“สวนฮามะริเคียว Hamarikyu” หนึ่งในปอดสีเขียวขนาดใหญ่แห่งกรุงโตเกียว

30/01/2024
หากนึกถึงการท่องเที่ยวในกรุงโตเกียว เราก็จะต้องนึกถึงความวุ่นวายของผู้คนมาเป็นอันดับแรก แต่ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะกรุงโตเกียวถือเป็นเมืองหนึ่งที่มีประชากรมากที่สุดในโลก อีกทั้งจำนวนความหนาแน่นของประชากรและตึกระฟ้ายังติดสิบอันดับของโลกอีกด้วย หากแต่ว่าในเมืองที่ดูแสนจะอึดอัดนี้ ยังคงมี “สวนฮามะริเคียว Hamarikyu” ซึ่งเป็นหนึ่งในสวนขนาดใหญ่ตั้งอยู่ริมอ่าวโตเกียว ให้เราได้สูดอากาศดีดีและผ่อนคลายกับความร่มรื่นท่ามกลางความวุ่นวายได้ดีเลยทีเดียว
SOMPO

มารู้จัก “สวนฮามะริเคียว (Hamarikyu)” กันสักนิด

สวนสาธารณะแห่งนี้ เดิมทีเคยเป็นตำหนักท่านไดเมียวในสมัยเอะโดะ (1603-1867) โดยเหล่าขุนนางชั้นสูงประจำตระกูลโตกุกาว่าจะใช้เป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจไปกับกิจกรรมล่าเป็ด และเหยี่ยว

ก่อนที่ต่อมาในช่วงหลังสงครามโลกครั้งที่ 2 (ปี 1946) ตำหนักแห่งนี้จะถูกปรับปรุงให้กลายเป็นสวนสาธารณะเพื่อให้ประชาชนทั่วไปเข้าชมได้

สำหรับเราแล้ว สวนฮามะริเคียว (Hamarikyu) แห่งนี้จึงกลายเป็นหนึ่งในสวนที่มีความน่าสนใจในกรุงโตเกียว โดยที่ภายในสวนมีความสงบร่มรื่นด้วยขนาดพื้นที่ 250,216 ตารางเมตร ท่ามกลางตึกระฟ้าแห่งย่านชิโอะโดะเมะ (Shiodome) เป็นฉากหลัง อีกทั้งยังเป็นสวนแห่งเดียวในกรุงโตเกียวที่ติดกับทะเลอีกด้วยนะ

ชวนส่องแต่ละโซนของสวนที่น่าสนใจ

ร้านชาแบบดั้งเดิม (Nakajima-no-ochaya)

Nakajima-no-ochaya ร้านชาแบบดั้งเดิมในแบบฉบับชาวญี่ปุ่น ภายในร้านจะตกแต่งด้วยเสื่อทาทามิ พร้อมวิธีชงชาเขียวในรูปแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น เมนูที่เราแนะนำคือมัทฉะทานคู่กับหมั่นโถวญี่ปุ่น (Manju) ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 510 เยน เรียกได้ว่าหากเพื่อน ๆ อยากสัมผัสกับความงดงามของวัฒนธรรมการดื่มชาญี่ปุ่น ก็ขอบอกว่าห้ามพลาดมาแวะร้านชาแห่งนี้นะ

อดีตโรงน้ำชาประจำตัวของโชกุนเลโนบุ (Tsubame-no-ochaya)

อดีตโรงน้ำชา Tsubame-no-ochaya ที่อยู่ใกล้กัน จะไม่สามารถเข้าไปชมภายในได้ เดิมทีสถานที่แห่งนี้ก็เคยเป็นโรงน้ำชาประจำตัวโชกุนเลโนบุในช่วงปี 1707 อีกด้วยนะ แต่เราสามารถเข้าชมโรงน้ำชาที่อยู่ใกล้กันอย่าง Matsu-no-ochaya ได้แทน โดยจะมีไกด์นำพาเราเข้าไปชมด้านในเป็นเวลา 20 นาที

Koshin-do Kamoba

พื้นที่ตรงนี้ในอดีตเคยถูกใช้เป็นพื้นที่สำหรับเลี้ยงเป็ดและเป็นพื้นที่สำหรับล่าเหยี่ยวของเหล่าขุนนางในยุคสมัยเอโดะ ซึ่งเป็นกิจกรรมนันทนาการที่นิยมในหมู่ชนชั้นสูงของญี่ปุ่น แตจ่ปัจจุบันเราไม่สามารถเข้าไปดูด้านในได้นะ(แล้วมันก็ไม่เหลืออะไรข้างในให้ดูด้วย)

Hama Rikyu Gardens Pier

เรียกได้ว่า จุดชมวิวแห่งนี้คือหนึ่งในจุดที่อาจเรียกได้ว่าเป็นซิกเนเจอร์ประจำสวนแห่งนี้ โดยสระน้ำที่เพื่อน ๆ เห็นกันอยู่นี้ เป็นน้ำที่ลำเลียงมาจากอ่าวโตเกียว โดยมีประตูน้ำที่ถูกใช้เพื่อควบคุมระดับน้ำโดยการทำให้สัมพันธ์กับน้ำขึ้นและน้ำลง อีกหนึ่งจุดเด่นคือ เราอาจเห็นปลากะพงขาวและปลากระบอกดำที่ถูกพาเข้ามาจากทะเลให้ชมเพลิน ๆ กันด้วยนะ

Flowerbed

ในช่วงฤดูใบไม้ผลิ สวนแห่งนี้จะเต็มที่ไปด้วยดอกโบตั๋น (Peony) ที่มีมากถึง 60 สายพันธุ์และมากกว่า 800 ดอกให้เราได้ชมกันอิ่มตา รวมถึงต้นซากุระและต้นพลัมคละเคล้ากันไป

สำหรับช่วงฤดูใบไม้ร่วงเอง ทุ่มดอกไม้บริเวณนี้ก็จะเต็มไปด้วยดอกคอสมอสและดอกคาโนล่า

ฤดูกาลแนะนำ

เราขอแนะนำให้มมในช่วงปลายฤดูหนาว – ฤดูใบไม้ผลิ (ปลายเดือนกุมภาพันธ์ถึงต้นเดือนเมษายน)โดยในช่วงนี้เราสามารถชมต้นพลัมและต้นซากุระที่บานสะพรั่งมากมาย

อีกช่วงหนึ่งคือช่วงฤดูใบไม้ร่วง (เดือนกันยายน-พฤษจิกายน) หรือช่วงที่เราจะได้เห็นใบไม้เปลี่ยนสี โดยเฉพาะต้นเมเปิ้ลและแปะก๊วยเปล่งประกายสีแดงและเหลือง

พิกัด สวนฮามะริเคียว Hamarikyu

ที่อยู่1-1, Hama Rikyu-teien, Chuo-ku, Tokyo 104-0046
วิธีเดินทางเดินทางมาได้ที่สถานี Shiodome Station East จากนั้นเดินอีกประมาณ 5-7 นาทีเพื่อมาที่สวน
เวลาทำการเปิดทุกวัน  9:00 -17:00 น. (เข้าชมสวนได้ช้าสุดภายในเวลา 16.30)
ราคาผู้ใหญ่ 300 เยน
Websiteสวนฮามะริเคียว Hamarikyu

ดูแผนที่ สวนฮามะริเคียว Hamarikyu

วิธีการเดินทาง

วิธีการเดินทางที่สะดวกที่สุดเราขอแนะนำให้ใช้รถไฟ โดยสามารถเดินทางมาได้ที่สถานี Shiodome Station East โดยจะใช้รถไฟสาย Toei Oedo Line จากนั้นเดินอีกประมาณ 5-7 นาทีเพื่อมาที่สวน หรือถ้าเพื่อน ๆ นั่ง JR Line ก็จะแนะนำให้มาลงที่สถานี JR Shimbashi Station แต่จะต้องเดินไกลนิดนึงประมาณ 15 นาที

สถานที่ท่องเที่ยวใกล้เคียง

1. วัดโซโจจิ

หนึ่งในวัดที่มีชื่อเสียงใจกลางกรุงโตเกียว โดยมีจุดถ่ายรูปไฮไลท์คือตัววัดโซโจจิที่ตั้งอยู่ข้างกับโตเกียวทาวเวอร์

พิกัด วัดโซโจจิ

ที่อยู่4 Chome-7-35 Shibakoen, Minato City, Tokyo 105-0011
วิธีเดินทางมาลงที่สถานีรถไฟ Akabanebashi Station แล้วเดินประมาณ 10 นาที
เวลาทำการเปิดทุกวัน 9.00-17.00 น.
ราคาฟรี
Websiteวัดโโจจิ

ดูแผนที่ วัดโซโจจิ

2. โตเกียวทาวเวอร์

Cr.https://chillchilljapan.com/all-about-tokyo-tower/

เชื่อว่าคงไม่มีเพื่อน ๆ ที่มาเที่ยวกรุงโตเกียวแล้วพลาดหนึ่งในสถานที่สำคัญแห่งนี้ไปได้ หอคอยแห่งนี้มีหน้าที่เป็นจุดกระจายสัญญาณของสถานีวิทยุและโทรทัศน์ อาทิ NHK TBS นอกจากนี้ยังเป็นจุดชมวิวที่ได้รับความนิยมสูง และด้วยรูปลักษณ์ที่โดดเด่นเป็นหอคอยที่โชว์โครงสร้างสีขาวตัดแดงที่มีความโดดเด่นจึงกลายเป็นแลนด์มาร์กที่ใครๆ ก็ต่างอยากเก็บภาพไว้เป็นที่ระลึก และในช่วงวันสำคัญต่างๆ เช่น วันชาติญี่ปุ่น ก็จะมีการประดับไฟจัดพิธีเฉลิมฉลองที่หอคอยประวัติศาสตร์แห่งนี้

พิกัด โตเกียวทาวเวอร์

ที่อยู่4-2-8 Shibakoen, Minato City, Tokyo 105-0011
วิธีเดินทางนั่งรถไฟใต้ดินสาย Toei Oedo Line มาลงที่สถานี Akabanebashi แล้วเดินต่ออีกประมาณ 5 นาที
นั่งรถไฟใต้ดิน Toei Mita Line มาลงที่สถานี Onarimon แล้วเดินต่ออีกประมาณ 6 นาที
เวลาทำการMain Deck (150m) 9.00-23.00 . (เข้าได้ก่อน 22:30)
Top Deck (150m&250m) 9.00-22.45 น. (เข้าได้ก่อน22.00-22.15)
ราคาMain Deck 1,200 เยน และ Top Deck 2,800 เยน
Websiteโตเกียวทาวเวอร์

ดูแผนที่ โตเกียวทาวเวอร์

3. Tsukiji Market

Cr.https://chillchilljapan.com/tsukiji-fish-market-tokyo/

ตลาดปลาซึกิจิ (築地市場, Tsukiji Shijō) อีก 1 สถานที่ในประเทศญี่ปุ่น ที่มีชื่อเสียงในกลุ่มนักท่องเที่ยวชาวไทยเป็นอย่างมาก ด้วยให้บรรยากาศตลาดสดแบบญี่ปุ่นดั้งเดิม มีร้านค้า ร้านอาหารอร่อยๆ มากมาย บวกกับการเดินทางที่ง่าย สะดวกสบาย แถมตั้งอยู่ใจกลางเมืองโตเกียว ทำให้ ตลาด ปลา ซึกิจิ นั้น เป็นหมุดหมายสำคัญที่ต้องเช็คอิน ของนักท่องเที่ยวชาวไทยหลายๆ คน นั่นเอง

พิกัด Tsukiji Market

ที่อยู่4-13 Tsukiji, Chuo City, Tokyo 104-0045
วิธีเดินทางรถไฟใต้ดินโตเกียวเมโทร (Tokyo Metro) สายฮิบิยะ มายังสถานีสึคิจิ (Tsukiji)
เวลาทำการขึ้นอยู่กับแต่ละร้านค้า (ตัวตลาดเปิดทุกวัน)
ราคาฟรี
WebsiteTsukiji Market

ดูแผนที่ Tsukiji Market

สรุป

สวนฮามะริเคียว “Hamarikyu” เป็นอีกหนึ่งในสวนสาธารณะที่อาจกล่าวได้ว่าเป็นปอดสีเขียวขนาดใหญ่แห่งกรุงโตเกียว หนึ่งในจุดเด่นที่เราชื่นชอบคือ เป็นสวนที่ทำให้เราได้ใช้เวลาพักผ่อนอย่างจริงจัง เนื่องจากไม่ค่อยมีผู้คนคับคั่งเท่าสวนสาธารณะแห่งอื่น ๆ อีกทั้งยังใกล้กับอ่าวโตเกียว ที่ทำให้เราได้เห็นทั้งสวนดอกไม้ใจกลางตึกสูงระฟ้าและทะเลแห่งกรุงโตเกียวไปในคราวเดียวกัน

เที่ยวชมแดนเทพนิยาย ต้นกำเนิดของญี่ปุ่นอิซูโมะ
Yuri

Blogger : Yuri

ผมเป็นคนที่ถ่ายรูปไม่เก่ง แต่ว่าชอบเที่ยวมาก ๆ (ซะอย่างนั้น) เพราะการท่องเที่ยวสำหรับผม คือการที่ได้เรียนรู้ได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด บางที่ก็ไปเที่ยวซ้ำ ๆ แต่กลับได้ประสบการณ์ที่ไม่จำเจ สำหรับผมแล้ว "ญี่ปุ่น" เป็นหนึ่งในประเทศที่ผมไม่เคยรู้สึกเบื่อเลย มากกว่านั้น ผมมีความตั้งใจว่าจะออกไปเห็นโลกให้กว้างมากที่สุด แล้วนำสาระความรู้มาแชร์ให้เพื่อน ๆ ได้อ่านกัน ในช่วงที่(ผม)ยังมีแรงเต็มที่ครับ !

21 Posts

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-6233-9266

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    090-4435-7812

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    090-1895-0987

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    090-2585-3027 หรือ 090-9572-1515