ซัมเมอร์ที่ผ่านมามีโอกาสได้ไปเยือนที่ Higashiyama Onsen หมู่บ้านออนเซ็นท่ามกลางอ้อมกอดแห่งขุนเขาที่เมืองไอสุวากามัตซึ จังหวัดฟุกุชิมะ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเรียวกังที่ทำให้ประทับใจ ทั้งวิว ออนเซ็น และบริการที่ดีต่อใจมากๆ มาดูกันดีกว่าว่าที่นี่จะพิเศษขนาดไหน

    พักแช่ตัวให้สบาย ณ Kutsurogijyuku Shintaki แห่ง Higashiyama Onsen

    ตอนที่หาข้อมูลการท่องเที่ยงจังหวัดฟุกุชิม่า พบว่ามีหมู่บ้านออนเซ็นแห่งหนึ่งที่น่าสนใจคือ Higashiyama Onsen ด้วยความที่เดือนกรกฏาคมของญี่ปุ่นมีชื่อเสียงเรื่องความร้อนไม่หยอก การเลือกเรียวกังท่างกลางขุนเขาเป็นอะไรที่ลงตัว และน่าจะเย็นสบาย ลองเข้าเว็บดูก็พบว่า Kutsurogijyuku Shintaki เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ และราคาพอรับได้ การเดินทางแบบลุยเดี่ยวครั้งนี้เราจองไว้หนึ่งคืน รวมอาหารเช้าเย็น สนนราคา 14,800 เยน

    ที่เมือง ไอสุวากามัตซึ เป็นเมืองที่เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยว เพราะมีบริการรถบัสนำเที่ยวพาเที่ยวสถานที่สำคัญต่างๆ โดยที่ขึ้นง่าย มีการระบะหมายเลขป้ายง่ายต่อการขึ้นลง ราคาก็ไม่แพง โดยคิดราคาครั้งละ 210 เยน หรือเหมาจ่าย 600 เยน ใช้ได้ทั้งวัน

    หลังจากเดินเที่ยวรอบเมืองจนหนำใจ ก็ได้เวลากลับที่พัก ถ้าจะใช้บริการรถบัสนำเที่ยว แนะนำว่าอย่าค่ำ เพราะรถบัสให้บริการรอบสุดท้าย 19.00 น. จากสถานี Aizuwakamatsu ด้วยความที่วันแรกเราพักโรงแรมหน้าสถานีกระเป๋าจึงฝากไว้ที่โรงแรมก่อน พอเที่ยวเสร็จก็ไปรับกระเป๋ามาขึ้นรถได้เลย ส่วนใครที่มาถึงแล้วอยากเที่ยวก่อนเข้าเรียวกัง แนะนำให้ฝากกระเป๋าที่ล็อกเกอร์หยอดเหรียญหน้สถานี ราคา 500 เยน

    นั่งรถมาลงป้าย H27 Higashiyama Onsen ใช้เวลาไม่นานนัก แต่จุดที่ลงนั้นยังไม่ใช้เรียวกัง ให้เดินอีกสามนาที (ดูแผนที่ด้านล่าง) ก็จะเจอเรียวกังที่อยู่อีกฝั่งสะพาน

    เดินเข้าสะพานเข้าไป จะเจอกับล็อบบี้ ก็เข้าไปลงทะเบียนเข้าพักโดยนำเอกสารภาษาญี่ปุ่ที่ Booking.com ให้มา พนักงานที่ญี่สื่อสารภาษาอังกฤษระดับดี

    หลังจากลงทะเบียน พนักงานจะให้กระดาษมาสองแผ่น แผ่นแรกเป็นแผนผังในแต่ชั้น อีกแผ่นเป็นกำหนดเวลาต่างๆ เช่น การใช้ออนเซ็น เวลาการรับประทานอาหาร เป็นเอกสารภาษาอังกฤษ และพาเรามานั่งพักเสริฟชาเย็น เพื่อรอพนักงานอีกคนพาเข้าห้อง

    หลังจากฟังพนักงานอธิบายฟังก์ชันต่างๆ ของห้องก็ถึงเวลาสำรวจห้อง ถึงแม้จะพักคนเดียวแต่ถ้าเลือกห้องแบบญี่ปุ่นมีห้องน้ำในตัวก็จะได้ห้องใหญ่แบบนี้ ซึ่งห้องนี้พักได้ 1-4 คน แต่วันนี้ขอครองเพียงผู้เดียว และตามแบบฉบับเรียวกีง ตอนนี้เรยยังไม่มีที่นอนมีแต่โต๊ะให้นั่งพัก

    อย่างที่บอกว่าห้องนี้มีห้องน้ำส่วนตัวซึ่ง แบ่งเป็นสามส่วน คือส่วนแต่งตัว แต่งหน้า ล้างหน้า ส่วนสุขา และห้องอาบน้ำ ซึ่งบอกเลยว่าไม้ได้ใช้บริการห้องหลังเลย เพราะกะว่าจะมาลงออนเซ็นแบบสุดพลัง

    ห้องโถงมีตู้เย็น เหยือกน้ำเย็น และกระติกน้ำร้อนพร้อมใช้ มีชากาแฟฟรีและ ชุดน้ำชา จิบชมวิวกันตามอัธยาศัยเลย

    สำรวจห้องพักผ่อนซักพักก็ถึงเวลาอาหารเย็นตามที่พนักงานแจ้ง ซึ่งเค้าจะให้เราเลือกระหว่าง 18.00 น. และ 19.00 น. อาหารจะเสิร์ฟที่ห้องอาหารชั้นหนึ่งของโรงแรม

    มาเรียวกังต้องไม่พลาดเซ็ตอาหารเย็น หรือ ไคเซกิ ชุดอาหารที่มาพร้อมเรื่องเล่าผ่านรสชาติของแต่ละท้องถิ่น พนักงานจำแนะนำวิธีรับประทานอาหารแบบคร่าวๆ แต่ถ้าเราอยากทราบรายละเอียดเพิ่มเติม จะมีเอกสารบอกรายละเอียดของอาหารทั้งคอร์ส ซึ่งจะเริ่มจากอาหารคาว ตบซุ้ยซุปร้อนๆ และของหวาน ซึ่งมื้อนี้อร่อยถูกใจทุกอย่าง โดยเฉพาะเนื้อลายหินอ่อนที่ย่างร้อนๆ ในส่วนของผักเคียงตามฤดูก็รสชาติดีไม่แพ้กัน

    อิ่มแล้วก็ต่อด้วยการแช่ออนเซ็น ที่นี่เค้ามีบริการหลายห้อง แยกเป็นโซนชายหญิงให้บริการสลับกันตามวัน ดังนั้นต้องดูป้ายดีๆ ถามพนักงานเลยว่าสีไหนหญิงสีไหนชาย อย่าจำเป็นห้อง กลางคืนแบบนี้แช่แบบในร่มก็ฟินดี

    กลับมาถึงห้องพนักงานเค้าจะปูเตียงรอไว้เรียบร้อย ที่นี่มีแอร์ดังนั้นตอนนอนไม่ต้องกลัวร้อน หลับสบายยันเช้า

    สิ่งหนึ่งที่พลาดไม่ได้เวลานอนเรียวกังคือการใสชุดยูกาตะ ที่นี่เองก็มีให้บริการอยู่ในตู้เสื้อผ้า มีทั้งชุดและชุดคลุม ใส่แชะภาพสวยๆ ได้สบายเลย จิบชาสบายใจ ต้องต่อด้วยการแช่ออนเซ็นรับอรุณ

    ยิ่งดูตอนเช้ายิ่งพบว่าออนเซ็นที่นี่สวยแน่แช่ทุกแบบ แสงตอนเช้าขับบบรรยากาศให้สวยมากขึ้น แต่บ่อเหล่านี้ เราไม่แช่ มาที่นี่ทั้งที ต้องแช่ออนเซ็นเคล้าเสียงน้ำตก

    ออนเซ็นที่ว่าสบาย ถ้ามีบรรยากาศดีๆ และเสียงนก เสียงน้ำตกคลอ บอกเลยว่าดีต่อใจ อาการเมื่อยจากการเดินเที่ยวมาราธอนปลิวหายไปเมื่อไหร้ไม่รู้

    ในส่วนของอาหารมื้อเช้านั้นเป็นแบบบุฟเฟต์ ซึ่งจัดเต็มมาทั้งแบบญี่ปุ่น และอาหารเช้าแบบสากล เครื่องดื่มมีให้เลือกทั้ง น้ำผลไม้ นม ชา กาแฟ ซึ่งสามารถเทคออกไปทานข้างนอกได้

    ด้วยความที่ยังคงคิดใจแบบญี่ปุ่น จึงเลือกมื้อเช้าแบบญี่ปุ่น โดยรวมคืออร่อยดี แต่ชอบรสชาติเครื่องเคียงจำพวกผักเป็นพิเศษ ซึ่งจะมีผักตามฤดูกาลให้เลือกหลากหลาย เนื่องจากจะต้องเดินทางอีกไกล เลยจัดหนักเลยทีเดียว

    หลังอิ่มมื้อเช้าก็เก็บของเช็คเอาท์ เตรียมไปต่อ ก่อนข้ามสะพานกลับไปขอแวะชมวิว และฟังเสียงน้ำไหลก่อนเสียหน่อย

    Kutsurogijyuku Shintaki (くつろぎ宿 新滝)

    ที่อยู่965-0814 Fukushima, Aizuwakamatsu, Higashiyamamachi Yumoto Kawamukai 222, Japan
    วิธีเดินทางนั่งรถ Aizu บัส จากสถานี Aizuwakamatsu มาลงที่ป้าย H27 Higashiyama Onsen เดินอีก 3 นาที ถึงที่พัก (ใช้ One Day Pass ได้ ราคาวันละ 600 เยน หรือ นึ่งธรรมดาครั้งละ 210 เยน)
    เวลาทำการเวลาเช็คอิน 15:00 – 00:00 น.
    เวลาเช็คเอ้าท์ 07:00 – 11:00 น.
    ราคาห้องแบบญี่ปุ่น มีห้องน้ำในตัว ใช้ออนเซ็นได้พร้อมอาหารเช้าและเย็น เริ่มต้นคนละ 13500 เยน
    WebsiteKutsurogijyuku

    ดูแผนที่ Kutsurogijyuku Shintaki

    ข้อสรุป

    เสน่ห์การผ่อนคลาย และบรรยากาศออนเซ็นท่ามกลางขุนเขา เป็นอะไรที่ช่วยชาร์จแบตร่างกายได้ดีทีเดียว ใครที่ชอบออนเซ็น หมู่บ้านออนเซ็นแห่งนี้นับว่ามีความน่าสนใจ เดินทางง่าย ใกล้ชิดธรรมชาติ ได้ไปรับรองว่าติดใจแน่นอน ติดตามการเดินทางในฟุกุชิมะ ได้ที่

    floating-restaurant-1

    Summer Sunshine Fukushima ไปคนเดียวก็เฟี้ยวได้ Part 1

    ส่งท้ายฤดูร้อนด้วยรีวิวท่องเที่ยวโดดเดี่ยวแต่ไม่เดียวดาย ที่จังหวัด Fukushima ดินแดนสุดน่าสนใจของภูมิภาคโทโฮคุ ประเดิมเมืองฟุกุชิมะ เก็บความประทับใจสุดฟิน