รวม 40 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ไม่ควรพลาด หากยังไปไม่ครบ

24/10/2022
40 ที่เที่ยวญี่ปุ่น ที่ไม่ควรพลาด ต้องไปสักครั้ง ประเทศญี่ปุ่นเป็นอีกหนึ่งประเทศท่องเที่ยวที่ไม่เล็กและไม่ใหญ่จนเกินไป อีกทั้งยังเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่รวมไว้ทุกรูปแบบครบ ไม่ว่าจะเป็นแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติ วัฒนธรรม ศาลเจ้า เทคโนโลยีที่ล้ำสมัย ความเป็นระเบียบเรียบร้อยของชาวญี่ปุ่น อากาศที่น่าท่องเที่ยวในแต่ละฤดู ผลไม้ อาหารเลิศรส รวมไปถึงเมืองต่างๆ ที่มีเสน่ห์แตกต่างกันไปอีกด้วย ทำให้ไม่ว่าจะไปเที่ยวกี่ครั้งก็อยากไปเที่ยวซ้ำอีกไม่มีเบื่อ ว่าแต่ใครที่ไปมาแล้วยังเก็บไม่ครบ 40 ที่นี้บ้าง? ลองไปดูกันเลย ถ้าใครที่ยังไปไม่ครบ เที่ยวญี่ปุ่นรอบหน้าอย่าลืมไปปักหมุดไปเที่ยวล่ะ จะได้ไม่พลาดไฮไลท์ญี่ปุ่น ที่ต้องไปสักครั้ง!

Contents Index

  1. วัดเซนโซจิ : Sensoji Temple (โตเกียว)
  2. ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง ฟูชิมิอินาริ : Fushimi Inari Shrine (เกียวโต)
  3. วัดคินคะคุจิ หรือ วัดทอง : Kinkakuji (เกียวโต)
  4. วัดคิโยะมิซุ หรือ วัดน้ำใส : Kiyomizu-dera (เกียวโต)
  5. ปราสาทฮิเมจิ : Himeji Castle (เฮียวโงะ)
  6. หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวาโกะ : Shirakawa-go (กิฟุ)
  7. ภูเขาไฟฟูจิ : Mt.Fuji (ชิสึโอกะ และ ยามานาชิ)
  8. ปราสาทมัตสึโมโตะ : Matsumoto Castle (นากาโนะ)
  9. สวนริมทะเลฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค : Hitachi Seaside Park (อิบาระกิ)
  10. กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ : Tateyama Kurobe Alpine (โทยาม่า และนากาโนะ)
  11. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง : Kaiyukan Osaka Aquarium (โอซาก้า)
  12. ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ ฟาร์มโทมิตะ : Tomita Farm (ฮอกไกโด)
  13. สวนกวางนารา : Nara Park (นารา)
  14. สวนลิงจิโกคุดานิ : Jigokudani Yaen Park (นากาโนะ)
  15. อาราชิยามะ : Arashiyama (เกียวโต)
  16. ศาลเจ้าเมจิ จิงกุ : Meiji-jingu Shrine (โตเกียว)
  17. ปราสาทนิโจ : Nijo Castle (เกียวโต)
  18. พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ : Churaumi Aquarium (โอกินาว่า)
  19. วัดโทไดจิ : Todaiji Temple (นารา)
  20. เกโระ ออนเซ็น : Gero Onsen (กิฟุ)
  21. คามิโคจิ : Kamikochi (นากาโนะ)
  22. น้ำตกทาคาจิโฮะ : Takachiho (มิยาซากิ)
  23. เนินทรายทตโตริ : Tottori Sand Dunes (ทตโตริ)
  24. สวนดอกไม้นาบานะโนะซาโตะ : Nabana no Sato (มิเอะ
  25. อาเบโนะ ฮารุกัส 300 : abeno harukas 300 (โอซาก้า)
  26. เกาะฮาชิมะ : Hashima Island (นางาซากิ)E
  27. สวนสาธารณะชินจูกุ : Shinjuku Gyoen (โตเกียว)
  28. น้ำตกนาชิ : Nachi Fall (วากายาม่า)
  29. สวน คาวาจิ ฟูจิ : Kawachi Fuji Garden (ฟุกุโอกะ)
  30. ปราสาทคุมาโมโตะ : Kumamoto Castle (คุมาโมโตะ)
  31. รถไฟสายโรแมนติก ซากาโนะ : Sagano Train (เกียวโต)
  32. ชินเซไก : Shinsekai (โอซาก้า)
  33. หอทสึเทนคาคุ : Tsutenkaku Tower (โอซาก้า)
  34. คาบุคิโจ : Kabukicho (โตเกียว)
  35. โตเกียวสกายทรี : Tokyo Sky Tree (โตเกียว)
  36. โตเกียวทาวเวอร์ : Tokyo Tower (โตเกียว)
  37. พระราชวังอิมพีเรียล : Tokyo Imperial palace (โตเกียว)
  38. ตลาดอะเมโยโกะ : Ameyoko Market (โตเกียว)
  39. คาวาโกเอะ : Kawagoe (ไซตามะ)
  40. ฮาคุบะ : Hakuba (นากาโนะ)

สำหรับประเทศญี่ปุ่นแล้ว เป็นอีกหนึ่งประเทศที่เหล่านักท่องเที่ยวทั่วโลกต่างให้ความสนใจ ไม่ว่าจะฤดูไหนก็มีเสน่ห์ให้น่าหลงใหล และอยากกลับไปเที่ยวอีกครั้งหนึ่ง อีกทั้งแต่ละสถานที่ท่องเที่ยวนั้นก็มีความเป็นมาที่น่าสนใจไม่แพ้กันเลย และสำหรับใครที่ยังไปไม่ครบ 40 ที่เที่ยวญี่ปุ่น นี้แล้วล่ะก็ เที่ยวญี่ปุ่นรอบหน้า อย่าลืมวางแพลนเที่ยวสถานที่เหล่านี้กันสักครั้งนะ จะมีที่ไหนบ้างไปดูกันเลย

วัดเซนโซจิ : Sensoji Temple (โตเกียว)

อีกหนึ่งวัดใหญ่ใจกลางโตเกียว หรือที่คนทั่วไปเรียกกันว่า วัดโคมแดง หรือ วัดอาซากุสะ เป็นอีกวัดเก่าแก่สำคัญที่เหล่าชาวญี่ปุ่นมักจะมาสักการะสักครั้ง โดยเฉพาะในช่วงปีใหม่ คนญี่ปุ่นจะมาสักการะเพื่อความเป็นสิริมงคลในชีวิต และหากชาวเที่ยวญี่ปุ่นด้วยตัวเองมือฉมังอย่างเราๆ ก็ต้องเคยไปอยู่แล้ว แต่สำหรับมือใหม่ต้องมาร์กที่นี่ไว้เลย ห้ามพลาด เพราะเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กเช็คอินที่ต้องมาให้ได้

โดยสัญลักษณ์สำคัญของวัดนี้คือโคมสีแดงดวงใหญ่ที่ตั้งตระหง่านอยู่ทางด้านหน้า คนไทยส่วนใหญ่ที่มาเที่ยวในระแวกโตเกียวมักจะแวะมาสักการะที่นี่ และนอกจากนี้บริเวณถนนรอบๆ วัดยังมีถนนนากามิเสะ ซึ่งเป็นถนนช้อปปิ้งที่ผู้คนต่างนิยมมาช้อปปิ้งอีกด้วย และวัดเซนโซจินี้ยังอยู่ติดกับแม่น้ำ Sumida ทำให้ผู้คนมักจะแวะชมวิว หรือในช่วงซากุระผู้คนมักจะแวะชมซากุระบริเวณสวนสุมิดะด้วยนั่นเอง

วัดเซนโซจิ : Sensoji Temple

ที่อยู่2-3-1 Asakusa, Taito, Tokyo 111-0032
วิธีเดินทางจาก Sky Tree ขึ้นรถไฟจากสถานี Oshigami สาย Toei Asakusa ไปสถานี Asakusa (3 นาที ราคา 170 เยน) หรือขึ้นรถบัสที่ออกจาก Tokyo Sky Tree Town (สาย 08 ไปหน้าสถานี Nippori) และลงที่ทิศเหนือของวัดเซนโซจิ(15 นาที ราคา 210 เยน)กรณีที่จะเดินไป ใช้เวลาประมาณ 20 – 30 นาที / จากสถานีอาซากุสะ ใช้เวลาประมาณ 1 นาที
เวลาทำการ6.00 – 17.00 น. / 6.00 – 16.30 น (ตุลาคม – มีนาคม)
Websiteวัดเซนโซจิ ขอพร เครื่องราง ของฝาก ครบ !

ดูแผนที่ วัดเซนโซจิ : Sensoji Temple

ศาลเจ้าจิ้งจอกแดง ฟูชิมิอินาริ : Fushimi Inari Shrine (เกียวโต)

ศาลเจ้าจิ้งจอกแดงชื่อดังแห่งเกียวโต อีกหนึ่งแลนด์มาร์ดดัง เสาโทริอิแดงเรียงราย ภาพจำที่คนไทยต่างไปถ่ายภาพที่นี่ กับเสาโทริอิที่ตั้งยาวเรียงรายเป็นทาง โดยศาลเจ้าฟูชิมิอินารินี้นั้นมีความงดงามมาพร้อมกับประวัติที่ยาวนาน และตำนานความเชื่อที่ศักดิ์สิทธิ์ ทำให้ไม่ว่าจะคนต่างชาติหรือคนญี่ปุ่นต่างก็อยากมาที่ศาลเจ้านี้สักครั้งเพื่อสักการะขอความเป็นสิริมงคลให้แก่ชีวิต และนอกจากนี้ไม่ว่าจะฤดูไหน ที่ศาลเจ้าแห่งนี้ก็ยัมีความสวยงามเฉพาะตัวตามฤดูกาลอีกด้วย ยังไงถ้าหากมาเที่ยวคันไซก็ไม่ควรพลาดพิกิดนี้เด็ดขาด

Fushimi Inari Shrine

ที่อยู่68 Fukakusa Yabunouchi, Fushimi, Kyoto, 612-0882
วิธีเดินทางนั่งรถไฟ JR สาย Nara Line ลงสถานี Inari Station เดินอีก 1 นาที หรือ นั่งรถไฟสาย Keihan Main Line ลงสถานี Fushimi-Inari Station เดินอีก 5 นาที
เวลาทำการเปิดตลอดเวลา
ราคาเข้าชมฟรี
Websiteศาลเจ้าฟูชิมิอินาริ ขอพรเทพจิ้งจอก โทริอินับพันแห่งเกียวโต

ดูแผนที่ Fushimi Inari Shrine

วัดคินคะคุจิ หรือ วัดทอง : Kinkakuji (เกียวโต)

วัดคินคะคุจิ หรือวัดทอง อีกหนึ่งสถานที่ที่ไม่ควรพลาด อาคารสีทองราวกับภาพวาทราตั้งตระหง่านอยู่หลังสระน้ำสวยงามจับใจ ไม่ว่าจะไปฤดูไหนก็สวยงามมากๆ อีกทั้งการมาที่นี่ก็ยังมีอีกหลายสิ่งที่น่าสนใจเป็นอย่างมาก อีกทั้งการมาสักการะที่วัดนี้ยังเป็นการเสิรมสิริมงคลอีกด้วย หากมาที่นี่แล้วก็อย่าลืมที่จะหาเครื่องรางกลับไปนำโชคสักชิ้นล่ะ

Kinkakuji

ที่อยู่1 Kinkakuji-cho, Kita-ku, Kyoto 603-8361
เวลาทำการ 9.00 น. ถึง 17.00 น.
ราคา ผู้ใหญ่ 400 เยน เด็ก 300 เยน
Websiteวัดคินคะคุจิ ชม วัดทองเกียวโต มรดกโลกที่คุณต้องไปเยือนสักครั้ง

ดูแผนที่ Kinkakuji

วัดคิโยะมิซุ หรือ วัดน้ำใส : Kiyomizu-dera (เกียวโต)

วัดคิโยะมิซุ หรือ วัดน้ำใสเป็นที่ท่องเที่ยวในจังหวัดเกียวโต ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหลเป็นอย่างมาก สำหรับชื่อวัดน้ำใสก็ไม่ได้ได้มาลอยๆ เพราะชื่อวัดน้ำใสนั้นมีที่มาจากน้ำ 3 สาย ที่มีความเชื่อว่าหากได้ดื่มแล้วจะมีสุขภาพดี ประสบความสำเร็จ โดยน้ำแต่ละสายนั้นมีความศักดิ์สิทธิ์แตกต่างกันออกไป ไม่ว่าจะเป็น อายุยืน ประสบความสำเร็จในการเรียน และ ชีวิตคู่ มาถึงที่ต้องดื่มให้ได้

และนอกจากความเชื่อแล้ว ที่วัดแห่งนี้ก็ยังมีวิวที่งดงาม และถนนที่เป็นย่านการค้าที่นักท่องเที่ยวต่างไปถ่ายภาพ และช้อปปิ้งกันอีกด้วย เรียกได้อิ่มทั้งใจและกาย ดื่มด่ำความสุขกันได้อย่างเต็มที่เลยล่ะ

Kiyomizu-dera

ที่อยู่ 294 Shimizu, Higashiyama, Kyoto, Kyoto 605-0862
ราคา บริเวณวัดเข้าชมฟรี / ค่าเข้าบริเวณอาคารหลัก ผู้ใหญ่ 300 เยน / ประถมและมัธยมต้น 200 เยน
WebsiteKiyomizu dera เปิดแล้ว! วัดน้ำใส ชมมรดกโลกยิ่งใหญ่แห่งเกียวโต

ดูแผนที่ Kiyomizu-dera

ปราสาทฮิเมจิ : Himeji Castle (เฮียวโงะ)

ปราสาทฮิเมจิ หรือ ปราสาทนกกระสาขาว เป็นอีกหนึ่งปราสาทญี่ปุ่นที่มีประวัติมาอย่างยาวนาน ตัวปราสาทที่ขาวเด่นราวกับนกกระสา กินพื้นที่เป็นบริเวณกว้าง ทำให้ปราสาทแห่งนี้โอ่อ่า หากมาที่นี้สามารถเดินชมบริเวณรอบๆ ได้ และนอกจากตัวปราสาทที่สวยงามแล้ว บริเวณรอบนอกในแต่ละฤดูยังสามารถมาชมความสวยงามได้อีกด้วย ไม่ว่าจะเป็นช่วงซากุระ หรือช่วงฤดูใบไม้ร่วง ก็สวยงามเป็นอย่างมาก

Himeji Castle

ที่อยู่ 68 Honmachi, Himeji, Hyogo
เวลาทำการ 9.00 น. ถึง 16.00 น.
ราคา ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 300 เยน
Websiteปราสาทฮิเมจิ ครบข้อมูลท่องเที่ยว ปราสาทในตำนานใกล้โกเบ

ดูแผนที่ Himeji Castle

หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวาโกะ : Shirakawa-go (กิฟุ)

หมู่บ้านโบราณท่ามกลางหุบเขา หนึ่งในมรดกโลก กับบ้านเรือนแบบดั้งเดิมของญี่ปุ่น หรือ บ้านทรงกัสโชสึคุริ โดยมีภาพบ้านเรือนหลังคาแบบคายาบุกิสีน้ำตาล ที่ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อป้องกันหิมะในช่วงฤดูหนาวโดยเฉพาะ โดยองศาของหลังคาอยู่ที่ 60 องศา เพื่อให้หิมะสามารถไหลลงมาได้ มันทับหลังคาจนถล่มลงมานั่นเอง และนอกจากนี้ในช่วงฤดูหนาวเวลากลางคืนจะมีการแสดง Lightup ให้ดูอีกด้วย สวยงามมากๆ

หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวาโกะ

ที่อยู่ Ogimachi, Shirakawa, Ono, Gifu 501-5627
วิธีเดินทาง นั่งรถจาก Takayama Nohi Bus Center ใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง ราคา เที่ยวละ 2600 เยนใช้ takayama-hokuriku area tourist pass จองและขึ้นฟรี
Websiteทริปนี้ไม่มีหลง เที่ยว ชิราคาวาโกะ พร้อมแผนที่ ไปช่วงไหนดีมีคำตอบ

ดูแผนที่ หมู่บ้านหลังคาโบราณ ชิราคาวาโกะ

ภูเขาไฟฟูจิ : Mt.Fuji (ชิสึโอกะ และ ยามานาชิ)

ภูเขาลูกใหญ่ ภาพจำแห่งญี่ปุ่น มรดกโลกจากธรรมชาติที่ยิ่งใหญ่ ความสวยงามของภูเขาไฟฟูจิที่ผู้คนต่างหลงใหล โดยภูเขาไฟฟูจินี้สามารถไปชมได้ 2 จังหวัดด้วยกันคือ จังหวัดชิสีโอกะ และยามานาชิ โดยทั้งสองจังหวัดต่างเป็นที่ยอดนิยมในการไปเยี่ยมชมภูเขาไฟฟูจิ กับทะเลสาบทั้ง 5 รอบฟูจิ ไม่ว่าจะเป็น ทะเลสาบโมโตสุ (Lake Motosu) ทะเลสาบโชจิ (Lake Shoji) ทะเลสาบไซโกะ (Lake Saiko) ทะเลสาบคาวากุจิ (Lake Kawaguchi) และทะเลสาบยามานากะ (Lake Yamanaka) รวมไปถึงสถานที่ท่องเที่ยวรอบๆ ทะเลสาบต่างก็สวยงาม จนเหล่านักท่องเที่ยวที่ไปก็หลงใหลและชื่นชอบ ทั้งอากาศเย็นสบาย วิวอังยิ่งใหญ่ของฟูจิ และความสวยงามของธรรมชาติที่รายล้อม ทำให้เป็นที่ยอดนิยมเป็นอย่างมาก

ภูเขาไฟฟูจิ : Mt.Fuji

ที่อยู่ Kitayama, Fujinomiya, Shizuoka
Website รวมบทความ ภูเขาไฟฟูจิ : Mt.Fuji

ดูแผนที่ ภูเขาไฟฟูจิ : Mt.Fuji

ปราสาทมัตสึโมโตะ : Matsumoto Castle (นากาโนะ)

ปราสาทมัตสึโมโตะ หรือ ปราสาทอีกาดำ เรียกได้ว่าเป็นปราสาทที่ตรงกันข้ามกับปราสาทฮิเมจิเลยก็ว่าได้ เพราะตัวปราสาทสีดำขลับทั้งหลัง ต่างกับปราสาทฮิเมจิที่ขาวทั้งตัวปราสาท โดยที่ปราสาทมัตสึโมโต้นั้นเราสามารถเพลินไปกับการชมศิลปะและวัฒนธรรมโบราณของญี่ปุ่น และยังสนุกไปกับการถ่ายรูปสาวงามและซามูไรหนุ่มได้อีกด้วย โดยที่ปราสาทมัตสึโมโต้นี้สวยทุกฤดูไม่ว่าจะเป็นซากุระ ใบไม้ร่วง หรือฤดูร้อนที่ใบไม้เขียวขจีก็สวยงามมากๆ

Matsumoto Castle

ที่อยู่ 4-1 Marunouchi, Matsumoto, Nagano 390-0873
วิธีเดินทาง เดิน 10 นาทีจาก Kita-Matsumoto Station หรือ ขึ้นบัส Town sneaker (North corse) จาก Matsumoto station มาลงที่ป้าย ปราสาทมัตสึโมโต้ ใช้เวลาประมาณ 10 นาที ค่าโดยสาร 200 เยน
เวลาทำการ ปกติ 8:30 น. ถึง 17:00 น.
โกลเด้นวีค 25เม.ย.– 6 พ.ค./ฤดูร้อน 8-16 ส.ค. 8:00 – 18:00 น.
ราคา ผู้ใหญ่ 700 เยน / เด็ก 300 เยน
Websiteปราสาทมัตสึโมโต้ เสน่ห์กาดำคู่นากาโนะ เที่ยวสนุกทุกฤดู

ดูแผนที่ Matsumoto Castle

สวนริมทะเลฮิตาชิ ซีไซด์ ปาร์ค : Hitachi Seaside Park (อิบาระกิ)

Cr: https://hitachikaihin.jp/

สวนดอกไม้สีม่วงฟ้าเต็มทุ่งริมทะเลสดสวย ที่นี่เป็นสวนดอกไม้อีกแห่งหนึ่งในญี่ปุ่นที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะฤดูไหนก็มีดอกไม้ให้ชมทั้งปี เป็นสวนขนาดที่อยู่ติดทะเล ไม่ว่าจะสวนดอกไม้ที่ปกคลุมดอกเนโมฟีลา (Nemophila) หรือดอก Baby Blue Eyes สีฟ้าสวยราวกับน้ำทะเล หรือจะชมต้นโคเดีย หรือพุ่มหญ้าขนาดเล็กสีแดงเขียวสวยสด ไปพร้อมกับดอกคอสมอส นอกจากนี้ยังมีทิวลิป กุหลาบและอื่นๆ ให้ชม หากใครสนใจเที่ยวที่นี่สามารถเดินทางมาได้ ไม่ไกลจากโตเกียวอีกด้วย

Hitachi Seaside Park

ที่อยู่ 605-4 Onuma-aza, Mawatari, Hitachinaka, Ibaraki
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟ Limited Express JR Joban Line มาลง Katsuta Station ออกทาง East Exit มาขึ้นบัสที่จุดขึ้นรถหมายเลข 2 มาลง Hitachi Seaside Park West Entrance หรือ South Entrance
เวลาทำการต่างกันไปตามฤดูกาล
ราคาราคาช่วงปกติ ผู้ใหญ่ (มัธยมปลายขึ้นไป) 450 เยน / 65 ปีขึ้นไป 210 เยน / ต่ำกว่ามัธยมต้นเข้าฟรี / มีค่าเข้าชมดอกไม้บางชนิด
※ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง
WebsiteHitachi Seaside Park ดินแดนแห่งดอกไม้ หลากกิจกรรม สนุกได้ทั้งปี

ดูแผนที่ Hitachi Seaside Park

กำแพงหิมะทาเทยาม่า คุโรเบะ : Tateyama Kurobe Alpine
(โทยาม่า และนากาโนะ)

กำแพงหิมะยาวจากเมืองโทยามะ (Toyama) ในจังหวัดโทยามะ ไปจนถึง เมืองโอมาจิ (Omachi) จังหวัดนากาโนะ (Nagano) โดยมีช่วงเวลาในการเปิดให้เข้าชมดังนี้

*ช่วงเวลาเปิดเส้นทางให้บริการทุกเส้นทาง (Dentetsu Toyama – Shino Omachi) (ช่วงไฮซีซั่น) : 15 เมษายน – 30 พฤศจิกายน
เทศกาลชมกำแพงหิมะ : 15 เมษายน – 25 มิถุนายน (เวลาจัดงาน 09.30 น. – 15.00 น.)
ปิดเส้นทางตั้งแต่ : เดือนธันวาคม – ต้นเดือนเมษายน

โดยในช่วงฤดูท่องเที่ยวนี้เราสามารถชมกำแพงหิมะที่สูงถึง 20 เมตร ยาวเป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร ซึ่งจุดนี้สามารถนั่งรถทัวร์ชม หรือสามารถเดินชมได้ด้วยเช่นกัน โดยกำแพงหิมะนี้เกิดจากการทับถมของหิมะจนสูงเป็นระยะทางยาว เกิดเป็นปรากฏการณ์ทางธรรมชาติ ซึ่งสามารถหาชมได้เพียงที่นี่เท่านั้น นอกจากจะมาเที่ยวที่นี่แล้ว เรายังสามารถแวะเที่ยวเส้นทางธรรมชาติในเส้นทางนี้ได้อีกด้วย

Tateyama Kurobe Alpine

ที่อยู่ Tateyama, Nakaniikawa District, Toyama, Japan
วิธีเดินทาง เส้นทาง Tateyama Kurobe Alpine
เวลาทำการ ตามตารางการเดินรถ
ราคา ฟรี
WebsiteTATEYAMA เสน่ห์ของเมืองที่ไม่ควรพลาด

ดูแผนที่ Tateyama Kurobe Alpine

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง : Kaiyukan Osaka Aquarium (โอซาก้า)

Cr: kaiyukan.com

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำขนาดใหญ่ ติดอันดับโลก ที่โอซาก้า พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำไคยูคัง เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่หากไปแถบโอซาก้าแล้วต้องลองแวะไปให้ได้ กับการชื่นชมชีวิตเหล่าสัตว์ใต้น้ำเล็กใหญ่ สวยงามตื่นตา นอกจะการได้ชมสัตว์น้ำสวยๆ แล้ว ยังได้มีโอกาสสัมผัสแบบใกล้ชิดอีกด้วย เรียกได้ว่าเป็นการเปิดประสบการณ์ใหม่เลยทีเดียว และหากเดินชมพิพิธภัณฑ์เสร็จแล้ว ก็สามารถซื้อของที่ระลึกน่ารักๆ กลับบ้านได้อีกด้วย

Kaiyukan Osaka Aquarium

ที่อยู่ 1-1-10 Kaigandōri, Minato, Ōsaka, Ōsaka
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟสาย Chuo line ลงที่สถานี Osakako แล้วเดินต่อประมาณ 11 นาที
เวลาทำการ10.00 น. – 20.00 น.
ราคา เด็กอายุต่ำกว่า 3 ปีฟรี เด็ก 4-6 ปี 600 เยน เด็กอายุ 7-15 ปี 1,200 เยน ผู้ใหญ่ (16 ปีขึ้นไป) 2,300 เยน และผู้สูงอายุ (60 ปีขึ้นไป) 2,000 เยน ※ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง
WebsiteKaiyukan Osaka Aquarium

ดูแผนที่ Kaiyukan Osaka Aquarium

ทุ่งดอกลาเวนเดอร์ที่ ฟาร์มโทมิตะ : Tomita Farm (ฮอกไกโด)

Cr: Tomita Farm

ทุ่งลาเวนเดอร์แห่งฮอกไกโด ฟาร์มโทมิตะ ทุ่งดอกไม้ท่ามกลางหุบเขา หาร์มแห่งนี้มีประวัติมาอย่างยาวนาน หากพูดถึงฮอกไกโดแล้วล่ะก็ใครๆ ก็นึกถึงหิมะกัน แต่อีกสิ่งหนึ่งที่ฮอกไกโดก็มีชื่อเสียงไม่แพ้กันก็คือดอกไม้ ที่นี่ในช่วงฤดูร้อนนั้น เรียกไ้ว่าอากาศดีมากๆ ดอกไม้ต่างก็ผลิบานสวยงามสุดๆ และที่ฟาร์มโทมิตะแห่งนี้ ก็มีดอกลาเวนเดอร์เต็มทุ่งไปทั้งหุบเขา นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมต่างๆ และสวนดอกไม้ชนิดต่างๆ ให้ชมอีกด้วย อีกทั้งยังสามารถชิมไอศครีมลาเวนเดอร์ได้ที่นี่อีกด้วยนะ

ฟาร์มโทมิตะ : Tomita Farm

ที่อยู่ Kisen Kita 15, Nakafurano, Sorachi, Hokkaido
วิธีเดินทางนั่งรถไฟจาก Sapporo สาย Lilac-Kamui มาลงที่ Asahikawa แล้วนั่งรถสาย Furano Line มาลงที่ Naka-Furano Station
เวลาทำการ 9.00 น. – 16.00 น.
WebsiteTomita Farm ชิมไอศครีม ที่ ทุ่งลาเวนเดอร์ ฮอกไกโด พร้อมวิธีการเดินทาง

ดูแผนที่ ฟาร์มโทมิตะ : Tomita Farm

สวนกวางนารา : Nara Park (นารา)

สวนกวางนารา ที่สวนสาธารณะแห่งนี้ล้อมรอบไปด้วยศาลเจ้า พิพิธภัณฑ์ และอื่นๆ แต่ไฮไลท์เด็ดของสวนสาธารณะแห่งนี้นั้นก็คือกวางกว่า 1000 ตัวที่อยู่กันจนเต็มพื้นที่สวนสาธารณะ ที่ถูกเลี้ยงแบบเปิด หากคิดว่ากวางที่นี่จะดุร้ายแล้วล่ะก็ ไม่เป็นแบบนั้นเลย เพราะกวางที่นี่ค่อนข้างคุ้นเคยกับคนมากทีเดียว อีกทั้งยังชอบกินขนมเซมเบ้มากๆ ถึงแม้กวางที่นี่จะเชื่องมากอย่างไรก็ตามกวางที่นี่คือกวางป่าตามธรรมชาติ ที่ทางการได้ดูแลคุ้มครองให้อยู่อย่างปลอดภัย หากไปเยี่ยมน้องกวางที่นี่ก็อย่าไปแกล้งน้องกันนะ

สวนกวางนารา : Nara Park

ที่อยู่ Zoshi, Nara, Nara
วิธีเดินทาง เดิน 5 นาที จากสถานี Kintetsu-Nara Station หรือ นั่งรถบัส 10 นาทีจากสถานี JR Nara station (ถ้าเดินใช้เวลา 20 นาที)
เวลาทำการเปิดตลอดเวลา
ราคา เข้าชมฟรี
WebsiteNara Park

ดูแผนที่ สวนกวางนารา : Nara Park

สวนลิงจิโกคุดานิ : Jigokudani Yaen Park (นากาโนะ)

สวนลิงจิโกคุดานิ ที่แห่งนี้เป็นสถานที่ที่เราสามารถมาชมน้องลิงลงมาแช่ออนเซ็นในช่วงฤดูหนาว เป็นอีกหนึ่งไฮไลท์ชื่อดังของญี่ปุ่น ภาพจำลิงที่นั่งแช่ออนเซ็นนั้นอยู่ที่นี่นี่เอง โดยน้ำในบ่อออนเซ็นนั้นจะอยู่ที่ 41 องศา หากเราต้องการมาชมน้องลิงทั้งหลายลงมาแช่ออนเซ็นนั้นต้องเช็ควันให้ดี เพราะหากวันไหนที่อากาศค่อนข้างอุ่น น้องลิงก็อาจจะไม่ลงมาแช่ออนเซ็น น้องจะลงมาแช่ในช่วงกลางวัน แล้วตอนกลางคืนก็กลับเข้าไปนอนในป่านั่นเอง

สามารถเช็คได้ที่ลิ้งค์นี้ https://www.facebook.com/jigokudani.yaenkoen

สวนลิงจิโกคุดานิ : Jigokudani Yaen Park

ที่อยู่6845 Yamanouchi, Shimotakai, Nagano 381-0401
วิธีเดินทางจากสถานีโตเกียว นั้งรถไฟ Hokuriku Shinkansen มาลงที่สถานีนากาโนะ ใช้เวลาประมาณ 1 ชม. 30 นาที จากนั้นขึ้นรถบัส Nagaden Bus ใช้เวลาประมาณ 50 นาที ก็จะถึงสวนลิงจิโกคุดานิ
**จากจุดลงรถบัสต้องเดินต่อ 40 นาที ถึงจุดชมลิงแช่ออนเซ็น
เวลาทำการ ฤดูร้อน (ประมาณเดือนเมษายน – ตุลาคม) เปิด 8.30 – 17.00 น.
ฤดูหนาว (ประมาณเดือนพฤศจิกายน – มีนาคม) เปิด 9.00 – 16.00 น.
ราคา แบบรายบุคคล : ผู้ใหญ่ (18 ปีขึ้นไป) 800 เยน นักเรียนประถมถึงมัธยมปลาย 400 เยน
แบบกลุ่ม (20 คนขึ้นไป) : ผู้ใหญ่ 680 เยน นักเรียนประถมถึงมัธยมปลาย 340 เยน
บัตรรายปี : ผู้ใหญ่ 5,000 เยน นักเรียนประถมถึงมัธยมปลาย 2,500 เยน
Websiteเปิดพิกัดพาไปชม ลิงญี่ปุ่น ที่หุบเขานรก Jigokudani Nagano

ดูแผนที่ สวนลิงจิโกคุดานิ : Jigokudani Yaen Park

อาราชิยามะ : Arashiyama (เกียวโต)

ย่านอาราชิยามะ เกียวโต เป็นอีกย่านเสน่ห์เมืองเก่าของญี่ปุ่น อาราชิยามะนั้นเต็มไปด้วยสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดัง ทั้งรถไฟสายโรแมนติก ป่าไผ่ สวนลิง และศาลเจ้าต่างๆ หากไปที่นี่แล้ว ต้องไปนั่งรถไฟสายโรแมนติกให้ได้ โดนรถไฟสายนี้นั้นจำเป็นต้องจองล่วงหน้า และอย่าลืมนั่งเรือชมวิว Hozugawa kudari แล้วไปเดินชมป่าไผ่ แวะถ่ายรูปที่ สะพานอาราชิยาม่า สามารถเดินเที่ยวที่นี่แบบ วันเดย์ทริปสบายๆ ได้เลย

อาราชิยามะ : Arashiyama

ที่อยู่Ukyo Ward, Kyoto, 616-0007, Japan
วิธีเดินทางเดิน 3 นาทีจากสถานีรถรางArashiyama สาย Randen อยู่ใกล้กับสะพาน Togetsukyo
เวลาทำการ เปิด 24 ชม.
ราคาค่าล่องเรือ ผู้ใหญ่ คนละ 4,100 เยน
WebsiteArashiyama 10 พิกัดเที่ยวที่ไม่ควรพลาดเมื่อมาเยือนเกียวโต

ดูแผนที่ อาราชิยามะ : Arashiyama

ศาลเจ้าเมจิ จิงกุ : Meiji-jingu Shrine (โตเกียว)

ศาลเจ้าเมจิ จิงกุ ศาลเจ้าใหญ่ใจกลางเมืองหลวง ขนาดของศาลเจ้าแห่งนี้เรียกได้ใหญ่มาก เพราะมีพื้นที่กว่า 400 ไร่ ทั้งต้นไม้ใหญ่ที่ร่มรื่นทำให้อากาศดูเย็นสบายมากๆ โดยที่ศาลเจ้าแห่งนี้ผู้คนนิยมมาจัดงานแต่งงานแบบญี่ปุ่น และยังมีความเชื่อเรื่องเครื่องรางที่ศักดิ์สิทธิ์ นอกจากความเชื่อศาลเจ้าแห่งนี้ก็มีความสวยงามเป็นอย่างมาก มีไฮไลท์เด่นคือถังสาเกที่เรียงราย โดยถังสาเกเหล่านี้มาจากถังสาเกที่ถูกนำถวายให้แก่พระจักรพรรดิ ศาลเจ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ใกล้สถานีฮาราจูกุ หากมาช้อปปิ้งบริเวณนี้ก็อย่าลืมแวะมาสักการะกันล่ะ

ศาลเจ้าเมจิ จิงกุ : Meiji-jingu Shrine

ที่อยู่1-1, Yoyogi Kamizono-cho, Shibuya-ku, Tokyo 151-8557
วิธีเดินทาง เดินจากสถานี Meiji-jingumae ‘Harajuku’/สถานี Harajuku ประมาณ 2 นาที
เวลาทำการ 6.40 น.- 16.20 น. เวลาเปิดจะแตกต่างตามฤดู
ราคาเข้าชมศาลเจ้าฟรี
Websiteศาลเจ้าเมจิ ขอพร ศาลคู่เมืองโตเกียว ข้อมูลเที่ยวจัดเต็ม

ดูแผนที่ ศาลเจ้าเมจิ จิงกุ : Meiji-jingu Shrine

ปราสาทนิโจ : Nijo Castle (เกียวโต)

อีกหนึ่งปราสาทมรดกโลก ปราสาทนิโจ ที่มีอายุยาวนานกว่าหลายร้อยปี และยังเป็นที่พักอาศัยของท่านโชกุนโทคุกาวะ ที่ถือเป็นบุคคลสำคัญ ซึ่งโชกุนคนแรกของสมัยเอโดะ ใช่ช่วงปี ค.ศ. 1603-1867 ปราสาทนิโจ มีสภาปัตยกรรมที่สวยงาม และหลังจากนั้นปราสาทนิโจยังถูกนำมาใช้เป็นพระราชวังอีกด้วย บริเวณรอบปราสาทยังมีสวนหินให้เดินชมอีกด้วย

ปราสาทนิโจ : Nijo Castle

ที่อยู่541 Nijojocho, Nakagyo Ward, Kyoto, 604-8301
วิธีเดินทางจากสถานีเกียวโต ให้ขึ้น Karasuma Line ไปลงที่สถานี Karasuma Oike แล้วเดินต่ออีกประมาณ 11 นาที
เวลาทำการ 8.00 น. – 18.00 น.
ราคา 1,300 เยน
WebsiteNijo Castle

ดูแผนที่ ปราสาทนิโจ : Nijo Castle

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ : Churaumi Aquarium (โอกินาว่า)

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ หนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ดีสุดในญี่ปุ่น ไฮไลท์ของที่นี่ก็คือ แท็งก์น้ำคุโรชิโอะ ซึ่งเป็น 1 ในแท็งก์น้ำที่ใหญ่ที่สุดของโลก โดยภายในแท็งก์นั้นเต็มไปด้วยสัตว์ทะเลในแถบโอกินาว่า โดยเฉพาะ ฉลามวาฬยักษ์ และกระเบนราหู โดยที่นี่เป็นอีกหนึ่งในพิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำที่ควรมาท่สุดเลยล่ะ

พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ : Churaumi Aquarium

ที่อยู่ 1336-Maekawa Tamagusuku, Nanjo, Okinawa
วิธีเดินทาง รถบัสเลขที่ 50 จากสถานี Naha ชานชลาที่ 9 ลงที่สถานี Aragusuku จากนั้นเดินเท้าไปที่ Okinawa World ใช้เวลารวมทั้งหมด 54 นาที
เวลาทำการ9:00 น. ถึง 17:30 น.
ราคาผู้ที่มีอายุ 15 ปีขึ้นไป 2,000 เยน / ผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 15 ปี 1,000 เยน
WebsiteOkinawa Churaumi Aquarium “เที่ยวทะเล” ให้ใกล้กว่าเดิมที่เมืองโอกินาว่า

ดูแผนที่ พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำชูราอุมิ : Churaumi Aquarium

วัดโทไดจิ : Todaiji Temple (นารา)

วัดโบราณแห่งเมืองนารา ตัวอาคารวิหารถูกสร้างด้วยวิหารไม้ทั้งหลัง หากมาที่นี่ก็อย่าลืมที่จะแวะเข้ามาสักการะหลวงพ่อโต เพื่อขอพรให้ตัวเองสักครั้ง เมื่อเรามาที่นี่นอกจากจะสามารถทำบุญขอพรแล้ว ก็สามารถชมประติมากรรมภายในวัดได้ นอกจากนี้รอบนอกวัดยังเป็ฯสวนกวางนาราที่เราสามารถเจอน้องกวางที่เป็นมิตรได้อีกด้วย

วัดโทไดจิ : Todaiji Temple

ที่อยู่ 406-1 Zoshicho, Nara, 630-8211
วิธีเดินทาง เดิน 5 นาที จากสถานี Kintetsu-Nara Station หรือ นั่งรถบัส 10 นาทีจากสถานี JR Nara station (ถ้าเดินใช้เวลา 20 นาที)
เวลาทำการ 8.00-17.00 น.
Website เที่ยว วัดโทไดจิ ชมไดบุทสึนารา เยือนถิ่นประวัติศาสตร์ประทับใจ

ดูแผนที่ วัดโทไดจิ : Todaiji Temple

เกโระ ออนเซ็น : Gero Onsen (กิฟุ)

Cr: yunoshimakan

เกโระออนเซ็น หนึ่งในสามน้ำพุร้อนชื่อดังของญี่ปุ่น ตั้งอยู่ในเมืองเกโระ จังหวัดกิฟุ เมื่อมาถึงที่นี่เราสามารถหาที่พักที่ตั้งเรียงรายตั้งแต่หน้าสถานีไปจนสุดสายตา นอกจากนี้ยังมีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอย่างวัดเกโระออนเซ็นจิ ทีมีบันไดหินถึง 173 ขั้น เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้วยังมีวิวที่สวยงามรออยู่อีกด้วย ที่เกโระนี้ เป็นเมืองออนเซ็นชื่อดัง ที่มีเสน่ห์น่าหลงใหล มีโรงอาบน้ำขนาดใหญ่ อีกทั้งยังมีวิวแม่น้ำที่ไหลผ่าน ในขณะแช่ออนเซ็นอีกด้วย

เกโระ ออนเซ็น : Gero Onsen

ที่อยู่Geroonsen, Gero, Gifu 509-2207
วิธีเดินทางเดินจากสถานี Gero ไปยังเกโระออนเซ็น ใช้เวลาประมาณ 8 นาที
WebsiteGero Onsen

ดูแผนที่ เกโระ ออนเซ็น : Gero Onsen

คามิโคจิ : Kamikochi (นากาโนะ)

Cr: Alpico Group

ว่ากันว่าที่นี่คือ สวิส ญี่ปุ่น ด้วยวิวที่สวยงามของ Japan Alps ที่ดูเย็นสบาย ไปจนถึงหนาวตลอดอีก ภาพภูเขา และลำธารสวยงาม เป็นอีกหนึ่งที่เที่ยวที่ต้องมาให้ได้ สำหรับใครที่ต้องการมาพักผ่อนสัมผัสธรรมชาติ หรือจะตั้งแคมป์ละก็ ต้องนึกถึงที่นี่เลย ทั้งวิวที่งดงามราวกับฝัน ทำให้ไม่มีเบื่อ และไม่ว่าจะฤดูไหนๆ ที่นี่ก็สวยงามมาก ฤดูใบไม้ร่วง ที่นี่จะเปลี่ยนเป็นสีแดงส้ม สวยงามตระการตามากเลยทีเดียวล่ะ ต้องมาให้ได้

คามิโคจิ : Kamikochi

ที่อยู่ Matsumoto, Nagano 390-1516
วิธีเดินทางไปขึ้นบัสได้ที่ Shinjuku Expressway Bus Terminal หรือสถานีโตเกียว ชิบูย่า โอซาก้าบางเส้นทางจะมีไนท์บัสขึ้นรถตอนกลางคืนและมาถึงคามิโคจิตอนเช้า
เวลาทำการตั้งแต่วันที่ 17 เมษายน – 15 พฤศจิกายนของทุกปี
Websiteอลังการตระการตากับธรรมชาติอันยิ่งใหญ่ที่ คามิโคจิ พร้อมพาสรถบัสสุดคุ้ม

ดูแผนที่ คามิโคจิ : Kamikochi

น้ำตกทาคาจิโฮะ : Takachiho (มิยาซากิ)

หนึ่ง ใน ร้อย น้ำตกที่สวยงานที่สุดในญี่ปุ่น น้ำตกแห่งนี้เกิดจากหินร้อนและเถ้าถ่านภูเขาไฟที่ปะทุจากภูเขาอาโซะและไหลไปตามแนวแม่น้ำโกคาเซะ ทำให้เกิดวิวแม่น้ำที่งดงาม ภาพที่งดงามนี้ทำให้ผู้คนต่างนิยมมาล่องเรือเพื่อชมความสวยงาม และยังมีความเชื่อว่าเป็นที่ที่เหล่าทวยเทพได้เสด็จลงมายังโลกเป็นแห่งแรกอีกด้วย แต่นอกจากการล่องเรือแล้วเรายังสามารถเดินชมความสวยงามบนเส้นทางชมธรรมชาติได้อีกด้วย

น้ำตกทาคาจิโฮะ : Takachiho

ที่อยู่ Mukoyama, Takachiho, Nishiusuki District, Miyazaki 882-1103
วิธีเดินทาง เดินทางโดยรถแท็กซี่ 10 นาที
เวลาทำการ 8.30 น. ถึง 17.00 น. (ระยะเวลาล่องเรือ 30 นาที)
ราคา ราคาเช่าเรือ ผู้ใหญ่ 1,000 เยน เด็ก 500 เยน หรือ เช่านึงลำ 3,000 เยน
Website Takachiho 5 เชคอิน เหมือนได้เที่ยวทั้งเมือง

ดูแผนที่ น้ำตกทาคาจิโฮะ : Takachiho

เนินทรายทตโตริ : Tottori Sand Dunes (ทตโตริ)

ที่นี่คือญี่ปุ่น ไม่ใช่อียิปต์ หรือดินแดนแห่งทะเลทรายแต่อย่างใด แต่ที่ทตโตริแห่งนี้ เราสามารถมาชมทะเลทรายขี่อูฐฉบับย่อได้ บริเวณริมทะเลของเมืองทตโตรินี้ มีเนินทรายขนาดใหญ่ที่ทำให้ดูราวกับเป็นทะเลทรายเลยทีเดียว เป็นเนินทรายชายฝั่งที่ใหญ่ที่สุดในประเทศญี่ปุ่นเลยล่ะ โดยในแต่ละฤดูก็จะสามารถชมความสวยงามที่แตกต่างกันไปได้ด้วย

เนินทรายทตโตริ : Tottori Sand Dunes

ที่อยู่ 2164-661 Fukubecho Yuyama, Tottori
วิธีเดินทาง จาก Osaka สามารถนั่งรถไฟ Limited Express Super Hokuto มาลงสถานี Tottori ได้ ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมง 40 นาที
เวลาทำการ มีนาคม – พฤศจิกายน 9:30 – 16:30 น.
ธันวาคม – กุมภาพันธ์ 10:00 – 16:00 น.
WebsiteTottori Sand Dunes เที่ยวทะเลทรายขนาดย่อมในญี่ปุ่น

ดูแผนที่ เนินทรายทตโตริ : Tottori Sand Dunes

สวนดอกไม้นาบานะโนะซาโตะ : Nabana no Sato (มิเอะ)

ถ้าพูดเรื่องของความสวยงามของการชมดอกไม้ ต้องยกให้ที่นาบานะ โนะ ซาโตะ ที่มีความงดงามของดอกไม้นานาพันธ์มากกว่า 40 สายพันธ์ ไม่ว่าจะทิวลิป คอสมอส กุหลาบ และอื่นๆ อีกมากมาย ด้วยพื้นที่ที่ใหญ่ทำให้สามารถจัดแสดงดอกไม้พลัดเปลี่ยนไปตามฤดูกาลได้อย่างไม่มีที่สิ้นสุด นอกจากนี้เรือนกระจกของที่นี่ยังถูกยกให้เป็นเรือนกระจกที่ใหญ่ที่สุดในญี่ปุ่นอีกด้วย ทำให้เราสามารถชมดอกไม้สวยงามที่มาจากทั่วโลกได้อีกด้วย ในช่วงกลางคือยังมีการจัดแสดงไฟที่สวยงามจนยากจะลืมเลือน

สวนดอกไม้นาบานะโนะซาโตะ : Nabana no Sato

ที่อยู่ 270 Komae Urushihara, Nagashima-cho, Kuwana City, Mie 511-1144
วิธีเดินทาง มันจะใช้เวลา 10 นาทีเพื่อเดินจากสถานีเกียวโต
เวลาทำการ แต่ละวันเวลาเปิดปิดไม่แน่นอน
ราคา ช่วงเทศกาล winter illumination (เดือนตุลาคม – เดือนพฤษภาคม) คนละ 2300 เยน
ช่วงกลางเดือนกรกฎาคม – ปลายเดือนกันยายน คนละ 1600 เยน
กลางเดือนกันยายน – กลางเดือนตุลาคม คนละ 1600 เยน
Website Nabana no sato สวยตระการตา ทั้งกลางวันและกลางคืน สวรรค์บนดินแห่ง Mie

ดูแผนที่ สวนดอกไม้นาบานะโนะซาโตะ : Nabana no Sato

อาเบโนะ ฮารุกัส 300 : abeno harukas 300 (โอซาก้า)

Cr: abenoharukas-300.jp

จุดชมวิวในโอซาก้า เป็นอีกหนึ่งจุดชมวิวเปิดใหม่ที่น่าสนใจไม่แพ้ที่อื่น โดยจุดชมวิวนี้ตั้งอยู่ตรงข้ามสถานีเทนโนจิ เป็นจุดชมวิวที่สามารถชมวิวได้ถึง 360 องศา โดยไฮไลท์อยู่ที่ดาดฟ้าชมวิวมีชื่อว่า Harukasu 300 อยู่บนชั้น58-60 และบนชั้น 58 จะมีลานระเบียงไม้ ร้านคาเฟ่ และร้านขายของที่ระลึก บนชั้นที่ 60 สามารถชมวิวได้แบบ 360 องศา นอกจากที่จะเป็นจุดชมวิวแล้ว ที่นี่ยังมีห้างสรรพสินค้า พิพิธภัณฑ์ศิลปะ และโรงแรมอีกด้วย ทำให้เราสามารถเดินเที่ยวที่นี่แบบชิลชิลสบายๆ ได้เลยล่ะ

อาเบโนะ ฮารุกัส 300 : abeno harukas 300

ที่อยู่ 1 Chome-1-43 Abenosuji, Abeno Ward, Osaka
วิธีเดินทาง จากสถานี Tennōji ระยะทาง 110 เมตร
เวลาทำการ 9:00 น.-22:00 น.
Websiteabeno harukas 300

ดูแผนที่ อาเบโนะ ฮารุกัส 300 : abeno harukas 300

เกาะฮาชิมะ : Hashima Island (นางาซากิ)

เกาะฮาชิมะ หนึ่งในเกาะสุดหลอนแห่งญี่ปุ่น โดยตัวเกาะมีรูปร่างคล้ายกับเรือรบขนาดใหญ่ทำให้ช่วงสงครามโลกครั้งที่ 2 ทำให้เรือรบของสหรัฐอเมริกา ไม่กล้าโจมตี เนื่องจากเข้าใจผิดว่าเป็นเรือรบขนาดใหญ่นั่นเอง แต่ในภายหลังเกาะแห่งนี้ก็ได้เข้าสู๋ช่วงเจริญถึงขีดสุดเมื่อญี่ปุ่นได้เข้าสู๋ยุคของการใช้ถ่านหิน บริษัทมิตซูบิชิได้ใช้เกาะนี้เป็นฐานการผลิตถ่านหิน ทำให้ผู้คนย้ายถิ่นฐานมาอยู่ที่นี่ แต่เมื่อถ่านหินหมดความนิยม การผลิตถ่านหินที่นี่จึงได้ยุติ ทำให้ที่นี่กลายเป็นเกาะร้าง

ต่อมาเกาะนี้จึงได้กลายเป็นที่นิยมในการใช้ถ่ายหนังต่างๆ รวมไปถึงหนังสยองขวัญ รวมไปถึงประเทศไทย ที่ใช้ที่นี่ถ่ายหนังเรื่อง ฮาชิมะ โปรเจกต์ อีกด้วย และเกาะฮาชิมะนี้ได้ขึ้นทะเบียนเป็น มรดกโลก ในปี ค.ศ.ปี 2015 และยังเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าไปเที่ยวชมแต่จำกัดจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะมาเข้าชมนั่นเอง ทำให้มีนักท่องเที่ยวจำนวนน้อยมากที่ได้ไปที่นี่

เกาะฮาชิมะ : Hashima Island

ที่อยู่ Takashimamachi, Nagasaki, 851-1315
วิธีเดินทาง เดินทางกับผู้ให้บริการทัวร์
ราคา ราคาเริ่มต้น 3,600 เยน
Website แนะนำพิกัดที่เที่ยวจาก เรื่องเล่าผีญี่ปุ่น ท่องตำนานเมืองเร้นลับ

ดูแผนที่ เกาะฮาชิมะ : Hashima Island

สวนสาธารณะชินจูกุ : Shinjuku Gyoen (โตเกียว)

สวนสาธารณะใหญ่ใจกลางเมืองหลวง โดยช่วงเวลาที่สวยงามที่สุดคือช่วงเวลาซากุระบานนั่นเอง แต่นอกจากนี้ในช่วงฤดูใบไม้ร่วงก็ได้รับความนิยมไม่แพ้กัน โดยภายในได้รับการแบ่งออกเป็น 3 สไตล์ 1.สวนที่เก่าแก่ที่สุด สวยสไตล์ญี่ปุ่นดั้งเดิม 2.สวนสไตล์ฝรั่งเศส 3.สวนสไตล์อังกฤษ ตรงนี้จะมีต้นซากุระกว่า 400 ต้น 12 สายพันธุ์ เรียกได้ว่าเป็นสวนขนาดใหญ่ที่เติมอากาศบริสุทธิ์ใจกลางเมือง รวมถึงยังเป็นสถานที่พักผ่อนหย่อนใจให้แก่คนในเมืองได้อย่างดีเลยทีเดียว

สวนสาธารณะชินจูกุ : Shinjuku Gyoen

ที่อยู่ 1-35 Sendagaya, Shibuya, Tokyo 151-0051
วิธีเดินทาง เดิน 3 นาที จากสถานี Sendagaya
เวลาทำการ 1 ต.ค. – 14 มี.ค. เปิด 9:00 – 16:00 น.
15 มี.ค. – 30 ก.ย. เปิด 9:00 – 17:30 น.
1 ก.ค. – 20 ส.ค. เปิด 9:00 – 18:30 น.
ราคา ค่าเข้าสวน ผู้ใหญ่ 500 เยน/ ผู้สูงอายุ (65 ปีขึ้นไป) 250 เยน/เด็กนักเรียน (มัธยมปลาย) 250 เยน เด็ก (ต่ำกว่า 15 ปี) เข้าฟรี/
WebsiteShinjuku Gyoen

ดูแผนที่ สวนสาธารณะชินจูกุ : Shinjuku Gyoen

น้ำตกนาชิ : Nachi Fall (วากายาม่า)

น้ำตกนาชิ น้ำตกชั้นเดียวที่มีความสูง 133 เมตร ตั้งอยู่ด้านข้างของวัด Seigantoji วัดเจดีย์แดงอันโด่งดัง และยังเป็นต้นน้ำศักดิ์สิทธิ์ของ ศาลเจ้าคุมาโนะนาชิ นอกจากนี้ที่นี่ยังเป็น มรดกโลกเส้นทางคุมะโนะโคะโด เส้นทางปฏิบัติธรรม ที่คนมักนิยมมาแสวงบุญที่นี่ ทำให้ที่นี่เป็นอีกหนึ่งที่มารับบุญ เพิ่มความเป็นสิริมงคล ชำระล้างจิตใจที่ดีเลยล่ะ

น้ำตกนาชิ : Nachi Fall

ที่อยู่ 8 Nachisan, Nachikatsuura, Higashimuro, Wakayama
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟ (สาย Kinokuni Line /เจอาร์ Kuroshio, Nanki) มาลงสถานี Kii-Katsuura Station แล้วต่อรถบัส kumanogobobus-nankai (วิ่งไปกลับ Kumano-Nachi Taisha) ไปลง ป้าย Nachi-no-Taki-mae เดินอีกไม่ไกลจะถึงตัวน้ำตกบริเวณ Hirou-jinja
เวลาทำการ แนะนำช่วง 8.30-16.00 น.
ราคา เข้าชมฟรี
Website Nachi Fall น้ำตกสวย เคียงวัด Seigantoji แห่งวากายามะ

ดูแผนที่ น้ำตกนาชิ : Nachi Fall

สวน คาวาจิ ฟูจิ : Kawachi Fuji Garden (ฟุกุโอกะ)

อีก 1 สวนสวย ใน 31 สวนดอกไม้ของญี่ปุ่น โดยทุกๆ ปีช่วงฤดูที่ดอกวิสเทอเรียบาน ส่วนใหญ่จะตรงกับ Golden Week ของญี่ปุ่น ทำให้ผู้คนต่างหลั่งไหลกันเข้ามา ความสวยงามของอุโมงค์วิสเทอเรียที่นี่สวยจนได้รับยกย่องจาก CCN ว่าเป็นอุโมงค์ดอกไม้ที่สวยที่สุดในญี่ปุ่นเลยก็ว่าได้ ที่นี่มีอุโมงค์วิสทีเรียถึง 2 แห่ง อีกแห่งหนึ่งยาว 80 เมตร เรียงสลับสีโค้งเป็นซุ้มสวยงามไม่ต่างกัน ทั้งด้านบนและรอบข้างรายล้อมด้วยวิสทีเรีย ไล่เรียงสีจากอ่อนไปเข้มและเข้มมาอ่อน ส่งกลิ่นหอมอ่อนๆ ชวนให้สดชื่น

สวน คาวาจิ ฟูจิ : Kawachi Fuji Garden

ที่อยู่ 2-2-48 Kawachi, Yahatahigashi, Kitakyushu, Fukuoka 805-0045
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟ JR มาลงสถานีที่ใกล้ที่สุดคือ Yahata Station แล้ว นั่งรถ Nishitetsu bus มาลงป้าย Kamishigeta (สุดสาย) จากนั้นเดินต่อประมาณ 45 นาที
เวลาทำการ วิสทีเรียจะบานเต็มที่ช่วง ปลายเมษายนถึงต้นหรือกลางพฤษภาคม / ใบไม้เปลี่ยนสีช่วงกลางพฤศจิกายนถึงต้นธันวาคม (ขึ้นอยู่กับสภาพอากาศ)
ราคา ค่าเข้าสวน 500-1,000 เยน ค่าชมดอกไม้/ใบไม้แดง 500-1,000 เยน (ขึ้นอยู่กับช่วงเวลา), ผู้ใหญ่ 1 คนพาเด็กอายุต่ำกว่า 18 ปีเข้าฟรีได้ไม่เกิน 2 คน ※ราคาอาจมีการเปลี่ยนแปลง
Website หลงสเน่ห์ อุโมงค์วิสทีเรีย สวนคาวาชิฟูจิการ์เด้น (Kawachi Fuji Garden)

ดูแผนที่ สวน คาวาจิ ฟูจิ : Kawachi Fuji Garden

ปราสาทคุมาโมโตะ : Kumamoto Castle (คุมาโมโตะ)

ปราสาทคุมาโมโตะ เป็นอีกหนึ่งปราสาทที่สมบูรณ์ ถึงแม้จะผ่านความเสียหายจากภัยพิบัติมาแล้วก็ตาม เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กภาพจำของญี่ปุ่น โดยที่นี่ถูกล้อมรอบไปด้วยต้นไม้สีเขียว นอกจากนี้บริเวณรอบๆ ปราสาทยังมีต้นซากุระอยู่ประมาณ 800 กว่าต้น และนอกจากนี้ยังสามารถสัมผัสถึงวัฒนธรรมของญี่ปุ่น และความงามของตัวปราสาทได้อีกด้วย

ปราสาทคุมาโมโตะ : Kumamoto Castle

ที่อยู่ 1-1 Honmaru, Chūō-ku, Kumamoto-shi, Kumamoto-ken
วิธีเดินทาง ขึ้นรถราง (Kumamoto City Tram Guide) สาย A หรือ B ก็ได้ ไปลงที่สถานี Kumamotojo-Shiyakusho-Mae แล้วเดินต่อไปยังปราสาทประมาณ 7 นาที
เวลาทำการ เดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน 8.30-18.00 น. (เข้าชมได้ถึง 17.30 น.)
เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ 8.30-17.00 น. (เข้าชมได้ถึง 16.30 น.)
*อาจเปิดทำการในช่วงเวลากลางคืนหากมีงานเทศกาล ปิดทำการช่วงวันหยุดปีใหม่
ราคา ผู้ใหญ่ 800 เยน
Website เที่ยวคุมาโมโตะ ชม Kumamoto Castle ไฮไลท์ประจำเมือง เดินเล่นย่านโบราณ

ดูแผนที่ ปราสาทคุมาโมโตะ : Kumamoto Castle

รถไฟสายโรแมนติก ซากาโนะ : Sagano Train (เกียวโต)

รถไฟสายโรแมนติก หรือ Sagano Train หนึ่งในรถไฟชมทัศนีย์ภาพและความสวยงามของธรรมชาติญี่ปุ่น ทำให้รถไฟสายนี้ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก ทำให้ต้องจองล่วงหน้ากันเลยทีเดียว และจะได้รับความนิยมเป็นอย่างมากในช่วงฤดูใบไม้ร่วงที่ใบไม้เปลี่ยนเป็นสีแดงระเรื่อ และหากเราไปนั่งรถไฟนี้แล้วสามารถเลือกว่าจะนั่งรถไฟไปแล้วนั่งเรือล่องกลับมาเพื่อชมบรรยากาศการล่องเรือก็ได้อีกด้วย

รถไฟสายโรแมนติก ซากาโนะ : Sagano Train

ที่อยู่ Sagatenryuji Kurumamichicho, Ukyo Ward, Kyoto, 616-8373
วิธีเดินทาง เดินทางด้วยรถไฟจากสถานี JR Osaka สาย Thunderbird 43 Limited Express Kanazawa ไปลงที่สถานี JR Kyoto แล้วเปลี่ยนสายรถไฟ เป็น San-In Line ไปลงยัง สถานี JR Saga-Arashiyama Station ใช้เวลาประมาณ 44 นาที แล้วเดินต่ออีก 1 นาทีไปที่สถานี Torokko-Saga Station
ราคา ค่ารถไฟ ซื้อที่ญี่ปุ่น ผู้ใหญ่ 630 เยน เด็ก 320 เยน ซื้อผ่าน Klook 1,400 เยน ค่าเรือสำหรับล่องกลับมาที่ Torokko-Saga 4,100 เยน
Website จองง่าย เที่ยวฟิน นั่ง รถไฟสายโรแมนติก เกียวโต พร้อมแพลนเที่ยวสุดพิเศษ

ดูแผนที่ รถไฟสายโรแมนติก ซากาโนะ : Sagano Train สถานี Kameoka

ดูแผนที่ รถไฟสายโรแมนติก ซากาโนะ : Sagano Train สถานี Saga

ชินเซไก : Shinsekai (โอซาก้า)

ย่านช้อปปิ้งเก่าแก่สไตล์เรโทร อีกทั้งยังเป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่รวมสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังไว้มากมายไม่ว่าจะเป็นหอทสึเทนคาคุ หรือย่านนัมบะที่อยู่ไม่ไกลจากย่านนี้ หากมาที่ย่านนี้จะพลาดไม่ได้เลยที่จะลองชิมอาหารพื้นเมือง หรืออาหารทะเลขึ้นชื่อ แล้วแวะไปเดินเที่ยวชมวิวที่ ทสึเทนคาคุ ก่อนจะปิดวันด้วยการเดินช้อปปิ้งชิลๆ ที่ย่านนัมบะ เป็นอีกหนึ่งวันสบายๆ ในโอซาก้าที่ดีเลยล่ะ

ชินเซไก : Shinsekai

ที่อยู่ 1 Ebisu Higashi, Naniwa, Osaka, 556-0002
วิธีเดินทาง เดิน 3 นาทีจากสถานีรถไฟใต้ดิน Ebisucho สาย Sakaisuji Line (Exit 3)
เวลาทำการ 11.00 น. – 23.00 น.
Website ตีตั๋วเที่ยวย่าน Shinsekai แหล่งรวมของอร่อยแห่ง Osaka

ดูแผนที่ ชินเซไก : Shinsekai

หอทสึเทนคาคุ : Tsutenkaku Tower (โอซาก้า)

อย่างที่เรารู้กันดีอยู่แล้วว่า หอทสึเทนคาคุ นั้น อยู่ในย่านชินเซไก ซึ่งเป็นแหล่งที่ผู้คนต่างนิยมไปหาคนอร่อยๆ ทาน และยังนิยมไปช้อปปิ้งกันที่ย่านนัมบะที่อยู่ใกล้ๆ อีกด้วย หอทสึเทนคาคุ นี้ เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กสำหรับชมวิวมุมสูงโอซาก้า นอกจากชมวิวมุมสูงแล้ว ที่นี่ก็ยังมีนิทรรศการต่างๆ ให้ชมอีกด้วย

หอทสึเทนคาคุ : Tsutenkaku Tower

ที่อยู่ 1-18-6 Ebisuhigashi, Naniwa Ward, Osaka, 556-0002
วิธีเดินทาง รถไฟใต้ดิน Osaka Municipal Subway สาย Sakaisuji สถานี Ebisuchoทางออก 3 (เดิน 4 นาที)
เวลาทำการ 10.00 น. – 20.00 น.
ราคา 900 เยน
Website Tsutenkaku Tower ที่เที่ยวย่าน Shinsekai กินเที่ยวเพลิน

ดูแผนที่ หอทสึเทนคาคุ : Tsutenkaku Tower

คาบุคิโจ : Kabukicho (โตเกียว)

คาบุคิโจ ย่านเที่ยวกลางคืนโด่งดังแห่งโตเกียว ย่านคาบุคิโจนี้เป็นอีกแหล่งท่องเที่ยวของเหล่านักท่องเที่ยวกลางคืน เพราะที่นี่เต็มไปด้วยแหล่งท่องเที่ยวแสงสีเสียง เรียกได้รื่นเริงแทบทั้งคืน นอกจากจะมีแหล่งท่องเที่ยวไม่ว่าจะเป็นผับ บาร์แล้ว ที่นี่ยังมี Robot Restarant มีโชว์ต่างๆ ที่น่าตื่นตาใจมากมาย และยังมีแลนด์มาร์กหุ่นก็อตซิล่ายักษ์ ชื่อดังที่ต้องไปถ่ายภาพด้วยสักครั้งที่ย่านนี้อีกด้วย

คาบุคิโจ : Kabukicho

ที่อยู่ Kabukicho, Shinjuku City, Tokyo
Website Kabukicho : ย่าน คาบูกิโจ เที่ยวย่านราตรีญี่ปุ่น พร้อมวิธีระวังตัว ไม่น่ากลัวอย่างที่คิด

ดูแผนที่ คาบุคิโจ : Kabukicho

โตเกียวสกายทรี : Tokyo Sky Tree (โตเกียว)

โตเกียวสกายทรี ตึกชมวิวสูงในโตเกียว โดยที่นี่เราสามารถซื้อตั๋วเพื่อขึ้นไปชมวิวโตเกียวไม่ว่าจะยามกลางวันหรือกลางคืน โดยสามารถชมวิวได้แบบรอบทิศ 360 องศา และยังมีบริเวณที่ท้าทายความกล้า ให้เราลองยืนบนกระจกใส บนยอดหออีกด้วย โดยที่นี่เราสามารถชมวิวบนความสูงระดับต่างๆ ได้ และจะมีนิทรรศการต่างๆ มาจัดให้ชมด้วย พอขึ้นมาถึงด้านบน บอกได้เลยว่าสวยมากๆ ต้องมาสักครั้ง

โตเกียวสกายทรี : Tokyo Sky Tree

ที่อยู่ 1-1-2 Oshiage, Sumida, Tokyo 131-0045
วิธีเดินทาง เดินจาก ย่าน Asakusa ประมาณ 24 นาที
เวลาทำการ 08.00 – 22.00 น.
Website รีวิวเที่ยว Tokyo Sky Tree ชมวิวเมืองโตเกียวสุดโรแมนติก ซื้อตั๋วออนไลน์ง่ายๆ ก่อนเดินทาง

ดูแผนที่ โตเกียวสกายทรี : Tokyo Sky Tree

โตเกียวทาวเวอร์ : Tokyo Tower (โตเกียว)

Cr: Kentaro Ohno

โตเกียวทาวเวอร์ สัญลักษณ์ ภาพจำเมืองหลวงโตเกียว หอคอยสีแดงโดดเด่น เคียงกับโตเกียวสกายทรี เป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่มีประวัติเคียงคู่กับโตเกียวมาอย่างช้านาน มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์ ถ่ายรูปสวยมากๆ มีเสน่ห์ไม่เหมือนใคร อีกทั้งยังเป็นอีกหนึ่งจุดวิวมุมสูงในโตเกียวที่สามารถชมวิวภูเขาไฟฟูจิได้อีกด้วย และสำหรับใครที่ยังไม่เคยที่โตเกียวทาวเวอร์ แต่เคยไปโตเกียวหลายครั้งแล้ว เราแนะนำให้หาโอกาสไปสักครั้ง มันดีมากจริงๆ

โตเกียวทาวเวอร์ : Tokyo Tower

ที่อยู่ 4 Chome-2-8 Shibakoen, Minato, Tokyo 105-0011 Japan
วิธีเดินทาง นั่งรถไฟใต้ดิน Tokyo Metro สาย Hibiya Line มาลงสถานี Kamiyacho แล้วเดินอีก 10 นาที
เวลาทำการ ทุกวัน : 9.00 – 21.30 น.
ราคา 900 เยน
WebsiteTokyo Tower

ดูแผนที่ โตเกียวทาวเวอร์ : Tokyo Tower

พระราชวังอิมพีเรียล : Tokyo Imperial palace (โตเกียว)

พระราชวังอิมพีเรียลสถานที่พำนักของจักรพรรดิญี่ปุ่น สถานที่สำคัญและเป็นอีกหนึ่งสภาปัตยกรรมอันทรงคุณค่า เป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์กที่น่าสนใจไม่น้อย นอกจากจะเป็นสถานที่ที่สวยงามแล้ว ยังเป็นสถานที่สำคัญที่ใช้ประกอบพระราชพระพิธีต่างๆ และยังมีอีกหนึ่งจุดเช็คอินที่คนไทยจำนวนไม่น้อยน่าจะรู้จักกันเป็นอย่างดีคือ สะพานแว่นตา หรือ ijubashi Bridge นอกจากนี้บริเวณรอบตัวพระราชวังยังมีสวนให้เดินเที่ยวกันอีกด้วย

พระราชวังอิมพีเรียล : Tokyo Imperial palace

ที่อยู่ 1-1 Chiyoda, Chiyoda City, Tokyo 100-8111
วิธีเดินทาง เดิน 15 นาที จากสถานี Nijubashi-mae (Subway Chiyoda Line) ทางออกที่ 6 มายัง Sakashita-mon Gate
เวลาทำการ 9.00 น. – 15.00 น.
Website พระราชวังอิมพีเรียล ชมวังแห่งโตเกียว พร้อมข้อมูลเข้าชม

ดูแผนที่ พระราชวังอิมพีเรียล : Tokyo Imperial palace

ตลาดอะเมโยโกะ : Ameyoko Market (โตเกียว)

ตลาดอะเมโยโกะนั้น ตั้งอยู่ระหว่างสถานีอุเอโนะและสถานีโอคาชิมาชิ เป็นอีกย่านการค้าฮอตฮิต เริ่มเปิดขายตั้งแต่ 10 โมงเช้าไปจนถึงช่วงเย็น และตลาดแห่งจะปิดทุกวันพุธ สำหรับใครทีมาช้อปที่นี่ไม่ผิดหวังแน่นอน เพราะไม่ว่าจะเป็นของกิน ก็มีไม่อั้น หรือใครอยากจะช้อปกระเป๋ารองเท้า หรือจะเสื้อผ้าก็มีแบบจัดเต็ม เป็นอีกหนึ่งแหล่งช้อปปิ้งที่คนไทยเลิฟสุดๆ

ตลาดอะเมโยโกะ : Ameyoko Market

ที่อยู่ Ueno, Taito, Tokyo 110-0005
วิธีเดินทาง จากสถานี Tokyo นั่งรถไฟ JR Yamanote Line ไปลงที่สถานี Ueno ใช้เวลาประมาณ 8 นาที
Websiteรวมบทความ ตลาดอะเมโยโกะ : Ameyoko Market

ดูแผนที่ ตลาดอะเมโยโกะ : Ameyoko Market

คาวาโกเอะ : Kawagoe (ไซตามะ)

คาวาโกเอะ ได้ชื่อว่าเป็นเมืองขนมหวาน เมืองโบราณเล็กๆ น่ารัก เมืองแห่งนี้เต็มไปด้วยเสน่ห์และกลิ่นอายน่ารัก ที่ทำให้ผู้คนต่างหลงใหล ในช่วงวันหยุดผู้คนต่างหลั่งไหลมาที่นี่และนิยมที่จะแต่งชุดกิโมโน เดินถ่ายรูปชมวิวเมืองเก่า นอกจากนี้ยังสามารถไปขอพรความรัก ได้ที่ศาลเจ้าคาวาโกเอะฮิกาชิ ที่ได้ชื่อว่าเป็นศาลเจ้าเก่าแก่ที่ศักดิสิทธิ์มาก ถ้าหากได้มาเที่ยวที่นี่รับรองได้เลยว่าจะต้องตกหลุมรักอย่างแน่นอน

คาวาโกเอะ : Kawagoe

ที่อยู่ Kawagoe, Saitama Prefecture
วิธีเดินทาง ถนนย่าน Kurasukuri รวมทั้งสถานีรถไฟ Kawagoe วัด Kitain
ราคา ตั๋ววันเหมาจ่ายราคา 500 เยน
Website 7 ที่เที่ยว Kawagoe ลิตเติ้ลเอโดะ เดินทางง่าย ใกล้โตเกียว

ดูแผนที่ คาวาโกเอะ : Kawagoe

ฮาคุบะ : Hakuba (นากาโนะ)

Cr: Alpico Group

เมื่อถึงฤดูหิมะของญี่ปุ่นอีกหนึ่งสถานที่ที่จะไม่คิดถึงไม่ได้เลยคือที่ ฮาคุบะเนี่ยแหละกับลานสกีที่เต็มไปด้วยหิมะขาวๆ วิวภูเขาสวยๆ และคาเฟ่ต์น่ารักๆ บรรยากาศที่ต้องมาที่ฮาคุบะเท่านั้น เป็นอีกหนึ่งเมืองที่คนไทยต่างอยากมา ลานสกีที่นี่เต็มไปด้วยหิมะปุยขาวเป็นยองใย ภาพภูเขาที่อยู่ด้านหลังนั้นสูงใหญ่ ตระหง่าน แต่นอกจากฤดูหนาวแล้วฤดูอื่นๆที่นี่ก็สวยเหมือนกันนะ แต่เพราะจุดเด่นของสกี และลานหิมะ ทำให้ดึงดูดเหล่านักเล่นสกีให้ตบเท้ากันมาที่นี่อย่างล้นหลามเลย

ฮาคุบะ : Hakuba

ที่อยู่ Hakuba, Kitaazumi, Nagano
Website สุดยอดสถานที่วิวสวยแห่งนากาโนะ EP 2 ฮาคุบะ ธรรมชาติที่คุณต้องหลงรัก

ดูแผนที่ ฮาคุบะ : Hakuba

สรุป

และนี่คือ รวม 40 สถานที่ ท่องเที่ยวทั่วประเทศญี่ปุ่น ที่เราได้รวบรวมมาให้แฟนเพจกันแบบจุกๆกันเลยทีเดียว สำหรับใครที่ยังปักหมุดไม่ครบ ต้องลองหาโอกาสไปตามนี้กันได้นะ
ALISA

Blogger : ALISA

มนุษย์ชอบกิน ชอบเที่ยว มีคติว่า ถ้าเที่ยวต้องเที่ยวให้สุด กับเรื่องกินก็เช่นกัน เรื่องอะไรที่คนอื่นไม่เคยทำ เราต้องได้ทำ เต็มที่กับทุกอย่าง ไปให้สุดแล้วหยุดที่หมดตัว แต่รวยประสบการณ์ รักการเรียนรู้ และสนใจญี่ปุ่นเป็นพิเศษ ชอบการพูดคุยกับชาวบ้าน หรือได้พบเจออะไรใหม่ๆ เสมอ

133 Posts

สถานที่เที่ยว

| Feature

กรณีฉุกเฉิน

| Emergency
  • Police

    110

  • Ambulance

    119

  • AMDA International Medical Information Center

    03-5285-8088

  • สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงโตเกียว

    03-5789-2449

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ นครโอซาก้า

    06-6262-9226-7

  • สถานกงสุลใหญ่ ณ เมืองฟุกุโอกะ

    092-686-8775

เว็บไซต์ของเราใช้คุกกี้เพื่อให้ท่านได้รับประสบการณ์การใช้งานที่ดียิ่งขึ้น คลิกเพื่อดูข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการใช้คุ๊กกี้ของเราผ่านทาง นโยบายความเป็นส่วนตัว