Feature PicCr: technoloic

จองตั๋วไปดูซูโม่

Cr: yoppy

ซูโม่ หรือมวยปล้ำ กีฬาประจำชาติญี่ปุ่น เป็นกีฬาที่ศักดิ์สิทธิ์และยังคงกลิ่นอายและวัฒนธรรมของญี่ปุ่นไว้ได้อย่างดีเยี่ยม จุดเริ่มต้นของการกำเนิดซูโม่นั้น เริ่มมาจากการแสดงต่อหน้าเทพเจ้าชินโต เป็นการแสดงต่อสู้ที่มีทั้งประเพณีมากมาย

ทั้งการโปรยเกลือบนเวทีมวยปล้ำซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของความบริสุทธิ์ และเพื่อให้สอดคล้องกับประเพณีผู้เล่นจึงมีแต่ผู้ชายเท่านั้นที่เล่นกีฬาชนิดนี้ในระดับมืออาชีพ

Cr: Derek Springer

ส่วนกฏของการเล่นกีฬาซูโม่ก็ไม่มีอะไรมาก คือ ถ้านักมวยปล้ำคนใดออกจากเวทีก่อน หรือส่วนใดส่วนนึงของร่างกายที่ไม่ใช้เท้าสัมผัสโดนพื้นก่อนคนนั้นจะเป็นผู้แพ้ โดยส่วนมากแล้วการแข่งในแต่ละรอบจะใช้เวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น

Cr: Derek Springer

แต่จะมีแค่ไม่กี่กรณีที่การแข่งขันนั้นยาวนานถึง 1 นาทีหรือมากกว่านั้นโดยการแข่งขันจะจัดขึ้นบนเวทีที่ถูกยกสูงด้วยดินเหนี่ยวและถมทับด้วยทราย

ในส่วนของน้ำหนักของผู้แข่งนั้น ไม่ใช่เรื่องแปลกที่การแข่งซูโม่จะทำให้ต้องเจอกับคู่แข่งที่มีน้ำหนักห่างกันมาก เพราะไม่มีข้อจำกัดในส่วนนี้ไว้ แต่ต้องไม่ต่ำกว่า 75 กิโลกรัมเท่านั้นเอง เพราะฉะนั้นน้ำหนักจึงเป็นสิ่งสำคัญมากๆ ในการฝึกซูโม่ล่ะ

Cr: Daniel Rubio

และเมื่อฝึกซ้อมกันมาอย่างหนัก มีความพร้อมที่จะสามารถแข่งได้แล้ว การแข่งทั้งหมดจะมี 6 รอบต่อปี จัดที่โตเกียวเป็นจำนวน 3 ครั้ง ที่ย่าน Ryogoku ย่านดังในเรื่องของซูโม่ที่โตเกียวและรอบอื่น ๆ จะจัดขึ้นไปยังจังหวัดอื่น ๆ ในประเทศญี่ปุ่น

ดูแผนที่ Ryugoku


โดยสามkรถจองตั๋วเข้าชมการแข่งขันผ่านเว็บไซต์ทางการได้เลย เต็มเร็วมากๆ เลยล่ะ

คลิกที่ลิงก์นี้ >> Sumo Website

เมื่อเข้าไปหน้าแรกก็จะเจอหน้าตาแบบนี้

Cr: Sumo Website

เลื่อนลงมาด้านล่างนิดนึงก็จะเห็นกับลิ้งค์ที่ให้กดเข้าไปซื้อตั๋วเข้าชมได้

Cr: Sumo Website

แล้วจะเจอกับตารางการจัดแข่งขัน

Cr: Sumo Website

และนี่คือเรทราคาค่าชมการแข่งขันซูโม่

Cr: Sumo Website

การแบ่งประเภทของที่นั่ง

ในการชมซูโม่จะมีที่นั่งอยู่สองแบบใหญ่ ๆ ที่เราเห็นได้อย่างชัดเจนก็คือ ทามาริเซกิ ซึ่งเป็นที่นั่งติดขอบเวที ที่ทำให้ได้ชมการแข่งขันได้อย่างใกล้ชิด แต่ก็ต้องระวังด้วย เพราะมีโอกาสที่นักซูโม่จะหล่นลงมาจากการแข่งขันนั่นเอง

ส่วนอีกแบบก็คือ มาซุเซกิ เป็นที่นั่งที่ห่างออกมาอีกชั้นนึง โดยตรงที่นั่งนี้ จะสามารถนำอาหารเข้ารับประทานได้ ซึ่งที่นั่งจะถูกจัดเป็นบล็อกๆ ไว้ นั่งได้ตั้งแต่ 2 คนขึ้นไปถึง 4 คน

Cr: Derek Springer

เอาล่ะทีนี้พอใครที่มีตั๋วแล้ว ก็สามารถไปชมการแข่งขันได้เลย

Cr: hatch.m

Cr: Guilhem Vellut

Cr: Ian Kennedy

นอกจากนี้ยังมีความพิเศษสำหรับผู้ที่ซื้อบัตรเข้าชมการแข่งขันเท่านั้นที่สามารถเข้าชมพิพิธภัณฑ์ซูโม่ได้ ซึ่งที่พิพิธภัณฑ์นี้ได้รวบรวมเรื่องราวประวัติศาสตร์ไว้ และยังมีชุดที่ซูโม่ใส่ในงานประเพณีให้ดูอีกด้วยล่ะ

Cr: Ekoin Temple

หลังจากที่เราชมพิพิธภัณฑ์กันเสร็จแล้วก็ไปต่อกันที่วัด Ekoin ที่อยู่ไม่ไกลกัน ซึ่งเป็นสถานที่ที่ใช้จัดการแข่งขันซูโม่ในยุคแรก ๆ ก่อนที่จะมีการสร้างสนามแข่งเลยทีเดียว ที่วัดนี้จะมีอนุเสาวรีย์หินสร้างขึ้นไว้เพื่อระลึกถึงบรรดานักมวยปล้ำและหัวหน้าค่ายฝึกซูโม่ในอดีตล่ะ

Ekoin Temple

ที่อยู่2 Chome-8-10 Ryōgoku, Sumida-ku, Tōkyō-to 130-0026 ญี่ปุ่น
วิธีเดินทางเดินประมาณ 6 นาทีจากสถานี Ryugoku
โทรศัพท์+81 3-3634-7776
WebsiteEkoin Temple

ดูแผนที่ Ekoin Temple

ลองชิมอาหารตามแบบซูโม่

ถ้าเที่ยวกันจนเหนื่อยและหิวแล้ว เราลองไปกินอาหารตามแบบซูโม่กันไหม กับร้านอาหาร Kapou Yoshiba ที่มีเมนูจังโกะ นาเบะ อาหารที่ซูโม่ต้องกินเป็นประจำ ซึ่งมีประโยชน์ต่อร่างกายของซูโม่มากๆ และถือเป็นการฝึกฝนอย่างหนึ่งด้วย

Cr: Kapou Yoshiba

ภายในหม้อไฟที่เต็มไปด้วยน้ำซูปเข้มข้น สามารถเลือกใส่ผักได้ตามใจชอบ ส่วนพระเอกของหม้อไฟนี้ก็คือเนื้อไก่ และห้ามใส่เนื้อหมูหรือวัวเด็ดขาด เพราะในการแข่งซูโม่จำเป็นต้องใช้ขายืนทั้งสองข้างและไม่ให้มือแตะพื้นเป็นอันขาด ดังนั้นไก่จึงสิ่งมงคลสำหรับซูโม่มากนั่นเอง

Kapou Yoshiba

ที่อยู่2-14-5 โยโกอามิ เขตสุมิดะ โตเกียว
วิธีเดินทางเดินประมาณ 8 นาทีจากสถานี Ryugoku สาย Toei Oedo Line
เวลาทำการ11:30 – 13:30 น. และ 17:00 – 22:00 น.
ราคาเริ่มต้นที่ประมาณ ¥ 5,200 ต่อคน
โทรศัพท์+81 3-3623-4480
WebsiteKapou Yoshiba

ดูแผนที่ Kapou Yoshiba

สัมผัสวิถีชีวิตอย่างซูโม่

Cr: u dou

และกิจกรรมสุดท้าย ที่จะให้คุณได้สัมผัสวิถีชีวิตการฝึกฝนอย่างหนักของซูโม่เลยก็คือ การไปเยือนค่ายซูโม่นั่นเอง แต่อย่างเราที่เป็นคนต่างชาติก็อาจจะต้องไปหาทัวร์ที่เขามีไกด์พาเราไป เพราะทางค่ายจะไม่อนุญาตให้คนต่างชาติเข้าไปชมกันเอง ซื้อทัวร์ไปจะง่ายกว่านะ

Cr: u dou

เนื่องจากค่ายฝึกซูโม่ส่วนมากจะไม่ได้เปิดให้เข้าชม แต่ก็จะมีบางค่ายที่เปิดให้เราได้สัมผัสถึงวัฒนธรรมของพวกเขา ซึ่งเราจะได้ชมตั้งแต่ การนอน การรับประทานอาหาร ไปจนถึงการฝึก และการใช้เวลาว่างของเหล่าซูโม่นักสู้มวยปล้ำนั่นเอง

โดยบริการทัวร์ประเภทนี้จะคิดค่าบริการประมาณ 10,000 เยนสำหรับการทัวร์แบบคนเดียว และประมาณ 4,000 เยนสำหรับจำนวนสมาชิกที่เพิ่มขึ้นแต่ละคน น่าสนใจมากๆ เลยถ้าเราได้ไปดูวิธีชีวิตของนักสู้แห่งเทพเจ้าญี่ปุ่นนะ

ข้อสรุป

ซูโม่นี่สุดยอดไปเลยใช่ไหมล่ะทุกคน สมัยที่พวกเราเด็กๆ ซูโม่ดังมาก เป็นที่ขนานนามขึ้นชื่ออย่างมาก หลายๆ คนคงต้องเคยเห็นกันผ่านตามาไม่น้อย เพราะตอนที่เราไปญี่ปุ่นเราก็อยากเจอเหมือนกัน แล้วดันโชคดีได้เจอที่สถานีรถไฟ เรายังตื่นเต้นเลย แต่ถ้าได้ไปสัมผัสชีวิตแบบ Exclusive แบบนี้จะดีขนาดไหน เพราะอย่างนั้นเราก็หวังว่าทุก ๆ คนจะได้แวะไปดูกันนะ เพราะเราไม่พลาดแน่นอนสำหรับครั้งหน้า จะไปดูให้ได้เลยล่ะ