คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
17%
17%
15%
อุสึโนะมิยะเป็นเมืองที่เหมาะสำหรับการท่องเที่ยวแบบชิลๆ ที่ผสมผสานเสน่ห์ของเมืองท้องถิ่นเข้ากับวัฒนธรรมญี่ปุ่นได้อย่างลงตัว โดดเด่นทั้งเรื่องอาหารขึ้นชื่อ บรรยากาศที่ไม่วุ่นวาย และสถานที่ท่องเที่ยวที่มีเอกลักษณ์ เหมาะสำหรับคนที่อยากสัมผัสอีกมุมของญี่ปุ่นนอกเหนือจากเมืองท่องเที่ยวยอดนิยม พร้อมใช้เวลาเดินเที่ยว กินของอร่อย และซึมซับบรรยากาศแบบสบาย ๆ กันได้ที่เมืองนี้กัน
อุสึโนะมิยะ เป็นเมืองหลักของจังหวัดโทจิงิตั้งอยู่ทางเหนือของโตเกียว ห่างออกไปเพียงประมาณ 100 กิโลเมตร นั่งชินคันเซนจากโตเกียวไม่ถึงชั่วโมงก็ถึง แต่บรรยากาศกลับเปลี่ยนไปคนละเรื่อง จากเมืองหลวงที่วิ่งกันไม่หยุด กลายเป็นเมืองรองจังหวะช้าลง ถนนกว้าง คนไม่พลุกพล่าน แต่ก็ไม่ได้เงียบเหงาแบบชนบท เพราะยังมีห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร และไลฟ์สไตล์คนเมืองครบครัน
จุดขายที่ทำให้อุสึโนะมิยะต่างจากโตเกียว หรือนิกโก้ ที่อยู่ใกล้กันคือความเป็นเมือง “กินเที่ยวได้ทั้งวันโดยไม่ต้องเร่งรีบมากนัก” มีของกินขึ้นชื่อระดับประเทศอย่างเกี๊ยวซ่า มีเหมืองหินโบราณอย่างเหมืองโอยะ (Oya Stone) ที่ดูไม่เหมือนที่ไหนในญี่ปุ่น และมีวัฒนธรรมดนตรีแจ๊สกับบาร์ค็อกเทลที่สั่งสมมาหลายสิบปีจนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว พูดง่าย ๆ คือเป็นเมืองที่เหมาะกับคนที่แวะมาระหว่างทริปโตเกียว-นิกโก้แล้วอยากได้ประสบการณ์ที่ไม่ซ้ำกับสองเมืองนั้น
“อุสึโนะมิยะเป็นเมืองที่ไม่จำเป็นต้อง “วิ่งเก็บแลนด์มาร์ก” ให้ครบ เพราะเสน่ห์อยู่ที่การค่อย ๆ เดิน กินของอร่อย และแวะดูชีวิตคนท้องถิ่นระหว่างทาง”

ถือว่าเป็นอีกเมืองน่าเที่ยวของจังหวัดโทจิงิที่มีเสน่ห์มากกว่าการเป็นเมืองทางผ่าน โดดเด่นทั้งเกี๊ยวซ่าอุสึโนะมิยะ ของกินขึ้นชื่อที่สายกินไม่ควรพลาด, Oya Stone หินท้องถิ่นสุดเป็นเอกลักษณ์, วัดและศาลเจ้าเก่าแก่ รวมถึงบรรยากาศเมืองที่ผสมผสานวัฒนธรรม ประวัติศาสตร์ และธรรมชาติได้อย่างลงตัว ใครอยากสัมผัสญี่ปุ่นในมุมที่ต่างจากโตเกียวและเมืองท่องเที่ยวยอดฮิต อุสึโนะมิยะคืออีกจุดหมายที่น่าลองแวะมาเที่ยวสักครั้ง!
เกี๊ยวซ่า (Gyoza) — เมืองที่คนญี่ปุ่นเองยกให้เป็นเมืองหลวงแห่งเกี๊ยวซ่า มีร้านเก่าแก่และร้านเฉพาะทางกระจายอยู่ทั่วเมือง
Oya Stone และ Oya History Museum — เหมืองหินใต้ดินขนาดมหึมาที่ถูกใช้เป็นฉากถ่ายหนังและมิวสิกวิดีโอมาแล้วหลายเรื่อง อุณหภูมิใต้ดินเย็นตลอดปี
ศาลเจ้า Futaarayama — ศาลเจ้าเก่าแก่อายุกว่า 1,600 ปี ที่เป็นต้นกำเนิดชื่อเมือง อุสึโนะมิยะ
วัฒนธรรมแจ๊สและค็อกเทล — เมืองที่ผลิตนักดนตรีแจ๊สระดับโลกอย่าง Sadao Watanabe และมีบาร์ค็อกเทลที่เคยได้แชมป์ระดับประเทศ
LRT สายแรกของญี่ปุ่นในรอบ 75 ปี — รถรางสมัยใหม่ที่เพิ่งเปิดให้บริการ เป็นของแปลกที่หาดูที่อื่นไม่ได้
อุสึโนะมิยะเหมาะกับคนที่อยากเที่ยวญี่ปุ่นแบบสบาย ๆ ชอบ อาหารท้องถิ่น ประวัติศาสตร์ วัฒนธรรม และบรรยากาศเมืองที่ไม่พลุกพล่านเกินไป รวมถึงคนที่อยากลองเที่ยวเมืองรองนอกเส้นทางยอดนิยม แต่หากเป็นสายเที่ยวที่ต้องการแลนด์มาร์กขนาดใหญ่ ช้อปปิ้งแบบจัดเต็ม หรือสถานที่ท่องเที่ยวจำนวนมากในพื้นที่เดียว อาจรู้สึกว่าเมืองนี้มีตัวเลือกไม่มากนัก อย่างไรก็ตาม ด้วยระยะทางที่เดินทางจากโตเกียวได้ไม่ยาก อุสึโนะมิยะจึงเหมาะมากสำหรับการจัดเป็น Day Trip 1 วัน หรือแวะเที่ยวระหว่างทริปโทจิงิได้เลย
เหมาะมากสำหรับ
ข้อควรระวัง
“ลองตั้งโจทย์ง่าย ๆ ว่า “วันนี้ขอเที่ยวแบบคนเมืองโทจิงิ” แล้วปล่อยเวลาให้เดินช้าลงอีกนิด เมืองนี้จะสนุกขึ้นกว่าการพยายามเช็กอินให้ครบทุกจุด”
การเดินทางแบบ Day trip จาก Tokyo ทำได้สบายมาก เพราะนั่งชินคันเซนไม่ถึงชั่วโมง ถ้ามีเวลาแค่ครึ่งวันถึง 1 วันเต็ม ก็เห็นไฮไลต์หลักได้ครบ ทั้งกินเกี๊ยวซ่า เดินเมือง และแวะ Oya ได้ในทริปเดียว แต่ถ้าอยากลองบรรยากาศบาร์แจ๊สตอนกลางคืน หรืออยากเที่ยวต่อที่นิกโก้ในเช้าวันถัดไปแบบไม่ต้องรีบ การพัก 1 คืนที่อุสึโนะมิยะ จะช่วยให้ทริปราบรื่นกว่า ไม่ต้องคำนวณเวลารถไฟเที่ยวสุดท้ายไปอีก
สถานที่ท่องเที่ยวในอุสึโนะมิยะ แบ่งได้เป็น 3 กลุ่มหลัก คือ จุดในตัวเมืองที่เดินหรือนั่งรถไม่กี่นาทีถึง, โซน Oya ที่อยู่นอกเมืองแต่เดินทางง่าย และประสบการณ์กลางคืนแบบแจ๊ส-ค็อกเทลที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะของเมืองนี้ การจัดกลุ่มแบบนี้ช่วยให้วาง Route ได้ง่ายขึ้น แทนที่จะขับรถวนไปวนมา

ตัวเมืองอุสึโนะมิยะมีสถานที่ท่องเที่ยวหลากหลาย เหมาะกับการเดินเที่ยวแบบสบาย ๆ ตั้งแต่แหล่งวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ อาคารเก่าแก่ พื้นที่ศิลปะ ไปจนถึงย่านร้านอาหารและคาเฟ่ที่มีบรรยากาศเป็นกันเอง จุดเด่นคือสามารถสัมผัสเสน่ห์ของเมืองผ่านวิถีชีวิตท้องถิ่นได้ง่าย และยังเดินทางเชื่อมต่อสถานที่ต่าง ๆ ได้สะดวก จึงเหมาะสำหรับจัดเป็นทริปสั้น ๆ หรือแวะเที่ยวระหว่างเดินทางในจังหวัดโทจิงิ
ศาลเจ้า Futaarayama (二荒山神社)
เป็นศาลเจ้าเก่าแก่ใจกลางเมืองอุสึโนะมิยะ ตั้งอยู่บนเนินเขาที่มองเห็นเมืองโดยรอบ โดดเด่นด้วยบรรยากาศสงบและสถาปัตยกรรมแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม เป็นสถานที่ที่สะท้อนทั้งประวัติศาสตร์และความเชื่อของท้องถิ่น เหมาะสำหรับแวะสักการะ ขอพร และสัมผัสบรรยากาศญี่ปุ่นแบบดั้งเดิมท่ามกลางเมืองสมัยใหม่ สามารถเดินจากสถานี JR อุสึโนะมิยะ ประมาณ 15 นาที หรือนั่งรถบัส 5 นาที ขึ้นบันได 95 ขั้นไปไหว้ที่ศาลเจ้าหลัก ใช้เวลาเที่ยวประมาณ 30-45 นาทีเท่านั้น

สวนซากปราสาทอุสึโนะมิยะ (宇都宮城址公園) เป็นพื้นที่ประวัติศาสตร์ที่ตั้งอยู่บริเวณอดีตปราสาทอุสึโนะมิยะ ปัจจุบันได้รับการปรับให้เป็นสวนสาธารณะสำหรับพักผ่อนและเดินชมบรรยากาศ จุดเด่นคือซากกำแพงดินและเนินปราสาทที่ยังคงหลงเหลือให้เห็น พร้อมพื้นที่สีเขียวที่ช่วยให้สัมผัสเรื่องราวของเมืองในอดีตได้อย่างเรียบง่าย เหมาะสำหรับแวะเดินเล่นและชมวิวเมืองแบบสบายๆ ใช้เวลาประมาณ 30 นาที นอกจากนั้นที่นี่ยังเป็นสถานที่จัดงานเทศกาลใหญ่ประจำของเมืองด้วย
หอคอยอุสึโนะมิยะ และสวน Hachimanyama
เป็นอีกจุดชมวิวและพักผ่อนยอดนิยมของเมืองอุสึโนะมิยะ ตั้งอยู่ท่ามกลางพื้นที่สีเขียวบนเนินเขา ให้บรรยากาศร่มรื่นและสามารถชมทิวทัศน์ของเมืองจากมุมสูงได้ ไฮไลต์คือการขึ้นไปชมวิวบนหอคอย พร้อมเดินเล่นในสวนที่มีธรรมชาติและบรรยากาศผ่อนคลาย เหมาะสำหรับแวะพักจากการเที่ยวในตัวเมืองและเก็บภาพสวย ๆ ของอุสึโนะมิยะ
ถนน Baba-dori
เป็นย่านใจกลางเมืองที่เต็มไปด้วยร้านอาหาร ร้านค้า และบรรยากาศคึกคัก โดยเฉพาะร้าน เกี๊ยวซ่า เมนูขึ้นชื่อของอุสึโนะมิยะที่มีให้เลือกชิมกันอย่างหลากหลาย อีกทั้งยังอยู่ไม่ไกลจากศาลเจ้า Futaarayama จึงเหมาะสำหรับเดินเที่ยว แวะชิมของอร่อย และสัมผัสบรรยากาศเมืองแบบท้องถิ่นในทริปเดียว

Oya Stone และ Oya Museum
Oya Stone คือหินภูเขาไฟเนื้ออ่อนที่ขุดในพื้นที่ Oya มาตั้งแต่สมัยเอโดะ ใช้เป็นวัสดุก่อสร้างทั่วญี่ปุ่น สิ่งที่ทำให้ Oya โด่งดังคือ Oya History Museum (大谷資料館) พิพิธภัณฑ์ที่เปลี่ยนเหมืองหินใต้ดินขนาดเท่าสนามฟุตบอลหลายสนามให้เป็นพื้นที่จัดแสดง อุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีอยู่ที่ราว 8°C แต่ตามฤดูจะต่างกันชัดเจน หน้าร้อนอยู่ที่ราว 10-14°C (เย็นกว่าข้างนอกมาก เหมาะเป็นจุดหลบร้อน) ส่วนหน้าหนาวอาจลดต่ำถึง 1.5-4.5°C ซึ่งบางวันหนาวกว่าอากาศข้างนอกเสียอีก จึงควรพกเสื้อกันหนาวหรือถุงมือติดตัวไปทุกฤดู ไม่ใช่แค่หน้าร้อน
ค่าเข้าชม: ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็กประถม-มัธยมต้น 400 เยน (ราคาปรับขึ้นตั้งแต่เดือนเมษายน 2026 ควรเช็กราคาล่าสุดอีกครั้งก่อนไป)
เวลาเปิด: เดือนเมษายน-พฤศจิกายน 9:00-17:00 (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:30), เดือนธันวาคม-มีนาคม 9:30-16:30 (เข้าชมรอบสุดท้าย 16:00) ปิดทุกวันอังคารในช่วงฤดูหนาว
เดินทาง: จากสถานี JR หรือ Tobu อุสึโนะมิยะ นั่งรถบัสสาย “Oya-Tateiwa” ประมาณ 20-30 นาที ลงป้าย “Shiryokan-iriguchi” แล้วเดินต่ออีกราว 5 นาที
เคล็ดลับ: ใกล้กันมี Oya Kannon (大谷観音) และรูปปั้น Heiwa Kannon (平和観音) สูงกว่า 20 เมตรแกะจากหน้าผาหิน ถ่ายรูปคู่กันได้ในทริปเดียว ควรเผื่อเวลาโซนนี้รวมประมาณ 1.5-2 ชั่วโมง
“ความรู้สึกตอนเดินจากอากาศข้างนอกเข้าไปในเหมืองต่างกันชัดเจนมาก ใครขี้หนาวควรพกเสื้อคลุมบาง ๆ ไว้ใกล้มือ จะเที่ยวได้เพลินกว่าเยอะ”

อุสึโนะมิยะ มีชื่อมาจากศาลเจ้า Futaarayama โดยตรง ในฐานะ “ichinomiya” หรือศาลเจ้าอันดับหนึ่งของแคว้น Shimotsuke ที่แม่ทัพชื่อดังอย่าง Minamoto no Yoritomo และ Tokugawa Ieyasu เคยมาสักการะขอชัยชนะ ภายในวัดมีสุนัขพิทักษ์เหล็กและหมวกนักรบโบราณที่ขึ้นทะเบียนเป็นสมบัติทางศิลปะของชาติ
อีกจุดที่ช่วยต่อภาพประวัติศาสตร์เมืองคือ Oya Kannon ที่กล่าวถึงข้างต้น ซึ่งเป็นพระพุทธรูปแกะสลักจากหน้าผาหินที่เก่าแก่ที่สุดแห่งหนึ่งของญี่ปุ่น ไปเยือนทั้งสองที่ในทริปเดียวก็เห็นทั้งด้านศาสนาชินโตและพุทธที่หล่อหลอมเมืองนี้มา

สิ่งที่หลายคนไม่รู้คือ อุสึโนะมิยะ ถูกเรียกว่า “เมืองแห่งแจ๊ส” อย่างเป็นทางการโดยเทศบาลเมืองเอง เพราะเป็นบ้านเกิดของนักแซ็กโซโฟนระดับโลกอย่าง Sadao Watanabe และ Haruhiko Takauchi มีชมรมดนตรีแจ๊สและบาร์ที่เปิดการแสดงสดกระจายอยู่ทั่วเมือง บางร้านเปิดมานานกว่า 40-45 ปี
ควบคู่กันคือวงการค็อกเทล เมืองนี้มีบาร์เทนเดอร์ที่เคยคว้าแชมป์การแข่งขันค็อกเทลระดับประเทศและระดับโลกมาแล้ว จนได้รับฉายาเป็น “เมืองแห่งค็อกเทล” อีกฉายาหนึ่ง ถ้ามีเวลาช่วงค่ำ ลองเดินเข้าไปในบาร์แถวสถานี Tobu อุสึโนะมิยะ หรือย่าน Higashi-Shukugo ดูสักร้าน จะได้เห็นอีกด้านของเมืองที่ต่างจากภาพเมืองเกี๊ยวซ่าโดยสิ้นเชิง เหมาะกับคนที่เดินทางมาเป็นคู่หรือผู้ใหญ่ที่อยากได้ค่ำคืนสงบ ๆ แบบไม่ต้องเร่งรีบ
“ถ้าเที่ยว อุสึโนะมิยะ จนถึงค่ำ อย่าเพิ่งรีบตัดสินเมืองจากภาพตอนกลางวัน เพราะหลังพระอาทิตย์ตก บรรยากาศของเมืองจะเปลี่ยนเป็นอีกโหมดหนึ่งเลย”
หากมาเยือน อุสึโนะมิยะ เมนูที่ไม่ควรพลาดคือ อุสึโนะมิยะเกี๊ยวซ่า เป็นเกี๊ยวซ่าสไตล์ท้องถิ่นที่มีให้เลือกหลากหลายทั้งแบบย่าง ทอด และต้ม แต่ละร้านมีจุดเด่นและรสชาติแตกต่างกัน ตั้งแต่แป้งบาง ไส้เนื้อแน่น ไปจนถึงสูตรที่เน้นผักและรสชาติกลมกล่อม จึงเหมาะกับการลองชิมหลายร้านเพื่อเปรียบเทียบรสชาติ และสัมผัสเสน่ห์ของเมืองผ่านเมนูขึ้นชื่อที่กินง่ายและราคาเป็นมิตร

จุดเริ่มต้นของเกี๊ยวซ่า อุสึโนะมิยะ มาจากทหารญี่ปุ่นที่กลับจากแมนจูเรียหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แล้วนำสูตรเกี๊ยวซ่าจีนกลับมาดัดแปลง จุดเด่นคือใส่ผักในปริมาณมาก (โดยเฉพาะกะหล่ำปลีและกุยช่าย) ทำให้รสชาติออกไปทางเบาและหวานธรรมชาติ ไม่มันจัดเหมือนเกี๊ยวซ่าบางสไตล์ ร้านส่วนใหญ่มีให้เลือกทั้งแบบทอด (焼き), ต้ม/น้ำ (水), และแบบทอดกรอบทั้งลูก (揚げ) ในร้านเดียว ทำให้เปรียบเทียบรสชาติได้สนุกกว่าที่อื่น
“ไม่จำเป็นต้องเลือกร้าน “ดีที่สุด” แค่ร้านเดียว ลองแบ่งท้องไว้หลายร้าน แล้วสั่งคนละแบบ จะได้เปรียบเทียบรสชาติและสไตล์ของแต่ละร้านไปในตัว”
หากมีเวลาไม่มาก แนะนำเริ่มที่ Kirasse สาขาหลักที่ Don Quijote ก่อน เพราะได้ลองหลายเจ้าในครั้งเดียว ส่วนคนที่อยากได้บรรยากาศร้านจริง ๆ ค่อยแยกไปเดินถนน Baba-dori ต่อ (ถ้าเวลาน้อยจริง ๆ ค่อยใช้สาขา Paseo ที่สถานี JR แทน)

ร้านดังอย่าง Minmin หรือ Koran มักมีคิวยาวช่วงเที่ยงวันเสาร์-อาทิตย์ และช่วงมื้อเย็นวันหยุดยาว แนะนำไปช่วง 11:00-11:30 ก่อนร้านเปิดพีค หรือช่วงบ่ายแก่ ๆ ราว 14:00-15:00 ที่คนเริ่มบางตา วันธรรมดาคิวสั้นกว่าเสาร์-อาทิตย์ชัดเจน และช่วงมีเทศกาลเกี๊ยวซ่าประจำปีต้นเดือนพฤศจิกายน ร้านในเมืองมักคนแน่นกว่าปกติ ควรเผื่อเวลาต่อคิวเพิ่ม
“ถ้าเห็นคิวร้านดังยาวจนเริ่มท้อ อย่าเพิ่งคิดว่าทริปพัง เพราะ อุสึโนะมิยะ มีร้านเกี๊ยวซ่าให้เลือกเยอะมาก บางครั้งร้านที่ไม่ได้อยู่ในลิสต์แรกกลับกลายเป็นร้านโปรดก็ได้”
| รูปแบบการกิน | ราคาโดยประมาณ |
| 1 ร้าน (2 จาน + เครื่องดื่ม) | 800-1,200 เยน |
| 2 ร้าน (จานละ 1 อย่าง) | 1,200-1,800 เยน |
| Gyoza Crawl (3-4 ร้าน) | 2,000-3,000 เยน |
ราคาต่อจานทั่วไปอยู่ที่ 250-450 เยนต่อ 5-6 ชิ้น ราคาและเมนูควรตรวจสอบอีกครั้งก่อนเดินทาง เพราะร้านส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวที่ปรับราคาได้บ่อยกว่าเชนใหญ่
ช่วงเสาร์-อาทิตย์และวันหยุดยาวของญี่ปุ่น ร้านเกี๊ยวซ่าดังมักมีคิวยาวตั้งแต่ก่อนเที่ยง โดยเฉพาะช่วงต้นเดือนพฤศจิกายนที่ตรงกับเทศกาลเกี๊ยวซ่าประจำปี ทั้งร้านในเมืองและงานเทศกาลเองจะคนแน่นเป็นพิเศษ ถ้าไม่อยากเจอคิวยาว แนะนำเลี่ยงช่วงสุดสัปดาห์แรกของพฤศจิกายน หรือถ้าตั้งใจไปงานเทศกาลอยู่แล้ว ควรไปถึงตั้งแต่ช่วงเช้าก่อนคนเริ่มเยอะ
วิธีที่เร็วที่สุดคือนั่งชินคันเซนสาย Tohoku หรือ Yamagata จากสถานี Tokyo หรือ Ueno ใช้เวลาประมาณ 45-50 นาทีเท่านั้น
| วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | ราคา (เที่ยวเดียว) | หมายเหตุ |
| Shinkansen (ที่นั่งจอง) | ~48-50 นาที | ประมาณ 5,020 เยน | JR Pass ทั่วประเทศครอบคลุม, แนะนำจองที่นั่งล่วงหน้าช่วงพีค |
| Shinkansen (ที่นั่งอิสระ) | ~48-50 นาที | ประมาณ 4,490 เยน | ไม่ต้องจอง แต่ช่วงเช้าอาจต้องยืน |
สำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ: ถ้าตั้งใจเที่ยว อุสึโนะมิยะ ต่อ Nikko ในทริปเดียว ลองพิจารณา JR TOKYO Wide Pass (ใช้ได้ต่อเนื่อง 3 วัน เฉพาะผู้ถือพาสปอร์ตต่างชาติ) เพราะครอบคลุมทั้งชินคันเซนไป อุสึโนะมิยะ และรถไฟสาย JR Nikko Line ต่อไป Nikko ในใบเดียว คุ้มกว่าซื้อตั๋วแยกถ้าเดินทางไป-กลับหลายเที่ยว ควรเช็กราคาปัจจุบันก่อนซื้อ เพราะมีการปรับราคาเป็นระยะ
ถ้าอยากประหยัด นั่งสาย JR อุสึโนะมิยะ Line (สายท้องถิ่น) จากสถานี Ueno ได้โดยตรง ไม่ต้องเปลี่ยนขบวน
| วิธีเดินทาง | ระยะเวลา | ราคา (เที่ยวเดียว | หมายเหตุ |
| รถไฟธรรมดา/รถด่วน (JR อุสึโนะมิยะ Line) | ~1 ชั่วโมง 25 นาที | ประมาณ 1,940 เยน | ไม่ครอบคลุมด้วย JR Pass แบบภูมิภาคบางประเภท ควรเช็กก่อน, เหมาะกับคนมีเวลาและอยากประหยัด |
เปรียบเทียบง่าย ๆ คือ จ่ายเพิ่มประมาณ 2,500-3,000 เยน แลกเวลาที่ประหยัดได้ราว 35-40 นาที ถ้าเดินทางเป็นกลุ่มหรือมีเวลาเหลือเฟือ รถไฟธรรมดาก็คุ้มไม่น้อย
เมืองนี้มี 2 สถานีหลักที่ชื่อคล้ายกันจนสับสนได้ง่าย
ทั้งสองสถานีห่างกันเดินประมาณ 20-25 นาที หรือนั่งรถบัสในเมืองราว 10 นาที ถ้ามาจาก Tokyo ด้วยชินคันเซนแล้วจะเดินเที่ยวในเมือง ควรเผื่อเวลาเดินหรือต่อรถบัสไปยัง Tobu-อุสึโนะมิยะ เพิ่มด้วย ไม่ใช่ลงสถานีแล้วเดินถึงร้านเกี๊ยวซ่าดังทันที
“ก่อนออกจากสถานีลองเช็กชื่อให้ดี เพราะการลงผิดสถานีไม่ได้แค่เดินไกลขึ้นนิดเดียว แต่อาจทำให้ Route ทั้งวันต้องขยับตามไปด้วย”

เรื่อง IC Card: ทั้ง LRT และรถบัส Kanto Bus ไปโซน Oya แตะบัตร Suica, PASMO และบัตร IC ทั่วประเทศได้ตามปกติ ไม่ต้องพกเหรียญพอดีเผื่อจ่ายสด
ถ้าคำนวณแค่ตัวเลข รถไฟธรรมดาถูกกว่าชินคันเซนราว 2,500-3,000 เยนต่อเที่ยว แต่ถ้าคิดเป็น “ต้นทุนต่อเวลา” ชินคันเซนประหยัดเวลาได้ราวครึ่งชั่วโมงต่อเที่ยว หรือเกือบ 1 ชั่วโมงถ้านับไป-กลับ สำหรับคนที่มีเวลาเที่ยวจำกัดแค่วันเดียว ชินคันเซนคุ้มกว่าเพราะได้เวลาเที่ยวเพิ่มขึ้นจริง แต่ถ้ามีเวลาเหลือหรือเดินทางเป็นกลุ่มใหญ่ที่อยากประหยัดรวม รถไฟธรรมดาก็ตอบโจทย์ไม่แพ้กัน

หากมีเวลาเที่ยวอุสึโนะมิยะเพียง 1 วัน แนะนำให้วางเส้นทางแบบ เที่ยวในเมือง + ชิมของอร่อย + สัมผัสประวัติศาสตร์และธรรมชาติ โดยเริ่มจากจุดสำคัญในช่วงเช้า แล้วค่อยเดินเที่ยวต่อไปยังย่านใจกลางเมือง แวะพักกิน เกี๊ยวซ่าอุสึโนะมิยะ ในช่วงกลางวัน ก่อนเปลี่ยนบรรยากาศไปชมพื้นที่สีเขียวและจุดชมวิวในช่วงบ่าย ปิดท้ายด้วยการเดินเล่นในย่านร้านค้าและหาร้านเกี๊ยวซ่าหรืออิซากายะนั่งชิลช่วงเย็น เส้นทางลักษณะนี้ช่วยให้เก็บไฮไลต์ของเมืองได้ครบ โดยไม่ต้องเร่งรีบจนเกินไป
“Route ที่ดีไม่จำเป็นต้องมีสถานที่เยอะที่สุด ลองเหลือช่องว่างไว้สำหรับแวะร้านขนม ร้านกาแฟ หรือร้านเล็ก ๆ ระหว่างทาง เพราะสิ่งเหล่านี้มักเป็นความทรงจำที่ไม่ได้อยู่ในแผนตั้งแต่แรก”
Route นี้ไม่ได้ยัดสถานที่แน่นเกินไป เผื่อเวลาเดินและรอรถบัสไว้แล้ว ถ้าอยากได้บรรยากาศบาร์แจ๊สตอนกลางคืนด้วย แนะนำขยับเป็นพักค้าง 1 คืนแทน
สำหรับคนที่แวะระหว่างทางไปเมืองอื่น เช่น ลงจากชินคันเซนแล้วต่อไป Nikko หรือ Tohoku ต่อ แนะนำตัดโซน Oya ออกเพราะใช้เวลาเดินทางไป-กลับนานสุด แล้วโฟกัสแค่ในตัวเมือง
รวมเวลาทั้งหมดประมาณ 3 ชั่วโมงครึ่ง ไม่รวมเวลาเดินทางเข้า-ออกเมือง
ได้ และเป็นคอมโบที่คนไทยนิยมมากขึ้นเรื่อย ๆ เพราะ อุสึโนะมิยะ อยู่ระหว่างทาง Tokyo-Nikko พอดี จากสถานี JR อุสึโนะมิยะ นั่งรถไฟสาย JR Nikko Line ต่อไปสถานี Nikko ใช้เวลาประมาณ 44 นาที ค่าโดยสารประมาณ 810 เยน (รถไฟธรรมดา) หากต่อรถบัสไปที่ Toshogu Shrine โดยตรง รวมค่าใช้จ่ายประมาณ 1,160 เยน ใช้เวลาราว 1 ชั่วโมง
แผนที่แนะนำคือ เช้าเที่ยว อุสึโนะมิยะ ครึ่งวัน (ศาลเจ้า Futaarayama + เกี๊ยวซ่ามื้อเที่ยง) แล้วบ่ายนั่งรถไฟต่อไป Nikko เพื่อค้างคืนที่นั่นแทน เพราะ Nikko มีที่เที่ยวเยอะกว่าและต้องการเวลามากกว่า
“ถ้าจัด อุสึโนะมิยะ เป็นจุดพักระหว่างทาง จะช่วยให้ทริป Tokyo–Nikko ไม่กลายเป็นการเดินทางแบบตรงดิ่งจากเมืองหนึ่งไปอีกเมืองหนึ่ง และได้เปิดประสบการณ์เมืองรองเพิ่มอีกหนึ่งแห่ง”
หลักการง่าย ๆ คือแบ่งเป็น 2 โซนใหญ่แล้วไปทีละโซน ไม่สลับไปมา
ส่วนมื้อเกี๊ยวซ่า แนะนำจัดให้ตรงกับช่วงที่อยู่ในเมืองอยู่แล้ว (เที่ยงหรือเย็น) แทนที่จะออกนอกเส้นทางไปกินระหว่างโซน Oya เพราะร้านเกี๊ยวซ่าดังส่วนใหญ่กระจุกตัวอยู่ในเมือง ไม่ใช่แถว Oya
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
| รถไฟไป-กลับ Tokyo (รถไฟธรรมดา) | ~3,880 เยน |
| รถบัสในเมือง (ไป-กลับ Oya) | ~600 เยน |
| ค่าเข้า Oya History Museum | ~1,000 เยน |
| อาหาร (เกี๊ยวซ่า 2 ร้าน + ของว่าง) | ~1,500 เยน |
| รวมโดยประมาณ | ~7,000 เยน |
| รายการ | ค่าใช้จ่ายโดยประมาณ |
| รถไฟไป-กลับ Tokyo (รถไฟธรรมดา) | ~10,000 เยน |
| แท็กซี่/รถบัสในเมือง | ~1,500 เยน |
| ค่าเข้า Oya History Museum | ~1,000 เยน |
| อาหาร (เกี๊ยวซ่าหลายร้าน + บาร์ตอนเย็น) | ~4,000-5,000 เยน |
| รวมโดยประมาณ | ~17,000-18,000 เยน |
หมายเหตุ: ยอดรวมยังไม่รวมค่าที่พักในกรณีค้างคืน หรือค่าใช้จ่ายเสริมอย่างของฝาก


| เทศกาล | ช่วงเวลา | รายละเอียด |
| เทศกาลเกี๊ยวซ่า อุสึโนะมิยะ | ต้นเดือนพฤศจิกายน (เสาร์-อาทิตย์แรก) | ร้านเกี๊ยวซ่าดังกว่า 25 ร้านมาออกร้านที่สวนซากปราสาท จานละ 200 เยน |
| เทศกาลซากุระรอบเมือง | ปลายมีนาคม-ต้นเมษายน | ชมซากุระที่สวนซากปราสาทและริมแม่น้ำในเมือง |
| งานแจ๊สประจำปี | จัดเป็นช่วง ๆ ตลอดปี | คอนเสิร์ตแจ๊สข้างถนนและในร้านทั่วเมือง |
⚠️ วันจัดงานอาจเปลี่ยนแปลงในแต่ละปี ควรเช็กวันจัดงานปีปัจจุบันก่อนเดินทางอีกครั้งผ่านเว็บไซต์การท่องเที่ยวของเมือง
ก่อนเที่ยวอุสึโนะมิยะ ควรเช็กเส้นทางรถไฟและเวลาเดินทางล่วงหน้า เพราะสถานที่ท่องเที่ยวบางแห่งอยู่ค่อนข้างกระจายตัว ควรวางแผนการเดินทางให้เหมาะกับเวลาและเลือกใช้รถบัสหรือแท็กซี่ในจุดที่เดินไกล นอกจากนี้อย่าลืมเผื่อเวลาสำหรับการแวะชิมอาหารขึ้นชื่ออย่างเกี๊ยวซ่า รวมถึงตรวจสอบวันและเวลาเปิด–ปิดของสถานที่ต่าง ๆ ก่อนเดินทาง เพื่อให้เที่ยวได้ครบและไม่พลาดไฮไลต์สำคัญของเมือง
ร้านเกี๊ยวซ่าส่วนใหญ่เปิดราว 11:00-21:00 บางร้านหยุดพักช่วงบ่าย และมีวันหยุดประจำสัปดาห์ไม่ตรงกัน ควรเช็กเว็บไซต์ทางการของร้านหรือ Google Maps ก่อนไปเพื่อความชัวร์ ส่วน Oya History Museum ปิดทุกวันอังคารเฉพาะช่วงเดือนธันวาคม-มีนาคม แนะนำระบุวันที่ตรวจสอบข้อมูลไว้ในแผนเที่ยวเพื่อลดความเสี่ยงจากข้อมูลเก่า
ร้านเกี๊ยวซ่าเก่าแก่บางร้านโดยเฉพาะร้านเล็กแถว Baba-dori ยังรับเฉพาะเงินสด ในขณะที่ร้านในศูนย์รวม Kirasse และร้านในสถานีอย่าง Seigen มักรับบัตรและ IC Card ทั่วไป แนะนำพกเงินสดสำรองไว้เสมอเผื่อร้านที่ไม่รับบัตร


แบ่งเมืองออกเป็น 3 โซนหลักเพื่อวางแผนง่ายขึ้น
โฟกัสแค่ในเมือง: ศาลเจ้า Futaarayama → เดินเล่นถนน Baba-dori → กินเกี๊ยวซ่าที่ Kirasse สาขา Don Quijote หรือร้านแถว Baba-dori แล้วนั่งรถบัสกลับไปขึ้นรถที่สถานี JR ตัดโซน Oya ออกเพราะใช้เวลาเดินทางนานเกินไปสำหรับเวลาที่มีจำกัด
ใช้ Route ตัวอย่างช่วงเช้าไป Futaarayama และ Oya ก่อน แล้วเก็บร้านเกี๊ยวซ่าและย่านเมืองไว้ช่วงบ่าย-เย็น เพื่อให้จบทริปใกล้สถานีพอดีตอนต้องขึ้นรถกลับ

“อุสึโนะมิยะ อาจไม่ใช่เมืองที่ทำให้ต้องร้องว้าวตั้งแต่วินาทีแรก แต่ยิ่งใช้เวลาอยู่ด้วยนานขึ้น ยิ่งเห็นว่ามีรายละเอียดเล็ก ๆ ให้ค้นพบเยอะกว่าที่คิด เมืองนี้จึงเหมาะกับการ “เที่ยวให้รู้สึก” มากกว่า “เที่ยวให้ครบ”
อุสึโนะมิยะ (Utsunomiya) เหมาะกับคนที่อยากเที่ยวเมืองรองของญี่ปุ่นแบบไม่ต้องเร่งรีบ ได้กินเกี๊ยวซ่าแบบออริจินัลจากถิ่นกำเนิดขึ้นชื่อ ได้เห็นเหมืองหินใต้ดินที่ไม่เหมือนที่ไหน และถ้ามีเวลาค้างคืนสักคืน ยังได้ลองบรรยากาศบาร์แจ๊สที่เป็นของดีซ่อนอยู่ของเมืองนี้ด้วย

Blogger : Pennapa Uttamang
Position : แกะรอยวิธีคิด พลิกวิกฤตเป็นทริปใหม่: บันทึกการเดินทางฉบับเรียลไทม์ โดยบรรณาธิการผู้หลงรักญี่ปุ่น
จากอดีตบรรณาธิการที่รับใช้ถ้อยคำมาหลายทศวรรษ สู่การเป็นนักเขียนและนักออกแบบโบรชัวร์ญี่ปุ่นที่หลงรักการเดินทางเป็นชีวิตจิตใจ อ้อตั้งใจส่งต่อแรงบันดาลใจผ่านเรื่องราวที่ "จริง" และ "ใช้ได้จริง" ตั้งแต่วิถีชีวิต การทำธุรกิจท้องถิ่น ไปจนถึงลายแทงร้านอร่อยที่ชาวบ้านกินกันจริงๆ เพราะเชื่อว่าเสน่ห์ของญี่ปุ่นไม่ได้มีแค่ภาพสวยๆ แต่คือแนวคิดที่นำมาปรับใช้กับชีวิตได้ และอ้อยินดีที่จะเป็นไกด์นำทางให้ทริปของคุณราบรื่นขึ้น แม้ในวันที่ฟ้าไม่เป็นใจค่ะ

จากนาริตะไปโตเกียว รวมวิธีเดินทางสุดสะดวก เข้าเมืองชิลๆ
รวมมิตรวิธีการเดินทาง จากนาริตะไปโตเกียว ที่รู้ไว้ก่อนออกเดินทางแล้วรับรองไม่ม...

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

10 ที่เที่ยวฟูจิ เปิดพิกัดที่เที่ยวแบบใหม่ ไปกี่ครั้งก็ไม่เบื่อ
Kitaguchi-hongu Fuji Sengen Shrine ศาลเจ้าที่อุดมไปด้วย […]...

นั่งชินคันเซ็นคุ้มๆ จากโตเกียวไปโอซาก้า เดินทางง่ายแค่ใช้ JR PASS
เที่ยวให้ทั่วโตเกียวแล้วไปต่อโอซาก้า เพราะเรามีแผนการเดินทางสุดคุ้มจากโตเกียวไ...

อากาซากะ (Akasaka) โตเกียว ย่านธุรกิจสุดหรู วิธีเดินทาง ที่เที่ยว ร้านอาหาร 2026
พาเที่ยวอากาซากะ (Akasaka) ย่านธุรกิจใจกลางโตเกียวที่ผสมผสานวัฒนธรรมดั้งเดิมกั...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515