mie

ในตอนที่ 2 นี้ เราจะลงมาทางตอนใต้ของจังหวัดมิเอะกันค่ะ เริ่มจากทานเนื้อวัวมัตสึซากะ กันจ้า

Kintetsu Rail Pass Plus

และแน่นอนว่าการท่องเที่ยวครั้งนี้ เราจะต้องไม่ลืมหยิบบัตรใบนี้ไปเที่ยวกับเราด้วยนะจ้ะ บัตร Kintetsu Rail Pass Plus

Nabari (名張駅 )

มาเริ่มเดินทางกันเลยดีกว่าค่ะ ตอนนี้เราอยู่กันที่สถานี Nabari (名張駅 ) กำลังมุ่งหน้าไปสู่สถานี Matsusaka (松阪駅) เพื่อจะไปทานเนื้ออร่อยๆกันจ้า

Tokyu  (Limited express )

นี้คือตั๋วรถไฟ Tokkyu  (Limited express) จากสถานี Nabari (名張駅 ) สู่สถานี Matsusaka (松阪駅) ราคา 900 เยน

Senriki (千力) : พูดถึงเนื้อมัตสึซากะ ต้องร้านนี้เลย

Senriki (千力)

ร้านอาหาร Senriki เป็นร้านปิ้งย่างสไตล์ญี่ปุ่น ที่เน้นขายเนื้อ Matsusaka คุณภาพระดับ A5 และไม่ใช่แค่นี้ค่ะ เขาเปิดขายช่วงกลางวันอีกด้วย และถึงแม้ว่าจะเป็นวันธรรมดาก็ตาม ก็เปิด ซึ่งอยากบอกว่าเป็นอะไรที่ดีมาก

Senriki (千力)

เมื่อเราเดินเข้าไปในร้านแล้ว กินเนื้อหอมๆจะเตะเข้าจมูกทันที ทำให้ชวนหิวเป็นอย่างมาก บรรยากาศภายในร้านก็เป็นโต๊ะและเบาะนั่งนิ่มๆ เหมาะกับการปิ้งย่างเป็นอย่างมาก

 Matsusakagyu Akami Sutekki Tesyoku

และแล้วเมนูที่หญิงสั่งเมนูแรกในวันนี้ก็มาถึง นี่คือเมนู Matsusakagyu Akami Sutekki Tesyoku ราคาชุดนี้อยู่ที่ 4,500 เยน (ไม่รวมภาษี) ซึ่งเซตนี้มีทั้ง เนื้อสเต็กมัตสึซากะ ผักต่างๆ ข้าว น้ำซุป และ สลัดค่ะ

Matsusakagyu

ส่วนชุดที่ 2 ที่สั่งมา เรียกว่าเมนู Matsusakagyu ที่จะมีทั้งเนื้อส่วนคารูบี้ รอส เนื้อสันคอ และเครื่องใน มาให้ทานแบบครบในชุดเดียวไปเลยค่ะ ราคาชุดนี้อยู่ที่ 3,250 เยน (ไม่รวมภาษี)ค่ะ

Matsusakagyu

ก่อนอื่นเราจะมาเริ่มย่างที่เนื้อสเต็กก่อนเพราะ คนตรงข้ามหญิง(คนญี่ปุ่น)เขาเป็นปลื้มกับเนื้อชิ้นนี้มาก

Matsusakagyu

ตอนเขาย่าง หญิงก็ถามว่า ทำไมถึงไม่ย่างผักไปพร้อมกันหรอคะ เขาบอกว่าแต่ละคนอาจจะทานไม่เหมือนกัน คือ ทานแต่เนื้อก่อน ลิ้มรสเนื้อ แล้วค่อยไปกินผักที่หลังค่ะ ก็จริงของเขานะคะ

Matsusakagyu

เนื้อสเต็ก คนญีปุ่นจะนิยมจิ้มเกลือและทาน เพื่อดึงความหวานของตัวเนื้อออกมาได้อย่างเต็มที่ แต่พอดีหญิงติดซอสค่ะ จิ้มซอสเหมือนเดิม แต่ก็ลองจิ้มเกลือแล้วนร้า

Senriki

ต่อมาเราจะมาทานกันที่เนื้อสวนคารูบี เป็นเนื้อที่มีไขมัน หรือเรียกกันว่าเนื้อหินอ่อน เพราะมีส่วนสีขาวแทรกตรงเนื้อแดงได้อย่างพอดิบพอดี ทำให้เวลาทานแล้วมันจะละลายในปากได้ดีพอสมควรเลยค่ะ

Senriki

ถ้ามองจากรูปนี้เราจะเห็นความมัน ที่ละมุนตา และเมื่อได้เข้าปากก็จะละมุนลิ้น

Senriki

พอย่างเสร็จแล้วเราก็จิ้มซอสสิค่า แล้วก็ทานเลย อย่าได้รออะไรอีก เดี๋ยวมีแมวมาหยิบไปค่ะ อีกอย่างค่ะเพื่อนๆ ร้าน Senriki มีอยู่ทั้งหมด 3 สาขา ได้แก่ สาขา Honten Atagoten และ Kubotaten ค่ะ ซึ่งสาขาที่หญิงพามาให้วันนี้ คือสาขา Atago

Senriki Atagoten (千力あたご店)

ที่อยู่338-13 Miyacyonakajima, ,Matsusaka-shi, Mie Prefecture, 515-0033
วิธีเดินทางจากสถานี Matsusaka เดินประมาณ 7 นาที
เวลาทำการ11:00-23:00 น.(Last order 21:30 น.
ราคาเริ่มต้น 1980 เยน
โทรศัพท์0598-26-0111
Website Senriki

ดูแผนที่ Senriki Atagoten

Matsusaka

หลังจากที่เราทานอาหารกันเสร็จแล้ว ก็หาเวลามาเดินเล่น ภายในเมืองมัตสึซากะกันหน่อย ที่แห่งนี้มีสถานที่ท่องเที่ยวเยอะมาก ถ้าเพื่อนๆกลัวไม่มั่นใจ ก็ต้องลองไปถามที่ประชาสัมพันธ์เกี่ยวกับการท่องเที่ยวกันตรงสถานีได้เลยค่า มีข้อมูลเป็นภาษาอังกฤษเยอะเลย

Tenrinyaki (天輪焼き)

หลังจากที่หญิงเดินไปตามทางเรื่อยๆก็ไปเจอกับร้านขนมร้านนี้ค่ะ ที่ป้ายเขียนว่าขนมขึ้นชื่อของเมืองมัตสึซากะ และใช้เต้าหู้ของฮอกไกโดอีกด้วย ถ้าถามว่าหญิงได้ลองทานไหม ตอบว่าไม่ค่ะ แต่อยากให้เพื่อนๆลองทานดูนะคะ เผื่อว่ามันจะอร่อยมาก ร้านชื่อว่า Tenrinyaki (天輪焼き)จ้า

Omotenashi Dokoro Mukyuan (おもてなし処夢休庵) :3 มีนาคม เทศกาลฮินะ

Omotenashi Dokoto Mukyuan

จุดหมายในการเดินเล่น เมืองมัตสึซากะของเราในวันนี้คือ ร้าน Omotenashi Dokoro Mukyuan ร้านนี้เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเท่ียวของเมือง และเนื่องจากวันที่หญิงไป เป็นวันที่ 3 มีนาคม ซึ่งตรงกับเทศกาลฮินะของเมืองที่มีชื่อว่า Matsusakamachi Ohinasamamatsuri ครั้งที่ 13 (第13回松阪まちなかお雛さままつり)ที่มีจัดขึ้นตั้งแต่วันที่ 16 กุมภาพันธ์ ถึงวันที่ 3มีนาคม 2019 เลยค่ะ

Ohina-sama

ซึ่งเป็นเทศกาลเฉลิมฉลองของเด็กผู้หญิงในประเทศญี่ปุ่น โดยจะมีการตกแต่งตุ๊กตาญี่ปุ่น ที่สวยงามหลายตัวบนชั้นวาง  ตุ๊กตาที่ถูกวางไว้บนสุดของชั้นวาง คือเจ้าชายโอไดริ-ซามะ (Odairi-sama) และเจ้าหญิงโอฮินะ-ซามะ (Ohina-sama) จ้า

Odairi-sama

ตามความเชื่อ การจัดตกแต่งตุ๊กตาญี่ปุ่นภายในบ้านนั่น จะทำให้ลูกสาวมีสุขภาพแข็งแรงและมีความสุข บางครั้งเรียกเทศกาลนี้ว่า เทศกาลเด็กผู้หญิง นอกจากนี้ภายในร้านก็จะมีคุณป้าใจดีสองท่าน คอยนำน้ำชามาเสิร์ฟให้เราดื่มให้ชื่นใจแบบฟรีๆเลยค่ะ

Omotenashi Dokoro Mukyuan (おもてなし処夢休庵)

ที่อยู่47 Hirao-cho, ,Matsusaka-shi, Mie Prefecture, 515-0036
วิธีเดินทางจากสถานี Matsusaka เดินประมาณ 5 นาที
เวลาทำการ10:00−15:00 น.
ราคาไม่เสียค่าเข้าชม
โทรศัพท์0598-21-1578
Website Omotenashi Dokoro Mukyuan

Kintetsu Rail Pass

ต่อไปเราจะไปพักผ่อนกันที่โรงแรมแล้วค่า อย่าลืมหยิบบัตร Kintetsu Rail Pass ขึ้นมาเตรียมไว้ด้วยนะคะเพื่อนๆ

Kajikoshima

เราเดินกลับมาที่สถานีมัตสึซากะกัน เพื่อนั่งรถไฟไปลงที่สถานี Kashikojima ค่า

Kajikoshima

ครั้งนี้เราจะใช้เวลาเดินทางกันนานนิดหน่อยค่ะ เป็นเวลา 56 นาที ดังนั่นต้องนั่งรถไฟที่สบายหน่อยจ้า ส่วนราคาค่าโดยสารเฉพาะตั๋ว Tokkyu หรือ limited Express อยู่ที่ราคา 900 เยน ส่วนราคาค่ารถโดยสารนั่น ไม่ต้องจ่ายแล้วค่ะ เพราะเรามีบัตร Kintetsu Rail Pass Plus ค่า

Toukyu

รถไฟคันนี้เป็น รถไฟ Tokkyu มีเบาะที่นุ่ม หน้าต่างก็บานกว้าง ทำให้ไม่อึดอัด เพราะสามารถดูวิวด้านนอกได้อย่างจุใจเลยค่ะ

Kashikoshima

ตอนนี้เราก็มาถึงสถานี Kashikojima กันแล้ว สถานีนี้เป็นส่วนหนึ่งของการจัดงานประชุมสุดยอดผู้นำ กลุ่ม G7 หรือ G7 summit เมื่อปี 2016 ค่ะ คือสถานีก็จะสวยและดูดีเป็นพิเศษเลย

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

ถึงเวลาดูตารางบัสไปโรงแรม Miyako Resort Okushima Aqua Forest โรงแรมที่เราจะพักกันในคืนนี้ค่า ตารางบัสอยู่ทางด้านขวาสุดเลย

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

รถบัสคันนี้แหละค่ะที่เราจะนั่งไปโรงแรมกัน ใช้เวลาประมาณ 25 นาที วิวระหว่างทางก็ดีมาก แถมยังผ่าน Shima Spain Village สวนสนุกสไตล์สเปนอีกด้วยจ้า ได้ข่าวว่าดีนะคะเพื่อนๆ

Hotel Miyako Resort Okushima Aqua Forest (都リゾート 奥志摩アクアフォレスト):โรงแรมที่เรียกได้ว่าครบครันในที่แห่งเดียว

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

โรงแรม Miyako Resort Okushima Aqua Forest เป็นโรงแรมที่ทาง booking.com ให้คะแนนถึง 8 คะแนน เพราะทางโรงแรมไม่ใช่แค่บริการแค่ที่พักเท่านั่น แต่ยังมีกิจกรมมต่างๆให้ผู้ที่เข้าพักได้ใช้เวลาพักผ่อนได้อย่างมีความสุขที่สุด

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

และภายในโรงแรมก็จัดแต่งสไตล์เรียบง่าย แต่แฝงไปด้วยความเรียบแต่หรู พนักงานยิ้มแย้มแจ่มใส ช่วยเหลือเสมอเมื่อเพื่อนๆเดินเข้าไปถามค่ะ

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

กิจกรรมที่หญิงว่านั้น มีทั้งพายเรือแคนู ขี้จักรยาน ตีกอล์ฟ และอื่นๆอีกมากมายเลยจ้า

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

และหลังจากที่เข้าไปดูห้องพักคืนนี้กันแล้ว หญิงอยากจะพาเพื่อนไปเดินชมสถานที่แช่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติหรือออนเซน พร้อมสระว่ายน้ำในร่มกันค่า

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

ภายในห้องจะเป็นเตียง 2 เตียง ห้องมีความกว้าง 37  ตารางเมตร ไม่ต้องกังวลเรื่องการวางกระเป๋าเดินทางเลยค่ะเพื่อนๆ อีกอย่างห้องนี้สามารถพักได้ทั้งหมด 3 คน โดยมีบริการเตียงเสริมค่ะ

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

ชมห้องกันเสร็จแล้ว อย่างที่บอกไว้ข้างต้นว่าจะพามาชมสถานที่แช่บ่อน้ำพุร้อนธรรมชาติ และสระว่ายน้ำในร่มกันค่ะ แต่ทว่าหญิงไม่สามารถที่จะถ่ายรูปด้านในได้ เพราะเป็นสถานที่ส่วนตัวไปหน่อยค่ะ แต่จะอธิบายให้ฟังว่า ออนเซนและสระว่ายน้ำที่นี้ใหญ่และสะอาดมาก มีเครื่องอาบน้ำ ห้องแต่งตัว ห้องอาบน้ำที่ถูกแบ่งโซนไว้อย่างดีเลยค่ะ

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

และจุดนี้เป็นจุดนั่งพักผ่อน โดยที่เพื่อนๆคนไหนสนใจเก้าอี้นวดไฟฟ้า ที่แห่งนี้ก็มีให้บริการนะคะ

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

หรือเพื่อนๆคนใดอยากจะทำสปาเพื่อความผ่อนคลาย และความสวยงาม ก็อย่าพลาดใช้บริการนะคะ

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

นอกจากจะมีสิ่งอำนวยความสะดวกที่ครบครันแล้ว ที่นี้ก็มีร้านขายของที่ระลึกขนาดใหญ่ และร้านเสริมสวยเปิดให้บริการอีกด้วยนร้า

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

หลังจากที่เราใช้บริการสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆอย่างสุขใจแล้ว ก็ถึงเวลาทานอาหารเย็นกันแล้วค่ะ ห้องอาหารชื่อว่า Hamanagi จ้า

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

ภายในห้องอาหาร Hamanagi มีความกว้างขวาง และสามารถจุคนได้จำนวนเยอะมากค่ะ อีกทั้งการจัดวางอาหารต่างๆก็มีการแยกประเภทได้อย่างเข้าใจง่าย

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

ที่สำคัญที่นี้เขามีเชฟมาจัดเตรียมอาหารให้เราสดๆกันตรงหน้าเลย เช่น สเต็กเนื้ออย่างดี และซูชิที่ปั้นให้ทานแบบสดๆกันไปเลย

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

และตรงนี้คือหอยอะวะบิ ที่มีความสด อร่อย หวาน กำลังดี กินกี่ตัวก็ไม่เลียนค่ะ สำหรับเพื่อนๆที่ชอบทานแล้วละก็ที่นี้คือสวรรค์เลยค่ะ เพราะมีหอยให้เลือกทานหลายประเภทเลย

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

ส่วนเมนูนี้ Ise Udon เป็นของขึ้นชื่อของเมืองอิเสะเลย เพราะตัวเสร็จมีความนุ่มที่เป็นแบบเฉพาะ คือไม่นิ่มจนเกินไป และไม่เหนียวจนเกินไป ส่วนตัวซอสโชยุนั่นก็ไม่ได้เค็มแบบที่คิดไว้ แต่รสชาติคือกลมกล่อมกำลังดี เข้ากันมาก ต้องลองค่ะ

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

และนี้คือเมนูชาบูชาบูค่า มีของให้เลือกเยอะมาก ที่สำคัญพอเราตักเครื่องเสร็จ พนักงานจะเดินมาจุดไฟให้เราที่โต๊ะจ้า

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

อาหารที่หญิงได้มาในมื้อนี้ แน่นอนว่าไม่ใช่แค่นี้แน่นอนค่ะ ยังมีตามมาอีกเยอะ อาหารที่นี้ของเขาอร่อยทุกอย่างจริงค่ะ ปกติการทานบุฟเฟ่ต์มักจะเจออาหารที่ไม่อร่อยเยอะพอสมควรนะคะ แต่ที่นี้ไม่ทำให้ผิดหวังเลย

 Taicya-tsuke(鯛茶漬け)

เมนูนี้เรียกว่า Taicya-zuke(鯛茶漬け)ขั้นตอนในการทาน คือคีบปลามาวางไว้บนข้าว แล้วเทน้ำชาพอประมาณ เมื่อเวลาทานจะได้รสชาติของปลาสดๆ ข้าวนุ่มๆ และน้ำซุปค่ะ

Zaku

ส่วนสาเกนี้เป็นสาเก Zaku ที่ถูกใช้เป็นส่วนหนึ่งในการประชุม G7 summit (Iseshima summit)ตอนอาหารกลางวันมื้อแรกค่ะ สาเก Zaku นั่นเป็นของเมือง Suzuka จังหวัดมิเอะจ้า

Tenmonkan

กินข้าวเสร็จแล้ว ตอนกลางคืนที่โรงแรมแห่งนี้ก็มีที่ให้ดูดาวที่ Tenmonkan แต่เฉพาะในวันที่ฟ้าเปิดเท่านั่นค่ะ หญิงจะพาเพื่อนๆไปดูดาวกันค่ะ แน่นอนว่าไม่ทำให้ผิดหวังแน่นอน

Tenmonkan

และนี้คือทางเดินเข้าไปดูดาวในครั้งนี้ ตบแต่งได้น่ารักมาก ที่สำคัญพี่คนที่ดูแลที่นี้เขามีคนเดียว และพี่เขาเป็นคนวาดกับมือเองเลย อีกอย่างเป็นนักดูดาวด้วยค่ะ ใจดีมาก ค่าชมก็ฟรี

Tenmonkan

นี้คือกล้องดูดาวของเราในวันนี้ หญิงโชคดีมากที่ตอนเช้าฝนตกแต่ตอนเย็นฟ้าเปิด ทำให้ได้ดูดาวเต็มท้องฟ้าเลย ถ้าจำไม่ผิดกล้องตัวนี้ราคากว่า 30 ล้านบาท มีเส้นผ่านศูนย์กลาง 50 เซนติเมตรเลยค่ะ

Misakinotenbodai (岬の展望台)

สวัสดีเช้าวันที่ 3ของการท่องเที่ยวครั้งนี้ค่ะเพื่อนๆ ตอนนี้หญิงกำลังพาเพื่อนๆไปเดินชมวิวรอบโรงแรมกันค่ะ ตรงนี้เรียกว่า Misakinotenbodai (岬の展望台) จ้า ทางเดิน เดินไม่ไกมากจากตัวโรงแรม ถือเป็นการออกกำลังกายตอนเช้า เดินประมาณ 7นาทีค่ะ

Misakinotenbodai (岬の展望台)

ถ้ามองออกไปก็ทะเลเลยค่ะ แต่ที่เห็นไม้ๆเยอะไปหมดตรงนั่น คือเขาเลี้ยงหอยจ้า วันนี้ท้องฟ้าเปิดสุดๆ วิวจึงดีมาก ด้านนี้เป็นด้านหลังของทางโรงแรมจ้า

Misakinotenbodai (岬の展望台)

ชมวิวยามเช้าแล้ว เรามาทานข้าวเช้ากันค่ะ ห้องอาหารเช้าคือห้องอาหาร Hamanagi ที่เดียวกับเมื่อคืนนี้เลย

Kintetsu Aquavilla Ise-shima

อาหารก็มีให้เลือกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นอาหารญี่ปุ่น หรืออาหารอิตาเลียนค่ะ แต่ขอหญิงน่าจะมั่วๆกัน ฮ่าๆ

Miyako Resort Okushima Aqua Forest (都リゾート 奥志摩アクアフォレスト)

ที่อยู่3238-1, Funakoshi, Daiou-cho, Shima City, Mie Prefecture 517-0604
วิธีเดินทางขึ้นรถไฟ Tokkyu จากสถานี Matsusaka เพื่อไปลงที่สถานี Kashikojima สามารถใช้บัตร Kintetsu Rail Pass Plus แต่ทว่าต้องซื้อตั๋ว Tokkyu เพิ่ม ในราคา 900 เยน หลังจากนั้นนั่งรถบัสของทางโรงแรมต่อประมาณ 28 นาที
เวลาทำการเช็คอิน 15:00 น. เช็คเอาท์ 11:00 น.
ราคาเริ่มต้นตั้งแต่ 16,000 เยน (พร้อมอาหารเช้าและอาหารเย็น)
โทรศัพท์0599-73-0001
Website Hotel Kintetsu Aquavilla Ise-shima

ดูแผนที่ Hotel Kintetsu Aquavilla Ise-shima

Yokoyama Tenbodai(横山展望台): จุดชมวิวแห่งความฝัน

Yokoyama Tenboudai

หลังจากที่เราถึงสถานี Ugata กันแล้ว เราก็นั่งรถแท็กซี่กันต่อประมาณ 10 นาที หากเพื่อนๆคนไหนรู้ สึกสตองมาก อาจจะเดินขึ้นเขาก็ได้นะ เพียง 30 นาทีเอง และแล้วเราก็เดินขึ้นมาถึง Yokoyama Tenboudai กันแล้วจ้า

Yokoyama Tenboudai

ที่ชมวิวแห่งนี้ถือว่าได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีผู้คนเดินทางมาเพื่อที่จะมารับชมความสวยงามของอ่าวอะโกะ

Yokoyama Tenboudai

และหากเพื่อนๆคนไหนอยากจะมองให้ไกลและกว้างกว่าเดิม ก็สามารถเดินขึ้นไปชั้น 2 ของร้านคาเฟ่ได้เลย

Yokoyama Tenboudai

เมื่อเราเดินมาเรื่อยๆ ก็จะมาเจอกับที่นั่งชิว ตรงนี้คนจะน้อยกว่าทางด้านนั้นค่ะ

Yokoyama Tenboudai

เมื่อมองออกไปเราจะเห็นเกาะน้อย เกาะนิดเต็มไปหมดเลย ส่วนอ่าวอะโกะที่เรามองอยู่ตอนนี้ เป็นอ่าวที่ มีชื่อเสียงเรื่องการเลี้ยงหอยมุกนะจ้ะ เห็นได้จากไม้ที่ลอยเป็นแพอยู่ตรงนั้นเลย

Yokoyama Tenbodai(横山展望台)

ที่อยู่875-20 Agochougata ,Shima-shi, Mie Prefecture 519-0602
วิธีเดินทางเดินทางจากสถานี Kashikojima เพื่อไปลงที่สถานี Ugata หลังจากนั้นนั่งแท็กซี่ต่อประมาณ 10 นาที หรือจากสถานี Shima-yokoyama แล้วเดินประมาณ 40 นาที

ดูแผนที่ Yokoyama Tenbodai

Kintetsu

ชมวิวเสร็จแล้วเราก็เดินทาง กลับสถานีเดิมค่ะเพื่อนๆ ช่วงที่หญิงมาเที่ยวนี้เป็นช่วงต้นเดือนมีนาคมค่ะ เด็กมัธยมศึกษาปีที่ 6 ก็มีการสอบเข้ามหาวิทยาลัยในที่ต่างๆ ทางบริษัท Kintetsu ก็มีความใส่ใจมากต่อนักเรียนที่เดินทางไปสอบ คือ มีดินสอนำโชคแจก จากศาลเจ้าที่มีชื่อเสียงเรื่องความสำเร็จค่ะ อะไรก็ผ่าน แน่นอนว่าหญิงหยิบมา 1 แท่ง

Kintetsu Rail  Pass Plus

เตรียมหยิบบัตร Kintetsu Rail Pass Plus ขึ้นมายังคะ เพราะตอนนี้เราจะเดินทางจากสถานี Ugata ไปที่สถานี Toba กันค่า

Tokyu

และนี้คือตั๋ว Tokkyu ของเราในวันนี้ ซึ่งราคาค่าตั๋ว Tokkyu นั่นอยู่ที่ราคา 510 เยน ใช้เวลาเดินทางประมาณ 26 นาที จ้าเพื่อนๆ

Toba (鳥羽駅)

มาถึงสถานี Toba (鳥羽駅) กันแล้วค่า ที่ต่อไปที่เราจะไปคือไปทานอาหารทะเลสดๆ กันที่ Ama Hachiman Kamado กันค่า แต่พอดีว่าต้องรอบัสนานหน่อย เลยมาเดินเล่นซื้อของทานบนสถานีโทบะ

Aburi Koiwashi

และแล้ว หญิงเดินไปเดินมา ก็เจอกับของดีของเด็ดในวันนี้ Aburi Koiwashi เป็นการนำปลาไปปรุงรสและต้มให้เดือดจนน้ำระเหยออกจนหมด ทำให้เนื้อปลาหวาน และเป็นของทานเล่นได้ดีเลยค่ะ

Ama Hachiman Kamado

ในที่สุดรถไป Ama Hachiman Kamado ก็มาแล้วค่า ตารางบัสสามารถดูได้ในเว็บไซต์เลยนะคะ ใช้เวลาเดินทาง 40 นาทีได้ค่ะ

Ama Hachiman Kamado(海女小屋のはちまんかまど): อาหารทะเลที่กระท่อมอะมะ ฮะชิมัง

Ama Hachiman Kamado

มาถึงแล้วค่ะกระท่อม Ama Hachiman Kamado ขออนุญาตเล่นมุขค่ะ อะมะ เอาม้ะ กินไหม อาหารทะเลสดๆ ปิ้งโดย อะมะ หรือ หญิงสาวแห่งท้องทะเลจังหวัดมิเอะ แฮะๆ

Ama Hachiman Kamado

พอรถบัสเราถึงนะคะเพื่อน คุณป้าอะมะก็จะมายืนต้อนรับ พร้อมถือธงชาติประเทศเราด้วยรอยยิ้มที่สดใสมาก และพอเราลงจากรถเดินเข้ามาในร้าน อาหารทะเลสดๆก็ได้เตรียมไว้เพื่อเราเรียบร้อยเลย

Ama Hachiman Kamado

พอเดินเข้ามาถึงห้องอาหารแล้ว คุณป้าจะจับเรานั่ง แล้วคุณป้าอะมะ ก็จะปิ้งๆอาหารทะเลต่อหน้าเรา พร้อมเสิร์ฟชาร้อนๆให้เราทานในระหว่างรอ ที่สำคัญคือ ซาชิมิปลาไทที่คุณป้าเสิร์ฟนั่น สดกว่าที่ใดที่หญิงเคยทานมาเลย

Ama Hachiman Kamado

ความหอยสดนี้ ได้จากที่ใดมาเล่า หญิงมีความรู้สึกว่าอาหารทะเลที่นี้สด สดประมาณว่าจ้างวานชี้ไปที่ทะเล แล้วป้าก็ไปเก็บมา แล้วโยนขึ้นเตาถ่านเลย พูดได้เลยค่ะว่าสวรรค์มาก

Ama Hachiman Kamado

และแล้วหญิงก็มีเรื่องเล่ามาจากคุณป้าท่านนี้ค่ะ ท่านอายุจะเก้าสิบแล้ว แต่แข็งแรงมาก ป้าอะมะเล่าให้หญิงฟังว่า คนไทยมา เขาเอาน้ำจิ้มไรไม่รู้เขียวๆมากินด้วย ป้างง ป้าถามไอเขียวๆ มันใช่ต้นหอมหรือเปล่า 5555 หนูอยากให้คุณป้าชิมแทนคำตอบหญิงมากค่ะ สุดท้ายสิ่งเขียวๆนั่นคือ น้ำจิ้มซีฟู้ดบ้านเราเองค่า

Ama Hachiman Kamado

หอยหลักที่คุณป้าจะนำมาเสิร์ฟ ก็จะเป็น หอยเชลล์ หอยตาวัว หอยนางลม นอกจากหอยแล้ว คุณป้าก็จะเสิร์ฟ ซาชิมิ ปลาไท ผักดอง ข้าวสวย เครื่องเขียง อาหารทะเลก็จะตามฤดูกาลค่ะ ทำให้เปลี่ยนชนิดหอยไปเรื่อยๆ ไม่ว่าจะ หอยเป๋าฮื้อ ก็มีนร้า หอยลายก็มา

Ama Hachiman Kamado

ยูสุ ไซเดอร์ขวดนี้ดีมาก คือหวานกำลังพอดี เหมาะกับการกินกับหอย ขวดละ 300 เยนค่า

Ama Hachiman Kamado

พร้อมทานหอยสดๆจากเตายังคะเพื่อนๆ

Ama Hachiman Kamado

สามทหารเสือ ผู้เสียสละในวันนี้

Ama Hachiman Kamado

คุณป้าผู้ยิ้มแย้มสดใส อายุจะเก้าสิบและ แฟนคุณป้าอายุเลยเก้าสิบไปและ เรื่องเล่าคุณป้านี้เป็นตำนานได้เลย ที่ป้าอายุยืนเพราะแกคงมีความสุขกับชีวิตเนอะ

Ama Hachiman Kamado

น้ำซุปนี้พลาดไม่ได้เลยค่ะ น้ำซุบนี้พิเศษคือ เป็นมิโซะที่ไม่ข้น ดื่มแล้วคล่องคอมาก อีกอย่างปูที่ใส่มา ก็สดกรอบ หวานมาก ที่สำคัญกว่านั่น สาหร่ายที่ใส่มีรสสัมผัสที่อร่อยไม่เหมือนที่อื่นและร้านทั่วไป เป็นสาหร่ายที่เก็บจากอิเสะโดยเฉพาะ เรียกว่า aosa ค่า

Ama Hachiman Kamado

ปิ้งต่อหน้ากันแบบนี้เลย เสียงเดือดมันก็จะไพเราะมากๆ จ้า

Ama Hachiman Kamado

ราคาก็เริ่มประมาณ 2,160-9,720 เยนกันเลยทีเดียว เขามีให้หลายเซตให้เลือก ตามน้ำหนักกระเป๋าเรา ไม่ใช่สิ ตามความต้องการของผู้บริโภคอย่างเราค่ะ

Ama Hachiman Kamado

หลังจากคุณป้าอะมะปิ้งหอยเสร็จ และหญิงก็ทานเสร็จแล้ว คุณป้าผู้ยิ้มแย้มแจ่มใสก็มาแต่งตัวให้หญิงเป็นอะมะ แล้วก็จับหญิงไปเต้นรำพื้นบ้าน เป็นการย่อยอาหารค่ะ 55555 มีความสุขมาก คล้ายเซิ้งบ้านเราเลย ถนัดค่ะ

Ama Hachiman Kamado

และแล้วก็ได้เวลาไปที่ต่อไปแล้วค่ะ แต่ติดอยู่ที่ว่าเมื่อกี่เต้นเยอะไปหน่อยค่ะ เห็นอะไรไม่รู้อยู่ในมุ้ง อยากทานอีกมากค่ะ ติดใจ

Ama Hachiman Kamado

พอเรากำลังเคลื่อนรถออก คุณป้าก็มาบะบาย พร้อมธงชาติประเทศไทยเหมือนเดิม น่ารักมากค่ะ มาที่นี้แล้วจะไม่ผิดหวังแน่นอน

Ama Hachiman Kamado(海女小屋のはちまんかまど)

ที่อยู่819 Asari-hama, Osatsu-cho,Toba-shi,Mie Prefecture 517-0032
วิธีเดินทางจากสถานี Ugata (鵜方駅)เดินทางไปที่สถานี Toba(鳥羽駅) หลังจากนั่นนั่งรถของทางร้าน Hachiman Kamado ประมาณ 40 นาที
เวลาทำการ10.00 – 16.30 น. ระยะเวลาให้บริการแบ่งออกเป็นวันละ 3 รอบ ได้แก่ 12.00 – 13.15 น. ,13:30-14.45 น.และ 15.00 – 16.15 น.
ราคาขึ้นอยู่กับแต่ละเซต / Tea Time Set 2,160-3,240 เยน / standard set 3,780-5,400เยน / Deluxe Set (กุ้งล็อบสเตอร์ หรือ หอยเป๋าฮื้อ) 6,480- 7,560 เยน / Luxury Set 8,640-9,720 เยน
โทรศัพท์059-933-1023(ควรจองไว้ก่อน )
Website Amakoya

ดูแผนที่ Ama Hachiman Kamado

Shinmei Jinja (神明神社): ศาลเจ้าเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์

Shinmei Jinja

ศาลเจ้าแห่งนี้มีชื่อเรียกว่า Shinmei Jinja เป็นศาลเจ้าเทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์ เรียกอีกชื่อหนึ่งว่า “อิชิกามิ-ซัง” โดย “อิชิกามิ” หมายถึงเทพเจ้าแห่งหิน

Shinmei Jinja

ซึ่งในจังหวัดมิเอะนี้มีศาลของเทพเจ้าอยู่หลายองค์ และองค์ที่สำคัญที่สุดคือ อะมาเทระสึ เทพธิดาแห่งดวงอาทิตย์ หรือศาลเจ้าแห่งนี้นี่เองค่ะ

Shinmei Jinja

อิชิกามิมีชื่อเรียกอีกชื่อหนึ่งว่า ทามาโยริ ฮิเมะ-โนะ มิโคโตะ ซึ่งผู้พิทักษ์สตรีที่ทำให้สมหวัง อะมะทั้งหลายก็ให้ความนับถือ อิชิกามิ เป็นอย่างมาก แน่นอนว่าหญิงก็ไปขอพรมาค่ะ

Shinmei Jinja (神明神社)

ที่อยู่1237 Osatsu-cho, Toba-shi, Mie Prefecture 517-0032
วิธีเดินทางเดินจาก Ama Hachiman Kamado เพียง 15 นาที ขับรถเพียง 5 นาที
ราคาเดินจาก Ama Hachiman Kamado เพียง 15 นาที ขับรถเพียง 5 นาที
โทรศัพท์0599-33-7453

Toba Observatory (鳥羽展望台): จุดชมวิวมหาสมุทรแปซิฟิก

Shinmei Jinja

Toba Observatory หรือจุดชมวิวโทบะ สามารถมองเห็นหมาสมุทรแปซิฟิก ได้อย่างชัดเจน และจากจุดๆนี้เราก็สามารถเห็นเรือสำราญ เรือใหญ่ๆ แล่นไปแล่นมาให้ได้แปลกตามากค่ะ

Shinmei Jinja

ถ้าเพื่อนสังเกตุดีๆ ขอบฟ้า และเส้นของทะเลจะไม่เป็น ขีดเส้นตรง แต่เป็นเส้นโค้งๆ ด้วยเส้นสีฟ้าลมุนๆ ที่มีความเข้มของสีฟ้าเข้มของน้ำทะเล และสีฟ้าอ่อนของท้องฟ้า จุดชมวิวจุดนี้มีความสูงจากน้ำทะเล 163 เมตร สามารถที่จะมาดูพระอาทิตย์ขึ้นได้ด้วยนะคะ

Shinmei Jinja

ที่มากกว่านั่น ที่จุดชวิวโทบะ ก็มีร้านอาหาร ขนม เครื่องดื่ม ให้เพื่อนๆได้ทานไปพร้อมกับชมวิวไปด้วย ถือเป็นที่ที่ควรมาจริงๆค่ะ

Toba Observatory (鳥羽展望台)

ที่อยู่3-3 Otake, Kusaki-cho , Toba-shi, Mie prefecture 517-0031
วิธีเดินทางจากศาลเจ้า Shinmei Jinja เดินทางโดยรถ ใช้เวลา 13 นาที
โทรศัพท์0599-33-6201

ดูแผนที่ Toba Observatory

Toba Aquarium (鳥羽水族館): ที่นี้มีนางเงือก

Toba Aquarium

และแล้วเราก็มาถึงสถานที่ท่องเที่ยวที่สุดท้ายของทริปนี้กันแล้วค่ะเพื่อนๆ หญิงพาเพื่อนๆมาที่ Toba Aquarium พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่เขาบอกว่ามีนางเงือกตัวจริงค่ะ

Toba Aquarium

ก่อนเข้าชมพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำ เราก็ต้องซื้อบัตรเข้าชมค่ะ แต่อยากจะบอกเพื่อนๆว่า พอเรามีบัตร Kintetsu Rail Pass Plus ทำให้เราซื้อบัตรเข้าชมได้ในราคา 2,400 เยนจาก 2,500 เยนค่ะเพื่อนๆ

Toba Aquarium

และตรงนี้ก็เป็นทะเลข้างๆพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำค่ะ ทางพนักงานบอกว่าจะมีปลาและมีน้ำโลมามาว่ายเล่นแถวนี้เพื่อมาหาอาหารบ่อยมากค่ะ หญิงเห็นไปแค่ครีบอย่างเดียว ก็รู้สึกตื่นเต้นแล้วค่ะ

Toba Aquarium

ในที่สุดเราก็เข้ามาในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของโทบะแล้วค่ะ ขอบอกเลยว่าว้าวค่ะเพื่อนๆ ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะอนุรักษ์พันธุ์สัตว์น้ำไว้มากที่สุดในญี่ปุ่นค่ะ

Toba Aquarium

ที่นี่เป็นที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่อนุรักษ์พันธุ์พยูนไว้ หรือพี่นางเงือกของเรานั่นเองแหละค่ะ

Toba Aquarium

ถ้าเพื่อนๆมองดีๆ จุดนี้สวยมากค่ะ เพราะตู้ปลาและแสง สะท้อนลงที่พื้นกระเบื้องพอดีเลย นี้ถ้าพี่พนักงานไม่บอกหญิง หญิงก็ไม่รู้ค่ะ

Toba Aquarium

ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำแห่งนี้ ไม่ได้กำหนดทิศทางในการเดินของเราค่ะ ดังนั่นเพื่อนๆสามารถเดินไปไหนมาไหนเองได้ตามสบายเลยค่ะ ว่าอยากจะเจอสัตว์น้ำในทะเลตัวไหนก่อน

Toba Aquarium

ตอนนี้เรามาอยู่กันที่จุดมาดู A มาดูพี่สิงโตทะเลตัวใหญ่มาก กินข้าวกันค่ะ พี่ตัวนี้เขาจะปีนๆขึ้นไป ไปทานแล้วอาหาร แล้วก็จะกระโดดลงมา น้ำกระจายหมดเลยค่ะ

Toba Aquarium

มองดีดี ตัวใหญ่กว่าคนให้อีกค่ะ เพื่อนๆสามารถดูสิงโตทะเล ได้แบบชัดๆ ตรงอุโมงค์ทางเดินใสๆนี้ได้ด้วย เจ๋งสุดๆไปเลย

Toba Aquarium

ที่ต่อไปที่หญิงจะพาเพื่อนๆไปคือ แม่น้ำในญีปุ่น คือ จุดนี้อยู่ที่ จุด J จำลองสภาพแวดล้อมริมฝั่งของแม่น้ำในญีปุ่นรวมถึงน้ำตกและแก่งต่างๆด้วยค่ะ

Toba Aquarium

มาลองเอามือลงไปในน้ำดูสิคะ ขึ้นมานี้มือสะอาดเลยค่ะเพื่อนๆ เพราะเรามีพี่ปลา คอยทำความสะอาดให้ค่ะ

Toba Aquarium

และจุดๆนี้คือ ไฮไลท์ของงานเลยค่ะเพื่อนๆ เวทีโชว์สิงโตทะเล ภายใต้หัวข้อการสื่อสารระหว่างสัตว์กับมนุษย์ คือว่าน้องเก่งและฉลาดมากค่ะ

Toba Aquarium

เราไปชมน้องโชว์กันเลยค่ะเพื่อนๆ อิอิ น้องรอดห่วงได้ด้วย

Toba Aquarium

Toba Aquarium

น้องเตะบอลค่ะ น่าจะส่งไปชิงแชมป์

Toba Aquarium

Toba Aquarium

น้องทำหน้าพริ้มค่ะเพื่อนๆ ตบมือค่า

Toba Aquarium

ต่อไปเราจะไปกันที่จุด E ค่ะ ไปชม ทะเลของอิเสะชิมะ และทะเลรอบๆญี่ปุ่นกัน

Toba Aquarium

พี่ตัวนี้คือโลมาหัวบาตรหลังเรียบนั่นเอง เวลาว่ายชนแสงเป็นอะไรที่สวยและมีเสน่ห์น่ามองมากค่ะ

Toba Aquarium

นอกจากจะมีการแสดงโชว์สิงโตทะเลแล้ว ก็ยังมีพาเหรดเพนกวิน และการแสดงของวอลรัลด้วยนะคะ

Toba Aquarium

และจุดนี้ก็ถือว่าเป็นไฮไลท์อีกจุดเลยค่ะ จุด H จ้า เพราะว่าอะไรนะหรอคะ

Toba Aquarium

พี่คนสวยคนนี้เขาคือทะเลนางเงือกค่ะ หรือพะยูนนั่นเอง เป็นสัตว์ทะเลที่เป็นต้นแบบของนางเงือกในตำนาน ที่พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะคือสถานที่แห่งเดียวในญี่ปุ่นที่เพื่อนๆจะได้ชมสิ่งมีชีวิตที่แสนพิเศษตัวนี้ค่ะ

Toba Aquarium

ยังไงๆก็ต้องแวะมาหาน้อง นากทะเลด้วย เป็นสัตว์น้ำที่มีความขี้เล่นมาก

Toba Aquarium

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำโทบะ ได้รวบรวมสัตว์ที่ได้รับความนิยมจากทะเลและแหล่งน้ำต่างๆจากทุกมุมโลกกว่า 1,200 ชนิด รวมทั้งสัตว์หายากด้วยนะคะ และตอนนี้เราก็อยู่กันที่จุด L ค่ะเพื่อนๆ มาดูน้องๆโลมาคอมเมอร์สันว่ายน้ำเล่นลูกบอลค่ะ

Toba Aquarium

นอกจากจุดที่หญิงพาเพื่อนๆไปชมกันแล้ว ยังมีอีกหลายจุดที่น่าชมด้วยเหมือนกันนะคะ เพราะที่พิพิธภัณฑ์โทบะแห่งนี้มีถึง 12 โซน ให้เพื่อนๆได้ชมตามสบายและสัมผัสกับความน่ารักของสัตว์ต่างๆได้อย่างแน่นอนค่ะ

Toba Aquarium (鳥羽水族館)

ที่อยู่3-3-6 Toba, Toba-shi , Mie Prefecture 517-8517
วิธีเดินทางจากสถานี Toba เดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการ9.00 – 17.00 น. (ยกเว้นระหว่าง 20 ก.ค. ถึง 31 ส.ค. เปิดทำการ 8.30- 17.30 น.) เปิดให้เข้าชมเป็นกลุ่มสุดท้ายก่อนเวลาปิดทำการ 1 ชั่วโมง
ราคาเมื่อถือบัตร kintetsu Rail Pass Plus ผู้ใหญ่จากราคา 2,500 เยน เหลือ 2,400 เยน /เด็กอายุ 7-15 ปี จากราคา 1,250 เยน เหลือ 1,200 เยน / เด็กอายุ 3-6 ปี จากราคา 630 เยน เหลือเพียง 600 เยน
โทรศัพท์0599-25-2555
Website Toba Aquarium

ดูแผนที่ Toba Aquarium

Tokyu

ถึงเวลากลับนาโกย่ากันแล้วค่ะเพื่อนๆ ทุกการเดินทางมีการเริ่มต้น และมีปลายทางเสมอเนอะค่ะ เราจะนั่งรถไฟ Tokkyu จากสถานี Toba (鳥羽駅) ไปลงที่สถานี Kintetsu Nagoya (近鉄名古屋) โดยจะใช้เวลา 1 ชั่วโมง 37 นาทีค่ะ

Tokyu

และแน่นอนว่าเราอย่าลืมซื้อตั๋วรถไฟ Tokkyu ไว้ด้วยนะคะ ตั๋วจากสถานี Toba (鳥羽駅) ไปลงที่สถานี Kintetsu Nagoya (近鉄名古屋)อยู่ราคา 1,320 เยนค่ะ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ

ข้อสรุป

ในที่สุดการเดินทางครั้งนี้ก็จบลงได้อย่างสวยงาม แถมยังคุ้มอีกต่างหากเพราะเรามีบัตร Kintetsu Rail Pass Plus ที่เป็นทั้งบัตรโดยสาร และบัตรส่วนลดต่างๆให้อีกด้วย ซึ่งเพื่อนคนไหนต้องการเปิดแหล่งท่องเที่ยวใหม่ ก็อย่าลืมจังหวัดมิเอะนร้า เพราะสถานที่ท่อง เที่ยวของเขาดีจริง ตอนนี้นักท่องเที่ยวก็ยังน้อยมากด้วย ซึ่งแน่นอนว่าจังหวัดมิเอะไม่ได้มีแค่สถานที่ ท่องเที่ยวที่หญิงแนะนำไปเท่านั่น ยังมีอีกหลายที่เลย ฝากจังหวัดมิเอะไว้ในใจเพื่อนๆ และฝากบทความนี้ด้วยนร้า สวัสดีค่ะ