คูปองส่วนลดที่น่าสนใจ
15%
15%
17%

ศาลเจ้าดาไซฟุ เท็นมังงู (Dazaifu Tenmangu) สร้างขึ้นเพื่ออุทิศให้กับ “สุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ” (Sugawara no Michizane) นักปราชญ์และนักการเมืองผู้ยิ่งใหญ่ในยุคเฮอัน ซึ่งต่อมาได้รับการยกย่องให้เป็น “เทพเจ้าแห่งการศึกษา” (Tenjin) ที่นี่จึงเป็นศูนย์รวมจิตใจของชาวญี่ปุ่น โดยเฉพาะเหล่านักเรียนนักศึกษาที่มักจะมาขอพรให้สอบผ่าน หรือคนที่อยากขอพรเรื่องความก้าวหน้าทางสติปัญญาและการทำงาน
หลายคนอาจจะเคยได้ยินว่าอาคารหลัก (Honden) ของศาลเจ้ากำลังปิดปรับปรุงครั้งใหญ่ แต่นั่นไม่ใช่เรื่องน่าเสียดายเลยครับ! เพราะทางศาลเจ้าได้เนรมิต “Kaden” (仮殿) หรืออาคารชั่วคราวขึ้นมาทดแทน ซึ่งออกแบบโดยสถาปนิกชื่อดังระดับโลกอย่าง โซ ฟูจิโมโตะ (Sou Fujimoto) มาในคอนเซปต์ “ป่าลอยฟ้า (Floating Forest)” ที่มีต้นไม้จริงปลูกอยู่บนหลังคาผสานกับสถาปัตยกรรมยุคใหม่ได้อย่างลงตัวสุดๆ แต่ล่าสุดปัจจุบันได้ถูกรื้อถอนไปเนื่องจากตัวอาคารเสร็จสมบูรณ์แล้ว ตอนนี้เหลือเป็นฉากกั้นรูปศาลเจ้าด้านหน้าเท่านั้นที่ยังคงก่อสร้างอยู่
สำหรับการเที่ยวแบบเก็บครบทั้งไหว้พระ ถ่ายรูป และกินขนม ควรเผื่อเวลาไว้ประมาณ 3-4 ชั่วโมง (ครึ่งวัน) แนะนำให้เดินทางมาถึงตั้งแต่ ช่วงเช้า (ประมาณ 8.30 – 9.00 น.) เพราะช่วงสายเป็นต้นไป โดยเฉพาะวันหยุดสุดสัปดาห์ กรุ๊ปทัวร์และนักท่องเที่ยวจะหลั่งไหลมาเยอะมาก
เดินทางอย่างไรให้ถึง Dazaifu
การเดินทางที่สะดวกที่สุดคือการใช้รถไฟของ Nishitetsu โดยตั้งต้นที่สถานี Nishitetsu Fukuoka (Tenjin)

ทันทีที่เดินเข้าสู่เขตศาลเจ้า คุณจะพบกับรูปปั้นวัวนอนอยู่ ซึ่งมีความเชื่อว่าหากได้ลูบหัววัว และลูบหัวตัวเอง จะช่วยให้มีสติปัญญาเฉียบแหลม หัวไว และโชคดีในการเรียนการสอบ
ใกล้กับบริเวณหน้าศาลเจ้า คุณจะพบกับ Tobiume (ต้นพลัมบิน) ต้นพลัมหรือต้นบ๊วยศักดิ์สิทธิ์ที่เชื่อกันว่าบินตามสุกาวาระ โนะ มิจิซาเนะ มาจากเกียวโตด้วยความอาลัยรัก เป็นต้นไม้สัญลักษณ์ของที่นี่และมักจะผลิดอกบานเป็นต้นแรกๆ ของปีเสมอ
ก่อนเข้าสู่อาคารศาลเจ้า คุณจะต้องเดินข้ามสะพานสีแดง 3 ช่วง (สะพานไทโกะบาชิ) ที่ทอดข้ามสระน้ำรูปตัวอักษรหัวใจ (สระชินจิ)
สะพานทั้ง 3 เป็นตัวแทนของกาลเวลา ได้แก่ “อดีต ปัจจุบัน และอนาคต”

อย่าลืมซื้อแผ่นไม้ขอพร ที่ศาลเจ้า เขียนคำอธิษฐานแล้วนำไปแขวนไว้ที่ซุ้ม เอมะของที่นี่มักจะเป็นรูปวัวหรือรูปต้นพลัม ซึ่งเป็นเอกลักษณ์ที่ไม่เหมือนใคร
ดาไซฟุเป็นศาลเจ้าที่เที่ยวได้ตลอดปี เพราะมีเสน่ห์แตกต่างกันไปในแต่ละฤดู:
หลังจากไหว้พระเสร็จ ถนนคนเดิน ด้านหน้าศาลเจ้าคือสวรรค์ของนักกิน
Umegae Mochi ขนมโมจิสูตรดั้งเดิมที่ห้ามพลาด

ขนมโมจิไส้ถั่วแดงกวน ย่างบนเตาร้อนๆ ประทับตราลายดอกบ๊วย ทริกคือต้องกินตอนเพิ่งย่างเสร็จใหม่ๆ ร้อนๆ แป้งด้านนอกจะกรอบนิดๆ ส่วนเนื้อโมจิด้านในนุ่มหนึบ หวานกำลังดี ยิ่งถ้าได้สั่งมากินคู่กับชาเขียวร้อนตามร้านน้ำชาแถวนั้น บอกเลยว่าฟินสุดๆ

แม้จะเป็นแบรนด์ระดับโลก แต่สาขานี้ไม่ธรรมดา! เพราะออกแบบโดย Kengo Kuma สถาปนิกชื่อดังชาวญี่ปุ่น โดดเด่นด้วยดีไซน์การนำท่อนไม้กว่า 2,000 ท่อนมาสานขัดกันโดยไม่ใช้ตะปูแม้แต่ตัวเดียว ถือเป็นจุดเช็กอินถ่ายรูปสุดอาร์ตที่คนไทยรักงานดีไซน์ไม่ควรพลาดแวะมาทำคอนเทนต์
นอกจากขนมโมจิแล้ว ตลอดสองข้างทางยังมีสตรอว์เบอร์รี Amaou (ของดีฟุกุโอกะ) เสียบไม้ ลูกชิ้นปลาทอด ไปจนถึงร้านขายของฝากอย่างไข่ปลาเมนไทโกะ และเครื่องรางลวดลายดอกบ๊วยน่ารักๆ ให้เลือกช้อปปิ้งกันเพลินๆ
สรุป Dazaifu Tenmangu ไม่ได้เป็นเพียงศาลเจ้าเพื่อการไหว้พระขอพรเท่านั้น แต่ยังผสมผสานความงดงามของธรรมชาติ สถาปัตยกรรมทั้งยุคเก่าและยุคใหม่ (โดยเฉพาะอาคาร Kaden ที่มีถึงแค่ปี 2026) รวมถึงของอร่อยไว้ในที่เดียว เหมาะกับนักท่องเที่ยวทุกวัยและเที่ยวได้สนุกในทุกฤดู

Blogger : gammg
นักศึกษาปริญญาเอกในคิวชูที่ใช้เวลาว่างไปกับการเดินทางสำรวจเมือง พร้อมพาทุกคนไปสัมผัสพิกัดลับและคาเฟ่ชิคๆ ในมุมมองของคนพื้นที่ผ่านเลนส์และตัวอักษร

เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ด ความน่าสนใจ ที่ต้องไปเยือน
เที่ยวญี่ปุ่น เมืองไหนดี แนะนำ 10 เมืองเด็ดน่าเที่ยว ที่มีความโดดเด่นน่าสนใจ ท...

สนุกกับการเที่ยวรอบเมืองฟุกุโอกะให้เต็มที่ ด้วยบัตรโดยสาร “Fukuoka City 1-Day Pass” ที่ทั้งคุ้มและสะดวก!
บัตร Fukuoka City 1-Day Pass ช่วยให้คุณสามารถนั่งรถบัสของ Nishitetsu ภายในเมือ...
Police
110
Ambulance
119
AMDA International Medical Information Center
03-6233-9266
สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว
090-4435-7812
สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า
090-1895-0987
สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ
090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515