ช่วงฤดูใบไม้ร่วงนี้เรามีโอกาสได้เที่ยวแบบ Road Trip เป็นครั้งแรกเพื่อเก็บความประทับใจที่ ชูบุ ภูมิภาคใจกลางญี่ปุ่น สำหรับการ ขับรถเที่ยว Chubu ครั้งนี้เราจะเน้นพิกัดเที่ยว Unseen ที่เด็ดดวงสุดๆ สำหรับใครที่สนใจการขับรถท่องเที่ยวต้องไม่พลาด เพราะไม่ยาก และไม่แพงอย่างที่คิด สำหรับวันแรกของทริปเรามุ่งตรงจากสนามบินสู่ชิซูโอกะ เอาละขึ้นรถแล้วตามมาเลย

การเช่ารถ รับรถ และพาสทางด่วน

Cr: timescar-rental.com/

สำหรับทริปนี้เราใช้บริการ Times Car Rental ด้วยความที่ทริปนี้สมาชิกมีถึง 6 คนเราเลยเลือกรถใหญ่หน่อยระดับ W4 เพื่อที่สามารถจุได้ทั้งคน และสัมภาระได้เต็มที่ สนนราคาเช่ารถ 6 วัน พร้อมประกันแบบสูงสุดที่หากเกิดเหตุไม่ต้องสำรองจ่าย รวมแล้ว 116,964 เยน เราจองออนไลน์ นัดรับและจ่ายเงินที่สนามบินนาโกย่าชูบุเซ็นแทร์ในวันที่เดินทางไปญี่ปุ่น

หลังจากเดินทางมาถึงสนามบิน ก็ให้เดินข้ามมาที่ฝั่ง Access Plaza ซึ่งเป็นสถานที่ซึ่งเชื่อมต่อการเดินทางที่หลากหลายไปสู่เมือง และสถานที่ท่องเที่ยวต่างๆ ส่วนคนที่ขับรถเที่ยวอย่างเราให้เดินทางตามป้าย Rent a Car มาเลย และลงลิฟต์ไปชั้นหนึ่ง

เดินมาตามป้ายจะเจอร้านเช่ารถมากมาย ให้เลือกเข้าร้านที่เราจองไว้คือ Times Car Rental นั่นเอง เพื่อทำการรับรถที่จองไว้

ในขั้นตอนรับรถนี่เองซึ่งเราสามารถขอ ETC เครื่องจ่ายค่าทางด่วนอัตโนมัติติดรถ (ซึ่งส่วนมากจะมีให้ในรถอยู่แล้ว) และซื้อพาส CEP เพื่อเหมาค่าทางด่วนใส่ลงไปสนนราคา 12,000 เยน เหมา 6 วันครอบคลุมทุกเส้นทางด่วนที่เราขับรถผ่าน ซึ่งพาสนี้สามารถใช้ทางด่วนครอบคลุมส่วนของ Central Nippon Expressway สำหรับใครที่สนใจซื้อพาสทางด่วนสามารถหาข้อมูลได้จากบทความนี้

floating-restaurant-1

เช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น เดินทางอิสระอย่างคุ้มค่าด้วย พาสทางด่วนใบเบิกทางสู่ความสนุก

มารู้จักกับ Central Nippon Expressway Pass (CEP) พาสทางด่วนสุดพิเศษที่จะช่วยให้คุณสามารถ เช่ารถเที่ยวญี่ปุ่น ขับตะลุยได้อย่างใจบนทางด่วนไปยังเมืองต่าง ๆ มากมายในญี่ปุ่น

กรณีที่วิ่งในเส้นทางที่ระบุไว้ จะไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มอีก แต่หากมีก็จ่ายในวันที่คืนรถได้เลย หลักฐานในการรับรถคือ ใบจอง และใบขับขี่สากล พนักงานจะอธิบายชนิดน้ำมันที่เราต้องเติม ซึ่งรถของเราใช้แบบ Regular เรื่องเกี่ยวกับรถต้องจำให้แม่นไม่อย่างนั้นเติมน้ำมันผิดจะยุ่ง

ในส่วนของน้ำมัน ทางบริษัทให้เช่ารถจะเติมให้เราแล้วเต็มถังพร้อมขับ วันที่คืนรถเราต้องเติมให้เต็มแล้วเอาไปคืน

หลังจากพนักงานทำการตรวจสอบรถเรียบร้อย ก็ได้เวลาออกรถ 6 คนพร้อมสัมภาระยัดเข้าไปได้พอดี เพราะบางคนใช้แค่เป้ เพราะงั้นใครที่คนเยอะ ของเยอะล่ะก็ต้องเลือกรถที่ใหญ่กว่านี้ มีช่องเก็บสัมภาระเยอะๆ

ในขั้นตอนจองรถเรากดเลือก Car Navigation แบบ Multiple languages จึงมีภาษาไทยให้ด้วย ค่อนข้างสะดวก แต่ภาษาไทยจะมีแค่เมนูนะ เวลาพูดยังเป็นญี่ปุ่นอยู่ แต่โดยรวมก็ดูรู้เรื่อง วิธีใช้ก็ง่ายๆ จะไปไหนก็เติมเลข Map code หรือเบอร์โทรของที่ที่เราจะไป เลือกว่าจะใช้ทางด่วน เท่านี้ก็ได้เส้นทางออกมาแล้ว เวลาผ่านด่านเก็บเงินทางด่วน ให้เข้าช่อง ETC แล้วผ่านเข้าไปได้เลย

และเพราะ GPS ของที่นี่ดีมาก เราจึงขับตามได้อย่างไร้ข้อกังขา แต่อยากเตือนชาวไทยหน่อย เพราะทางด่วนที่นี่ใช้ความเร็วตามป้าย และต้องปฏิบัตตามป้ายกฎจราจรอย่างเคร่งครัด ก่อนขับต้องศึกษากฏจราจร และป้ายให้ดี

ถ้าขับยาวๆ ก็ไม่ต้องกลัวเมื่อยเพราะที่นี่มีจุดพักเยอะ เรียกว่า SA (Service Area) ที่มีครบทั้งปั้มน้ำมัน ร้านอาหาร ห้องน้ำ ร้านสะดวกซื้อ บางที่ก็มีร้านของฝากให้ช๊อปเลยทีเดียว

พักผ่อนเติมพลังกันเรียบร้อยก็พร้อมมุ่งหน้าไปสู่ที่เที่ยวแรกของเรากันเลย!!!

Ryotanji Temple : ชมสวนสวยในวัดโบราณ

ในที่สุดก็มาถึงที่หมายแรกนั่นก็คือวัดเรียวทันจิ (Ryotanji Temple) วัดที่ที่เต็มเปี่ยมไปด้วยเรื่องราวที่บอกเล่าผ่านสวนและสิ่งปลูกสร้าง ผสมผสานลัทธิชินโตและพุทธศาสนา และโด่งดังเรื่องความงดงามของสวนรายรอบวัด และประวัติศาสตร์ของตระกูลลี ซึ่งมีความสำคัญและจะนับว่าวัดนี้เป็นวัดประจำตระกูลลีก็ว่าได้

นอกจากสวนสถาปัตยกรรมของที่นี่ก็น่าสนใจมาก อาทิพื้นที่ดังเป็นเสียงคล้ายนกไนติงเกล เพื่อเตือนว่ามีคนเดินขึ้นมา รวมไปถึงซุ้มประตูรูปมังกร พระพุทธรูปเก่าแก่ ทำให้ที่นี่เป็นที่ที่มีทั้งความสวยงาม และเรื่องราวประวัตศาสตร์สำคัญของฮามามัตสึได้เป็นอย่างดี

นอกจากความสวยงาม ที่นี่ยังมีพิพิธภัณฑ์จัดแสดงของหาดูยากอันเป็นสมบัติของตระกูลลี มีห้องหับส่วนต่างๆ โบราณวัตถุ ภาพวาดโบราณ ที่สวยงามควรค่าแก่การมาเยือน โดยเฉพาะหากมาช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่พีคๆ จะงดงามเกินบรรยาย ซึ่งเรามาก่อนราว 10 วัน (ต้นเดือนพฤศฤจิกายน) ก่อนกลับก็จัดเครื่องรางเสียหน่อย ที่นี่มีเครื่องรางแปลกตามากอยู่ แต่รูปกระเป๋านักเรียนสะดุดตาที่สุด อิอิ

วัดเรียวทันจิ

ที่อยู่ 1989 Iinoya,Inasa-cho,kita-ku, Hamamatsu-shi,Shizuoka Japan
การเดินทางขับรถตามแผนที่ Map Code : 26 575 045*55 ประมาณ 2 ชม.จากสนามบิน รวมเวลาพัก
เวลาทำการ9: 00 ~ 16: 30 น.
ค่าเข้าผู้ใหญ่ 500 เยน เด็ก 200 เยน
ที่จอดรถฟรี
Websiteryotanji.com

ดูแผนที่ วัดเรียวทันจิ

Unakichi : ลิ้มลองข้าวหน้าปลาไหลตำหรับเด็ด

เที่ยวที่แรกไปแล้ว ก็ต้องเติมพลังเพราะเราถือคติกองทัพต้องเดินด้วยท้อง และของอร่อยที่ไม่ควรพลาดของฮามามัตสึก็คือข้าวหน้าปลาไหล ตั้งแต่เข้าตัวเมืองก็จะเห็นว่าที่ที่มีร้านข้าวหน้าปลาไหลเยอะมาก และวันนี้เราจะพาทุกคนมาชิมเจ้าเด็ด นั่นก็คือ Unakichi (うな吉)

แค่เข้ามาก็ได้กลิ่นปลาไหลย่างหอมๆ ยั่วน้ำลายสุดๆ ตัวร้านมีสองชั้น มีทั้งที่นั่งปกติ ไปจนถึง ห้องส่วนตัวสำหรับลูกค้าที่มากันหลายคน

ที่นี่มีเมนูให้เลือกตั้งแต่เมนูข้าวหน้าปลาไหลเบสิค ไปจนถึงชุดใหญ่ และมาแถบนี้ทั้งทีต้องจัดชุดใหญ่ เพื่อกินในแบบพิเศษเฉพาะที่คนแถวนี้กินกัน โดยกินได้สี่วิธี คือ
1. ตักใส่ชามกินเป็นข้าวหน้าปลาไหลปกติ
2. กินแบบคลุกเครื่องเครื่องเคียง มีวาซาบิ หอมซอย ข้าวพอง
3. เติมน้ำชาเป็นกลายเป็นข้าวต้มอร่อยลื่นคอ
4.กินตามใจเรา

สนนราคาชุดใหญ่คือ 3,400 เยน ถ้าใครกินได้น้อยแนะนำให้สั่งชุดเล็ก เพราะหลังจากจัดเต็มนี่คืออิ่มแทบคลาน แต่อร่อยมากจริงๆ ปลาไหลย่างซอสถึงเนื้อ หนังกรอบ ดีงามสุดๆ นอกจากนี้ยังมีซุปซึ่งใส่ตับปลาไหลรสชาติดีในชุด มีเมลอนเป็นของหวาน มีน้ำและชาเสิร์ฟฟรีด้วย

ร้านข้าวหน้าปลาไหล Unakichi

ที่อยู่ 2142-9 Mikataharachō, Kita-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka-ken 433-8105 Japan
การเดินทาง ขับรถตามแผนที่ Map Code : 26 429 328*55 ประมาณ 15 นาที จากวัด วัดเรียวทันจิ
เวลาทำการ11:00–14:00 น. และ 17:00–20:00 น.
ราคา1200-4000 เยน

ดูแผนที่ Unakichi

Kanzanji Ropeway : ส่องวิวทะเลสาบ ชมแดนกล่องดนตรี

อิ่มท้องกันเรียบร้อยขอพาทุกคนเที่ยวต่อกันที่ Kanzanji Ropeway กระเช้าที่พาคุณชมวิวทะเลสาบฮามานะ (Lake Hamana) ซึ่ง Kanzanji Ropeway เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ท่องเที่ยวพักผ่อนครบวงจร มีทั้งสวนน้ำ สวนสนุก โรงแรมที่พัก แต่วันนี้เราขอเน้นพาชมวิวแล้วกัน

หลังจากจอดรถก็ทำการซื้อตั๋วเพื่อขึ้นกระเช้าไปอีกฝั่ง สนนราคาค่าตั๋วไปกลับคนละ 820 เยน สำหรับใครที่อยากชมพิพิธภัณธ์เครื่องดนตรีและกล่องดนตรีด้านบนสามารถซื้อแพคเกจในราคา 1,450 เยนได้ ตั๋วที่ได้ต้องเก็บไว้ให้ดี เพราะต้องใช้ขึ้นกระเช้ากลับ

นั่งกระเช้าชมวิวข้ามฝั่งมาถึง HAMANAKO ORGEL MUSEUM แต่เราไม่ได้เข้าพิพิธภัณฑ์ ตรงขึ้นจุดชมวิว จุดสนใจของที่นี่คือระฆังที่ดังไพเราะทุกชั่วโมง

วิวทะเลสาบที่มองเห็นได้แบบ 360 องศา ที่มองไกลได้ถึงช่วงที่ออกสู่ทะเล ในวันฟ้าเปิดอาจเห็นฟูจิได้จากที่นี่ แต่น่าเสียดายที่เราแต้มบุญไม่ถึง แต่ก็นับได้ว่าสวยมากอยู่ดี อากาศก็ดีสุดๆ

สำหรับใครที่ชอบกล่องดนตรีล่ะก็จะต้องตื่นตาตื่นใจสุดๆ เพราะมีให้เลือกช๊อปเป็นพันแบบ เป็นร้อยๆ เพลง แถมยังดีไอวาย ดีไซน์กล่องดนตรีเฉพาะของตัวเองได้ด้วย หรือถ้าชอบกล่องดนตรีแบบเคลียนไหวก็มีด้วย นับว่าเป็นสวรรค์ของคนรักกล่องดนตรีเลยทีเดียว

Kanzanji Ropeway

ที่อยู่ 1891, Kanzanjicho, Nishi-ku Hamamatsu-shi, Shizuoka, 431-1209, Japan
วิธีเดินทางขับรถตามแผนที่ Map Code : 43 359 223*25 ประมาณ 20 นาที จากร้านอูนาโยชิ
เวลาทำการ9:00 – 17:30 น. (ช่วงหน้าหนาวจะปิดเร็วขึ้น)
ราคาตั๋วขึ้นกระเช้าไปกลับ 820 เยน
ดูราคาเพิ่มเติมคลิก
ที่จอดรถชั่วโมงละ 800 เยน
Websitekanzanji-ropeway.j

ดูแผนที่ Kanzanji Ropeway

Nukumori no mori : แวะชิลล์หมู่บ้านสุดน่ารัก

บ่ายแก่ๆ แบบนี้จะมีอะไรดีไปกว่าการมานั่งชิลล์ที่หมู่บ้านสุดน่ารักอย่าง Nukumori no Mori ซึ่งเราขับรถมาตามเส้นทางไม่ไกลจาก kanzanji ropeway ใครที่ขับรถมาเที่ยวที่นี่ต้องจอดรถที่ลานจอดรถก่อน แล้วค่อยเดินมาที่หมู่บ้านตามป้าย ไม่ไกลจากลานจอดรถ

ที่นี่ได้จำลองหมู่บ้านเล็กน่ารักเหมือนในเทพนิยายเอาไว้ ในหมู่บ้านเต็มไปด้วยร้านรวง คาเฟ่ แกลลอรี่ และร้านขายงานศิลปะ จริงๆ มีคาเฟ่นกฮูกด้วยแต่เราไม่ได้แวะ เพราะอยากเก็บภาพรอบๆ สถานที่ ยิ่งอากาศเย็นๆ แบบนี้ เหมือนเราหลุดไปในเทพนิยายจากฝั่งยุโรปกันเลยทีเดียว

และสำหรับใครที่ชอบกินไอติม ห้ามพลาดร้านนี้เพราะมีไอศครีมให้เลือกกว่า 30 รส และจะบอกว่านี่คือไอศรีมบลูเบอรี่ที่อร่อยที่สุดที่เคยกิน วิธีซื้อต้องกดคูปองราคา 320 เยน เลือกเลขรสชาติ ก็จะได้ไอศรีมมาเดินละเลียดชิมชมหมู่บ้าน

ใครอยากเที่ยวพร้อมหามุมถ่ายภาพสวยๆ ล่ะก็ที่นี่ตอบโจทย์สุดๆ ยิ่งมาตอนอากาศเย็น เหมือนได้โบนัสมาเที่ยวได้อารมณ์ญี่ปุ่น และยุโรปในทริปเดียวกันเชียวล่ะ

Nukumori no Mori

ที่อยู่2949 Wajichō, Nishi-ku, Hamamatsu-shi, Shizuoka-ken 431-1115 Japan
การเดินทางขับรถตามแผนที่ Map Code : 26 334 188*06 เพื่อไปลานจอดรถ ประมาณ 10 นาที จาก kanzanji ropeway จากนั้นเดินอีก 4 นาที
เวลาทำการ10:00 – 17:00 น.
ค่าเข้า300 เยน
ที่จอดรถชั่วโมงละ 800 เยน
Websitenukumori.jp

ดูแผนที่ Nukumori no mori

Benten Island : ชมวิวโทริอิกลางทะเลสาบ

เที่ยวจนเย็นย่ำ จะมีอะไรดีซะกว่าการชมพระอาทิตย์ตกริมทะเลสาบฮามานาโกะ (Lake Hamanako) ที่ Benten Island ซึ่งจุดนี้จะเห็นทะเลสาบพร้อมวิวเสาโทริอิสีแดงตัดกัน นอกจากนี้ระหว่างทางยังสามารถขับผ่าน Lake Hamanako Bridge ที่จะเห็นทั้งวิวทะเลสาบ และชายฝั่งทะเลในคราวเดียวกัน

นอกจากชมวิวยังจะได้พบเห็นการตกปลาที่คนที่นี่จะมารวมตัวกันเพื่อตกปลา น้ำที่นี้ใสไหลเย็นเห็นตัวปลาสุดๆ นับเป็นการจบทริปที่ดื่มด่ำ สุดๆ

Benten Island

ที่อยู่ Maisakacho Bentenjima, Nishi Ward, Hamamatsu-shi, Shizuoka-ken 431-0214 Japan
การเดินทางขับรถตามแผนที่ Map Code : 43 087 232*66 ประมาณ 30 นาที จาก Nukumori no Mori
ที่จอดรถชั่วโมงละ 410 เยน
Websitebentenjima.jp

ดูแผนที่ Benten Island

Numazu Fish Coast : อิ่มฟินซูชิสดอร่อย

เที่ยวกันแบบจุใจทั้งวันก็ถึงเวลาชดเชยพลังงานที่สูญเสียไป เย็นนี้เราจะพาทุกคนมาชิมซูชิสดรสอร่อยที่ร้าน 沼津魚河岸メイワン浜松店 (Numazu Fish Coast) ร้านชูชิที่อยู่บริเวณ Market ขายของกิน และอาหารทะเลที่อยู่ในสถานี Hamamatsu ซึ่งเราเดินเท้ามาจากโรงแรมที่พักหลังจากเช็คอิน

ที่นี่เป็นร้านสไตล์อิซากายะ มีอาหารหลากหลาย โดดเด่นในเรื่องของชูชิ ราคาอาหารไม่แพง เริ่มต้นที่เมนูละ 460 เยน เท่านั้น สำหรับอาหาร ถ้าเลือกเป็นเซ็ตจะคุ้มมาก

มาถึงฮามามัตสึเมืองชายฝั่ง ต้องจัดเต็มอาหารทะเล ราคาปลาดิบที่นี่มีหลายชุดตั้งแต่เล็กไปใหญ่ ชุดใหญ่ที่สุดคือ 9800 เยน พร้อมเซ็ตซูชิ ซุป และเครื่องเคียงคอสละ 2300 เยนต่อคน เอาให้จุใจ ราคาอาจน่าตกใจ และถ้าหารหก ก็ไม่เท่าไหร่ แต่ถ้ากินไม่เก่ง แนะนำให้สั่งอย่างใดอย่างหนึ่ง ไม่งั้นมีจุกนะจ๊ะ

อิ่มแล้วก็มาเดินย่อยอาหารรอบๆ สถานีฮามามัตสึ ซึ่งเป็นสถานีใหญ่ โอบล้อมด้วยโรงแรม และช๊อปปิ้งมอลล์มากมาย ขาช๊อปรับรองว่าถูกใจ มีทุกสิ่งอย่างที่ต้องการเลยทีเดียว

Numazu Fish Coast (沼津 魚がし鮨 メイワン浜松店)

ที่อยู่ 6-2 Sunayamacho, Naka Ward, Hamamatsu, Shizuoka Prefecture 430-0926 Japan
วิธีเดินทางอยู่ในสถานี Hamamatsu
เวลาทำการ 11:00~22:00 น.
ราคาเริ่มต้นที่ 460 เยน
Websiteuogashizushi.co.jp

ดูแผนที่ Numazu Fish Coast

Okura Act City Hotel Hamamatsu

ทั้งกินทั้งช๊อปเรียบร้อยก็ได้เวลาพักผ่อน วันแรกของทริปเราเลือกพักที่ Okura Act City Hotel Hamamatsu โรงแรมทำเลดีที่สามารถเดินถึงร้านรวง และห้างสรรพสินค้าไม่ไกล นับว่าทำเลดีทีเดียว

โรงแรมตกแต่งอย่างมีกิมมิค โดยทั้งโรงแรมตกแต่งด้วยโน๊ตดนตรี โอ่อ่า ที่สำคัญชั้นล่างของโรงแรมมีร้านสะดวกซื้อ เรียกได้ว่าถ้าขาดอะไรล่ะก็ก็ซื้อได้สบายๆ

โรงแรมนี้นับว่ามีห้องกว้างพอสมควรที่สำคัญสามารถชมวิวยามค่ำยืนของฮามามัตสึได้แบบจัดเต็ม ที่สำคัญมีสิ่งอำนวยความสะดวกเยอะ ทั้งทีวี ตู้เย็น เครื่องใช้ในห้องน้ำ ไดร์เป่าผม Wi-Fi ฟรี นับว่าสะดวกสบายทีเดียว

ในส่วนของอาหารเช้ามีให้เลือกหลายรายการทั้งแบบญี่ปุ่น และอาหารฝรั่ง เครื่องดื่มและกาแฟมีให้เลือกเยอะมาก เป็นการเติมพลังที่ดีก่อนเริ่มการเดินทางวันต่อไปเลยทีเดียว

Okura Act City Hotel Hamamatsu

ที่อยู่111−2 Itayamachi, Naka Ward, Hamamatsu, Shizuoka Prefecture 430-7733 Japan
การเดินทางขับรถตามแผนที่ Map Code : 26 133 263*06 ประมาณ 40 นาที จาก Benten Island
เวลาทำการ เช็คอิน 15.00 น. เป็นต้นไป
เช็คเอาท์ก่อน 11.00 น.
ราคาราคาอาจต่างกันไปตามช่วงเวลา
ที่จอดรถวันละ 500 เยน (ต้องเป็นแขกของโรงแรมเท่านั้น)
Websiteact-okura.co.jp

ดูแผนที่Okura Act City Hotel Hamamatsu

ข้อสรุป

พอมาลอง เที่ยวด้วยการ ขับรถเที่ยว Chubu ก็เริ่มติดใจแล้วล่ะ เพราะเดินทางสะดวก ไม่ต้องกังวลเรื่องสัมภาระ แวะได้ตามใจ ที่สำคัญไปในสถานที่ท่องเที่ยวที่ขนส่งสาธารณะไม่สะดวก และยังเก็บที่เที่ยวได้มากเป็นสองเท่าของการนั่งรถไฟ หรือรถบัสอีกด้วย สำหรับทริปวันที่สองสามารถติดตามกันได้ที่ Link นี้

floating-restaurant-1

ขับรถเที่ยว Chubu อินไซต์ใจกลางญี่ปุ่น ตอนที่ 2 : Unseen Aichi ชมวิวใบไม้เปลี่ยนสีสุดอเมซิ่ง

ทริป ขับรถเที่ยว Chubu ดำเนินมาถึงวันที่สอง สำหรับวันนี้เราจะพาเพื่อนๆ มาเยือนจังหวัดไอจิ ชม Unseen ช่วงใบไม้เปลี่ยนสีที่สวยงาม พร้อมกิจกรรมสุดสนุกเปิดมุมใหม่ไอจิที่น่าไปเยือน