โดยเฉพาะที่ จังหวัดอิบารากิ ซึ่งได้ชื่อว่าเป็น “เจ้าแห่งเมล่อน” ด้วยภูมิประเทศที่เหมาะสมอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นสภาพอากาศที่อบอุ่นตลอดทั้งปี มีดินจากภูเขาไฟที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุและระบายน้ำได้ดี และอุณหภูมิที่แตกต่างกันระหว่างกลางวันกับกลางคืน ทำให้เมล่อนที่ได้นั้นมีเนื้อนุ่ม รสชาติหวานอร่อยชื่นใจ ไม่แปลกใจเลยที่นี่จะได้ส่วนแบ่งในตลาดญี่ปุ่นถึง 26% เป็นอันดับ 1 ของประเทศไปเลย

ช่วงเก็บเกี่ยวเมล่อนที่อิบารากิ

Cr: IBARAKI Prefectural Government

ก่อนเข้าช่วงฤดูร้อน (ประมาณเดือนพ.ค. – มิ.ย.) เมล่อนของจังหวัดอิบารากิจะเข้าช่วงเก็บเกี่ยวพอดี ทำให้มีผลผลิตออกมาวางขายเป็นจำนวนมาก ไม่ว่าจะเป็นผลเมล่อนสดๆ หรือผลิตภัณฑ์ที่แปรรูปมาแล้วอย่าง เมล่อนครีมโซดา ที่ทำจากเมล่อนขนาด 2 ลิตร มาแคะเมล็ด แช่แข็ง เสิร์ฟพร้อมกับไอศกรีมวานิลลาของร้าน ShuShu หรือจะเป็น เมล่อน บาม พรีเมี่ยม จากฟาร์มฟุกาซาคุ ขนมบามคูเฮงรูปเมล่อนที่ทำจากเมล่อนแท้ทั้งลูก สวยงามน่ารัก เหมาะกับการซื้อเป็นของฝากที่สุด

Cr: IBARAKI Prefectural Government

นอกจากนี้ยังมีเมนูต่างๆ เช่น เมล่อนโรล, เมล่อนเต้าหู้นมสด, เมล่อนพาร์เฟ่ต์ เป็นต้น และแน่นอน มีกิจกรรมเก็บเมล่อนทานในฟาร์มด้วย! โดยความพิเศษคือที่อิบารากินั้นเราสามารถหาเมล่อนทานได้แทบจะทั้งปีเลย เพราะว่าเขาปลูกเมล่อนไว้กว่า 6 สายพันธุ์ด้วยกัน แต่ละพันธุ์ก็มีช่วงเวลาเก็บเกี่ยวที่ต่างกันไป ดังภาพนี้เลยค่ะ

Cr: IBARAKI Prefectural Government

สำหรับคนที่สนใจจะไปเก็บเมล่อนในสวนที่อิบารากิ หมีมีฟาร์มมาแนะนำถึง 2 แห่งด้วยกันค่ะ

ฟาร์มฟุกาซาคุ (Fukasaku Farm)

เพลิดเพลินไปกับการเก็บเมล่อนแบบไม่อั้นภายในเวลา 30 นาที นอกจากนี้ยังมีร้านค้าที่วางขายสินค้าจากเมล่อนต่างๆ รวมไปถึงสวนสัตว์ขนาดย่อมให้ได้พักชม และผ่อนคลายหลังจากกิจกรรมเก็บเมล่อน โดยจะเปิดรับผู้เข้าร่วมกิจกรรมเพียง 50 คนต่อวันเท่านั้น ถ้าไม่อยากพลาดกิจกรรมดีๆ ก็ต้องรีบจองล่วงหน้ากันหน่อยน้า (สตาฟถนัดภาษาญี่ปุ่นเป็นหลักนะคะ)

Fukasaku Farm

ที่อยู่361 Dainigorisawa, Hakota-shi, Ibaraki
เวลาทำการ9:00 ~ 17:00 น. (กลางเดือนมิ.ย. – กลางเดือนก.ค.)
ค่าเข้าชม2,500 เยน
โทรศัพท์0291-39-8560
WebsiteFukasaku Farm

ดูแผนที่ Fukasaku Farm

เมล่อน โนะ โมริ (Melon no mori)

ท่องไปในป่าเมล่อนที่จะทำให้คุณสนุกสนานไปกับการเก็บเมล่อนทั้งช่วงต้นฤดูร้อนไปจนถึงฤดูใบไม้ร่วง และดื่มด่ำกับผลิตภัณฑ์แปรรูปจากเมล่อนอย่าง น้ำเมล่อนคั้นสดรสหวานฉ่ำ และ ซอฟต์ครีมเมล่อนกลิ่นหอมหวานสดชื่น

Melon no mori

ที่อยู่1623-1 Anbo, Hakota-shi, Ibaraki
เวลาทำการ9:00 ~ 18:00 น. (ช่วงต้นฤดูร้อนและฤดูใบไม้ร่วง)
ค่าเข้าชมขึ้นอยู่กับฤดูกาล
โทรศัพท์0291-33-5621
WebsiteMelon no Mori

ดูแผนที่ Melon no mori

สายพันธุ์เมล่อนของอิบารากิ

Cr: IBARAKI Prefectural Government

สำหรับใครที่แยกไม่ออกว่า เอ… ทำไมเมล่อนบางทีก็สีเขียว บางทีก็สีส้ม มันต่างกันยังไงนะ หรือจริงๆ แล้วมันคือแคนตาลูปรึเปล่า ไม่ใช่ค่ะ สาเหตุที่สีของเนื้อเมล่อนแตกต่างกันนั้นเป็นเพราะสายพันธุ์ของมันนั่นเอง ที่อิบารากินั้นมีเมล่อนขึ้นชื่ออยู่ถึง 6 สายพันธุ์ โดยแต่ละพันธุ์ก็มีสีสันและรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ต่างกันไป

Cr: IBARAKI Prefectural Government

อิบาราคิงส์เมล่อน (イバラキング) เป็นสายพันธุ์ออริจินอลของจังหวัดอิบารากิเลยก็ว่าได้ค่ะสำหรับอิบาราคิงส์ เพราะใช้เวลาพัฒนาสายพันธุ์นานกว่า 10 ปีจนได้รสชาติที่หวานสดชื่น เนื้อสีเขียวปนเหลืองสวยงาม

Cr: IBARAKI Prefectural Government

อันเดะสึเมล่อน (アンデス) ถือเป็นหนึ่งสายพันธุ์ที่ได้รับความนิยมมาก ด้วยเนื้อแน่นๆ และกลิ่นที่หอมละมุน รสหวานชุ่มคอ ทำให้ครองใจแฟนคลับเมล่อนหลายๆ คนไปได้อย่างง่ายดาย

Cr: IBARAKI Prefectural Government

คุอินชีเมล่อน (クインシー) จุดเด่นคือเนื้อที่นุ่มลิ้นสีส้มสวยงามและรสชาติหวานกลมกล่อมต่างจากพันธุ์อื่นๆ

Cr: IBARAKI Prefectural Government

โอโทเมะเมล่อน (オトメ) อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่มีเนื้อสีเขียวปนเหลือง รสหวานสดชื่น แต่ไม่เท่าอิบาราคิงส์

Cr: IBARAKI Prefectural Government

ทาคามิเมล่อน (タカミ) รูปร่างที่เหมือนลูกรักบี้ต่างจากพันธุ์อื่นๆ คือเอกลักษณ์ของทาคามิเมล่อน มีเนื้อสีเขียวอ่อนๆ รสไม่หวานมาก

Cr: IBARAKI Prefectural Government

อาร์รุซึเมล่อน (アールス) รู้จักกันในชื่อว่า เมล่อนในฤดูใบไม้ร่วง เพราะเป็นสายพันธุ์เดียวที่มีช่วงเก็บเกี่ยวในเดือนส.ค. – พ.ย. เนื้อสีเขียวอมเหลือง ลูกเล็กกว่าใคร แต่อร่อยไม่แพ้เพื่อนนะจ๊ะ

สถานที่ท่องเที่ยวในอิบารากิ

Cr: IBARAKI Prefectural Government

นอกจากสวนเมล่อนแล้วจังหวัดอิบารากิยังมีสถานที่ท่องเที่ยวอีกมากมาย ไม่ว่าจะเป็นสวนดอกไอริสอิตาโกะ (Suigo Itako Ayame Garden) ที่จะพาคุณไปชมดอกไอริสกว่า 500 สายพันธุ์ในบรรยากาศแบบญี่ปุ่น

Cr: IBARAKI Prefectural Government

Cr: IBARAKI Prefectural Government

สวนฮิตาชิ ซีไซด์ พาร์ค (Hitashi Seaside Park) สวนดอกไม้ริมทะเลที่ขึ้นชื่อเรื่องทุ่งดอกโคเชียที่ปกติจะเป็นสีเขียว แล้วจะค่อยๆ เปลี่ยนเป็นสีแดงในฤดูร้อน และกลายเป็นพรมสีแดงเมื่อเข้าฤดูใบไม้ร่วง

Cr: IBARAKI Prefectural Government

และไฮไลท์เด่นของที่นี่คือเสาโทริอิกลางน้ำของศาลเจ้าโออะไร อิโซซากิ (Oarai Isosaki Shrine) ที่จะสะกดทุกสายตาของผู้ที่ไปเยือนด้วยทัศนียภาพที่เปี่ยมไปด้วยมนต์ขลัง

ข้อมูลเกี่ยวกับจังหวัดอิบารากิ

FacebookIbaraki การท่องเที่ยว อิบารากิ
Websiteคู่มือการท่องเที่ยวอิบารากิ

วิดีโอโปรโมทจังหวัดอิบารากิ

ข้อสรุป

สำหรับคนที่สนใจจะเที่ยวจังหวัดนี้แต่ไม่รู้ว่าไปยังไงดี ขอบอกเลยว่าการเดินทางง่ายมากๆ ค่ะ เพราะสามารถเดินทางจากสนามบินนาริตะไปยังสนามบินอิบารากิได้อย่างสะดวกสบาย หรือจะนั่งชินคันเซนจากโตเกียวไปก็ได้ ใช้เวลาแค่ประมาณ 1 ชั่วโมงนิดๆ เท่านั้นเอง เห็นไหมคะว่าไม่ได้ลำบากอย่างที่คิด รู้อย่างนี้ก็ลองไปเที่ยวอิบารากิกันดูนะคะ เพราะจังหวัดนี้ยังมีอะไรให้ค้นหาอีกเยอะเลย 🙂