Japan Cr: B_Me

ปัจจุบันคนไทยเดินทางไปท่องเที่ยวที่ประเทศญี่ปุ่นเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ อาจจะเพราะฟรีวีซ่า หรือโปรตั๋วเครื่องบินที่ขยันลดราคามาให้คุณได้ใจสั่น กดจองตั๋วแบบไม่รู้ตัว บางคนก็อยากหนีอากาศร้อนในเมืองไทย ไปสัมผัสอากาศดี ๆ ที่ญี่ปุ่นดูบ้าง แต่มาคิดดูอีกทีก็เริ่มกังวลเรื่องการสื่อสาร เพราะความรู้ภาษาอังกฤษได้ส่งคืนคุณครูสมัย ม.ปลายไปแล้ว แถมภาษาญี่ปุ่นดันจำได้แค่ชื่อการ์ตูนที่เคยดูในวัยเด็ก แบบนี้จะเที่ยวรอดไหมเนี่ย หนำซ้ำความกังวลยังพาลไปให้คิดถึงตอนผ่านด่าน ตม. อีกว่าจะโดนถามอะไรบ้าง จะโดนไล่กลับประเทศไหมนะ พอ ! เลิกฟุ้งซ่าน แล้วมาเตรียมตัวก่อนไปเที่ยวแบบสบายใจ เที่ยวแบบไม่รู้ภาษาก็เที่ยวได้ !

คนญี่ปุ่นไม่ได้พูดภาษาอังกฤษได้ทุกคน

Japanese

ประเทศญี่ปุ่นมี ภาษาญี่ปุ่น เป็นภาษาประจำชาติ ก็เหมือนภาษาไทยของเรานั่นแหละ ดังนั้นการที่คุณจะไม่สามารถพูดภาษาอังกฤษได้ ก็ไม่ได้ความหมายว่าคุณจะเที่ยวไม่ได้ กลับกัน ต่อให้คุณพูดได้แบบไฟแลบ ก็ไม่ได้หมายความว่า คนญี่ปุ่นทุกคนจะเข้าใจในสิ่งที่คุณพูด

เนื่องจากที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ยังมีคนที่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษ ซึ่งเป็นภาษาสากลได้เป็นส่วนน้อย แต่ในปัจจุบันกำลังเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ โดยเฉพาะในเด็กนักเรียน มหาลัย หรือคนที่ทำงานบางส่วน หรือร้านค้าใหญ่ๆบางที่ก็อาจจะมีพนักงานที่สื่อสารภาษาอังกฤษได้

หากคุณไปเที่ยวตามเมืองเล็ก ๆ ต่างจังหวัด หรือร้านค้าเก่าแก่ที่มีคนญี่ปุ่นวัยคุณตาคุณยายอาศัยอยู่ล่ะก็ แทบจะ 100% ที่เค้าจะโต้ตอบคุณเป็นภาษาญี่ปุ่น ภาษาอังกฤษที่คุณร่ำเรียนมาอาจจะใช้สื่อสารไม่ได้ซะแล้วล่ะ แต่ก็มีคนญี่ปุ่นหลายคนเหมือนกันนะที่สามารถพูดได้เล็กน้อย อาจจะเป็นคำ หรือประโยคสั้น ๆ ง่าย ๆ ที่ทำให้เราพอเข้าใจได้ว่าเค้ากำลังจะสื่ออะไร ดังนั้นไม่ต้องกังวลไปนะ

วิธีเอาตัวรอด

เคยสงสัยไหมว่าทำไมคนรู้จักหลาย ๆ คนที่ไม่น่าจะพูดภาษาอังกฤษได้ หรือพูดได้ไม่เก่ง ถึงไปเที่ยวญี่ปุ่นได้ซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมยังพาพ่อแม่พี่น้องไปได้ด้วย ยิ่งกว่านั้นภาพในทริปยังยิ้มแป้นราวกับว่าไม่มีอุปสรรคในการสื่อสารเลยด้วย อาจจะเพราะเค้าใช้วิธีดังนี้

1. ไปกับทัวร์

Japan tour

สำหรับคนที่ไปทริปแรก หรือมีผู้หลักผู้ใหญ่อย่าง พ่อแม่ ปูย่าตายายไปด้วย ก็คงจะมีความกังวลใจมากขึ้นหน่อย ยิ่งถ้าเราเองไม่สามารถสื่อสารได้แล้ว ยังต้องดูแลคนในทริปด้วย หากหลงทางหรือเกิดปัญหาอื่น ๆ ก็คงจะลำบากไม่ใช่น้อย ดังนั้นการเดินทางไปกับทัวร์จึงน่าจะเป็นวิธีที่ดีที่สุด เพราะมีคนคอยดูแลเราตั้งแต่เริ่มจนจบทริป ทั้งการจองตั๋งเครื่องบิน โรงแรม ซื้อของ ร้านอาหาร การเดินทาง ก็จะมีไกด์ผู้เชี่ยวชาญคอยแนะนำ และเป็นคนประสานงานด้านการสื่อสารให้แทบทั้งหมด เพียงแค่บอกว่าต้องการอะไร เค้าก็จะจัดมาให้โดยที่คุณแทบจะไม่ต้องสื่อสารกับคนญี่ปุ่นโดยตรง ดังนั้นวิธีนี้จึงเป็นตัวเลือกที่ง่ายและสบายใจสำหรับคนที่พูดภาษาอื่นๆไม่ได้เลยนั่นเอง แถมยังสะดวกสำหรับทริปที่มีผู้สูงอายุหรือเด็กเล็ก ๆ ด้วยนะ

2. ใช้ Application เป็นตัวช่วย

iPhone Cr: JESHOOTS-com

เทคโนโลยีสมัยนี้มีให้เลือกใช้กันอย่างมากมาย เพื่อน ๆ หลายคนน่าจะมีสมาร์ทโฟนพกติดตัวกันอยู่แล้ว ลองโหลด Application อย่าง Google Translate ที่ใช้แปลภาษาคร่าว ๆ ได้และยังสามารถ่ายภาพตัวหนังสือหรือตัวอักษรภาษาญี่ปุ่น แล้วลากคำนั้นมาแปลได้อีกด้วย , Japan Rail Map รวมเส้นทางรถไฟในเมืองหลวง เอาไว้ดูชื่อสถานี หรือวิธีการเดินทางโดยรถไฟ , Japan Restaurant Guide ใช้ดูแผนที่ และพิกัดร้านอาหาร , Travel Japan Wi-Fi หาพิกัดสัญญาณอินเตอร์เน็ตที่สามรถใช้งานได้ฟรี นอกจากนี้ยังมีอีกหลาย Application ที่มีประโยชน์ต่อการท่องเที่ยวอีกมากมายลองหาใช้กันได้ดู เท่านี้ก็รอดตายแล้ว

3. พก Guide book หรือแผนที่

Japan Guide book

ตามร้านหนังสือสมัยนี้มี Guide book วางขายแทบจะทุกประเทศในโลก โดยเฉพาะประเทศญี่ปุ่นนี่มีเกือบจะทุกจังหวัดแล้วมั้งเนี่ย ใครที่เป็นสายชอบอ่าน ชอบพกหนังสือไปเที่ยวด้วยก็ช่วยได้เยอะเหมือนกัน เพราะเหมือนมีคัมภีร์อยู่ในมือ ไม่ว่าจะร้านอาหาร ย่านช้อปปิ้ง โรงแรม หรือแม้กระทั่งศัพท์ภาษาญี่ปุ่นที่ใช้ในชีวิตประจำวัน ก็ถูกอัดอยู่ในหนังสือ Guide book เล่มเดียวแล้ว แถมหนังสือ Guide book ส่วนใหญ่ก็จะมีแผนที่ของจังหวัด หรือเมืองนั้น ๆแปะมาให้ด้วย ทำให้เราเดินทางได้ง่ายขึ้น และรู้ว่าอยู่ตรงไหนแล้ว ยังไงก็รอด ไปไม่ถูกก็แค่ชี้ภาพที่อยู่หนังสือให้คนญี่ปุ่นดู ถ้าโชคดีหน่อยเค้าก็อาจจะพาเดินไปส่งด้วยนะ

4. อ่านรีวิว / เตรียมข้อมูลการเดินทางให้เป๊ะ

lost in Japan

เพื่อน ๆ ที่ชอบอ่านรีวิว เป็นสายเก็บข้อมูล ก็มีอยู่ไม่น้อย ส่วนใหญ่ก็จะไปสิงกันตามเว็บท่องเที่ยว หรือเว็บที่คนไทยชอบไปโพสรีวิวกัน บางคนใจดีหน่อยก็ทำแผนการเดินทางให้ตามรอยกันไปเลย ไม่ต้องไปคิดแผนเองให้สับสน เพราะมีคนเคยไปมาแล้ว บางคนก็ถ่ายรูปสวยจนเราอยากจะไปบ้าง ต้อง List สถานที่นี้ไว้ในแพลนซะแล้ว

การเตรียมตัว และหาข้อมูลเกี่ยวกับการเดินทางนั้นเป็นสิ่งที่ควรทำมาก ๆ สำหรับการวางแผนเที่ยว โดยเฉพาะคนที่จะไปเที่ยวเอง เพราะจะช่วยให้ประหยัดเวลาในการเดินทาง ทำให้ไม่หลง สิ่งที่ควรจะหาข้อมูลไว้ก็คือ

  • ชื่อสถานที่ ทั้งภาษาอังกฤษ และญี่ปุ่น
  • วิธีการเดินทาง ขึ้นรถตรงไหน ลงที่ป้ายอะไร ตารางเวลารถ
  • วันและเวลาทำการ ควรเช็คให้ดี เผื่อไปแล้วเป็นวันหยุด อดเที่ยวเลยนะ
  • ค่าเข้าชม บางสถานที่ราคาเข้าชมของเด็กกับผู้ใหญ่ไม่เท่ากัน เตรียมเงินให้พร้อม

  • ยิ่งถ้าสามารถวางแผนได้ว่าวันนึงจะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง จะกินข้าวร้านไหน ทำอะไรในแต่ละวัน จะทำให้ทริปของคุณเป็นไปได้อย่างราบรื่นมากขึ้น เพราะไม่ต้องมัวแต่หลงทาง พิมพ์เป็นเอกสารตารางเที่ยวออกมาพกไว้ระหว่างทริป หรือเซฟไว้ในมือถือก็ได้ นอกจากนี้ตารางเที่ยวเหล่านี้ยังช่วยให้คุณผ่าน ตม.ได้ง่ายขึ้น เพราะหากโดนถามว่าคุณมาทำอะไร วางแผนไว้อย่างไรบ้าง ก็สามารถยื่นแพลนเที่ยวนี้ให้เค้าดูได้เลย

    5. ฝึกภาษาขั้นต้น

    japanese

    หากกังวลมากๆเรื่องภาษา หรือไม่สามารถฟัง พูด อ่าน เขียน ได้เลย กลัวว่าไปเที่ยวแล้วจะลำบาก ก็คงต้องติวล่วงหน้ากันเล็กน้อย อย่างน้อยก็ให้สามารถสื่อสารคำง่ายๆได้ เช่น น้ำ , อาหาร , รถไฟ , ห้องน้ำ , โรงแรม , ถ่ายภาพ เป็นต้น อาจจะฝึกเป็นภาษาอังกฤษ หรือภาษาญี่ปุ่นก็ได้

    นอกจากนี้รู้ไหมว่าอีกหนึ่งภาษาสากลก็คือ ภาษากายไงล่ะ หากว่าคุณสามารถพูดได้แค่บางคำ ลองทำท่าทางภาษามือดู ไม่ว่าจะ กิน ดื่ม ขับรถ นอน ปวดท้อง และอื่น ๆ ส่วนใหญ่ก็ใช้ท่าทางใกล้เคียงกันอยู่แล้ว น่าจะช่วยทำให้การสื่อสารง่ายขึ้นนะ

    ข้อสรุป

    อย่างไรก็ตาม การเดินทางไปเที่ยวต่างประเทศ ยิ่งถ้าเป็นครั้งแรกก็ควรเตรียมตัวให้ได้มากที่สุด ควรจดจำแพลนเที่ยวของตัวเอง รวมถึงที่อยู่ของโรงแรม หากหลงทางยังไงก็ยังสามารถกลับมาเริ่มต้นที่โรงแรมได้ นอกจากนี้ในปัจจุบัน หลายสถานที่ในญี่ปุ่นเอง รวมถึงการคมนาคมทั้ง รถบัส รถไฟ ก็มีป้ายภาษาอังกฤษติดเอาไว้ด้วย เนื่องจากมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเพิ่มขึ้นทุกปี จึงทำให้การเดินทางของเราสะดวกสบายมากขึ้น ยังไงก็ขอให้ทริปญี่ปุ่นของคุณเป็นทริปที่สนุกและราบรื่นนะทุกคน