ส่งของไปญี่ปุ่น

สำหรับใครที่มีเพื่อน หรือญาติที่ญี่ปุ่น อาจจะมีความจำเป็นจะต้องส่งของไปให้ ยิ่งช่วงที่โควิดระบาดจนส่งผลให้การเดินทางไปเองลำบากมากขึ้น หลายคนคงสนใจเรื่องการ ส่งของไปญี่ปุ่น วันนี้เรารวบรวมข้อควรรู้และผู้ใช้บริการยอดนิยมมาฝากกัน

ส่งของไปญี่ปุ่น ห้ามส่งอะไรบ้าง

ก่อนจะทำการส่งของนั้นก่อนอื่นต้องศึกษาเรื่องชนิดของที่สามารถส่งไปได้ ศึกษาว่าอะไรเป็นสิ่งต้องห้ามและทำตามข้อกำหนด ในเบื้องต้นของอันเป็นของต้องห้ามที่ห้ามส่งเข้าญี่ปุ่นประกอบไปด้วย เนื้อหมู เนื้อสัตว์ และสินค้าแปรรูปจากสัตว์ ผลไม้ที่เสี่ยงต่อการระบาดของแมลงศัตรูพิช อาทิ มะม่วง รวมไปถึงสินค้าละเมืดลิขสิทธ์ ยา 11 ชนิด ซึ่งสามารถศึกษาเพิ่มเติมอย่างละเอียดจากบทความเหล่านี้

ของห้ามเข้า ญี่ปุ่น

ตรวจเข้ม ของห้ามเข้า ญี่ปุ่น พร้อมเปิดรายการที่ต้องระวัง

ช่วงนี้ทางญี่ปุ่นตรวจเข้มสัมภาระของนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ วันนี้เราเลยรวบรวบรายการ ของห้ามเข้า ญี่ปุ่น มาฝากกัน ใครรู้ตัวว่ามีของดังกล่าวหยิบออกจากกระเป๋าไป มั่นใจที่สุด

อาหารห้ามนําเข้าญี่ปุ่น

ตรวจเข้ม!!! เปิดรายชื่อ อาหารห้ามนําเข้าญี่ปุ่น แชร์ไว้อย่าให้พลาด

รายการ อาหารห้ามนําเข้าญี่ปุ่น รวมถึงรายการต้องสำแดง พร้อมข้อมูลการขอใบรับรองสำหรับบางชนิด ก่อนเดินทางต้องดู จะปรุง หรือฝากญาติ ไม่อยากพลาดต้องแชร์

หากของที่คุณต้องการส่งอยู่ในหมวดของต้องห้าม ก็ไม่ควรเลือกส่งไปเพราะจะทำให้ของโดนยึดเอาไว้หากมีการสุ่มตรวจและอาจถูกดำเนินการ สำหรับเรื่องการส่งเงินปัจจุบันก็มีวิธีโอนเงินที่สะดวกสะบาย ไม่จำเป็นต้องส่งผ่านทางพัสดุ

2ส่งของไปญี่ปุ่น ภาษี ต้องเสียหรือไม่

ส่งของไปญี่ปุ่น

เรื่องของการเสียภาษีเป็นอีกหนึ่งข้อสำคัญที่คนส่งของอยากจะรู้ เมื่อมีการ ส่งของไปญี่ปุ่น โดยจะมีบางประเภทที่ได้รับยกเว้นภาษี เช่น

  • หนังสือ
  • เครื่องคอมพิวเตอร์แบบกระเป๋าหิ้ว และผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับอิเล็คทรอนิกส์อื่นๆ
  • สำหรับสินค้าชนิดอื่นๆ ผู้รับต้องชำระอากรภาษีขาเข้าไม่ว่าจะเป็นสินค้าใช้ส่วนบุคคล หรือเพื่อการพาณิชย์ ซึ่งโดยทั่วไปการเก็บภาษีจะเก็บที่ปลายทางคือผู้รับที่ญี่ปุ่นต้องเป็นคนจ่ายซึ่งการจ่ายภาษีก็แบ่งออกตามชนิดของ อาทิ

  • เครื่องดื่มแอลกอฮอลล์ ภาษีนำเข้า30-70เยน ต่อลิตร
  • เสื้อผ้าภาษีนำเข้า 20%
  • ชา กาแฟ 15%
  • พวกผัก ผลไม้ 10%
  • โต๊ะ เฟอร์นิเจอร์ ของเล่น เกมส์ 3%
  • อื่นๆ 5%
  • สินค้าจากหนังแท้ ขนสัตว์ จะถูกประเมินเป็นรายชิ้นราคาค่อนข้างแพงเพราะญี่ปุ่นไม่สนับสนุนการใช้ ราว 5000 เยนต่อชิ้น
  • หากมีมียอดรวมของราคาซีไอเอฟ (ค่าสินค้า, ค่าประกันภัยและค่าขนส่ง) มีมูลค่าไม่เกิน JPY10,000 หรือการคำนวณอากรจำนวนรวมไม่เกิน JPY100 ก็จะได้รับการยกเว้นภาษีอุปโภคบริโภค (Consumption Tax)

    ซึ่งผู้รับจะได้รับโทรศัพท์จากเจ้าหน้าที่หากมีการเรียกเก็บภาษี

    3การจ่าหน้าซอง

    Cr: post.japanpost.jp

    สำหรับข้อมูลสำคัญที่ต้องกรอกเพื่อจ่าหน้าซองนั้นจะต้องกรอกเป็นภาษาอังกฤษ โดยทั่วไปต้องกรอกข้อมูลต่อไปนี้

    รายละเอียดของผู้ส่ง
    ชื่อ
    บ้านเลขที่ ถนน เขต เมือง จังหวัด
    รหัสไปรษณีย์
    หมายเลขโทรศัพท์, แฟกซ์

    รายละเอียดของผู้รับ
    ชื่อ
    หมายเลขห้อง บ้านเลขที่ ถนน
    จังหวัด
    รหัสไปรษณีย์
    ประเทศ
    หมายเลขโทรศัพท์ /แฟกซ์

    โดยต้องมีการบอกรายละเอียดของที่จะส่งด้วย อาทิ

  • ของที่ส่ง (ถ้าเป็นของใช้ส่วนตัว ให้ระบุด้วยว่า Personal Use ถ้าเป็นของขวัญก็ระบุว่า Gift )
  • เขียนรายละเอียดในกรณีที่ส่งเป็นพัสดุ (ไม่บังคับ)
  • จำนวน, น้ำหนัก, มูลค่า (ใส่หน่วยเงินข้างหน้าตัวเลขมูลค่า)
  • ทำเครื่องหมายกากบาทในข้อที่เข้าข่าย
  • ระบุการรับประกันมูลค่าสินค้าที่ต้องการตามแพคเกจของผู้ให้บริการ
  • ตรวจสอบว่าของที่ส่งไม่ใช่สิ่งของที่มีอันตราย แล้วทำเครื่องหมายกากบาท
  • ลงชื่อ
  • 4ผู้ให้บริการ

    ส่งของไปญี่ปุ่น

    ปัจจุบันผู้ให้บริการส่งของไปญี่ปุ่น นั้นมีให้เลือกมากมาย โดยแต่ละเจ้าก็มีจุดเด่น ข้อดีและความนิยมแตกต่างกัน อาทิ

    ไปรษณีย์ไทย

    ส่งของไปญี่ปุ่น

    สำหรับการส่งของด้วยไปรษณีย์ไทยนับว่าเป็นช่องทางที่สะดวกสบายที่สุดสำหรับผู้ที่ไม่คุ้นเคยกับการส่งของไปต่างประเทศ เพราะมีพนักงานที่บริการในรูปแบบที่คุ้นเคย ที่สำคัญส่งง่ายสาขาเยอะ ซึ่งสามารถคำนวนราคาค่าส่งตามน้ำหนักได้ตามประเภทการส่งซึ่งถึงช้าเร็วต่างกันแบ่งออกเป็น

  • พัสดุไปรษณีย์ทางภาคพื้น
  • พัสดุไปรษณีย์ทางภาคพื้น
  • EMS World ซองเหมา
  • EMS World (Package)
  • Courier Post (Document)
  • Courier Post (Merchandise)
  • สำหรับใครที่อยากคำนวนค่าส่งก็คำนวนได้ที่ลิงค์นี้ เพียงระบุปลายทาง และน้ำหนัก

    คลิกเพื่อคำนวนราคาค่าส่ง

    FEDEX

    ส่งของไปญี่ปุ่น

    FEDEX บริษัทขนส่งระดับโลกที่มีบริการแบบ Door to Door คือสามารถโทรให้เข้าไปรับของได้ อีกทั้งมีสาขาทั่วประเทศไทยพร้อมแพคเกจหลากหลายซึ่งราคาจัดส่งเริ่มต้นที่ 750 บาท โดยระยะเวลาเร็วสุดในการขนส่งคือ 2 วันทำการขึ้นไป จุดเด่นของที่นี่คือเค้าจะมีกล่องให้ใช้

    สำหรับใครที่อยากคำนวนค่าส่งก็คำนวนได้ที่ลิงค์นี้ เพียงระบุปลายทาง และน้ำหนัก ขนาดกล่อง

    คลิกเพื่อคำนวนราคาค่าส่ง

    สำหรับวิธีการส่งพัสดุทางนี้จะยุ่งยากกว่าการใช้ไปรษณีไทยเล็กน้อยเพราะต้อง เปิดบัญชีผ่านเว็บไซต์ FedEx ผูกบัตรเครดิตเพื่อใช้ชำระค่าส่งพัสดุ กรอกรายละเอียดผู้ส่ง ปลายทางผู้รับพัสดุ ใส่ข้อมูลรายละเอียดของพัสดุ ขนาดกล่อง เลือกวันเวลาที่ต้องการนำส่งพัสดุ เลือกรูปแบบในการนำส่ง กดยืนยัน เท่านั้นก็รอเจ้าหน้าที่เข้ามารับได้ (อาจมีการจัดทำเอกสารพิธีการทางศุลกากร และจัดเตรียมไว้ให้กับเจ้าหน้าที่เข้ารับพัสดุ) หรือหากไม่สะดวกทางออนไลน์ก็ติดต่อคอลเซนเตอร์ได้

    สำหรับเรื่องของภาษีจะบอกว่าค่อนข้างสะดวกกับบริการ FedEx Electronic Trade Documents คือการอัพโหลดเอกสารเพื่อดำเนินพิธีการทางศุลกากรให้ราบรื่นและรวดเร็วขึ้นไม่ต้องลุ้นว่าต้องโดนภาษีเท่าไหร่

    ช่องทางติดต่อ FedEx
    Call Center เบอร์ 1782 หรือ 0-2229-8900
    เปิดให้บริการ วันจันทร์ – ศุกร์ เวลา 8.00 น. – 22.00 น.
    วันเสาร์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ เวลา 8.00 น. – 17.00 น.

    DHL

    ส่งของไปญี่ปุ่น

    อีกหนึ่งขนส่งระดับโลกที่มีความเชี่ยวชาญในการส่งมาก แม้ว่าราคาเริ่มต้นจะแพงที่สุดในบรรดาขนส่งทั้งหมด (ราคาเริ่มต้นที่ 1,000 บาทขึ้นไป) แต่มีข้อดีคือส่งเร็วมากคือ อาจส่งไปถึงภายในวันทำการถัดไป หรือส่งด่วนถึงก่อนเที่ยงวันถัดไป มีบริการ Door-to-Door รับพัสดุถึงหน้าบ้าน อีกทั้งยังมีบริการบรรจุภัณฑ์ฟรี

    สำหรับใครที่อยากคำนวนค่าส่งก็คำนวนได้ที่ลิงค์นี้ เพียงระบุปลายทาง และน้ำหนัก ขนาดกล่อง

    คลิกเพื่อคำนวนราคาค่าส่ง

    การส่งของไปต่างประเทศกับ DHL ทำได้ง่ายๆ เพียงเข้าเว็บไซต์ของ iExpressByDHL ใส่ข้อมูลเอกสารหรือพัสดุของคุณ ใส่ข้อมูลที่อยู่ผู้ส่ง ผู้รับและที่อยู่ที่ให้ไปรับเอกสารหรือพัสดุ เลือกวิธีนำส่งพัสดุ จะใช้บริการให้เจ้าหน้าที่เจ้ามารับพัสดุ หรือนำไป Drop Off ที่สาขาใกล้บ้านก็ได้ โดยจ่ายค่าบริการผ่านบัตรเครดิต โดยสามารถพิมพ์เอกสารใบนำส่งสินค้า ใบกำกับสินค้า เพื่อแนบเอกสารไปกับพัสดุที่ต้องการจัดส่งได้ ทางเว็บก็ใช้ง่ายรองรับภาษาไทย

    การติดต่อ DHL
    Call Center เบอร์ 02-345-5000 ตลอด 24 ชั่วโมง
    Live Chat บนเว็บไซต์iexpressbydhl.com/th

    ข้อสรุป

    นับว่าเป็นทางเลือกหนึ่งที่สะดวกในช่วงที่การเดินทางไปเองยากลำบาก หรือถ้าใครที่มีเพื่อนหรือญาติ การ ส่งของไปญี่ปุ่นก็ไม่ยากอย่างที่คิด สำหรับคนที่สนใจการส่งของกลับไทยลองดูบทความนี้

    ไปรษณีย์ญี่ปุ่น

    มาทำความรู้จัก ไปรษณีย์ญี่ปุ่น และวิธีส่งพัสดุจากญี่ปุ่นกลับไทยกันเถอะ

    การขนส่งจดหมายและพัสดุในประเทศไทยที่เราจะนึกถึงเลยคงไม่พ้นไปรษณีย์ไทยเป็นแน่ แต่ถ้าหากเป็นที่ญี่ปุ่นล่ะ เราจะต้องทำยังไง แล้วไปส่งที่ไหนได้บ้าง ค่าบริการเท่าไหร่ ส่งกลับไทยได้ไหมนะ แอบสงสัยกันอยู่ใช่ไหมล่ะ งั้นเรามาทำความรู้จักกับ ไปรษณีย์ญี่ปุ่น กัน