 5 ของฝากประจำศาลเจ้าฮอกไกโด “จิงกูโนะอุเมะ”
  6. 6 วิธีเดินทางไปยังศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)
  7. 7 นอกจากศาลเจ้าแล้ว เรามาหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า !
    1. 7.1 1. Susukino
    2. 7.2 2. Maruyama Zoo
    3. 7.3 3. โรงงานช็อคโกแลต ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)
  8. 8 สรุป

มารู้จักที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) กันสักหน่อยดีกว่า

ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเต็มว่า “ศาลเจ้าฮอกไกโดจิงกู (Hokkaido-jingu Shrine)” เป็นศาลเจ้าของศาสนาพุทธนิกายชินโตที่มีความเก่าแก่แห่งหนึ่งของเกาะฮอกไกโด 

โดยศาลเจ้าแห่งนี้ มีการอัญเชิญเทพเจ้ามาประทับภายในศาลเจ้ามากถึง 4 องค์เลยทีเดียวนะ ! (ถูกใจสายมูแน่นอน)

ศาลเจ้าแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นในช่วงยุคสมัยของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ เพื่อเป็นสิริมงคลและความสงบสุขให้แก่ชาวฮอกไกโด ด้วยความเก่าแก่และมีประวัติมายาวนานจึงทำให้ศาลนี้มีอายุมากกว่า 150 ปี (ถูกสร้างในช่วงประมาณปี ค.ศ.1871)

Cr.https://hokkaidoguide.com/hokkaido-shrine-2/

อีกหนึ่งจุดเด่นที่ทำให้ศาลเจ้าแห่งนี้มีความร่มเย็นและบรรยากาศที่สุขสบาย ก็เพราะว่าที่ตั้งของศาลเจ้า ถูกสร้างในบริเวณที่โอบล้อมด้วยภูเขาทั้งสามด้าน  ทำให้เทพพิทักษ์ผู้เฝ้ามองการพัฒนาของฮอกไกโดและความสงบสุขของผู้คนมีพลังคุ้มครองที่มหาศาล

คือในสมัยก่อนเนี่ย คนญี่ปุ่นท้องถิ่นเค้าเชื่อกันว่ามีผู้พิทักษ์คอยปกป้องรักษาคนฮอกไกโดให้มีความสงบสุข ซึ่งอาจจะอุปมาอุปมัยได้กับเทือกเขาที่ล้อมรอบในลักษณะนี้

อีกทั้งวัดแห่งนี้ยังมีความผูกพันกับวิถีชีวิตของคนท้องถิ่นมาตั้งแต่ในอดีต จึงทำให้วัดแห่งนี้มีชื่อเสียงในเรื่องความศักดิ์สิทธิ์ในการการปัดเป่ารังควาญ ประกอบพิธีสมรส หรือการเฉลิมฉลองขอพรเทพเจ้าในวันสำคัญต่าง ๆ เช่น  วันเซ็ตสึบุน วันคริสมาสต์ และวันขึ้นปีใหม่

ไฮไลท์กิจกรรมสำคัญที่ไม่ควรพลาดของ “ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)”

1. รับตราประทับสีแดง เพื่อเป็นที่ระลึกในการมาไหว้พระที่ศาลเจ้า

Cr.https://en.visit-hokkaido.jp/destinations/goshuin-stamps-a-collectors-dream

ตราประทับสีแดง หรือ โกะชุอินโจ (Goshuincho)” สำหรับเราแล้ว ขอเรียกว่าเป็นสมุดสำหรับเก็บสะสมตราประทับจะเข้าใจง่ายกว่า 

เหมือนว่าเรามีสมุดที่ใช้สำหรับสะสมการไปเยือนศาลเจ้าต่าง ๆ ในประเทศญี่ปุ่น (เหมือนเก็บสะสมแสตมป์๗ ซึ่งจะรับได้จากสถานที่ ที่เราเคยไปนมัสการ (มีค่าใช้จ่ายประมาณ 300 เยน)  หากเพื่อน ๆ ยังไม่เคยมีสมุดมาก่อน ก็สามารถบริจาคปัจจัยสำหรัลค่าสมุดรับตราประทับของศาลเจ้าฮอกไกโด 1300 เยน 

2. แวะชม “หินซะซะเระ”

https://www.yasukuni.or.jp/mobile-guide//en/keidai/mapgaien/04.html

เรื่องราวที่น่าสนใจคือ หินก้อนใหญ่ก้อนนี้ เกิดจากก้อนกรวดที่ใช้เวลานานหลายปี ทำให้หินก้อนเล็กๆ รวมตัวกันกลายเป็นหินก้อนใหญ่ จึงทำให้หินก้อนนี้ที่ได้รับการกำหนดให้เป็นสิ่งที่มีอยู่ในธรรมชาติที่ได้รับการสงวนตามกฎหมาย

อีกเรื่องราวนึงคือ ชื่อของหินก้อนนี้ปรากฎอยู่ในเนื้อเพลงชาติญี่ปุ่นอีกด้วยนะ โดยเพื่อน ๆ สามารถเดินมารับชมหินก้อนนี้ได้ที่หน้าสำนักงานศาลเจ้าฮอกไกโด 

3. อนุสาวรีย์ทองแดงของชิมะ โยชิทาเกะ

Cr.http://ihcsacafe-en.ihcsa.or.jp/news/hokkaido/

อีกหนึ่งแลนด์มาร์คสำคัญที่ต้องแวะถ่ายรูป คือรูปปั้นของคุณ ชิมะ โยชิทาเกะ หรือ “บิดาแห่งเกาะฮอกไกโด” ผู้บุกเบิกเกาะฮอกไกโดและวางรากฐานการสร้างเมืองซัปโปโรแห่งนี้

4. มาเขียนแผ่นอธิษฐานกันดีกว่า !

Cr.https://www.sapporo.travel/en/spot/facility/hokkaido_shrine/

ในศาลเจ้าจะมีขายแผ่นป้ายเขียนคำอธิษฐานภาษาญี่ปุ่น เรียกว่าเอะมะ (絵馬)

เอะมะ (絵馬) จะเป็นแผ่นป้ายไม้ขนาดเท่าฝ่ามือ มีไว้สำหรับเขียนคำอธิษฐานขอพรให้สมหวังหรือเขียนขอบคุณหลังคำอธิษฐานสมหวังแล้ว

5. ชมซากุระ

Cr.https://www.japancherryblossom.com/hokkaido/maruyama-park-and-hokkaido-shrine

เพื่อน ๆ ยังสามารถหาช่วงเวลามาชมซากุระที่ศาลเจ้าแห่งนี้ได้อีกด้วยนะ 

โดยเพื่อน ๆ สามารถเพลิดเพลินกับซากุระซึ่งมีประมาณ 1400 ต้น พร้อมกับเดินหาของกินตามร้านแผงลอย อิ่มไปกับบรรยากาศที่สวยงาม

อีกทั้งศาลเจ้าติดกับสวนสาธารณะ Maruyama ซึ่งเป็นหนึ่งในสวนธารณะที่สามารถชมต้นซากุระได้สวยที่สุดในเมืองซัปโปโร เพื่อน ๆ ก็สามารถเดินไปชมต่อได้อีกนะ รับรองว่าไม่เสียเที่ยวแน่นอน

ช่วงซากุระสวย เราขอแนะนำเป็นช่วงปลายเดือนเมษายนถึงต้นเดือนพฤษภาคม

วิธีการไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าฮอกไกโด ฉบับเรียบง่าย

1. เริ่มจากการชำระล้างร่างกายให้บริสุทธ์ก่อนจะไปไหว้เทพเจ้า (ในที่นี้ขอแค่ล้างมือก็พอ)

หยิบกระบวยตักน้ำขึ้นมาด้วยมือขวา และเริ่มล้างด้วยมือซ้ายก่อน

2. สลับกันล้างมือทีละข้าง เมื่อเสร็จแล้ว ให้เอาน้ำมาล้างที่ปาก (น้ำของเค้าค่อนข้างสะอาดเลย สามารถจิบดื่มได้นะ)

3. เดินเข้าไปทำบุณขอพรด้วยการโยนเหรียญไปในกล่องบริจาค ส่วนใหญ่จะใช้เหรียญ 5 เยน

พร้อมกับโค้งคำนับ 2 ครั้ง และตบมือ 2 ครั้ง (หลังตบมือให้โค้งคำนับอีกรอบ)

4. หลังจากโยนเหรียญเสร็จแล้ว ก็มาเสี่ยงเซียมซีพยากรณ์กันต่อ 

โดยให้บริจาคเงินประมาณ 100 เยน หากพอใจกับคำทำนายก็สามารถเก็บแผ่นทำนายไว้ได้เลย หากไม่พอใจก็นำไปผูกไว้ในบริเวณที่มีเสาให้ผุกได้ 

5. สุดท้ายเราก็จะได้เดินออกมาซื้อเครื่องรางและของนำโชค กัน !

เครื่องรางที่ต้องมาซื้อ

ต้องบอกว่าที่ศาลเจ้าแห่งนี้ เขามีเครื่องรางเยอะมาก ๆ เกือบ 30 อันเลย เราขอแนะนำสัก 5 อัน ที่น่าสนใจมาแทน

เครื่องรางสีแดง

สีแดง – เครื่องรางนำโชคเกี่ยวกับเรื่องโชคลาภ 

เครื่องรางสีเขียว

สีเขียว – เครื่องรางนำโชคเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพ

เครื่องรางสีชมพู

สีชมพู – เครื่องรางนำโชคเกี่ยวกับเรื่องลูก 

เครื่องรางสีขาว

สีขาว – เครื่องรางนำโชคเกี่ยวกับเรื่องการเรียน การสอบ

เครื่องรางแบบพู่ (Traffic Safety)

เครื่องรางแบบพู่ (Traffic Safety) – เครื่องรางนำโชคเกี่ยวกับเรื่องการเดินทาง

ของฝากประจำศาลเจ้าฮอกไกโด “จิงกูโนะอุเมะ”

เหล้าบ๊วย หรือ จิงกูโนะอุเมะ Cr.https://www.sapporo.travel/en/spot/facility/hokkaido_shrine/
จิงกูโนะซากุระ หรือ ชาซากุระ Cr.https://www.sapporo.travel/en/spot/facility/hokkaido_shrine/

“จิงกูโนะอุเมะ” เป็นเหล้าที่ทำจากบ๊วย” และยังมี “จิงกูโนะซากุระ” เป็นชาที่มีจำหน่ายเฉพาะที่สำนักงานศาลเจ้าเท่านั้น จุดเด่นของเหล้าบ๊วยอันนี้ คือวัตถุดิบที่ใช้ผลิตอย่างบ๊วยและซากุระที่ปลูกในบริเวณศาลเจ้า 

พิกัด “ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)”

ที่อยู่2-chome-4-1 Asama, Fujiyoshida, Yamanashi 403-0031
วิธีเดินทางรถไฟใต้ดินสาย Tozai สถานี Maruyama Koen ทางออก 2 หรือ 3
เวลาทำการเปิดทำการทุกวัน
ฤดูร้อน 6:00 น.-17:00 น.
ฤดูหนาว 7:00 น.-16:00 น.
ราคาฟรี
Websiteศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)

ดูแผนที่ Hokkaido Shrine

วิธีเดินทางไปยังศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)

ขอแนะนำให้เพื่อน ๆ เริ่มออกเดินทางที่สถานีรถไฟ Sapporo 

จากสถานีรถไฟ Sapporo นั่งสายสีเขียว (Namboku Line) มาลง ที่สถานี Odori Station รถไฟใต้ดินสายสีส้ม (Tozai line) มาลงที่สถานี Maruyama koen (円山公園) สถานีเดียวกับสวนสัตว์ Maruyama zoo เดินตามทางออกที่ 3 แล้วเดินตามป้ายชมนกชมไม้มาเรื่อยๆ ประมาณ 15 นาที ก็จะเจอะกับทางเข้าศาลเจ้า

โดยแท็กซี่ : หากเรียกแท็กซี่จากสถานี Sapporo Staion จะใช้เวลาเดินทางประมาณ 15 นาที มีค่าใช้จ่ายประมาณ 3,500 เยน

นอกจากศาลเจ้าแล้ว เรามาหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า !

1. Susukino

สถานที่แห่งนี้อาจเรียกได้ว่าเป็น ย่านแห่งแสงสีประจำเมืองซัปโปโรแหล่งรวมความบันเทิงทุกรูปแบบ คล้ายกับย่านชินจูกุของกรุงโตเกียว

พิกัด Susukino

ที่อยู่2 Chome Minami 5 Jonishi, Chuo Ward, Sapporo, Hokkaido 064-0805
วิธีเดินทางเดินทางไปขึ้นสถานทีรถไฟสีส้ม (Tozai line) Maruyama Koen Station มาลงที่สถานี Odori Station จากนั้นขึ้นรถไฟสายสีเขียว มาลงที่ Susukino Station
เวลาทำการสามารถเดินชมได้ตลอดทั้งวัน
ราคาฟรี
Website

ดูแผนที่ Susukino

2. Maruyama Zoo

Cr.https://www.japan.travel/en/spot/2213/

สวนสัตว์ประจำเมืงซัปโปโร โดยไฮไลท์ที่น่าสนใจคือ สัตว์เมืองหนาวที่ไม่ค่อยได้พบเห็นทั่วไป อย่างเช่น หมีขั้วโลก หมีสีน้ำตาล หมาป่า และนกเพนกวิน

พิกัด Maruyama Zoo

ที่อยู่ Miyagaoka, Chuo Ward, Sapporo, Hokkaido 064-0959
วิธีเดินทางจากศาลเค้าฮอกไกโด สามารถเดินผ่านสวนสาธารณะ Maruyama  ไปที่สวนสัตว์ได้เลย ระยะทางประมาณ 900 เมตร หรือเดินชมสวนประมาณ 13 นาที
เวลาทำการเปิดทำการทุกวัน (ปิดวันพุธ) 
เวลา 9.30- 16.30
ราคา800 เยน
WebsiteMaruyama Zoo

ดูแผนที่ Maruyama Zoo

3. โรงงานช็อคโกแลต ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)

โรงงานช็อคโกแลตที่มีการออกแบบในสไตล์ยุโรป  หากเพื่อน ๆ มาเยี่ยมชมในหน้าหนาวนั้น ที่โรงงานแห่งนี้จะมีการเปิดไฟสุดจะโรแมนติกให้เราชมด้วยนะ (เหมือนตลาดคริสมาสต์ของทางยุโรปเลย)

ขอแอบบอกว่า คุกกี้ Shiroi Koibio คุ้กกี้เนยสอดไส้ไวท์ช็อกโกแลต อร่อยมากกก !

พิกัด โรงงานช็อคโกแลต ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)

ที่อยู่2 Chome-11-36 Miyanosawa 2 Jo, Nishi Ward, Sapporo, Hokkaido 063-0052
วิธีเดินทางจากศาลเค้าฮอกไกโด นั่งรถไฟใต้ดินสายสีส้ม (Tozai line) มาลงที่สถานี Miyanosawa Station จากนั้นเดินไปอีกประมาณ 10 นาที (550 เมตร)
เวลาทำการเปิดทำการทุกวัน เวลา 10:00-18:00
ราคาผู้ใหญ่ 800 เยน
เด็กอายุ 4-15 ปี 400 เยน
เด็กอายุน้อยกว่า 3 ปี เข้าฟรี
Websiteโรงงานช็อคโกแลต ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)

ดูแผนที่ Shiroi Koibito Park

สรุป

ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) เป็นหนึ่งในสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่ควรพลาดประจำจังหวัดซัปโปโร สามารถมาเยี่ยมชมได้ตลอดทั้งปี เพราะหากมาในหน้าฤดูใบไม้ผลิ เราก็จะได้ชมซากุระที่สวยงามจากสวนสาธารณะ Maruyama และหากมาในหน้าหนาว เราก็จะได้พบกับทิวทัศน์ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป เพิ่มเติมด้วยแสงสีที่สวยงาม อีกทั้งการเดินทางมายังศาลเจ้าจากใจกลางของเมืองซัปโปโร ก็สามารถเดินทางได้สะดวก และไม่เสียเวลาเดินทางไปยังสถานที่ใกล้เคียงอย่างแน่นอน

Contents Index
  1. 1 มารู้จักที่มาของความศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine) กันสักหน่อยดีกว่า
  2. 2 ไฮไลท์กิจกรรมสำคัญที่ไม่ควรพลาดของ “ศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)”
    1. 2.1 1. รับตราประทับสีแดง เพื่อเป็นที่ระลึกในการมาไหว้พระที่ศาลเจ้า
    2. 2.2 2. แวะชม “หินซะซะเระ”
    3. 2.3 3. อนุสาวรีย์ทองแดงของชิมะ โยชิทาเกะ
    4. 2.4 4. มาเขียนแผ่นอธิษฐานกันดีกว่า !
    5. 2.5 5. ชมซากุระ
  3. 3 วิธีการไหว้ขอพรที่ศาลเจ้าฮอกไกโด ฉบับเรียบง่าย
  4. 4 เครื่องรางที่ต้องมาซื้อ
  5. 5 ของฝากประจำศาลเจ้าฮอกไกโด “จิงกูโนะอุเมะ”
  6. 6 วิธีเดินทางไปยังศาลเจ้าฮอกไกโด (Hokkaido Shrine)
  7. 7 นอกจากศาลเจ้าแล้ว เรามาหาสถานที่ท่องเที่ยวใกล้ไปเที่ยวกันต่อดีกว่า !
    1. 7.1 1. Susukino
    2. 7.2 2. Maruyama Zoo
    3. 7.3 3. โรงงานช็อคโกแลต ชิโรอิ โคอิบิโตะ (Shiroi Koibito Park)
  8. 8 สรุป
Yuri

Blogger : Yuri

ผมเป็นคนที่ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่ว่าชอบเที่ยวมาก ๆ (ซะอย่างนั้น) เพราะการท่องเที่ยวสำหรับผม คือการที่ได้เรียนรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางที่ก็ไปเที่ยวซ้ำ ๆ แต่กลับได้ประสบการณ์ที่ไม่จำเจ สำหรับผมแล้ว "ญี่ปุ่น" เป็นหนึ่งในประเทศที่ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย มากกว่านั้น ผมมีความตั้งใจว่าจะออกไปเห็นโลกให้กว้างมากที่สุด แล้วนำสาระความรู้มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ในช่วงที่(ผม)ยังมีแรงเต็มที่ครับ !

29 Posts

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515