คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
20%
17%
15%
Toba Aquarium เป็นพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำยอดนิยมที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองโทบะ จังหวัดมิเอะ และเป็นแหล่งอาศัยของสายพันธุ์ปลาจำนวนมากที่สุดในประเทศญี่ปุ่นราวๆ 1,200 สายพันธุ์ซึ่ง พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำมีโครงสร้างสามมิติตั้งแต่ชั้น 1 ถึงชั้น 3 และแบ่งออกเป็น 12 โซน ลักษณะเด่นที่ได้รับความนิยม อย่างหนึ่งก็คือ เป็น “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ไม่มีเส้นทางเดินที่แน่นอน”ดังนั้นผู้เยี่ยมชมจึงสามารถเดินชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้อย่างอิสระเลยทีเดียว

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะเปิดทำการในเดือนพฤษภาคม ค.ศ. 1955 ก่อตั้งโดยคุณฮารูอากิ นากามูระ ซึ่งปัจจุบันดำรงตำแหน่งประธานกิตติมศักดิ์ของที่นี่ การเปิดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้เกิดขึ้นจากเหตุการณ์ที่นักท่องเที่ยวที่ไปเยี่ยมชมเกาะไข่มุกมิกิโมโตะได้เห็นตู้ปลาของ Marukou Suisan (ผู้ค้าส่งผลิตภัณฑ์ทางทะเลที่ขายปลาคุณภาพสูง) ที่ตั้งอยู่บนฝั่งตรงข้ามเกาะเมื่อพวกเขาข้ามไปยังเกาะด้วยเรือและมาเยี่ยมชมระหว่างทางกลับบ้าน
หลังจากนั้นแผนการเปิดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำได้เกิดขึ้น และเนื่องจากเป็นปีเดียวกันกับที่เมืองโทบะอยู่ภายใต้สโลแกน “เมืองท่องเที่ยวทางทะเล” และนายกเทศมนตรีคนแรก โคคิจิ นากามูระ กับประธานของ Marukou Suisan นั้นเป็นเพื่อนสนิทกัน ทำให้แผนการดังกล่าวถูกดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และในวันที่ 15 พฤษภาคม ค.ศ. 1955 จึงมีการเปิดพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งที่ 26 ในญี่ปุ่น โดยค่าเข้าชมในเวลานั้นเพียง 20 เยนเท่านั้น และเด็กจ่ายครึ่งราคา แรกเริ่มมีพนักงานประจำอยู่ 5 คน แล้วพนักงานของ Marukou Suisan ก็ถูกส่งมาบริหารงานที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ด้วยนะ

ในปีค.ศ.1956 พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าบริษัทพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ และในวันที่ 31 มกราคม ค.ศ. 1958 ได้รับการกำหนดให้เป็นพิพิธภัณฑ์เอกชนภายใต้กฎหมายพิพิธภัณฑ์ญี่ปุ่น
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็น “พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำคุณภาพ” ที่มีสัตว์น้ำกว่า 25,000 ตัวจาก 1,200 สายพันธุ์ใน 12 โซนที่แตกต่างกัน พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ได้รับการรับรองให้เป็นพิพิธภัณฑ์ที่จดทะเบียนโดยพระราชบัญญัติพิพิธภัณฑ์จากกระทรวงศึกษาธิการ วัฒนธรรม กีฬา วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีและในปี ค.ศ. 2015 จำนวนผู้เข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้เกิน 60 ล้านคนเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่มีสิ่งมีชีวิตมากมายกว่า 1,200 สายพันธุ์ให้ชม สัตว์ไฮไลท์แนะนำมีดังต่อไปนี้

พะยูนของที่นี่มีชื่อเล่นว่า “เซเรน่า” มันถูกพบและอภิบาลที่ประเทศฟิลิปปินส์ในวัยแรกเกิด ด้วยความรักและความเอาใจใส่จากผู้ดูแลทำให้เซเรน่าเติบโตอย่างรวดเร็วและแข็งแรง พะยูนนั้นเป็นสัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมผิวลื่นที่อาศัยในทะเล เป็นต้นแบบของนางเงือก มีข้อมูลว่าถูกเลี้ยงอยู่ในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแค่สองแห่งในโลกเท่านั้น ซึ่งหนึ่งในนั้นก็คือที่พิพิธภัณฑ์โทบะแห่งนี้เป็นเพียงแห่งเดียวในเอเชียที่มีการเลี้ยงพะยูนอยู่ และตลอดเวลากว่า 30 ปี จนถึงปัจจุบัน เซเรน่าได้ทำลายสถิติของการเป็นพะยูนที่ถูกเลี้ยงเป็นเวลายาวนานที่สุด แวะมาเยี่ยมชมเซเรน่า เพื่อนผู้อ่อนโยนและจำม่ำซึ่งชอบหญ้าทะเลเป็นอาหารวันละประมาณ 30 กิโลกรัมกันได้

เชื่อว่าใครเห็น “เมจัง และคิระจัง” ต้องโดนตกแน่ๆ เพราะความน่ารักของนากทะเลที่ชอบแสดงออก และท่าทางที่น่ารักรวมไปถึงความเฉลียวฉลาด และความมีเอกลักษณ์ บางครั้งมันก็แสดงออกด้วยการหงายท้องว่ายน้ำด้วยความรวดเร็ว บางครั้งจะเห็นพวกมันลอยตัวเอกเขนกอยู่ในน้ำ และบางครั้งจะเห็นพวกมันดูแลความสะอาดด้วยการเลียขนของของตัวเองด้วยความน่ารักน่าเอ็นดู นักท่องเที่ยวสามารถใกล้ชิดนากทะเลได้ตอนให้อาหาร หรือถ้าโชคดีอาจได้เห็นนากทะเลกระโดดขึ้นมาจากน้ำด้วยความสูงเกือบ 140 ซม.

“โทโมะจัง” สิงโตทะเลหนวดเฟิ้ม ที่ชอบทำท่าทางทะเล้นขี้เล่นให้ผู้ชมได้ยิ้มเป็นอีกดาวเด่นของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่นี่ และเป็นหนึ่งในไฮไลต์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด การแสดงนี้มีประวัติยาวนานกว่า 50 ปี โดยสิงโตทะเลจะโชว์ความสามารถและพฤติกรรมที่น่าสนใจ สร้างความบันเทิงและให้ความรู้แก่ผู้ชมทุกวัย

ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะยังมีไฮไลต์สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยวคือกิจกรรม “Penguin Walk” ซึ่งจัดขึ้นทุกวัน โดยเหล่าเพนกวินฮัมโบลต์จะพากันเดินไปตาม Aqua Promenade ซึ่งเป็นโอกาสพิเศษในการชมพวกมันอย่างใกล้ชิด ภาพแก๊งเพนกวินเดินเตาะแตะเป็นกลุ่ม สุดน่ารักเกินห้ามใจ

ที่นี่เป็นที่อยู่อาศัยของวอลรัสแปซิฟิกด้วย ความน่ารักน่าเอ็นดูทำให้การแสดงวอลรัสน่าตื่นเต้น น่าติดตาม สามารถชมวอลรัสเหล่านี้ได้ในโซนนิทรรศการ “Corridor of Water” ซึ่งเป็นที่อยู่ของสัตว์ทะเลอื่นๆ เช่น เพนกวินฮัมโบลต์ และนากทะเลด้วย พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะมีความมุ่งมั่นในการอนุรักษ์และให้ความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตทางทะเล ทำให้ที่นี่เป็นจุดหมายที่น่าสนใจสำหรับผู้ที่ต้องการเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับวอลรัสและสัตว์น้ำอื่นๆในคราวเดียวกัน

สัตว์น้ำโทบะมีวาฬสายพันธุ์ที่มีฟันขนาดเล็กอาศัยอยู่ เรียกว่าปลาวาฬซูนาเมริ หรือโลมาหัวบาตรหลังเรียบ ในบริเวณนี้ ท่านสามารถเฝ้าสังเกตโลมาหัวบาตรหลังเรียบได้ในระยะใกล้ และถ้าเจ้าวาฬสายพันธุ์ที่มีฟันขนาดเล็กนี้อารมณ์ดี มันจะเอาตัวมาพิงกับกระจก เมื่อถึงตอนนั้นอย่าลืมโบกมือพร้อมกับพูดทักทายพวกมันด้วยนะ

ปูแมงมุมยักษ์ญี่ปุ่นที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะเป็นหนึ่งในสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่น่าหลงใหลที่สุด และยังขึ้นชื่อเรื่องขนาดที่ใหญ่โต โดยบางตัวสามารถมีช่วงขายาวถึง 3.7 เมตร (12 ฟุต) ทำให้เป็นสัตว์ขาปล้องที่มีขนาดใหญ่ที่สุดในโลก พวกมันอาศัยอยู่ในน่านน้ำลึกนอกชายฝั่งของญี่ปุ่น โดยเฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิก พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ มีชื่อเสียงด้านนิทรรศการสิ่งมีชีวิตทางทะเลที่หลากหลาย รวมถึงปูแมงมุมยักษ์ญี่ปุ่น ที่เปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ชมปูยักษ์เหล่านี้อย่างใกล้ชิด เพื่อสังเกตขายาวเรียวและโครงสร้างร่างกายที่เป็นเอกลักษณ์ของพวกมัน

บริเวณแนวปะการังใต้ทะเลของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ จะทำให้ทุกคนได้พบกับปลาเขตร้อนหลากหลายเฉดสีว่ายน้ำไปมาอย่างมีความสุข ถึงแม้ว่าบ่อแสดงปะการังขนาดความกว้าง 8 เมตร จะเป็นสภาพแวดล้อมที่เราจำลองขึ้น แต่มันก็สามารถแสดงความหลากหลายของแนวปะการังในโลกใต้น้ำได้เป็นอย่างดี ในบ่อแห่งนี้ยังประกอบไปด้วยเต่า ปลาเขตร้อนหลายสายพันธุ์ และปะการังชนิดต่างๆ อีกมากมาย ปะการังเป็นสิ่งมีชีวิต มันมีการเจริญเติบโตและสามารถสืบพันธ์ออกลูกหลานได้ นักท่องเที่ยวสามารถรับรู้ถึงความรู้สึกของการดำน้ำชมปลาที่แหวกว่ายอยู่ข้างบนได้ ในบริเวณจุดดำน้ำชมปะการังใต้ทะเลแห่งนี้

แมลงสาบทะเลยักษ์เป็นสัตว์น้ำลึกในวงศ์ Bathynomus ซึ่งมีลักษณะคล้ายแมลงสาบบนบก แต่มีขนาดใหญ่กว่ามาก บางตัวสามารถเติบโตได้ยาวถึง 30–50 เซนติเมตร หรือมากกว่านั้น สัตว์เหล่านี้อาศัยอยู่ในระดับความลึก 170–2,140 เมตร ใต้มหาสมุทร โดยเฉพาะในมหาสมุทรแปซิฟิกและแอตแลนติก พวกมันเป็นสัตว์กินซาก ที่ช่วยรักษาสมดุลของระบบนิเวศใต้ทะเลโดยกินซากสัตว์ที่จมลงไป ที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ นักท่องเที่ยวสามารถชมแมลงสาบทะเลยักษ์ได้อย่างใกล้ชิด และเรียนรู้เกี่ยวกับพฤติกรรมแปลกๆ ของพวกมันได้
| โชว์สิงโตทะเล ชมได้ที่ลานจัดการแสดง ที่ซึ่งท่านจะสามารถรับชมการแสดงอันน่าทึ่งและยาวนานของเหล่าสิงโตทะเลได้ | 11.30 น., 13.00 น., 15.30 น. | ประมาณ 15 นาที |
| พาเหรดเพนกวิน ชมเพนกวินเดินเตาะแตะไปรอบๆ บริเวณทางเดินริมน้ำ | 12.00 น. | ประมาณ 10 นาที |
| การแสดงของวอลรัส ชมการแสดงและร่วมถ่ายรูปกับเหล่าผองเพื่อนจากทะเลทางเหนือ | 11.00 น., 14.00 น. | ประมาณ 20 นาที |
เวลาให้อาหาร
นากทะเล: 9.40 น., 13.00 น., 16.20 น.
สัตว์เลี้ยงลูกด้วยนมทางทะเล (แมวน้ำ, สิงโตทะเล): 10.30 น., 15.00 น.
ระยะเวลา: ประมาณ 10 นาที

ภาพแท็งก์น้ำขนาดใหญ่จุน้ำไว้ถึง 800 ตัน สามารถชมสัตว์ใต้ท้องทะเลกว่า 50 สายพันธุ์อาทิ ภาพปลาเขตร้อนสีสันสดใส และเต่าทะเลว่ายน้ำอย่างสบายๆ เป็นภาพที่มีความน่าทึ่งมากเป็นพื้นที่ที่ชวนให้รู้สึกมหัศจรรย์ราวกับว่ากำลังดำน้ำอยู่ใต้ทะเลยังไงอย่างงั้นเลย
นอกจากจะใช้เป็นห้องเรียนสําหรับกลุ่มนักเรียนแล้ว ยังมีห้องสำหรับจัดนิทรรศการพิเศษ และกิจกรรมต่างๆ เพื่อให้เข้าใจระบบนิเวศของเหล่าสัวต์น้ำมากขึ้นอีกด้วย
เมื่อดื่มด่ำบรรยากาศอควาเรียมแล้ว สามารถแวะนั่งพักที่ร้านอาหารภายในอควาเรียม ซึ่งมองเห็นวิวอ่าวโทบะที่แสนสวยงาม และมีเมนูขึ้นชื่อที่ปรุงจากวัตถุดิบในท้องถิ่นให้ได้ลิ้มลองกันด้วย
โดยเฉพาะถ้ารู้สึกเมื่อยล้า สามารถแวะไปพักผ่อนที่ห้องอาหารของทางพิพิธภัณฑ์ได้ โดยมีให้บริการอยู่ 2 ห้อง คือ ฮานะซันโกะ เน้นเมนูอาหารที่ทำจากวัตถุดิบในท้องถิ่น อาทิ ซูชิ ของขึ้นชื่อของย่านอิเสะ-ชิมะ ที่ทำให้คุณสามารถผ่อนคลายความเมื่อยล้าของร่างกายภายในภัตตาการที่อยู่ถัดจากตู้ปลาขนาดใหญ่ได้ ราคาอาหารอยู่ที่ประมาณ 1,000 ถึง 1,500 เยน ต่อจาน
อีกห้องอาหารคือ เบย์ไซต์เป็นห้องอาหารที่เน้นอาหารเบาๆ เช่น อาหารประเภทเส้น แกงกะหรี่ เป็นต้น ที่นี่เป็นร้านอาหารบริการตัวเองที่ทุกท่านจะสามารถเพลินเพลินไปกับบรรยากาศได้ไม่ยาก บริเวณรับประทานอาหารมีทิวทัศน์ที่สวยงามของอ่าวโทบะ (Toba Bay) ราคาอาหารต่อจานอยู่ที่ประมาณ 600 ถึง 1,000 เยน
มีร้านขายของที่ระลึกอยู่สองร้านในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ ร้านหลักจะขายสินค้าพิเศษต่างๆ จากย่านอิเสะ-ชิมะ และของหวานอร่อยๆ มากมาย ส่วนร้านพลาซ่าจะขายสินค้าหลายหลายชนิดของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ โดยเฉพาะตุ๊กตาของเล่น รวมทั้งสินค้าที่มีเอกลักษณ์เฉพาะของพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ เชื่อว่าของที่ระลึกเหล่านี้จะทำให้นักท่องเที่ยวได้นึกถึงความทรงจำที่มาใช้เวลาที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะอย่างแน่อนน
| ที่อยู่ | 3-3-3-6 Toba, Toba-shi, Mie |
| วิธีเดินทาง | นั่งรถไฟ JR หรือรถไฟ Kintetsu ลงสถานี Toba แล้วเดินประมาณ 10 นาที |
| เวลาทำการ | 9.30 – 17.00 น. (เข้าชมได้รอบสุดท้าย 1 ชั่วโมงก่อนปิด) แต่จะมีการขยายเวลาทำการเป็น 9.00 – 17.30 น. ในช่วงเวลาต่อไปนี้ ช่วงโกลเด้นวีค (1 -7 พ.ค.) ช่วงเปิดเทอมฤดูร้อน (1-31 ส.ค.) ช่วงหยุดต่อเนื่อง 3 วัน (13-15 ก.ค. 14-16 กย. 21-23 ก.ย.) |
| ราคา | ผู้ใหญ่ 2,800 เยน เด็ก (6-15 ปี) 1,600 เยน เด็กเล็ก (3ขวบ -5 ปี) 800 เยน |
| Website | Toba Aquarium |
มิเอะ เป็นอีกจังหวัดที่อุดมสมบูรณ์ด้วยทรัพยากรทางธรรมชาติมากมาย มีแหล่งท่องเที่ยวที่เหมาะสำหรับคนทุกเพศทุกวัน สามารถท่องเที่ยวแบบครบทุกรสชาติได้ที่นี่ และเดินทางสะดวกไม่ไกลจากสนามบินนานาชาติชูบุเซ็นแทรร์ จ.นาโกย่าอีกด้วย

เป็นศาลเจ้าชินโตที่มีชื่อเสียงเนื่องจากอยู่ใกล้กับ “เมโอโตะอิวะ” (Meoto Iwa) หรือ “โขดหินแต่งงาน” โขดหินศักดิ์สิทธิ์สองก้อนนี้ถูกผูกเข้าด้วยกันด้วย “ชิเมนาวะ” (เชือกศักดิ์สิทธิ์) ซึ่งเป็นสัญลักษณ์ของ เทพผู้สร้างอิซานางิและอิซานามิ แสดงถึงความสามัคคีของคู่สมรสและความผูกพันของสามีภรรยา ในช่วงครีษมายันของทุกๆ ปี นักท่องเที่ยวสามารถชมพระอาทิตย์ขึ้นระหว่างโขดหินทั้งสอง ซึ่งเป็นภาพที่สวยงามและเป็นมงคลอย่างยิ่งนอกจากนี้ ยังมีรูปปั้นกบจำนวนมาก ประดับอยู่ทั่วบริเวณ ในภาษาญี่ปุ่น คำว่า “คาเอรุ” หมายถึง “กบ” และเป็นคำพ้องเสียงกับคำว่า “กลับคืน” จึงเป็นสัญลักษณ์ของ การเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ ซึ่งกบถือเป็นผู้ส่งสารของเทพซารุตาฮิโกะ โอคามิ และเชื่อกันว่านำโชคดีหลากหลายรูปแบบมาให้ผู้ที่มาสักการะอีกด้วย
ศาลเจ้าฟุตามิโอคิตามะ (Futamiokitama Shrine)
| ที่อยู่ | 575 Futamichoe, Ise, Mie 519-0602 |
| วิธีเดินทาง | ขับรถจาก Toba Aquarium 14 นาที ระยะทางราวๆ 9.5 กิโลเมตร |
| เวลาทำการ | 7.00 – 16.00 น. |
| ราคา | เข้าชมฟรี |
| Website | Futamiokitama Shrine |

หากมีใครถามว่าศาลเจ้าสุดศักดิ์สิทธิ์ที่ต้องไปให้ได้สักครั้งในชีวิตคือที่ไหน คนญี่ปุ่นคงจะตอบชื่อศาลเจ้าแห่งนี้โดยไม่ลังเล นอกจากจะเป็นศาลเจ้าคู่บ้านคู่เมืองของประเทศแล้ว ยังเป็นที่สถิตของเทพเจ้าอามาเทราสุ (Amaterasu) ซึ่งเป็นเทพเจ้าแห่งดวงอาทิตย์ ที่ทำการเชื่อมโยงถึงตำนานการกำเนิดประเทศญี่ปุ่นขึ้นมานั่นเอง ถือเป็นศาลเจ้าสำคัญที่มีบทบาททางประวัติศาสตร์ และยังเป็นสถานที่เก็บรักษาเครื่องราชกกุธภัณฑ์ของจักรพรรดิญี่ปุ่นอีกด้วย เห็นอย่างนี้พื้นที่ของศาลเจ้าอิเสะนั้นจะประกอบด้วย ศาลเจ้าชั้นใน ศาลเจ้าชั้นนอก และยังมีศาลเจ้าขนาดเล็กรวมกันอีก 125 แห่ง โดยในทุกๆ 20 ปี จะมีการบูรณะศาลเจ้าขึ้นใหม่ เพื่อเป็นการถ่ายทอดความรู้ความปราณีตของเหล่าช่างฝีมือโบราณให้คงอยู่กับช่างฝีมือในรุ่นต่อไป นอกจากจะได้ชมความงามของสถาปัตยกรรมแบบดั้งเดิมแล้ว ยังแวดล้อมไปด้วยความร่มรื่นของธรรมชาติป่าไม้เขียวขจีอีกด้วย
ศาลเจ้าอิเสะ (Ise Jingu)
| ที่อยู่ | 1 Ujitachicho, Ise, Mie 516-0023 |
| วิธีเดินทาง | ขับรถจาก Toba Aquarium 18 นาที ระยะทางราวๆ 16 กิโลเมตร |
| เวลาทำการ | 5.00 – 17.00 น |
| ราคา | เข้าชมฟรี |
| Website | Ise Jingu |

เป็นอีกไฮไลท์แนะนำเลย สำหรับการทำความรู้จักประวัติศาสตร์ของจ.มิเอะ เพราะที่นี่เป็นย่านการค้าที่ตั้งอยู่บริเวณด้านหน้าศาลเจ้าอิเสะ โดยมีการจำลองบรรยากาศของเมืองในยุคเอโดะถึงเมจิเอาไว้ ทำให้นักท่องเที่ยวสามารถสัมผัสกับสถาปัตยกรรมและบรรยากาศย้อนยุคได้อย่างเต็มที่ โดยถนนสายนี้เปิดให้บริการครั้งแรกในปี ค.ศ. 1993 เป็นย่านที่สร้างขึ้นเพื่อแสดงความขอบคุณและการต้อนรับผู้มาเยือนศาลเจ้าอิเสะอย่างอบอุ่นนั่นเอง ถนนนี้มีร้านค้ามากกว่า 50 ร้าน นำเสนอสินค้าที่มีความหลากหลาย เช่น ของที่ระลึก งานฝีมือท้องถิ่น และอาหารพื้นเมือง อาหารที่ขึ้นชื่อห้ามพลาดเลยคือเมนูอิเสะอุด้ง และขนมของฝากของมิเอะนั่นคืออะกะฟุกุโมจิ
ถนนโบราณโอคาเงะ โยโกโช (Okage Yokocho Ancient Street)
| ที่อยู่ | 52 Ujinakanokiricho, Ise, Mie 516-8558 |
| วิธีเดินทาง | ขับรถจาก Toba Aquarium 18 นาที ระยะทางราวๆ 15.7 กิโลเมตร |
| เวลาทำการ | 9.30 – 17.00 น. |
| ราคา | ค่าเข้าชม ผู้ใหญ่ 500 เยน |
| Website | Okage Yokocho Ancient Street |
พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คของเมืองอิเสะชิมะ จังหวัดมิเอะ ที่คนชอบเที่ยวพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำในประเทศญี่ปุ่น ต้องมาเยือนให้ได้สักครั้ง เพราะนอกจากจะได้สัมผัสความน่ารักของสัตว์หลากหลายสายพันธุ์กว่า 1,200 ชนิด มีทั้งหมด 12 โซนให้เลือกเดินชมได้ตามใจชอบแล้ว รับรองว่าคุณอาจจะกลายเป็นแฟนด้อมของเหล่าสัตว์ไฮไลท์ที่เห็นแล้ว จะอดตกหลุมน้องรักน้องๆ ไม่ได้เลยล่ะ

Blogger : Pennapa Uttamang
Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น
จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ

รีวิวฤดูหนาวที่ Hakuba Iwatake Mountain Resort เที่ยวฮาคุบะแบบจัดเต็ม ทั้งจุดชมวิว สกี และออนเซ็น
หากอยากสัมผัสทั้งวิวสวยอลังการ สกี และออนเซ็นในฤดูหนาวของฮาคุบะ Hakuba Iwatake...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วย […]...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515